ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี - บทที่ 992: สร้างอนุสาวรีย์ให้บอสเผยไปเลยสิ!
หลังดูคลิปของเฉียวเหลียงจบ เผยเชียนก็เงียบไปพักใหญ่
ไม่ใช่เพราะคิดว่าสิ่งที่เฉียวเหลียงพูดนั้นสมเหตุสมผล
แต่เพราะตกใจกับการอวยไปเรื่อยของอีกฝ่าย!
ไอ้อาจารย์เฉียวนี่เหมือนจะคิดลูกไม้ใหม่ๆ ได้ตลอด!
จริงๆ แล้วเผยเชียนไม่คิดว่าเกม Mission & Choice จะเกิดการพลิกผันครั้งใหญ่เหมือน กลับใจคือฟากฝั่ง หรือ ดิ้นรน
ถึง Mission & Choice จะล้มล้างระบบการเล่นดั้งเดิมของ RTS แต่โดยรวมก็ยังอยู่ในขอบเขตความเข้าใจของชาวเกมเมอร์
ไม่เหมือน กลับใจคือฟากฝั่ง กับ ดิ้นรน ที่เกิดข้อถกเถียงครั้งใหญ่ตอนที่ปล่อยออกมาช่วงแรก
แถมประเด็นร้อนส่วนใหญ่ของ Mission & Choice ในช่วงแรกยังพุ่งความสนใจไปที่เนื้อเรื่อง
เนื้อเรื่อง ระบบการเล่น กราฟิกเกมโดนอวยกันยกใหญ่ เพราะงั้นยังมีอะไรให้อวยได้อีก
อย่างมากอาจารย์เฉียวก็น่าจะเอาเรื่องพวกนี้มาพูดซ้ำในคลิป แต่เขาก็ไม่คิดว่าเฉียวเหลียงจะหาแง่มุมใหม่ได้!
รอบนี้เฉียวเหลียงย้ำอยู่สองเรื่องคือ ‘ก้าวครั้งสำคัญ’ กับ ‘รูปแบบการผลิต’
ก้าวครั้งสำคัญคือ Mission & Choice เวอร์ชันเดิมเป็นสัญลักษณ์ความอ่อนด้อยของวงการเกมจีนเมื่อเทียบกับ Fantasy Battle
แต่ตอนนี้ Mission & Choice เป็นสัญลักษณ์แห่งการเติบโตอย่างรวดเร็วของวงการเกมจีนเมื่อเทียบกับ Fantasy Battle Remake!
นี่คือก้าวครั้งสำคัญของการพัฒนาวงการเกมจีน
ส่วนรูปแบบการผลิตคือรูปแบบการสร้างเกม ซึ่งเริ่มจากรูปแบบการผลิตแบบบ้านๆ ที่ขาดรากฐานอันมั่นคงต้องอาศัยแรงบันดาลใจของนักออกแบบ
จากนั้นก็ค่อยๆ ขยับเข้าหารูปแบบการผลิตอุตสาหกรรมหนักของศาสตร์แขนงต่างๆ และสร้างมาตรฐานการผลิตผลงานคุณภาพสูงที่มั่นคง
ทันทีที่ยกสองประเด็นนี้ขึ้นมาพูด คลิปก็น่าสนใจขึ้นกว่าเดิม!
เพราะคลิปนี้ไม่ได้วิเคราะห์แค่เกม Mission & Choice แต่เป็นการก้าวข้ามขีดจำกัดทางความคิดและยกระดับไปสู่จุดสูงสุดของวงการเกมจีน
ก็เหมือนรัชศกว่านลี่ปีที่สิบห้า ปีที่ดูไม่มีนัยสำคัญอะไร แต่นักประวัติศาสตร์เห็นถึงสัญญาณการล่มสลายของราชวงศ์หมิงผ่านเหตุการณ์ต่างๆ ในปีนั้น
ซึ่งเป็นปีสำคัญที่ถูกบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ ทุกรายละเอียดถูกศึกษาซ้ำไปมาในฐานะจุดเริ่มต้น!
ยิ่งดูหัวใจเผยเชียนก็ยิ่งเย็นเฉียบ
อาจารย์เฉียวพยายามจะฆ่าฉัน!
อวยยศกันขนาดนี้ไม่สร้างอนุสาวรีย์ให้กันเลยล่ะ สลักข้อความไปเลยว่า บอสเผย วีรบุรุษชั่วนิรันดร์ ผู้กอบกู้วงการเกมจีน เลิกทำเสียเรื่องสักที!
