ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี - บทที่ 988: จัดตั้งฝ่ายขาย! บทที่ 989: ทัศนคติที่ถูกต้องในการหลอกล่อหลินหวาน
- Home
- ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี
- บทที่ 988: จัดตั้งฝ่ายขาย! บทที่ 989: ทัศนคติที่ถูกต้องในการหลอกล่อหลินหวาน
วันอาทิตย์ที่ 8 เมษายน แปดโมงเช้า
เผยเชียน จ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วยสายตาว่างเปล่า มือขวาที่กำลังเลื่อนลูกกลิ้งและคลิกเมาส์ขณะไล่ดูเว็บต่างๆ อยู่แข็งทื่อ
เมื่อคืนเขานอนหลับไม่เต็มอิ่ม เพราะข่าวเรื่อง Mission & Choice กับ Fantasy Battle Remake กระจายว่อนอินเทอร์เน็ต ทำเอาเขาเสียศูนย์ไปพักใหญ่
เผยเชียนกลิ้งไปมาบนเตียงตลอดทั้งคืน แม้จะหลับตาลงก็ยังเห็นคอมเมนต์สุดสยองบนโลกออนไลน์
“Mission & Choice ชนะ Fantasy Battle Remake!”
“ชีวิตมีขึ้นมีลงสุดๆ!”
“ความอัปยศของวงการเกมจีนกลายเป็นแสงสว่างของวงการ เราต้องช่วยกันอุดหนุน!”
“ฉันจะขอคืนเงินเกม Fantasy Battle Remake เอามาซื้อ Mission & Choice!”
เผยเชียนยอมรับความจริงไม่ได้จนนอนหลับไม่สนิทตลอดทั้งคืน
“ทำไมสร้างเกมเส็งเคร็งแบบนี้ขึ้นมาได้ ไม่เห็นจะสมเหตุสมผลเลยสักนิด!”
ขนาดคนอื่นยังไม่เข้าใจว่าทำไม Fantasy Battle Remake ถึงห่วยขนาดนี้แล้ว เผยเชียนจะไปคิดออกได้ยังไง!
แต่เรื่องบ้าบอแบบนี้ก็เกิดขึ้นแล้ว ใครจะให้คำอธิบายได้บ้าง
“ติ๊ง” มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะร้องเตือน
เผยเชียนหยิบมาดูแล้วพบว่าเป็นข้อความจาก เหออัน ชายแก่ผู้นี้รักษาสุขภาพให้แข็งแรงขึ้นด้วยการเข้านอนเร็วและตื่นเช้าอยู่เสมอ
ชัดเจนว่าเขาเพิ่งได้ข่าวเรื่อง Fantasy Battle Remake ดูท่าเหออันจะตื่นเต้นมาก เพราะเขาส่งข้อความเสียงมารัวๆ
“โห บอสเผย คุณคาดการณ์ไว้แล้วเหรอครับว่า Fantasy Battle Remake จะออกมาห่วยขนาดนี้ ไม่งั้นทำไมคุณถึงกล้าปล่อย Mission & Choice มาขายชนกับ Fantasy Battle Remake”
“จริงๆ พอมาคิดดูแล้วก็มีสัญญาณส่อแววเจ๊งของ Fantasy Battle Remake ให้เห็นบ้างเหมือนกัน ผมบอกได้จากเบาะแสบางอย่างก่อนหน้านี้”
“ตัวอย่างเช่น หลายเกมที่เปิดตัวช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คุณภาพแย่ลงเรื่อยๆ และค่อยๆ สูญเสียชื่อเสียงในฐานะ ‘ผลงานคุณภาพสูง’ เมื่อต้องรับมือกับคำติชมของผู้เล่น พวกเขาก็ดูทะนงตัวมาก และมักจะ ‘สอนผู้เล่นว่าต้องเล่นเกมยังไง’ อยู่เสมอ…”
