ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี - บทที่ 993: บอกความจริงกับอาจารย์เฉียวอย่างตรงไปตรงมา
- Home
- ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี
- บทที่ 993: บอกความจริงกับอาจารย์เฉียวอย่างตรงไปตรงมา
เผยเชียนได้ไอเดียเหล่านี้จากการเค้นหัวคิดอย่างหนัก
ถ้ามักง่ายหน่อยก็ปล่อยให้หน้าม้าจัดการตามต้องการไปเลย แต่เขาไม่เชื่อใจในความเป็นมืออาชีพของหน้าม้าพวกนี้
เกิดทำอะไรโจ่งแจ้งเกินไปแล้วคนจับโป๊ะได้ก็แย่สิ
โชคดีที่หลังจากศึกษาอย่างเป็นระบบมาเป็นเวลานาน เผยเชียนก็มีความรู้ทางวิชาชีพด้านเกมประมาณหนึ่ง
เขาจึงเขียนเนื้อหาเหล่านี้เป็นแนวทางให้หน้าม้าได้ ทำแบบนี้ก็น่าจะเกิดผลลัพธ์ ทำของปลอมให้ดูเหมือนจริง คนส่วนใหญ่จะได้จับสังเกตไม่ได้ว่าเป็นหน้าม้า
หูเซียวไม่ได้ถามอะไรมาก มีแนวทางให้แบบนี้หน้าม้าก็ทำงานได้ง่าย ถือว่ายิ่งดีสำหรับเขา
“โอเคครับ งั้นก็ตกลงตามนี้ ผมจะแจกจ่ายงานให้หน้าม้าแล้วปล่อยให้พวกเขาไปทำงาน!”
ระหว่างที่กำลังจะเริ่มเตรียมการ หูเซียวก็ได้รับข้อความอีก
“เดี๋ยวก่อน เราร่วมงานกันมาหลายครั้งแล้ว รอบนี้ลดให้หน่อยได้มั้ย”
หูเซียวผงะไป ขอส่วนลดเหรอ
ดูไม่ใช่สไตล์การทำงานของอาเสี่ยคนนี้เลย ที่ผ่านมาอาเสี่ยคนนี้ทำให้รู้สึกว่าเป็นคนที่รวยมากและไม่เคยต่อราคา
แต่ทำไมครั้งนี้ถึงมาขอส่วนลดล่ะ หรือว่าคนที่ใช้แอ็กเค้าต์นี้จะเป็นคนละคน
ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ แอ็กเค้าต์ออฟฟิเชียลแบบนี้อาจจะมีคนใช้งานพร้อมกันหลายคน
คนที่ดูแลก่อนหน้านี้อาจจะออกไปแล้ว ก็เข้าใจได้ว่าคนใหม่ที่มาดูแลแทนจะใส่ใจกับเรื่องงบประมาณมากกว่า
หูเซียวไม่ได้คิดมากนัก “โอเคครับ ถือว่าคุณเป็นลูกค้าประจำ ครั้งนี้ผมลดให้ 20%!”
เผยเชียน “โอเคครับ ขอบคุณมาก”
หูเซียวผงะไปครู่หนึ่ง ทำไมวันนี้อาเสี่ยถึงสุภาพจัง นี่เปลี่ยนคนจริงๆ เหรอ
เขารีบตอบกลับ “ไม่เป็นไร ผมต้องช่วยอยู่แล้ว!”