ถ้าสร้างอนุสาวรีย์นี้ขึ้นมาจริงๆ ฉันจะยังขาดทุนจากการสร้างเกมได้อีกมั้ย
เกมเมอร์ชาวจีนก็แห่มาซื้อเกมของฉันกันฉิบหายเลยสิ
“เกมเมอร์ผู้หล่อเหลาและชาญฉลาด ได้โปรดอย่าไปฟังคำพูดเหลวไหลของไอ้บ้านี่!”
เผยเชียนสวดภาวนาในใจ แต่หลังจากอ่านคอมเมนต์วิ่งผ่านหน้าจอและช่องคอมเมนต์ หัวใจของเขาก็เย็นเฉียบยิ่งกว่าเดิม
“สมเหตุสมผลมาก! มีสิ่งที่เรียกว่าภาพยนตร์อุตสาหกรรมหนักกับเกมอุตสาหกรรมหนักจริงๆ ด้วย!”
“อันที่จริงฉันก็มีความรู้สึกคลุมเครือมาก่อน ฉันรู้สึกว่าเกมนี้แตกต่างจากเกมอื่นๆ ที่ผ่านมาของเถิงต๋า แต่ก็บอกไม่ได้ว่าตรงไหน พอได้ดูคลิปนี้ก็ถึงบางอ้อ นี่แหละสิ่งที่ฉันอยากจะบอก!”
“จากมุมมองนี้ การเปิดตัว Mission & Choice มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์มากๆ! ไม่แน่หลานชายฉันอาจจะถามเรื่องนี้ในอนาคต ฉันก็จะได้ตอบอย่างภาคภูมิใจว่า Mission & Choice เป็นสัญลักษณ์ของยุคมืดวงการเกมจีน และ Mission & Choice เวอร์ชันรีเมกเป็นสัญลักษณ์ของยุครุ่งเรืองวงการเกมจีน!”
“ไม่ต้องมัวพูดอะไรต่อให้มากความแล้ว เกมที่เป็นอนุสรณ์สำคัญแบบนี้ต้องซื้อเก็บไว้!”
“ฉันจะไปแนะนำเพื่อน!”
เผยเชียน “…”
พอได้อ่านคอมเมนต์เขาก็แทบหลั่งน้ำตาและรู้สึกกังวลใจสุดๆ
เรื่องอื่นยังพออ้าแขนรับได้ แต่เรื่อง ‘ก้าวสำคัญของวงการเกมจีน’ นี่ยอมไม่ได้จริงๆ!
ถ้ายอมรับเรื่องนี้ เกมทั้งหมดในอนาคตก็จะเป็นที่นิยมภายใต้สปอตไลต์นี้ แล้วเขาจะขาดทุนได้ยังไง
ต้องบอกก่อนว่าฝ่ายเกมเถิงต๋าเป็นกิจการหลักของเถิงต๋าคอร์เปอเรชัน และทำเงินได้มากที่สุด
ถึงการขาดทุนตอนนี้จะเป็นเรื่องยากมาก แต่ก็ยังพอมีโอกาสอยู่ ถ้ายอมรับเรื่องก้าวสำคัญทางประวัติศาสตร์ก็เป็นไปไม่ได้เลยที่จะขาดทุนอีก!
ทำไงดี เผยเชียนเค้นหัวคิดหามาตรการรับมือ เขาเลื่อนดูคอมเมนต์ใต้คลิป
ในที่สุดก็พบกับเสียงโต้แย้งบางส่วน คนที่ไม่เห็นด้วยคิดว่าอาจารย์เฉียวพูดเว่อร์เกิน
เกมนี้เป็นเกมดีก็จริง แต่ดูเหลวไหลไปหน่อยที่จะบอกว่าเป็น ‘ก้าวสำคัญของวงการเกม’ และ ‘จุดเริ่มต้นของอุตสาหกรรมหนัก’
มีคอมเมนต์หนึ่งที่ทำให้เผยเชียนอยากได้เจ้าของคอมเมนต์มาเป็นเพื่อนสนิท
“ฉันว่าคลิปนี้ของอาจารย์เฉียวดูฝืนเกินไปหน่อย! เท่าที่รู้มากระบวนการพัฒนาของบริษัทเกมส่วนใหญ่กำหนดไว้แล้ว เกมก่อนๆ ของเถิงต๋าก็น่าจะใช้กระบวนการพัฒนาแบบเดียวกัน แต่พอเป็น Mission & Choice กลับกลายเป็นว่าใช้รูปแบบการผลิตของอุตสาหกรรมหนักขึ้นมาซะงั้น เกมนี้เป็นเกมดีแต่คงอวยมากขนาดนั้นไม่ได้ ฉันว่าบอสเผยไม่น่าจะคิดไปไกลขนาดนั้น เขาแค่เปลี่ยนความคิดให้เป็นเกมเฉยๆ แต่พวกแฟนๆ วิเคราะห์ไปไกลเอง”
เผยเชียนซึ้งใจจนแทบนน้ำตาไหล พี่ชายคนนี้คือสหายรู้ใจของฉัน!