“แถม Fantasy Battle Remake ยังปิดบังข้อมูลมาตลอด ก่อนเกมปล่อยออกมาก็มีข่าวเชิงลบให้ได้ยินบ้าง ทุกคนไว้ใจเกมนี้กันมากเกินไปก็เลยเมินเฉยต่อข่าวเชิงลบเล็กๆ น้อยๆ พวกนี้ และเชื่อมั่นว่ามันจะสานต่อตำนานความคลาสสิกต่อไปได้…”
“เป็นไปได้ไหมครับว่าบอสเผยจะตัดสินว่า Fantasy Battle Remake มีแนวโน้มที่จะล้มเหลวจากข้อมูลเหล่านี้ นี่คือเหตุผลที่คุณเลื่อนวันวางจำหน่าย Mission & Choice มาเป็นวันนี้ใช่ไหมครับ”
“แต่เดี๋ยวนะ จังหวะมันบังเอิญตรงกันเกินไป อย่าบอกนะว่าคุณคิดเอาไว้แล้วตั้งแต่ตัดสินใจเลือกแนวเกมและตีม ถึง Fantasy Battle Remake จะเพิ่งประกาศเปิดตัวเมื่อเดือนที่แล้ว แต่ก็มีข่าวลือให้ได้ยินมาสักพักแล้ว หรือว่าคุณจะคำนวณเวลาการพัฒนาของเกมนี้คร่าวๆ และกำหนดเวลาการพัฒนาของเกม Mission & Choice ไว้…”
เหออันอายุเยอะแล้วเลยพิมพ์ช้า แต่กลับส่งข้อความเสียงได้เร็วมาก
ผ่านไปแป๊บเดียวข้อความก็เด้งรัวๆ จนเต็มหน้าจอ ฟังจากน้ำเสียงแล้วบอกได้เลยว่าเขาตื่นเต้นมาก
เกมจีนเอาชนะ Fantasy Battle Remake ได้แม้เจอกันซึ่งหน้า แถมยังบดขยี้อีกฝ่ายเละเทะในทุกด้าน นับว่าเป็นความสำเร็จที่น่าภาคภูมิใจมากสำหรับเกมเมอร์ชาวจีน!
ถือเป็นเรื่องเกินจินตนาการในยุคของพวกเขา!
แน่นอนว่าเหตุผลหลักที่เอาชนะได้ในการดวลกันซึ่งหน้าเป็นเพราะ Fantasy Battle Remake ทำออกมาห่วยเกินไป เรียกได้ว่าเป็นขยะในหมู่ขยะ แต่ไม่ว่าจะยังไงก็ถือว่าโดนโค่นอยู่ดี แถมคุณภาพของ Mission & Choice ก็ดีมากจริงๆ!
ตอนแรกเหออันคิดว่า Mission & Choice ชะตาขาดแน่นอนถ้าปล่อยชนกับ Fantasy Battle Remake แต่ตอนนี้เขาตระหนักแล้วว่าอีกฝ่ายต่างหากที่ชะตาขาด ความนิยมทั้งหมดถูก Mission & Choice เหมาหมด!
เมื่อนึกย้อนกลับไปดูท่าทีมั่นใจและมีลับลมคมในของบอสเผย เหออันก็รู้สึกได้ทันทีว่าทุกอย่างอยู่ในแผนของอีกฝ่าย
สีหน้าของเผยเชียนดูเลื่อนลอยยิ่งกว่าเก่าขณะฟังข้อความเสียงของเหออัน
พูดอะไรของแก! ความจำเสื่อมรึไง ฉันเป็นคนถามแกว่าทำแนวไหน ตีมไหนดี แกเป็นคนตัดสินใจเองทั้งนั้น!
กลายเป็นว่าฉันวางแผนไว้หมดแล้วได้ยังไง ฉันยอมให้โทษฉันเรื่องความสำเร็จของเกม แต่การเลือกแนวเกมกับตีมเกมนี่ไม่เกี่ยวกับฉันเลย!
