ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี - บทที่ 966 ใช้เทคนิคการสัมภาษณ์ ‘ช่องว่าง’ อีกครั้ง
- Home
- ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี
- บทที่ 966 ใช้เทคนิคการสัมภาษณ์ ‘ช่องว่าง’ อีกครั้ง
ซย่าเจียงเรียบเรียงเนื้อหาการสัมภาษณ์ทันทีที่กลับถึงโรงแรม
เนื้อหาสัมภาษณ์ของอูจื้อเฉิงที่ปักกิ่งเรียบเรียงใกล้เสร็จแล้ว เพิ่มส่วนของชิวหงเข้าไปก็น่าจะพร้อมเผยแพร่ภายในสองสามวัน
แต่ตอนนี้ความสนใจของซย่าเจียงไม่ได้อยู่ที่เนื้อหาการสัมภาษณ์ เธออดใจไม่ไหวที่จะหันไปสนใจเรื่อง ‘บุคคลปริศนา’ ที่อยู่เบื้องหลังศูนย์พัฒนาเกมอินดี้
หลังจากเกิดข้อสงสัยเบื้องต้นเกี่ยวกับตัวตนของบุคคลปริศนานี้ ซย่าเจียงก็เริ่มเรียบเรียงเบาะแสต่างๆ เช่น รายชื่อเกมของศูนย์พัฒนาเกมอินดี้ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ใช้ในศูนย์พัฒนาเกมอินดี้ อาหารที่สั่งจากโมหยูเดลิเวอรี่เป็นประจำ และการใช้บริการฟิตเนสฝากประจำ…
เมื่อเอาไปรวมกับบรรยากาศอันเป็นเอกลักษณ์ในศูนย์พัฒนาเกมอินดี้ เธอก็มั่นใจว่าบุคคลปริศนาที่ว่าคือ บอสเผย!
เพราะสภาพแวดล้อมการทำงานของเถิงต๋ามีเอกลักษณ์มาก เป็นเหมือนหิ่งห้อยในค่ำคืนมืดมิด ยากที่จะลืมเลือน
อูจื้อเฉิงกับผู้พัฒนาเกมอินดี้คนอื่นๆ ไม่เคยไปบริษัทเถิงต๋า และไม่เคยเห็นสภาพแวดล้อมการทำงานของเถิงต๋าจึงเดาไม่ออกว่าเป็นยังไง
แต่ซย่าเจียงเคยเห็นสภาพแวดล้อมการทำงานของเถิงต๋า และเคยไปสัมภาษณ์ในหลายบริษัท บริษัทที่มีสภาพแวดล้อมการทำงานแบบเถิงต๋านั้นมีเอกลักษณ์มาก ทำให้เธอจำได้ไม่ลืม
“ถ้าศูนย์พัฒนาเกมอินดี้ได้รับทุนจากบอสเผยจริง งั้นสิ่งที่บอสเผยทำก็เท่ากับเป็นการวางตัวเป็นแบบอย่าง และเป็นผู้กอบกู้วงการเกมจีน
“หรือบอสเผยจะเป็นแสงนำทางของวงการเกมอินดี้ในจีน
“บอสเผยทุ่มเทมากขนาดนี้ แต่เรากลับนำเสนออะไรไม่ได้เลย น่าละอายใจจริงๆ
“ฉันจะช่วยบอสเผยได้ยังไง จะปล่อยให้คนดีๆ แบบนี้ต้องเสียเลือดเนื้อและหลั่งน้ำตาไม่ได้
“นัดสัมภาษณ์พิเศษกับบอสเผยดีมั้ย
“อืม… ไม่น่าจะดี”
ซย่าเจียงอยากทำอะไรสักอย่างที่ตัวเองทำได้ เพราะยังไงหน้าที่ของแพลตฟอร์มทางการก็คือการสนับสนุนการพัฒนาเกมอินดี้ในจีน
แต่ด้วยเหตุผลซับซ้อนหลายอย่าง แพลตฟอร์มทางการจึงไม่สามารถสนับสนุนผู้พัฒนาเกมอินดี้ทั้งหมดได้
กลับกัน บอสเผยที่เป็นคนนอกที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้ช่วยเหลือวงการเกมจีนด้วยการพัฒนาเกมดีๆ ออกมามากมาย ตอนนี้เขาใช้หลักการ ‘รวยก่อนแล้วค่อยพาคนอื่นรวยตาม’
เขาพยายามช่วยเหลือผู้พัฒนาเกมอินดี้ที่สภาพไม่ค่อยพร้อมอย่างเต็มที่ เท่ากับช่วยงานแพลตฟอร์มทางการได้เยอะมาก คงจะเย็นชาเกินไปถ้าแพลตฟอร์มทางการไม่ยอมแสดงท่าทีอะไรเลย!
