ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี - บทที่ 965: ถ้าเป็นบอสเผยก็ไม่น่าแปลกใจ!
ทีมสัมภาษณ์จากแพลตฟอร์มทางการมาถึงศูนย์พัฒนาเกมอินดี้ตรงเวลาในช่วงบ่าย ทีมสัมภาษณ์ครั้งนี้มีกันทั้งหมดห้าคน หัวหน้าบรรณาธิการที่นำทีมมาคือ ซย่าเจียง นอกจากนั้นก็มีบรรณาธิการฝึกหัด ช่างภาพ ช่างกล้อง และคู่ค้าทางธุรกิจในทีม ถึงไม่ใช่ทีมสัมภาษณ์ที่มีมาตรฐานสูงสุดแต่ก็ถือว่ามาตรฐานไม่ได้แย่ เห็นได้เลยว่าแพลตฟอร์มทางการให้ความสำคัญกับการสัมภาษณ์ครั้งนี้
ซย่าเจียงเป็นนักข่าวอาวุโสของแพลตฟอร์มทางการ เธอเคยรับผิดชอบการสัมภาษณ์พิเศษกับเถิงต๋าคอร์เปอเรชันมาก่อน และผลลัพธ์ก็ออกมาดีมาก แม้จะไม่ได้ถ่ายคลิปสัมภาษณ์บอสเผยโดยตรง แต่เทคนิคการสัมภาษณ์แบบ ‘ช่องว่าง’ ก็เปิดเผยภาพลักษณ์ของบอสเผยให้เห็นผ่านการสัมภาษณ์พนักงานหลักของเถิงต๋า ถือเป็นข้อมูลสำคัญที่เกมเมอร์หลายคนใช้ทำความเข้าใจบอสเผย ซย่าเจียงดังขึ้นมาจากการสัมภาษณ์นี้ เส้นทางอาชีพของเธอก้าวหน้าไปอย่างราบรื่น
“หัวหน้าซย่า สวัสดีครับ สวัสดี” ชิวหงต้อนรับพวกเขาอย่างอบอุ่น
ซย่าเจียงเองก็ยินดี
“บอสชิว! ยินดีที่ได้พบนะคะ!”
ทุกคนพูดคุยกันเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้าไปในศูนย์พัฒนาเกมอินดี้อย่างเป็นกันเอง ชิวหงพูดขึ้นด้วยความเขินอายเล็กน้อย
“จริงๆ เราควรเตรียมการต้อนรับให้ดีกว่านี้ แต่ก็มีข้อจำกัดอะไรหลายๆ อย่าง ต้องขอโทษด้วยนะครับถ้าตรงไหนดูแลได้ไม่ดี”
ซย่าเจียงโบกมือ
“บอสชิวใจดีเกินไปแล้วค่ะ โปรเจ็กต์ล้มลุกคลุกคลานสนับสนุนการพัฒนาเกมจีน และช่วยเหลือผู้พัฒนาเกมอินดี้มากมาย เรื่องเล็กน้อยแบบนี้ไม่ต้องคิดมากเลยค่ะ”
ทุกคนเข้าไปในศูนย์พัฒนาเกมอินดี้ หลังจากพักดื่มน้ำดื่มท่าเสร็จ ชิวหงก็พาซย่าเจียงกับทีมงานไปเดินชมรอบๆ ผู้พัฒนาเกมอินดี้กำลังง่วนอยู่กับการพัฒนาเกมของตัวเอง ชิวหงแนะนำกระบวนการทำงานของศูนย์พัฒนาเกมอินดี้ให้พวกซย่าเจียงฟัง ไล่ตั้งแต่อาหารประจำวัน การออกกำลังกาย ไปจนถึงการเตรียมเกมของเหล่าผู้พัฒนา พวกเขาลองเล่นเดโมบางเกม ทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่นมาก