เผยเชียนรีบตอบกลับ “จะเป็นแบบนั้นได้ยังไงครับ คุณเป็นคนเลือกแนวเกม ตีม เซ็ตติ้ง ไปจนถึงรายละเอียดการออกแบบบางอย่างไม่ใช่เหรอครับ”
เหออันตอบกลับทันที “บอสเผยเลิกถ่อมตัวได้แล้วครับ พอมาย้อนนึกดูแล้วคุณน่าจะใช้เทคนิคการเสนอแนะทางจิตวิทยาแบบพิเศษบางอย่างกับผมใช่ไหมครับ”
“คุณถามผมว่าตอนนี้แนวเกมไหนอยู่ในช่วงขาลง ขณะเดียวกันเถิงต๋าก็ยังไม่เคยทำเกม RTS มาก่อน ผมเลยนึกถึงเกม RTS โดยไม่รู้ตัว”
“บทสนทนาตอนจากนั้นก็คล้ายๆ กัน บอสเผยคุณวางรายละเอียดการออกแบบเกมเอาไว้แล้ว แต่จงใจยกแนวทางง่ายๆ ขึ้นมาพูดเพื่อล่อให้ผมเสนอแนวทางที่ยากขึ้น อันที่จริงคุณตั้งใจจะเลือกแนวทางที่ยากที่สุดอยู่แล้ว!”
“ดังนั้นดูเผินๆ จะเหมือนผมเป็นคนกำหนดกรอบการทำงานภาพรวม และรายละเอียดหลายอย่างของ Mission & Choice แต่จริงๆ แล้วผมแค่กำหนดรายละเอียดตามการบอกใบ้ทางจิตวิทยาของคุณ ไม่อย่างนั้นจะสร้างเกมที่ประสบความสำเร็จโดยเอาองค์ประกอบชวนล้มเหลวมารวมกันได้ยังไง ไม่สมเหตุสมผลเลยครับ!”
เหออันพูดอย่างมั่นใจ ราวกับว่าเขาอ่านความคิดอันแยบยลของเผยเชียนออกหมด
แต่เผยเชียนกลับเผยอปากเล็กน้อย ไม่สามารถโต้แย้งอะไรได้
“เชี่ยไรเนี่ย…”
การวิเคราะห์เป็นฉากๆ ของเหออันทำเผยเชียนตะลึงงันไป เขาคิดไม่ออกเลยว่าจะหักล้างได้ยังไง
เห็นได้ชัดว่าเหออันยกระดับเผยเชียนในหัวขึ้นไปสูงแบบไร้ที่สิ้นสุด ไม่ว่าเผยเชียนจะอธิบายอะไรไปก็ไม่มีประโยชน์
เหออันพูดต่อ “ถึงคุณจะทำให้ผมเป็นจำอวดอีกครั้งแต่ผมก็ดีใจมาก! ผมไม่คิดเลยว่าคุณจะเปลี่ยนความเสื่อมโทรมให้กลายเป็นสิ่งพิเศษได้ คุณรวบรวมองค์ประกอบทั้งหมดที่จะนำไปสู่ความล้มเหลวอย่างแน่นอนแล้วพลิกมันเสียใหม่!”
“ผมดีใจจริงๆ ที่อัจฉริยะอย่างคุณปรากฏตัวในวงการเกมจีน! ไว้ค่อยคุยกันนะครับ ผมได้ตั๋วแล้ว วันนี้ผมชวนเพื่อนเก่าไปดู Mission & Choice ด้วยกันเป็นรอบที่สอง!”
เผยเชียน “…” สิ้นหวังแล้ว
หนัง Mission & Choice กลายเป็นที่นิยมพร้อมกับเกม ชาวเกมเมอร์อยากเข้าไปดูเนื้อเรื่องกันอีกรอบ ส่วนพวกที่ดูหนังจบก็อยากลองเล่นเกมดู…
ชาวเกมเมอร์สุขใจกันสองเด้ง ในขณะที่บอสเผยโดนแทงไปสองฉึก
เผยเชียนลุกยืนและเดินไปรอบห้องนั่งเล่นอยู่สองรอบ
“ปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้ ต้องคิดหาทางเยียวยาสถานการณ์”
“ดูจากสถานการณ์ในตอนนี้ เกมกับหนังมีแนวโน้มที่จะได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ รายได้จากหนังต้องใช้เวลาระยะหนึ่งกว่าจะโอนเข้ามา แต่รายได้ของเกมน่าจะได้ในไม่ช้า…”
“เงินที่ใช้ไปก่อนหน้านี้น่าจะกลับเข้ากระเป๋าเร็วๆ นี้ ต้องรีบหาทางอื่นในการผลาญเงิน!”