เผยเชียนรู้สึกดีขึ้นเมื่อเห็นคำว่า ‘ลดให้ 20%’ เขาไม่มีทางเลือกอื่น ครั้งนี้ขอเบิกจากระบบมาจ้างหน้าม้าไม่ได้ ก็เลยต้องควักกระเป๋าตัวเองจ่าย
ประหยัดได้เท่าไหร่ก็ต้องประหยัด เขาต้องใช้เงินอย่างระมัดระวัง
ศึกครั้งนี้เน้นไปที่ช่องคอมเมนต์ในคลิปของอาจารย์เฉียว ดังนั้นหน้าม้าน่าจะดำเนินการได้ค่อนข้างเร็ว เผยเชียนอดทนรอ
…
เฉียวเหลียงตื่นมาตอนอาหารเย็น ก่อนหน้านี้เขาปั่นงานจนดึกดื่นและพักผ่อนไม่เพียงพอ
หลังจากพักผ่อนอย่างเต็มที่ก็มีเรี่ยวแรงกลับมาอีกครั้ง
อาหารจากโมหยูเดลิเวอรี่มาส่งตรงเวลา เฉียวเหลียงเปิดกล่องอาหารสุดประณีต หยิบเอาอาหารด้านในออกมา
จากนั้นก็เปิดมือถือเช็กกระแสตอบรับของผู้ชมดูอะไรไปด้วยระหว่างกินข้าว ทำให้เจริญอาหารขึ้น
แต่หลังจากเลื่อนดูคอมเมนต์ใต้คลิป เฉียวเหลียงก็ตะลึงงันไป มือที่ถือตะเกียบนิ่งค้างกลางอากาศ
“เกิดอะไรขึ้นเนี่ย”
เฉียวเหลียงงงไปหมด หลังลงคลิปได้สิบนาทีเขาก็ได้อ่านคอมเมนต์บ้าง ผู้ชมดูจะพอใจกับคลิปกันทีเดียว
ทำไมผ่านไปแค่ไม่กี่ชั่วโมงช่องคอมเมนต์ถึงเปลี่ยนไปมากขนาดนี้
ช่องคอมเมนต์เต็มไปด้วยข้อกังขา คนสองกลุ่มเถียงกันไม่หยุด
ผู้ชมส่วนหนึ่งอยู่ฝั่งเฉียวเหลียง พวกเขาช่วยปกป้องคลิป ในขณะที่ผู้ชมอีกส่วนดูจะเห็นไปในทางตรงข้าม
หลายคนคอมเมนต์ว่า Mission & Choice ไม่ใช่ ‘ก้าวสำคัญของวงการเกม’ เลย แถมยังไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับ “รูปแบบอุตสาหกรรมหนัก”
แนวคิดพวกนี้เฉียวเหลียงสร้างขึ้นมาเพื่ออวย Mission & Choice แบบเว่อร์เกินจริง ทั้งไม่ถูกต้องและไม่เป็นที่น่าพอใจ
ยอดไลก์คอมเมนต์เหล่านี้ไม่น้อยเลย พวกเขากลายเป็นกระแสที่ไม่สามารถมองข้ามได้
อันที่จริงคอมเมนต์เหล่านี้ไม่ได้มาจากหน้าม้าแค่ฝ่ายเดียว มีผู้ชมและผู้เล่นจริงบางส่วนปะปนอยู่ด้วย
พวกเขาได้รับอิทธิพลและถูกชักนำโดยคอมเมนต์ของเหล่าหน้าม้า
ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลย เพราะมนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ถูกชักจูงได้ง่ายมาก
คอมเมนต์วิ่งผ่านหน้าจอและคอมเมนต์ใต้คลิปเป็นเหมือน ‘เครื่องขยายเสียง’ ซึ่งส่งผลต่อการตัดสินใจของแต่ละบุคคลเป็นอย่างมาก
ตัวอย่างเช่น หากใครสักคนคิดว่าหนังเรื่องหนึ่งทำออกมาได้ไม่แย่ แต่พอคนรอบข้างบอกว่าเป็นหนังห่วย เขาก็ลดคะแนนของหนังเรื่องนี้ลงโดยไม่รู้ตัว
อาจถึงขั้นเปลี่ยนใจคิดว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนังห่วยด้วยเหมือนกัน จากนั้นก็จะเผยแพร่แนวคิดนี้ต่อไป
ปัญหาที่ไม่เคยมีอยู่ในใจของผู้คนจำนวนมากจะกลายเป็นปัญหาที่แท้จริงหากคนรอบข้างเน้นย้ำกันมากเกินไป