หลังจากเข้าใจสถานการณ์ของศูนย์พัฒนาเกมอินดี้แล้วก็เข้าสู่การสัมภาษณ์อย่างเป็นทางการ ซย่าเจียงเป็นนักข่าวมืออาชีพ แน่นอนว่าเธอต้องทำการบ้านเกี่ยวกับศูนย์พัฒนาเกมอินดี้และชิวหงเพื่อทำความเข้าใจเบื้องต้นก่อนมาสัมภาษณ์
เรื่องที่เรียกความสนใจจากซย่าเจียงได้คือ ประสบการณ์อาชีพของชิวหงในวงการเกม ชิวหงเข้าสู่วงการเพราะหลงใหลในเกมจีนสุดคลาสสิก เขาอุทิศตนให้กับการพัฒนาเกมสแตนด์อโลนโดยทุ่มเทพัฒนาเกมอยู่สองปีเต็ม และทำงานอย่างไม่ลดละอีกกว่าสองเดือนโดยไม่ได้ค่าตอบแทน สุดท้ายโปรเจ็กต์ก็ไปไม่รอด
ตั้งแต่นั้นมา ชิวหงก็หันมาทำเกมเน้นระบบเติมเงิน เขาทำเงินได้เป็นกอบเป็นกำแต่ก็ไม่เคยหันกลับมาทำเกมสแตนด์อโลนอีก จู่ๆ วันหนึ่งนักออกแบบเกมคนนี้ก็หันมาทำ ‘โปรเจ็กต์ล้มลุกคลุกคลาน’ เขาเดินทางไปที่ปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้เพื่อเปิดศูนย์พัฒนาเกมอินดี้ และเริ่มลงทุนสนับสนุนการพัฒนาเกมอินดี้!
เขาเปลี่ยนทัศนคติได้ยังไง? แล้วไปเอาเงินมาจากไหน? อะไรทำให้เขาวางมือจากเกมเน้นระบบเติมเงินมาทุ่มเทกับเกมอินดี้? ซย่าเจียงรู้สึกว่านี่คือมุมมองที่เหมาะมาก และเป็นประเด็นหลักในการสัมภาษณ์
การสัมภาษณ์เริ่มขึ้น ซย่าเจียงถามคำถามเล็กน้อยเกี่ยวกับศูนย์พัฒนาเกมอินดี้ ตัวอย่างเช่น ตารางงานประจำวันของศูนย์พัฒนาเกมอินดี้ เงื่อนไขในการเข้าร่วมศูนย์พัฒนาเกมอินดี้ของผู้พัฒนาเกมอินดี้ เกมที่ประสบความสำเร็จในศูนย์พัฒนาเกมอินดี้ตอนนี้ และอื่นๆ ซย่าเจียงรีบจดตาม ในที่สุดเธอก็รู้สึกว่าได้เวลาเหมาะที่จะเปลี่ยนไปเข้าประเด็นหลักของการสัมภาษณ์
“บอสชิวคะ ดิฉันเชื่อว่าชาวเกมเมอร์ต่างสงสัยเรื่องหนึ่งกันมากๆ จากที่ดิฉันรู้มา คุณเข้าวงการเกมไม่ได้สายจนเกินไป แต่คุณก็ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการสร้างเกมออนไลน์และประสบความสำเร็จได้ระดับหนึ่ง แต่ตั้งแต่ปีที่แล้ว จู่ๆ คุณก็หันมาให้ความสนใจเกมอินดี้จีน และเปิดโปรเจ็กต์ล้มลุกคลุกคลานเพื่อให้เงินทุนสนับสนุนผู้พัฒนาเกมอินดี้ ขอถามได้ไหมคะว่าตอนนั้นคุณมีความคิดยังไง ทำไมถึงเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้”
ชิวหงยิ้มอย่างขวยเขิน