พูดตามตรง บอสเผยก็เพิ่งรู้วันนี้ว่ามีสิ่งที่เรียกว่า ‘รูปแบบอุตสาหกรรมหนัก’!
แต่คอมเมนต์ดีๆ แบบนี้กลับมีกระแสตอบรับแค่ปานกลาง แถมยังมีหลายคนไม่เห็นด้วย
เห็นได้ชัดว่าผู้ชมส่วนใหญ่ยังยึดถือคำพูดของเฉียวเหลียงในคลิป และคิดว่า ‘ก้าวสำคัญ’ กับ ‘รูปแบบอุตสาหกรรมหนัก’ เป็นการกระทำโดยเจตนาของบอสเผย
จะทำยังไงให้คอมเมนต์ดีๆ ที่สะท้อนความจริงเหล่านี้ไม่ถูกกลบฝังดี เผยเชียนตกสู่ภวังค์ความคิด
สิ่งแรกที่คิดขึ้นได้คือชี้แจ้งต่อสาธารณะ ออกประกาศอย่างเป็นทางการว่า Mission & Choice ไม่ได้มีจุดมุ่งหมายที่จะเป็นสัญญะทางประวัติศาสตร์ในฐานะ ‘ก้าวสำคัญของวงการเกม’ และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ ‘รูปแบบอุตสาหกรรมหนัก’ เลย
แต่พอคิดดูอีกที เผยเชียนก็รู้สึกว่าไม่น่าจะได้ผล
เพราะจะเห็นได้ชัดเจนว่าเขาพยายามปกปิดความจริง ก่อนหน้านี้ออฟฟิเชียลปล่อยข่าวลวงออกมามากเกินไป จนชาวเกมเมอร์เริ่มลังเลว่าจะเชื่อดีไหม…
ตัวอย่างเช่น เกมดิ้นรน จงใจใช้สื่อประชาสัมพันธ์ทำให้เกมเมอร์เข้าใจผิด
Mission & Choice จงใจใช้ภาพจากเกม Fitness Battle ทำให้เกมเมอร์เข้าใจผิดก่อนจะเปิดตัว
เรื่องคล้ายๆ กันนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้งมาก แถมทุกครั้งที่ปล่อยข่าวลวงออกไป ชาวเกมเมอร์ก็พากันตีความกันไปอีกทาง เหมือนตะโกนว่า ‘หมาป่ามาแล้ว!’ บ่อยครั้งเข้าจนไม่มีใครเชื่อ!
ถ้าทางออฟฟิเชียลออกมาไขข้อกระจ่างเรื่องนี้ ชาวเกมเมอร์ก็จะคิดว่าออฟฟิเชียลกำลังถ่อมตัว ซึ่งยิ่งเป็นการตอกย้ำความเข้าใจของพวกเขา!
ออฟฟิเชียลเสียความน่าเชื่อถือไปแล้ว ใช้ประโยชน์ไม่ได้อีกต่อไป
เผยเชียนครุ่นคิดดูอีกครั้ง ในเมื่อบอกผ่านช่องทางออฟฟิเชียลไม่ได้ ก็ต้องบอกผ่านช่องทางอื่น
จ้างหน้าม้า!
ก่อนหน้านี้เผยเชียนไม่ได้จ้างหน้าม้ามากนัก เหตุผลหลักก็เพราะเถิงต๋าโตขึ้นเรื่อยๆ
ถ้าอยากจ้างหน้าม้าให้มีประสิทธิภาพก็ต้องใช้เงินเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเขาก็ควักจากกระเป๋าตัวเองไม่ได้
แต่รอบนี้สถานการณ์แตกต่างออกไป ทฤษฎีของเผยเชียนยังไม่แพร่หลายและจำกัดอยู่แค่ในคลิปเท่านั้น
ตามประสบการณ์ที่ผ่านมาของเผยเชียน คลิปของเฉียวเหลียงอาจจะเป็นที่นิยมแพร่หลายขึ้นมาแต่ก็ต้องใช้เวลาสักพัก
อาจต้องใช้เวลาหนึ่งถึงสองวันกว่าจะขึ้นอันดับหนึ่งของหมวดเกม
แต่ก็อาจจะใช้อีกสามถึงห้าวันกว่าจะขึ้นเป็นอันดับหนึ่งของเว็บไซต์ หรือกระจายความนิยมออกจากวงเล็กๆ ได้
ในเมื่อเป็นแบบนั้น เขาก็จ้างหน้าม้าไปถล่มช่องคอมเมนต์ และสร้างภาพให้ทุกคนเห็นว่าคลิปนี้พูดเกินจริง
ซึ่งจะมีอิทธิพลในการชักนำความคิดเห็นของสาธารณชนได้ประมาณหนึ่ง และลดโอกาสที่คลิปนี้จะสร้างผลลัพธ์ได้ตามที่มุ่งหวังไว้!