เหตุการณ์เดียวกันนี้เกิดขึ้นกับคลิปของอาจารย์เฉียว
ตอนแรกผู้ชมหลายคนไม่ได้คิดว่าสิ่งที่อาจารย์เฉียวพูดมีอะไรผิดปกติ
แต่พอหน้าม้าพากันราดน้ำมันใส่กองเพลิงในช่องคอมเมนต์และกดไลก์กันเอง เมื่อยอดไลก์เพิ่มมากขึ้นก็กลายเป็น ‘ความเห็นส่วนใหญ่’ และส่งผลกระทบต่อคนที่ตอนแรกไม่ได้คิดว่ามีปัญหาอะไร
แน่นอนว่าหลายคนยังยืนกรานในความคิดของตัวเอง ดังนั้นทั้งสองฝ่ายจึงทะเลาะกันอย่างดุเดือด
ไม่มีใครโน้มน้าวใครได้ เพราะประเด็นที่ทั้งสองฝ่ายโต้เถียงกันเป็นเรื่องที่ยากจะพิสูจน์
ทั้ง ‘ก้าวสำคัญ’ และ ‘โมเดลอุตสาหกรรมหนัก’ ต่างก็เป็นเรื่องของการตีความส่วนบุคคล
ไม่ว่าจะอยู่ฝั่งไหนก็สามารถหาประเด็นมาโต้แย้งได้มากมาย
แต่การถกเถียงบนโลกออนไลน์มักจะกลายเป็นการยืนยันความคิดตัวเองและประณามหยามเหยียดอีกฝ่าย
ทำให้ช่องคอมเมนต์วุ่นวายไปหมด ไม่มีใครยอมใคร
แน่นอนว่าหน้าม้าก็ยินดีที่เห็นแบบนั้น เพราะงานของพวกเขาคือการกวนน้ำให้ขุ่น และชักนำผู้ชมให้เข้าใจผิดมากขึ้น
ดังนั้นยิ่งเกิดสถานการณ์แบบนี้มากเท่าไหร่ก็หมายความว่าพวกเขาทำงานได้ดีมากเท่านั้น เหล่าหน้าม้าจึงพยายามหนักขึ้นโดยธรรมชาติ
เฉียวเหลียงอดขมวดคิ้วไม่ได้
“คนพวกนี้สงสัยในความเป็นมืออาชีพของฉันจริงๆ เหรอ บ้าไปแล้ว!”
“ฉันศึกษาประวัติวงการเกมจีน และมีความเข้าใจในแนวคิดการออกแบบเกมมากมาย การตีความ Mission & Choice ของฉันปราศจากอคติและมีความรับผิดชอบมาก ทำไมคนพวกนี้ถึงพูดเหมือนว่าฉันพยายามเรียกกระแสให้ตัวเอง”
เฉียวเหลียงกินข้าวได้สองคำก็ไม่อยากอาหารอีก ตอนนี้เขาโกรธมาก!
เขาไม่ได้โกรธเองเป็นการส่วนตัว แต่โกรธแทนบอสเผย!
ในฐานะอัปโหลดมาสเตอร์ทั่วไป เฉียวเหลียงย่อมให้ความสำคัญกับยอดวิวและเงินที่ได้
ถ้าการถกเถียงกันของคนสองกลุ่มจะหมายความว่าคลิปทำให้เกิดข้อโต้แย้ง แต่มันก็ได้ความนิยมเพิ่มขึ้นด้วยเหมือนกัน
ดังนั้นในมุมมองของคนทำคลิป เฉียวเหลียงจึงไม่จำเป็นต้องโกรธเลย
แต่จากมุมมองของบอสเผย ถือเป็นเรื่องที่รับไม่ได้มากๆ!
บอสเผยลงทุนก้อนโตกับการนำ Mission & Choice กลับมาทำใหม่
เขาต้องแบกรับความกดดันและมีความทะเยอทะยานมากขนาดไหน!
ในฐานะนักออกแบบเกมที่ประสบความสำเร็จอยู่แล้ว บอสเผยมีพร้อมทั้งเงินและชื่อเสียง
บอสเลือกทำเกมที่มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จมากกว่าและทำเงินต่อไปอย่างมั่นคงได้
แต่บอสเผยก็ยังทุ่มเงินมหาศาลล้างความอัปยศของวงการเกมจีนโดยไม่ลังเล นี่คือจิตวิญญาณแห่งความกล้าหาญ!
ในฐานะเกมเมอร์ชาวจีน ถึงจะไม่ชอบเกมของเถิงต๋าอย่างน้อยก็ควรให้ความเคารพสักหน่อยรึเปล่า
แต่คนพวกนี้กลับไม่เข้าใจการกระทำของบอสเผย ช่างน่าเศร้ายิ่งนัก!