“เรื่องนี้ผมรู้สึกกระดากใจนิดหน่อยที่จะพูด ถึงในเบื้องหน้าผมจะเป็นผู้ก่อตั้งโปรเจ็กต์ล้มลุกคลุกคลาน แต่จริงๆ แล้วนี่ไม่ใช่แผนงานของผม และเงินทุนก็ไม่ได้มาจากผม ผมเป็นแค่ตัวแทนและผู้ดำเนินการเท่านั้นครับ”
ชิวหงเลือกบอกความจริง ส่วนหนึ่งก็เพราะไม่อยากดูเป็นคนโหยหาความดีความชอบ อีกส่วนก็เพราะไม่อยากปิดบังเรื่องนี้ ตัวเขาเองไม่ได้มีเงินมากมายขนาดนั้น ใครๆ ก็รู้ว่าเขาควักกระเป๋าตัวเองทำศูนย์พัฒนาเกมอินดี้ไม่ได้ ไม่ช้าก็เร็วเดี๋ยวก็มีคนถามเรื่องแหล่งที่มาของเงินทุน แทนที่จะปิดเป็นความลับก็ยอมรับอย่างเปิดเผยไปเลยดีกว่า จะได้ไม่ทำดีแล้วดูเหมือนเป็นโจร
ซย่าเจียงพยักหน้าเบาๆ เรื่องนี้อยู่ในความคาดหมายของเธอ เพราะถึงชิวหงจะถือว่าเป็นนักออกแบบเกมที่ประสบความสำเร็จ และรายได้ก็สูงกว่าคนทั่วไป แต่ก็ไม่มากพอที่จะสนับสนุนศูนย์พัฒนาเกมอินดี้สองแห่ง นอกจากนั้น คนที่มีสมองคิดเป็นไม่มีทางควักกระเป๋าตัวเองเปิดศูนย์พัฒนาเกมอินดี้แน่นอน ดังนั้นซย่าเจียงจึงสงสัยมาตั้งแต่แรกว่าชิวหงมีนายทุนคนอื่นคอยหนุนหลังให้การสนับสนุนด้านเงินทุนอยู่
คำตอบของชิวหงช่วยยืนยันประเด็นนี้ ซย่าเจียงถามขึ้น
“ไม่ทราบบอกได้ไหมคะว่าเป็นใคร มาจากไหน”
ชิวหงส่ายหน้า
“ขอโทษครับ ผมไม่สามารถเปิดเผยตัวตนของเขาได้”
ซย่าเจียงแปลกใจเล็กน้อย
“นักลงทุนคนนี้ไม่อยากได้ความดีความชอบจากสิ่งที่ตัวเองทำเหรอคะ มีความจำเป็นต้องปิดบังเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอคะ เนี่ย”
ไม่ว่าจะมองมุมไหน การสนับสนุนเกมอินดี้จีนของโปรเจ็กต์ล้มลุกคลุกคลานก็ถือเป็นการช่วยเหลือที่ยิ่งใหญ่ ถ้าคนอื่นทำอะไรแบบนี้คงทุ่มเงินโฆษณายกใหญ่ ไม่ว่ายังไงการทุ่มเงินทำความดีก็มีแค่เพื่อสร้างชื่อเสียงให้ตัวเองไม่ใช่เหรอ ถึงอย่างนั้น นักลงทุนคนนี้กลับทุ่มเงินทำความดีแต่ไม่ต้องการให้คนอื่นรู้ว่าเป็นใคร ช่าง… แปลกจริงๆ
ชิวหงถอนหายใจ
“ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันครับว่าทำไม แต่ก็พอจะเดาได้คร่าวๆ จากคำพูดและการกระทำของเขา ผมเคยถามเขาว่า จุดประสงค์ของโปรเจ็กต์ล้มลุกคลุกคลานคืออะไร เขาถามผมกลับว่าจำเป็นต้องมีจุดประสงค์ด้วยเหรอ พูดอีกอย่างคือเขาไม่ต้องการชื่อเสียงหรือผลกำไร ไม่อยากให้โปรเจ็กต์นี้ทำเงินได้ และไม่อยากให้คนอื่นมาตราหน้าว่าทำไปเพื่อชื่อเสียง เขาแค่อยากทำสิ่งที่มีความหมายต่ออุตสาหกรรมเงียบๆ”