ความคิดแรกของซย่าเจียงคือนัดสัมภาษณ์บอสเผย เพราะนี่คืองานของเธอ แต่เธอก็ปัดความคิดนี้ทิ้งอย่างรวดเร็ว
เพราะบอสเผยเป็นคนไม่ชอบทำตัวเด่น ตอนนั้นก็แทบไม่ยอมตกลงให้สัมภาษณ์และไม่ยอมเปิดหน้า เรื่องศูนย์พัฒนาเกมอินดี้ก็เก็บเป็นความลับมิดชิด ไม่มีเจตนาให้ใครรู้
ถ้าซย่าเจียงไปขอสัมภาษณ์บอสเผยก็มีโอกาสสูงที่จะโดนปฏิเสธ เธอไม่ใช่คนไม่รู้ความแบบนั้น
“ถ้างั้นฉันจะขอพื้นที่โฆษณาเพิ่มให้กับเกมที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโปรเจ็กต์ล้มลุกคลุกคลาน
“หมึกหมอกม่านเมฆใกล้จะวางจำหน่ายแล้ว เราเพิ่มเข้าไปในคอลเล็กชันเกมจีนสุดคลาสสิกได้
“เหมือนคอลเล็กชันรวมเกมจีนสุดคลาสสิกก็เป็นกิจกรรมความร่วมมือระหว่างเถิงต๋ากับแพลตฟอร์มทางการด้วยนี่ อืม… ถึงพื้นที่โฆษณาจะดีที่สุดในขอบเขตอำนาจที่มีแต่ก็น่าจะขยายเวลาออกไปได้
“ถึงอย่างนั้นฉันก็ไม่ใช่คนตัดสินใจสุดท้ายอยู่ดี ถึงจะรายงานเรื่องนี้กับทีม ก็บอกได้ยากว่าพวกเขาจะอนุมัติรึเปล่า
“หรือว่า… ควรไปสัมภาษณ์คนอื่น”
ซย่าเจียงคิดดูหลายๆ ทาง แต่สุดท้ายเธอก็เป็นแค่หัวหน้าบรรณาธิการ พื้นที่โฆษณาไม่ได้อยู่ในขอบเขตอำนาจของเธอ เธอทำได้แค่แนะนำแต่คนอื่นอาจจะไม่เห็นด้วย
ดังนั้นซย่าเจียงจึงคิดว่าน่าจะต้องสัมภาษณ์คนอื่นเพิ่ม เหมือนตอนสัมภาษณ์เถิงต๋าก่อนหน้านี้ ถึงบอสเผยจะไม่ได้แสงมากจนเกินไป แต่การสัมภาษณ์พนักงานคนอื่นๆ ของเถิงต๋าก็ช่วยให้ตัวเอกอย่างบอสเผยเด่นขึ้นมาได้!