เฉียวเหลียงคิดว่าตัวเขาที่เป็นคนทำคอนเทนต์ไม่สามารถพูดแทนตัวเองได้ แต่ก็ต้องออกมาพูดแทนบอสเผย!
เขาปล่อยให้วีรบุรุษต้องเสียเลือดเสียเหงื่อและเสียน้ำตาไม่ได้!
แล้ว…จะทำยังไงดี เฉียวเหลียงรู้ดีว่าการออกมาชี้แจงและโต้แย้งตอนนี้ไม่มีความหมาย
เพราะก็เท่ากับเป็นการออกมาพูดซ้ำสิ่งที่พูดไปแล้ว เขาต้องมีหลักฐานที่น่าเชื่อถือมากกว่านี้
เช่น… ความคิดเห็นของคนในวงการ หรือแม้แต่ความคิดเห็นของคนในเถิงต๋า!
“จะดีมากถ้าบอสเผยแสดงจุดยืนด้วยตัวเอง แต่… บอสเผยคงไม่ยอมทำแน่ เพราะบอสเผยมีนิสัย ‘ยิ้มรับคำชมและคำวิจารณ์’ บอสไม่สนใจว่าโลกภายนอกจะโจมตีและว่าร้ายตัวเองยังไงบ้าง บอสไม่มีทางออกมาปกป้องตัวเองกับเรื่องนี้แน่”
“งั้นก็ต้องเลือกตัวเลือกที่ดีรองลงมา ซึ่งก็คือคนคุมโปรเจ็กต์นี้ อืม ลองถามดูดีกว่า”
เฉียวเหลียงไม่รู้ว่าใครเป็นคนคุมการพัฒนา Mission & Choice
ตามหลักแล้วน่าจะเป็นหูเสี้ยนปินจากฝ่ายเกมเถิงต๋า แต่ก็มีความเป็นไปได้สูงว่าอาจมีคนอื่นที่มีส่วนร่วมในโปรเจ็กต์ใหญ่ขนาดนี้
ถึงจะไม่แน่ใจก็ไม่เป็นไร เฉียวเหลียงสนิทกับพนักงานหลายคนในเถิงต๋า ถ้าลองถามดูต้องรู้แน่นอน
…
…
วันอังคารที่ 17 เมษายน
ทันทีที่ตื่น เผยเชียนก็หยิบมือถือมาเช็กช่องคอมเมนต์ของผลงานเทพสร้างตอนใหม่
จากนั้นรอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา
“อืม ดีมาก ไม่เสียเงินทิ้งเปล่า!”
แม้จะได้ส่วนลด 20% แต่เขาก็จ้างหน้าม้าคุณภาพสูง เผยเชียนต้องควักเงินหลายหมื่นจากบัญชีตัวเองแต่ก็เห็นผลเร็วมาก
ทิศทางของช่องคอมเมนต์เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน!