เวลาเป็นสิ่งสำคัญมาก มัวชักช้าไม่ได้แล้ว
เผยเชียนตัดสินใจทันที และหาช่องทางติดต่อ หูเซียว จากช่องเสี่ยวหูรีวิว เพื่อคุยเรื่องการจ้างหน้าม้า
ในฐานะแม่ทัพของกองทัพหน้าม้า นอกจากตอนนอนแล้ว หูเซียวก็พร้อมตอบแชตตลอด ดังนั้นจึงติดต่อได้อย่างรวดเร็ว
ครั้งสุดท้ายที่ได้ร่วมงานกันคือตอน วันพรุ่งนี้ที่สดใส เข้าฉาย ผ่านมานานมากแล้ว
หลังจากตอนนั้น หูเซียวเกือบจะคิดว่าเสียลูกค้ารายใหญ่ไปแล้ว
เขาจึงดีใจมากที่ลูกค้าปริศนากลับมาใช้บริการอีกครั้ง เผยเชียนไม่พูดพร่ำทำเพลงและเข้าเรื่องทันที
“ผมอยากจ้างหน้าม้าไปถล่มช่องคอมเมนต์ของคลิปนี้ [ลิงก์]”
“เรื่องเนื้อหาผมคิดไว้คร่าวๆ แล้ว ให้หน้าม้าใช้เนื้อหาตามนี้ [ไฟล์เอกสาร]”
“ผมอยากได้หน้าม้าระดับสูง แบบที่ไม่มีใครมองออก เข้าใจไหมครับ”
หูเซียวกดเปิดลิงก์แล้วผิดหวังเล็กน้อย แค่นี้เนี่ยนะ
ตอนที่ร่วมงานกันครั้งก่อนสนามรบคือโลกออนไลน์ทั้งหมด แต่ครั้งนี้สนามรบกลับจำกัดอยู่แค่คลิปบนเว็บอ้ายลี่เต่า
แอบน่าเบื่อนิดหน่อย แต่หูเซียวมีความเป็นมืออาชีพมาก ในเมื่อเป็นงานเขาก็ไม่ควรบ่น แค่รับเงินและทำตามนั้นก็พอ
เขาเปิดไฟล์เอกสารดู แล้วพบว่ามีข้อความยาวหลายร้อยคำ ใจความทั้งหมดพูดถึงแนวคิด ‘ก้าวสำคัญของวงการเกม’ และ ‘รูปแบบอุตสาหกรรมหนัก’
ตัวอย่างเช่น ยกตัวอย่างเกมดีๆ หลายเกมที่คิดว่ามีคุณสมบัติเหมาะกับการเป็น ‘ก้าวสำคัญของวงการเกม’ มากกว่า
หลังจากวิเคราะห์ Mission & Choice ดูแล้วยังห่างไกลจากคำว่า ‘ก้าวสำคัญของวงการเกม’
‘รูปแบบอุตสาหกรรมหนัก’ เป็นแนวคิดหลอกลวง Mission & Choice ไม่ได้ใช้ ‘รูปแบบอุตสาหกรรมหนัก’ เลย และอื่นๆ
มุมมองในเอกสารนี้ดูแตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น บางคนบอกว่า ‘รูปแบบอุตสาหกรรมหนัก’ เป็นแนวคิดปลอมๆ ที่ไม่สามารถใช้กับวงการเกมได้
แต่บางคนเชื่อว่า ‘รูปแบบอุตสาหกรรมหนัก’ ปรับใช้กับวงการเกมได้ แต่ Mission & Choice ไม่ได้บรรลุถึงขั้นนั้น
ถึงมุมมองจะต่างกันแต่จริงๆ มีจุดประสงค์เดียวกัน คือแยก Mission & Choice ออกจากแนวคิด ‘ก้าวสำคัญของวงการเกม’ และ ‘รูปแบบอุตสาหกรรมหนัก’