“แต่ก็สายไปหน่อยที่จะเริ่มกิจการใหม่ เหลือเวลาอีกสามเดือนกว่าก็จะถึงวันปิดบัญชี เปิดกิจการใหม่ตอนนี้อาจจะทำให้เกิดปฏิกิริยาลูกโซ่มากยิ่งขึ้น และทำให้เกิดวิกฤติใหญ่กว่าเดิมได้ง่ายๆ…”
“เราพิจารณาเรื่องเปิดบริษัทเกมใหม่กับเฉินฮว่าคอร์เปอเรชันได้ น่าจะต้องใช้เงินประมาณหนึ่ง มีทางอื่นอีกมั้ย…”
“ตอนนี้เถิงต๋ายังขาดฝ่ายไหนอยู่” เผยเชียนมองไปรอบๆ ทันใดนั้นตาของเขาก็เป็นประกายขึ้นมา
“ใช่แล้ว ฝ่ายขายไง! เถิงต๋ายังไม่มีฝ่ายขาย!”
เผยเชียนพบจุดบอดทันที เขามักจะมองข้ามฝ่ายขายเพราะบริษัทอย่างเถิงต๋าไม่มีความตั้งใจที่จะขายสินค้าใดๆ
แต่ตอนนี้สายไปแล้วที่จะปิดบังเรื่องสินค้า เพราะงั้นจะมีฝ่ายขายไปทำมะเขืออะไร
แต่จู่ๆ เผยเชียนก็ตระหนักว่า ฝ่ายขายไม่จำเป็นต้องทำงานเกี่ยวกับการขายเสมอไป!
เขาผลาญเงินในนามของฝ่ายขาย แต่จริงๆ แล้วให้ทำหน้าที่กีดกันลูกค้าได้ ทำแบบนี้ก็วิเศษไปเลยใช่ไหมล่ะ!
“ฉันนี่มันอัจฉริยะจริง!” เผยเชียนรู้สึกทุกข์ใจน้อยลงเพราะจู่ๆ ก็คิดวิธีผลาญเงินดีๆ ได้!
บทที่ 989: ทัศนคติที่ถูกต้องในการหลอกล่อหลินหวาน
วันจันทร์ที่ 16 เมษายน
“เสร็จสักที!” เฉียวเหลียงขยี้รอยคล้ำใต้ตาแล้วยืดเส้นยืดสาย
หน้าจอคอมพิวเตอร์ของเขาขึ้นข้อความว่าคลิปผลงานเทพสร้างตอนใหม่ได้อัปโหลดและผ่านการอนุมัติเรียบร้อยแล้ว ซึ่งทำให้เขาโล่งใจมาก
หลังจากเล่น Mission & Choice กับ Fantasy Battle Remake ไปเมื่อวันเสาร์ เขาก็ได้รับแรงบันดาลใจอย่างล้นหลาม จึงทุ่มทำงานอย่างหนักตลอดวันอาทิตย์เพื่อเข็นคลิปออกมา
เขาตื่นขึ้นมาหลังจากนอนพักไปสี่ห้าชั่วโมง และโหมงานหนักในช่วงเช้า ช่วงบ่ายคลิปก็ตัดต่อเสร็จเรียบร้อย!