“ดูอย่างชื่อ ‘โปรเจ็กต์ล้มลุกคลุกคลาน’ สื่อให้เห็นเลยว่าต้องการช่วยเหลือบริษัทและผู้ผลิตเกมอินดี้ที่ตะเกียกตะกายมาอยู่หน้าปากเหวและกำลังจะเอาตัวไม่รอด”
ซย่าเจียงประทับใจมาก
“ไม่คิดเลยนะคะว่าจะมีคนที่ใส่ใจวงการเกมจีนมากขนาดนี้ ช่างเป็นคนที่สูงส่งควรค่าแก่การยกย่องจริงๆ ค่ะ! แน่นอนว่าถึงบอสชิวไม่ได้ควักเงินลงทุนโดยตรง แต่คุณก็ดูแลศูนย์พัฒนาเกมอินดี้ทั้งสองแห่งได้เป็นอย่างดี คุณเองก็ถือว่าเป็นมือขวาของคุณนักลงทุน ดิฉันคิดว่าเขาก็คงรู้สึกขอบคุณคุณมากๆ ค่ะ”
ชิวหงยิ้ม
“ผมต่างหากครับที่รู้สึกขอบคุณเขามากๆ ว่ากันตามตรง โปรเจ็กต์ล้มลุกคลุกคลานไม่ได้ช่วยแค่ผู้พัฒนาเกมอินดี้จีน แต่ยังช่วยผมเอาไว้ด้วย”
ซย่าเจียงตาเป็นประกาย
“หือ? หมายความว่ายังไงเหรอคะ”
ชิวหงอธิบาย
“ผมไม่กลัวเลยว่าพูดออกไปแล้วจะโดนหัวเราะเยาะ จริงๆ แล้วเหตุผลที่ผมทำแต่เกมออนไลน์เน้นระบบเติมเงิน หลักๆ ก็เพราะรู้สึกโกรธ ตอนก้าวเข้ามาในวงการผมเปี่ยมไปด้วยความหลงใหลต่อเกมจีน แต่ความหลงใหลนั้นก็หายวับไปในสองปีที่ผมพัฒนาเกมสแตนด์อโลนเกมแรก ความวุ่นวายและชีวิตที่ย่ำแย่ในวงการเกมจีนทำให้ทัศนคติของผมกลับตาลปัตร จากความรักเปลี่ยนเป็นความเกลียดชัง”
“ตอนนั้นผมยังเด็กอยู่ จึงเริ่มสร้างเกมเน้นระบบเติมเงินขึ้นมาด้วยความโกรธ สิ่งเดียวที่คิดในหัวคือจะหาเงินเพิ่มได้ยังไง หลังจากนั้นผมก็ไม่ต้องกังวลเรื่องอาหารและเสื้อผ้าอีก ทัศนคติที่เคยพลิกกลับตาลปัตรหายวับไปนานแล้ว แต่ผมก็ไม่กล้าย่างกรายเข้าสู่วงการเกมสแตนด์อโลนอีก เพราะเกมออนไลน์กลายเป็นคอมฟอร์ตโซนของผมไปแล้ว ความกดดันในชีวิตเริ่มเพิ่มขึ้นตอนอายุเข้าวัยกลางคน ผมไม่มีความกล้าที่จะออกจากคอมฟอร์ตโซนเพื่อไปไล่ตามความฝันลวงตาในการพัฒนาเกมสแตนด์อโลน”
“แต่นักลงทุนคนนี้ถือเป็นกัลยาณมิตร คำพูดของเขากระแทกใจผมมาก ผมไม่ควรปล่อยให้โศกนาฏกรรมของยุคสมัยกลายเป็นโศกนาฏกรรมส่วนตัว ความตกต่ำครั้งใหญ่ของวงการเกมสแตนด์อโลนจีนในตอนนั้นเป็นผลมาจากหลายปัจจัย แม้ว่าความหลงใหลของผมจะหลงทางหายไป แต่ผมก็ไม่ควรรู้สึกขุ่นเคืองใจใครทั้งนั้น จริงๆ แล้วผมก็รู้ดีอยู่แก่ใจ ผมแค่ไม่อยากยอมรับหรือก้าวเท้าออกจากวงการเกมออนไลน์ที่เป็นคอมฟอร์ตโซน”