เสียงตั้งคำถามว่า Mission & Choice ไม่คู่ควรที่จะเป็น ‘ก้าวสำคัญ’ และเกี่ยวข้องกับ ‘โมเดลอุตสาหกรรมหนัก’ ดังขึ้นเรื่อยๆ
ถึงจะไม่ใช่กระแสหลัก แต่อย่างน้อยก็สู้กับเสียงยกย่องชมเชยได้
เป็นไปไม่ได้เลยที่จะคุมสถานการณ์ได้ทั้งหมด เพราะยังไงเฉียวเหลียงก็มีแฟนคลับมากมาย
ยิ่งคนเยอะ พลังก็ยิ่งเยอะ ความคิดที่หน้าม้าซึ่งทุ่มเงินจ้างมาหลักหมื่นจะกลบเสียงทั้งหมดได้น่าจะเป็นแค่ฝันกลางวัน
แต่เผยเชียนก็ค่อนข้างพอใจกับผลลัพธ์นี้ กุญแจสำคัญคือทำให้คนที่ไม่รู้ความจริงเข้าใจผิด
จริงๆ แล้วหลายคนไม่ได้มีความคิดเห็นชัดเจนตอนที่ดูคลิป พวกเขาคิดว่าที่เฉียวเหลียงพูดก็ฟังดูมีเหตุผล และคิดว่าคอมเมนต์ใต้คลิปก็สมเหตุสมผลเหมือนกัน
ตราบใดที่ผู้ชมเอนเอียงไปมาระหว่างสองมุมมอง เขาก็ลดความเสี่ยงลงได้
ระหว่างที่เลื่อนดูช่องคอมเมนต์อยู่ จู่ๆ ก็มีสายจากหวงซื่อปั๋ว
“หืม? หวงซื่อปั๋วโทรมาทำไมเนี่ย หรือว่าจะมีข่าวดีเกี่ยวกับหนัง ไม่น่าใช่ หนังเพิ่งเข้าฉายได้ไม่ถึงสัปดาห์ ฉันเห็นยอดขายตั๋วเมื่อสองวันก่อนแล้วถือว่าไม่สูงเท่าไหร่ เพราะงั้นก็ไม่น่าจะมีข่าวดีให้รายงาน”
เผยเชียนจับตายอดขายตั๋วของ Mission & Choice ตลอดช่วงสองวันที่ผ่านมา
ถึงยอดขายตั๋วจะโอเค แต่ก็ยังห่างไกลจากการทำกำไรมหาศาล
เนื่องจากหนังเรื่องนี้แทบไม่ค่อยประชาสัมพันธ์ก่อนเข้าฉาย และรอบฉายก็ไม่เยอะนัก
ถึงอัตราการเข้าชมจะสูงแต่ก็ไม่พอที่จะทำให้ยอดพุ่งได้ภายในสองสามวัน เผยเชียนกดรับสายด้วยความสงสัย
“บอสเผยครับ ผมมีเรื่องอยากขอคำแนะนำ เฉียวเหลียงบอกว่าอยากถามผมเกี่ยวกับ Mission & Choice นิดหน่อย เห็นว่ามีความเกี่ยวข้องกับคลิปใหม่ของเขา น่าจะไม่เป็นปัญหาอะไรใช่ไหมครับ”
เผยเชียนผงะไป หือ?
เฉียวเหลียงอยากสัมภาษณ์หวงซื่อปั๋วเหรอ เผยเชียนฉลาดมากจึงเข้าใจเจตนาของเฉียวเหลียงทันที
เห็นได้ชัดว่าเฉียวเหลียงต้องการให้หวงซื่อปั๋วช่วยยืนยันเนื้อหาคลิป!
เขาอยากใช้คำพูดของหวงซื่อปั๋วเป็นหลักฐานยืนยันว่าตัวเองพูดถูก!
เผยเชียนนึกอยากปฏิเสธในทีแรก แต่พอคิดดูอีกที มุมปากของเขาก็ยกขึ้นเล็กน้อย
เฉียวเหลียงหนอเฉียวเหลียง แบบนี้ก็เท่ากับหันกระบอกปืนใส่ตัวเองไม่ใช่รึไง
แกคงไม่คิดว่าตั้งแต่เริ่มโปรเจ็กต์ไป การพัฒนาจนถึงการเปิดตัว Mission & Choice ไม่มีใครเคยพูดถึงสิ่งที่เรียกว่า ‘โมเดลอุตสาหกรรมหนัก’ เลยใช่มั้ยล่ะ
การสัมภาษณ์นี้เป็นการตบหน้าแกอย่างเป็นทางการชัดๆ!
เผยเชียนตอบกลับทันที “ไม่มีปัญหา รับได้เลย แต่… เวลาตอบคำถามให้ตอบไปตามตรง พูดแค่ในสิ่งที่ต้องพูดก็พอ เข้าใจมั้ย”
ถ้าตอบไปตามตรง เฉียวเหลียงก็น่าจะเข้าใจว่า Mission & Choice ไม่มีสิ่งที่เรียกว่า ‘โมเดลอุตสาหกรรมหนัก’ เลย
กระบวนการพัฒนาของเถิงต๋าไม่เคยเปลี่ยนแปลง อยากได้หลักฐานนักก็เอาไปเลย
หวงซื่อปั๋ว “โอเคครับ บอสเผย เข้าใจแล้วครับ!”