เฉียวเหลียงพอใจกับคลิปนี้มาก ตอนที่วิเคราะห์เกมดิ้นรนเพื่อทำคลิปก่อนหน้านี้ เขาประสบปัญหาเล็กน้อยและทำคลิปออกมาได้ลำบากมาก
สุดท้ายก็ได้โพสต์วิเคราะห์เกมจากมุมมองนักออกแบบเกมของคุณเหออันช่วยไว้ เฉียวเหลียงเลยถึงบางอ้อในที่สุด
หลังจากนั้นเขาก็ได้บทเรียน เขาเริ่มตระหนักว่าระดับของบอสเผยสูงขึ้นเรื่อยๆ และแนวคิดการออกแบบเกมก็พัฒนาแบบก้าวกระโดด
ในฐานะเกมเมอร์ ความเข้าใจเรื่องเกมของเขาเริ่มโดนบอสเผยทิ้งห่างออกไป ช่องว่างระหว่างทั้งสองกว้างขึ้นเรื่อยๆ
ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปก็จะมีสถานการณ์ที่บอสเผยสร้างเกมสุดคลาสสิกขนาดที่ต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ออกมา แต่อาจารย์เฉียวกลับไม่สามารถตีความได้ เขาจะปล่อยให้เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นไม่ได้!
ดังนั้นเพื่อไล่ตามความเข้าใจเรื่องเกมของบอสเผยที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดให้ทัน เฉียวเหลียงจึงทุ่มเวลาส่วนใหญ่ไปกับการศึกษาความรู้ด้านการออกแบบเกมระดับมืออาชีพ และอ่านบทวิเคราะห์และให้คะแนนเกมคลาสสิกบางเกมของสื่อเกมและนักออกแบบเกมมืออาชีพ
ความพยายามของเขาส่งผลในที่สุด เฉียวเหลียงตระหนักว่าถึงหลายคนจะออกมาอวยยศเกม Mission & Choice แต่ส่วนใหญ่กลับชื่นชมไม่ตรงจุด
ถึง Mission & Choice จะมีกระแสแต่ก็ไม่มากพอ ยังไม่ได้เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย!
เวลาเป็นปัจจัยที่สำคัญมาก Mission & Choice ขาดการประชาสัมพันธ์ตั้งแต่เนิ่นๆ แต่อาศัยการกระจายความนิยมตามธรรมชาติ ซึ่งความนิยมยังถูกจำกัดไว้ในระยะเวลาเพียงสองหรือสามวัน
ดังนั้นเฉียวเหลียงจึงรู้สึกว่าเขาควรใชวิดีโอนี้อธิบายเกมอย่างเป็นระบบและครบจบในทุกประเด็น เพื่อที่ชาวเกมเมอร์จะได้เข้าใจความสำคัญเรื่องประวัติศาสตร์ของเกมนี้ได้ดียิ่งขึ้น!
เมื่อชาวเกมเมอร์ตระหนักถึงจุดนี้ พวกเขาจึงจะเห็นถึงคุณค่าที่แท้จริงของเกมนี้ คนที่ยังลังเลและมัวดูเชิงอยู่ก็จะควักเงินซื้อโดยไม่ลังเล!
…
ขณะเดียวกัน เผยเชียนเพิ่งมาถึงฉางหยางเกมส์
เขาเตรียมตัวเข้าไปกล่อมหลินหวาน เพื่อที่จะได้จัดการเรื่องการจัดตั้งบริษัทเกมของเฉินฮว่าให้เร็วที่สุด
การตั้งบริษัทนี้มีประโยชน์กับเขาสองอย่าง หนึ่งคือมีข้ออ้างให้เฉดหัวหลินหวานออกไป สองคือจะได้มีช่องทางช่วยผลาญเงิน
บริษัทเกมของเฉินฮว่าเพิ่งก่อตั้งขึ้น ดังนั้นความน่าจะเป็นที่เกมจะเจ๊งจึงค่อนข้างสูง
นอกจากนั้นระบบยังมีข้อจำกัดที่แตกต่างกันระหว่างโปรเจ็กต์ของเถิงต๋ากับโปรเจ็กต์ที่เถิงต๋าร่วมลงทุน
ตัวอย่างเช่น เกมที่เถิงต๋าพัฒนาจะอยู่ภายใต้กฎของระบบ แต่เกมที่ศูนย์พัฒนาเกมอินดี้พัฒนา มีข้อจำกัดน้อยกว่ามาก และยิ่งน้อยลงไปอีกถ้าเป็นบริษัทที่บริษัทลงทุนหยวนเมิ่งให้เงินทุน