“โปรเจ็กต์ล้มลุกคลุกคลานให้โอกาสที่สองกับผม เปิดโอกาสให้ผมได้ช่วยผู้พัฒนาเกมอินดี้ได้ไล่ตามความฝัน พวกเขาเป็นเหมือนผมเมื่อตอนยังหนุ่ม เปี่ยมไปด้วยความหลงใหลแต่ขาดประสบการณ์และเงินทุน ผมรู้สึกมีความสุขจากใจจริงที่มีโอกาสได้ช่วยพวกเขา ดังนั้นผมจึงเป็นคนที่ควรรู้สึกขอบคุณกัลยาณมิตรและนักลงทุนคนนี้มากที่สุดครับ”
ซย่าเจียงจดตามอย่างจริงจัง เธอรู้สึกประทับใจอย่างอธิบายเป็นคำพูดไม่ได้ ถ้าเป็นตามที่ชิวหงพูดจริงๆ นักลงทุนผู้ทำดีโดยไม่หวังผลคนนี้ก็เป็นคนที่น่ายกย่องมากๆ!
นอกจากจะเข้ามาช่วยเหลือผู้พัฒนาเกมอินดี้ที่ขาดแคลนเงินทุนได้ทันท่วงทีแล้ว ยังช่วยสนับสนุนการพัฒนาเกมจีนโดยไม่หวังผล แถมยังช่วยนักออกแบบเกมผู้หลงทางอย่างชิวหงให้กลับมาเดินตามฝันได้อีกครั้ง แม้จะทำความดีความชอบมากมาย แต่นักลงทุนคนนี้กลับไม่ยอมเปิดเผยตัวตน จิตใจสูงส่งมาก!
ซย่าเจียงไม่ยอมแพ้
“บอสชิวบอกไม่ได้จริงๆ เหรอคะว่านักลงทุนคนนี้คือใคร ช่วยใบ้สักนิดก็ยังดีค่ะ”
ชิวหงส่ายหน้าอย่างหนักแน่น
“ไม่ได้จริงๆ ครับ”
ซย่าเจียงรู้สึกเสียดายเล็กน้อย แต่พอเห็นชิวหงหนักแน่นมากเธอก็ไม่ถามต่ออีก ในวงการเกมมีขาใหญ่มากมาย วงการการเงินและการลงทุนก็มีเยอะไม่แพ้กัน ถ้าหาเบาะแสเยอะๆ ไม่ได้ ก็บอกได้ยากว่านักลงทุนที่อยู่เบื้องหลังชิวหงคือใคร
ซย่าเจียงเองก็สงสัย แต่ก็คิดอะไรดีๆ ไม่ออก ทำได้แค่พักเรื่องนี้เอาไว้ก่อนและจัดการงานตัวเองให้เสร็จ หลังจากสัมภาษณ์ต่ออีกสองสามคำถาม และเก็บข้อมูลเกี่ยวกับศูนย์พัฒนาเกมอินดี้เพิ่มเติม ทีมสัมภาษณ์ของซย่าเจียงก็เตรียมตัวกลับ
ทีมสัมภาษณ์นี้แวะไปที่ปักกิ่งแล้วเพื่อสัมภาษณ์อูจื้อเฉิง ผู้สร้างเกมหมึกหมอกม่านเมฆและเก็บข้อมูลมาได้มากมาย หลังจากเรียบเรียงข้อมูลจากปักกิ่งกับเซี่ยงไฮ้ และผนวกการสัมภาษณ์ของอูจื้อเฉิงและชิวหงเข้าด้วยกัน โปรเจ็กต์สัมภาษณ์ศูนย์พัฒนาเกมอินดี้ของโปรเจ็กต์ล้มลุกคลุกคลานก็ถือเป็นอันเสร็จสิ้น
ก่อนหน้านี้ตอนช่วงวางขายเกมหมึกหมอกม่านเมฆล่วงหน้า โปรเจ็กต์ล้มลุกคลุกคลานมีกระแสขึ้นมาและเรียกความสนใจจากชาวเกมเมอร์ได้มาก พอปล่อยบทสัมภาษณ์พิเศษนี้ออกไป ต้องเรียกกระแสความสนใจได้เพิ่มมากขึ้นแน่นอน!