คำถามคือจะสัมภาษณ์ใครดี
ซย่าเจียงเก็บช่องทางการติดต่อพนักงานเถิงต๋าบางส่วนไว้ แต่เท่าที่รู้มาพนักงานเถิงต๋าที่เธอเคยสัมภาษณ์เลื่อนขั้นไปเป็นหัวหน้ากิจการกันหมดแล้ว
ส่วนใหญ่ไม่ได้ทำงานที่ฝ่ายเกมเถิงต๋าอีก ถ้าไม่ได้ทำงานในฝ่ายเกมเถิงต๋าแล้วก็ไม่มีเรื่องให้สัมภาษณ์มากนัก เพราะแพลตฟอร์มทางการเน้นแค่เรื่องเกม
ซย่าเจียงไล่ดูรายชื่อผู้ติดต่ออยู่พักใหญ่ ก่อนจะตัดสินใจโทรหาเปาซวี่ในที่สุด
เขาเป็นพนักงานรุ่นเดอะของเถิงต๋า น่าจะมีเส้นสายกว้างขวางและเข้าใจสถานการณ์ของฝ่ายเกมเป็นอย่างดี เขาคือคนที่เหมาะที่สุดที่จะติดต่อไป
…
ระหว่างนั้นเปาซวี่กำลังสวมหมวกนิรภัยลุยตรวจไซต์ก่อสร้างตลาดร้านข้างทางกับเหลียงชิงฟานอยู่
งานปรับปรุงตลาดร้านข้างทางกำลังดำเนินการอย่างเต็มที่ เหลียงชิงฟานแวะมาคอยแนะนำงานทุกวัน
จริงๆ แล้วเปาซวี่ยังเป็นพนักงานของฝ่ายเกมเถิงต๋า แต่เขามีอิสระในการมาช่วยงานตลาดร้านข้างทาง สามารถไปมาได้ตามใจชอบ
แต่เปาซวี่ก็แวะมาที่นี่ทุกวัน เหตุผลหลักก็เพราะไม่อยากให้พนักงานในฝ่ายเกมเถิงต๋าเกิดภาพจำว่าเขาไม่มีงานทำ ไม่อย่างนั้นจะโดนลากไปเที่ยวด้วยอีกในการคัดเลือกพนักงานดีเด่นครั้งต่อไป
ยังไงเหลียงชิงฟานก็ไม่มีทางไล่เขาไปไหน เปาซวี่ก็แค่มาเดินทำตัวยุ่งๆ ที่นี่ และเสนอความคิดเห็นจากมุมมองของเกมเป็นครั้งคราว
บางครั้งเหลียงชิงฟานก็เห็นด้วย บางครั้งก็ไม่ แต่เปาซวี่ก็ไม่ได้สนใจเพราะยังไงเขาก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว เขาแค่อยากมีตัวตนบ้าง
หลังจากเดินดูรอบๆ ก็เห็นว่าทุกอย่างราบรื่นดี ตอนนั้นเองมือถือของเปาซวี่ก็ดังขึ้น
“ซย่าเจียง หัวหน้าบรรณาธิการของแพลตฟอร์มทางการ?”
เปาซวี่ผงะไปเมื่อเห็นว่าใครโทรมาหา ตั้งแต่ให้สัมภาษณ์ครั้งนั้นก็ผ่านมานานแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะบันทึกเบอร์อีกฝ่ายไว้ในรายชื่อผู้ติดต่อ เขาก็คงจำไม่ได้ว่าคนคนนี้คือใคร
เปาซวี่กดรับสายทันที หลังจากถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกันเล็กน้อย ซย่าเจียงก็ถามเปาซวี่เรื่องฝ่ายเกมเถิงต๋า
แต่เธอไม่คิดเลยว่าตอนนี้เปาซวี่ไม่ได้รับผิดชอบงานในฝ่ายเกมเถิงต๋า ก็เลยขอเบอร์ของหูเสี่ยนปินแทน
เปาซวี่วางสายด้วยความงุนงงเล็กน้อย
“หัวหน้าซย่าติดต่อหาบอสเผยโดยตรงเลยก็ได้นี่ ทำไมต้องทำอ้อมค้อมติดต่อมาหาฉันแทนด้วย”
แต่เปาซวี่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก เขาตามเหลียงชิงฟานไปช่วยงานในตลาดร้านข้างทางต่อ
…
หลังวางสายจากเปาซวี่ ซย่าเจียงก็โทรหาหูเสี่ยนปินซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบฝ่ายเกมเถิงต๋าคนปัจจุบันเพื่อทำความเข้าใจสถานการณ์ตอนนี้
เธอถามเรื่องคอลเล็กชันรวมเกมจีนสุดคลาสสิกอย่างละเอียด
“แผนรวมคอลเล็กชันเกมจีนสุดคลาสสิกไม่ใช่ไอเดียของบอสเผย แต่เป็นไอเดียของเมิ่งชั่งที่เป็นหัวหน้าฝ่ายโฆษณาคนใหม่เหรอคะ
“เมิ่งชั่งคือคนเดียวกับเมิ่งชั่งที่ทำสาวหน้านิ่งก่อนหน้านี้….”