ตอนนี้ออฟฟิศฉางหยางเกมส์เต็มไปด้วยบรรยากาศยุ่งวุ่นวายและกระตือรือร้น
“มีบั๊กตรงนี้นิดหน่อย รีบแก้ไขเลย”
“ตัวละครน้องสาวคนนี้ยังดูแข็งทื่อไปหน่อย ปรับเพิ่มอีกนิดได้มั้ย”
“ดูแปลกๆ จัง น่าจะเป็นเพราะการพากย์ ให้นักพากย์มาพากย์ตรงนี้ใหม่”
การค้นคว้าและวิจัยเกม Fitness Battle สิ้นสุดลงแล้ว ตอนนี้เข้าสู่ช่วงทดสอบเกม แก้บั๊ก และปรับแก้ขั้นสุดท้าย
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าความสำเร็จของ Mission & Choice ทำให้ฉางหยางเกมส์ฮึกเหิมขึ้นมา พวกเขาเปี่ยมไปด้วยแรงใจในการทำงาน
เพราะยังไงเถิงต๋าคอร์เปอเรชันก็มีลูกในไส้แค่สองคนในกิจการเกม ลูกคนหนึ่งนำหน้าไปก่อนแล้ว ลูกอีกคนจะมัวตามหลังอยู่ได้ยังไง
เผยเชียนเห็นแล้วก็ปวดใจ ทำไมฉางหยางเกมส์ถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้!
เห็นได้ชัดว่าหลินหวานที่เป็นผู้ดูแลฉางหยางเกมส์มีส่วนรับผิดชอบสูงสุด คิดได้แบบนั้นเผยเชียนก็เดินไปเคาะประตูห้องทำงานหลินหวานเบาๆ
“บอสเผย?” หลินหวานแปลกใจเล็กน้อย “เชิญนั่งก่อนค่ะ”
หลินหวานรินชาให้แล้วถามขึ้น “วันนี้บอสเผยแวะมามีอะไรรึเปล่าคะ บอสไม่ต้องจับตาดู Mission & Choice ของฝ่ายเกมเถิงต๋าเหรอคะ หรือบอสคิดว่า Mission & Choice วางใจได้แล้วไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ก็เลยแวะมาดูว่าตอนนี้ Fitness Battle เป็นยังไงบ้าง”
เผยเชียนจิบชาเงียบๆ พลางหัวเราะเหอะๆ ในใจ หลินหวานคิดผิดสุดๆ
Mission & Choice วางใจอะไรไม่ได้เลย สิ้นหวังสุดๆ ฉันเลยมาหาฉางหยางเกมส์แทน!
แล้ว Fitness Battle ก็ไม่ใช่ประเด็นหลัก เขาไม่ได้สนใจโปรเจ็กต์นี้เลยสักนิด เกมออกกำลังกายจะเป็นกระแสได้สักแค่ไหนกันเชียว จะสู้ Mission & Choice ได้เหรอ
ถ้าปล่อยไปตามยถากรรมจะทำเงินให้ได้สักเท่าไหร่กัน สิ่งที่เผยเชียนให้ความสำคัญตอนนี้คือการพัฒนาในอนาคตของฉางหยางเกมส์!
เขาคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้น “คุณดูแลฉางหยางเกมส์มานานแล้ว รู้สึกยังไงบ้าง”
หลินหวานขบคิดอยู่สักพัก “ดีมากเลยค่ะ! หนูรู้สึกว่าความสามารถของตัวเองพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ระหว่างที่ดูแลฉางหยางเกมส์ ได้เรียนรู้ทฤษฎีการออกแบบเกมมากมาย เรียกได้ว่าได้ประโยชน์มากเลยค่ะ! แต่…หนูรู้สึกว่าตัวเองยังเก่งไม่พอ ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหนก็ไล่ตามเกมอย่างดิ้นรนและ Mission & Choice ไม่ทัน ดังนั้นหนูต้องตั้งหน้าตั้งตาเรียนรู้ต่อไป!”
เผยเชียนเงียบไป ทัศนคติของหลินหวานยังเหมือนเดิมจริงๆ แต่ถ้ายังคิดแบบนั้นอยู่ฉันก็จัดการต่อได้ยาก!