“บอสชิวคะ ที่เราอยากสัมภาษณ์น่าจะหมดแล้ว ขอบคุณมากค่ะที่ให้ความร่วมมือ” ซย่าเจียงเตรียมตัวกลับ
“ไม่เป็นไรเลยครับ ยังไงก็เป็นเรื่องที่เราควรให้ความร่วมมืออยู่แล้ว”
ชิวหงคุยกับพวกเขาต่ออีกเล็กน้อย เขาอยากให้ซย่าเจียงกับทีมงานอยู่กินอาหารด้วยกันก่อน แต่ก็โดนปฏิเสธกลับมาอย่างสุภาพ เขาไม่ได้รบเร้าต่อ หลังจากส่งทีมสัมภาษณ์กลับขึ้นรถเสร็จ ก็กลับมาจัดการงานในศูนย์พัฒนาเกมอินดี้
ซย่าเจียงพลิกอ่านข้อมูลที่จดมาพลางดูรูปและวิดีโอที่ช่างภาพถ่ายมาในรถ เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย ระหว่างตรวจดู ในใจยังคงมีความรู้สึกพิเศษวนเวียนอยู่
“แปลกจัง ทำไมศูนย์พัฒนาเกมอินดี้ทั้งสองที่ให้ความรู้สึกคุ้นเคยแปลกๆ”
“โต๊ะทำงานวางห่างกันมาก สภาพแวดล้อมการทำงานยอดเยี่ยม ทุกคนมีความกระตือรือร้นในการทำงานสูงมาก มีการจัดให้ผู้พัฒนาเกมเล่นเกมเป็นประจำเพื่อสั่งสมแรงบันดาลใจ แถมยังมีการจัดให้ไปออกกำลังกายที่ฟิตเนสฝากประจำด้วย”
“ทำไมถึงคล้ายกับสไตล์การทำงานของเถิงต๋าเลยล่ะ”
“หรือว่า… ศูนย์พัฒนาเกมอินดี้ของโปรเจ็กต์ล้มลุกคลุกคลานจะมีความเกี่ยวข้องกับเถิงต๋า กัลยาณมิตรและนักลงทุนที่ชิวหงพูดถึง จริงๆ แล้วคือบอสเผย?”
ไม่รู้ทำไมซย่าเจียงนึกถึงสิ่งที่ตัวเองเคยเห็นระหว่างการสัมภาษณ์ที่เถิงต๋า และมันก็สอดคล้องกับสถานการณ์ในศูนย์พัฒนาเกมอินดี้พอดีเป๊ะ! ซย่าเจียงตกใจกับความคิดนี้ แต่พอยอมรับความคิดนี้เธอก็ตระหนักว่าทุกอย่างดูสมเหตุสมผลมาก!
นักลงทุนที่ชิวหงพูดถึงดูสูงส่งเกินไป จนทำให้ผู้คนสงสัยว่าเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า และมีคนแบบนี้อยู่จริงๆ เหรอ
แต่ถ้าคนคนนั้นคือบอสเผย ก็ไม่น่าแปลกใจอะไร!