หลังจากได้ข้อมูลนี้มา ซย่าเจียงก็พบคนที่เหมาะกับการขอสัมภาษณ์ น่าจะเหมาะสุดเลยไม่ใช่เหรอถ้าได้สัมภาษณ์เมิ่งชั่ง
ถ้ามองจากมุมหนึ่ง เมิ่งชั่งดูเหมือนเป็นคนประเภทเดียวกับชิวหง มีความคล้ายคลึงกันหลายอย่าง แต่สถานการณ์ของเมิ่งชั่งซับซ้อนกว่าของชิวหง
ทำไมเมิ่งชั่งถึงเลือกเข้ามาทำงานกับเถิงต๋าหลังปั้นสาวหน้านิ่งไม่รุ่ง แถมยังหันมาทำงานโปรโมตเกมจีนอีก
ซย่าเจียงจำพนักงานเถิงต๋าที่เคยสัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ได้ ทั้งหวงซื่อปั๋ว เปาซวี่ และคนอื่นๆ พวกเขาล้วนมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือเริ่มมาจากรากหญ้ากันหมด
บางคนเป็นนักออกแบบเกมที่ได้เงินเดือนหนึ่งถึงสองพันหยวนต่อเดือน บางคนเป็นเด็กติดเกมที่หมกตัวอยู่ในร้านอินเทอร์เน็ตได้ตลอดทั้งปี
ตอนที่พวกเขาเข้ามาทำงานกับเถิงต๋า บริษัทยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น พอผ่านการดูแลอบรมจากบอสเผย พวกเขาก็กลายเป็นเสาหลักของเถิงต๋า
หลังจากเเถิงต๋าเติบโตขึ้น ดูเหมือนว่าบอสเผยจะให้ความสนใจคนแบบชิวหงและเมิ่งชั่งซึ่งเคยประสบความสำเร็จในด้านหนึ่งแต่กลับหลงทางไป เขาจึงจ้างมาใช้งานเอง
หมายความว่าแนวทางการจ้างงานของบอสเผยเปลี่ยนไปหลังจากบริษัทเติบโตขึ้นเหรอ
ซย่าเจียงตัดสินใจสัมภาษณ์เมิ่งชั่งทันที!
นอกจากนี้ เธอยังคิดวิธีช่วยบอสเผยได้ด้วย เธอจะปล่อยสัมภาษณ์พิเศษเกี่ยวกับศูนย์พัฒนาเกมอินดี้และชิวหงก่อน แล้วค่อยโปรโมตการวางขายเกมหมึกหมอกม่านเมฆ
จากนั้นเธอจะลงบทสัมภาษณ์เมิ่งชั่งและโปรโมตเรื่องราวเบื้องหลังคอลเล็กชันรวมเกมจีนสุดคลาสสิก แล้วก็ปิดฉากด้วยการเพิ่มเกมหมึกหมอกม่านเมฆเข้าไปในคอลเล็กชันรวมเกมจีนสุดคลาสสิกเพื่อบอกใบ้เพิ่ม!
หากดูการสัมภาษณ์ทั้งสองแยกกัน ชาวเกมเมอร์อาจมองไม่ออก แต่ถ้าปล่อยบทสัมภาษณ์ทั้งสองต่อกันและเพิ่มเกมหมึกหมอกม่านเมฆเข้าไปในคอลเล็กชัน เกมเมอร์ก็น่าจะสังเกตเห็นคำใบ้
ซย่าเจียงไม่มีประจักษ์พยานยืนยันว่านักลงทุนเบื้องหลังศูนย์พัฒนาเกมอินดี้คือบอสเผย แถมบอสเผยก็เป็นคนไม่ชอบทำตัวเด่น คงไม่เหมาะถ้าจะชี้ให้เห็นโต้งๆ
แต่ซย่าเจียงใช้วิธีนี้บอกใบ้ได้ ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าชาวเกมเมอร์จะเข้าใจรึเปล่า
“อืม น่าจะเต็มที่ที่ทำได้แล้ว!”
ยิ่งคิด ซย่าเจียงก็ยิ่งรู้สึกว่าแผนนี้สมบูรณ์แบบ เธอตัดสินใจโทรหาฝ่ายโฆษณาของเถิงต๋าทันทีเพื่อขอนัดสัมภาษณ์พิเศษ
…
ฝ่ายโฆษณา เถิงต๋า คอร์เปอเรชัน
เมิ่งชั่งตะลึงงันไปเมื่อรับสายซย่าเจียง “หัวหน้าบรรณาธิการของแพลตฟอร์มทางการ?
“อยากขอสัมภาษณ์ผม???”