ดิ้นรนกับ Mission & Choice จริงๆ แล้วไม่ได้มีทฤษฎีการออกแบบเกมล้ำลึกอะไรเลย มันถือกำเนิดขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ
อันที่จริงทฤษฎีการออกแบบเกมของเธอเหนือกว่าฉันมาก ขอละ รีบไสหัวออกไปให้ฉันได้ขาดทุนสักที!
แต่เผยเชียนก็พูดแบบนั้นออกไปไม่ได้ บอกหลินหวานว่า ‘คุณเก่งพอแล้ว’ ในตอนนี้ก็ไม่ได้ เพราะหลินหวานเชื่อมั่นว่าตัวเองยังห่างไกลจากคำว่าเก่งอยู่มาก
ถ้าพูดแบบนั้นไปก็จะไปกระตุ้นกลไกการป้องกันตัวในใจอีกฝ่าย และทำให้เธอสงสัยว่าหลินฉางน่าจะอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ ซึ่งจะทำให้สถานการณ์ไปไกลเกินควบคุม
เผยเชียนต้องส่งหลินหวานกลับไปโดยสวัสดิภาพและไม่ไปกระตุ้นกลไกการป้องกันตัวในใจของหลินหวาน
เขาเตรียมข้ออ้างมาอย่างชาญฉลาดแล้ว จากความเข้าใจในตัวหลินหวานของเขา ข้ออ้างนี้มีอัตราความสำเร็จสูงมาก
“ใช่ ถึงทักษะการออกแบบเกมของคุณจะพัฒนาขึ้น แต่คุณก็ยังห่างไกลจากการเป็นนักออกแบบเกมชั้นแนวหน้า”
เผยเชียนแสร้งทำเป็นเห็นด้วยกับหลินหวาน ทำแบบนี้ก็จะขจัดความระแวดระวังตัว และปูทางไปสู่สิ่งที่จะพูดต่อไป
หลินหวานตาเป็นประกายขึ้นมาขณะถาม “บอสเผยคะ หนูควรทำยังไงต่อไปเพื่อพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น”
หลังจากเงียบไปพักหนึ่ง เผยเชียนก็พูดขึ้น “ผมคิดว่าคุณควรออกจากคอมฟอร์ตโซนของตัวเอง”
หลินหวานผงะไป “ออกจากคอมฟอร์ตโซน?”
เผยเชียนพยักหน้า “ใช่ ฉางหยางเกมส์คือคอมฟอร์ตโซนของคุณ”
“มีสิ่งจำเป็นอยู่สามอย่างที่จะทำให้พัฒนาไปเป็นนักออกแบบเกมชั้นแนวหน้าได้ หนึ่ง ความคิดนอกกรอบอย่างสร้างสรรค์และวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล สอง การจัดการและควบคุมทีมที่ดี สาม การปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย”
“ความคิดกับวิสัยทัศน์เป็นสิ่งที่ค่อนข้างเป็นปริศนา ตอนนี้ข้อหนึ่งของคุณเริ่มเป็นรูปเป็นร่างแล้ว ถ้าอยากพัฒนาต่อไปก็ต้องตระหนักรู้ให้ได้ด้วยตัวเอง ไม่มีใครมาสอนไปทีละขั้นได้ กุญแจสำคัญอยู่ที่สองอย่างสุดท้าย”
“นักออกแบบเกมฝีมือโดดเด่นไม่เคยทำงานลำพัง ต้องมีทีมที่แข็งแกร่งคอยสนับสนุน คุณต้องมั่นใจว่าทุกคนในทีมจะเข้าใจความตั้งใจของคุณ และดำเนินงานต่อยอดจากความคิดของคุณ โดยเปลี่ยนความตั้งใจเหล่านั้นมาเป็นระบบเกม”