เมิ่งชั่งเงียบไปและรู้สึกสับสนเล็กน้อย หลังได้รับการยืนยัน เขาควรตกลงให้สัมภาษณ์ดีรึเปล่า ตามหลักเหตุผลแล้วเมิ่งชั่งไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธเธอ
นักข่าวจากแพลตฟอร์มทางการอยากนัดสัมภาษณ์พิเศษและเอาไปลงบนแพลตฟอร์มทางการเพื่อช่วยโปรโมตคอลเล็กชันรวมเกมจีนสุดคลาสสิก เท่ากับเป็นการช่วยสร้างกระแสเพิ่มให้แคมเปญโปรโมตของเมิ่งชั่งฟรีๆ
ถ้ามองจากสายตาคนนอกแล้วจะปฏิเสธได้ยังไง แต่เมิ่งชั่งรู้ว่ายิ่งแคมเปญนี้ได้รับความนิยมมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งได้ค่าคอมมิชชันน้อยลงเท่านั้น
นอกจากนั้นเมิ่งชั่งยังไม่อยากเอาหน้ามากเกินไป เพราะเขาทำงานให้กับฝ่ายเกมเถิงต๋าและบอสเผย ว่ากันตามตรงแล้วเหมือนอาศัยใต้ชายคาคนอื่น เนื่องจากต้องการปิดหนี้ให้เร็วที่สุด เขาจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยอมก้มหัวอยู่ใต้ชายคานี้
อันที่จริงเมิ่งชั่งไม่ได้สนใจอยากโปรโมตเกมจีนคลาสสิกเลยสักนิด และไม่ได้เคารพหรือภักดีต่อบอสเผยด้วย เขาแทบอดใจไม่ไหวที่จะทำลายกิจการของเถิงต๋าและกอบโกยค่าคอมมิชชันเพิ่ม
แต่เห็นได้ชัดว่าซย่าเจียงเข้าใจผิด การสัมภาษณ์ทั้งหมดมุ่งเน้นไปในเรื่องแนวๆ ‘จิ๊กโก๋กลับใจ’ และ ‘การกลับตัวจากเส้นทางผิดๆ’ แบบนี้จะให้เมิ่งชั่งทนได้ยังไงไหว
พอนึกถึงคำถามที่ซย่าเจียงจะถาม เมิ่งชั่งก็รู้สึกอึดอัดไปหมด
แน่นอนว่าด้วยวาทศิลป์และทักษะการแสดงที่มี เขาทำทีให้สัมภาษณ์ให้ผ่านๆ ไปได้อย่างไม่มีปัญหาแน่นอน แต่ก็ยังรู้สึกกระอักกระอ่วนใจอยู่ดี
เขาตอบตกลงไม่ได้ แต่ถ้าปฏิเสธไปตรงๆ ก็จะดูแข็งกร้าวเกินไป หลังจากพิจารณาอยู่พักใหญ่ เมิ่งชั่งก็พูดขึ้น
“คืองี้ครับหัวหน้าซย่า ผมอยากให้สัมภาษณ์จริงๆ แต่ตอนนี้งานผมยุ่งมาก
“คุณสัมภาษณ์พนักงานหลักจากฝ่ายของเราแทนได้ไหมครับ”
เมิ่งชั่งไม่อาจปฏิเสธง่ายๆ แต่ก็ไม่อยากให้สัมภาษณ์เอง เขาจึงผลักภาระนี้ไปให้คนอื่นในฝ่ายแทน
ถ้าไม่ได้สัมภาษณ์คนที่เป็นประเด็น การสัมภาษณ์ครั้งนี้ก็จะไม่เป็นกระแสและไม่กระทบกับแผนของเมิ่งชั่ง ขณะเดียวกันก็ไม่เป็นการหักหน้าแพลตฟอร์มทางการด้วย
ซย่าเจียงเงียบไปครู่หนึ่ง ชัดเจนว่าเธอรู้สึกเสียดายที่ไม่ได้สัมภาษณ์เมิ่งชั่งโดยตรง
แต่หลังจากครุ่นคิดดู เธอก็ตอบออกไป
“ได้ค่ะ งั้นดิฉันขอสัมภาษณ์พนักงานคนอื่นในฝ่ายของคุณแทน หวังว่าถ้ามีโอกาสคุณจะให้ความร่วมมือกับเรานะคะ”
เมิ่งชั่งดีใจมาก “ได้ครับหัวหน้าซย่า ไม่ต้องห่วงเลยครับ!”
ซย่าเจียงวางสายไปแล้วคิดกับตัวเอง ดูเหมือนว่าจะต้องงัดเทคนิคการสัมภาษณ์ ‘ช่องว่าง’ ที่เคยใช้สัมภาษณ์บอสเผยก่อนหน้านี้ออกมาใช้อีกครั้งแล้ว!