“สภาพแวดล้อมของนักออกแบบเกมฝีมือโดดเด่นเปลี่ยนแปลงไปมาอยู่ตลอด ถ้าเก่งแค่ในสภาพแวดล้อมใดสภาพแวดล้อมหนึ่ง แต่ไม่ประสบความสำเร็จในสภาพแวดล้อมอื่น ก็เรียกตัวเองว่าเป็นนักออกแบบเกมฝีมือโดดเด่นไม่ได้”
สีหน้าของเผยเชียนระหว่างที่พูดดูจริงจังมาก ทำให้ผู้คนรู้สึกว่า ‘นี่แหละคือผู้รู้และเข้าใจทุกสิ่งอย่างแท้จริง’
อันที่จริงทั้งหมดที่พูดมานั้นเหลวไหลทั้งเพ เขาแค่พูดปูทางสำหรับสิ่งที่จะพูดต่อไป แม้จะเหลวไหลแต่ก็ฟังดูสมเหตุสมผลมากจนสร้างความสับสนให้หลินหวานได้
หลินหวานเหมือนกำลังครุ่นคิดอยู่ แต่สีหน้าของเธอก็บ่งบอกถึงความสับสนเหมือนกัน
“แต่บอสเผยคะ หนูก็มีทีมดีๆ ในฉางหยางเกมส์ หวังเสี่ยวปินกับเย่วจือโจวช่วยหนูได้เยอะเลย ความคิดของพวกเราก็เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ส่วนเรื่องปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย… ฉางหยางเกมส์ก็พัฒนาเกมมาหลายแนว แค่นี้ยังพิสูจน์ไม่ได้อีกเหรอคะว่าเราสามารถปรับตัวให้เข้ากับตลาดที่ไม่คุ้นเคยได้”
เผยเชียนส่ายหน้าทันที “ไม่ได้ โยงกลับไปถึงสิ่งที่พูดก่อนหน้านี้ คุณต้องออกจากคอมฟอร์ตโซนของตัวเอง!”
“ทำไมฉางหยางเกมส์ถึงเป็นคอมฟอร์ตโซนของคุณน่ะเหรอ ก็เพราะหวังเสี่ยวปิน เย่วจือโจว และทีมงานคนอื่นๆ ทำงานด้วยกันมานานแล้วก่อนคุณจะย้ายเข้ามา หลังจากซื้อกิจการฉางหยางเกมส์มา ผมก็ปรับเปลี่ยนโครงสร้างบุคลากรอยู่สักพักจนโครงสร้างองค์กรของฉางหยางเกมส์สมบูรณ์พร้อม”
“คุณได้มาดูแลทีมที่ปั้นมาจนโตแล้ว เพราะงั้นแน่นอนว่าทุกอย่างย่อมดำเนินไปอย่างราบรื่นมาก แต่ชัดเจนว่าทีมผู้พัฒนาที่ดีจะต้องสร้างขึ้นโดยผู้อำนวยการสร้างที่ยอดเยี่ยม”
“เช่นเดียวกันกับการปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย ก็จริงที่ทักษะการปรับตัวของคุณพัฒนาขึ้นมากในทีมที่เติบโตแล้วอย่างฉางหยางเกมส์ ทิศทางภาพรวมของเกมถูกกำหนดไว้แล้วตั้งแต่เนิ่นๆ รายละเอียดต่างๆ ได้ข้อสรุปหลังทุกคนปรึกษาหารือกัน พอเกมเปิดตัวออกมาก็ได้ ‘อานิสงส์ของเถิงต๋า’ ช่วยอัตโนมัติ ชาวเกมเมอร์มีความลำเอียงอยู่แล้วในใจ… ก็เลยช่วยพัฒนาทักษะการปรับตัวได้มาก”
“แต่จริงๆ แล้ว ทักษะการปรับตัวนั้นไม่ใช่ของคุณ แต่เป็นของฉางหยางเกมส์และเถิงต๋าคอร์เปอเรชัน ถ้าคุณพอใจกับสถานะปัจจุบันในตอนนี้ก็อยู่ต่อไปแบบนี้ก็ได้ แต่ประเด็นคือคุณพอใจกับสถานะนี้แล้วจริงๆ เหรอ”
หลินหวานตอบกลับทันที “ไม่อยู่แล้วค่ะ!”