ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี - บทที่ 995 ฟางช่วยชีวิตสามเส้น
วันพุธที่ 18 เมษายน 2026
เผยเชียนมาถึงออฟฟิศแต่เช้าตรู่ พร้อมที่จะเริ่มต้นวันทำงานที่แสนยุ่งวุ่นวาย พนักงานสองคนในออฟฟิศน่าจะตื่นสายเล็กน้อยจนไม่มีเวลากินข้าว พวกเขาเพิ่งกดกาแฟสองแก้วและหยิบของว่างกลับโต๊ะทำงานไปกินเป็นข้าวเช้า ระหว่างเดินกลับไปที่โต๊ะก็บังเอิญเจอบอสเผยพอดี
“อ๊ะ สวัสดีครับบอสเผย!” ทั้งสองรีบทักทาย
เผยเชียนพยักหน้า แต่พอมองขนมในมือพวกเขาก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย “ไม่ได้กินข้าวเช้ามาเหรอ”
พนักงานทั้งสองผงะไป “เอ่อ… ใช่ครับ”
เผยเชียนสีหน้าจริงจังขึ้น “ขนมพวกนี้จะแทนข้าวเช้าได้ยังไง รีบไปหาข้าวเช้ากินที่ร้านอินเทอร์เน็ตโมหยู แล้วค่อยกลับมาทำงาน! รีบไปเดี๋ยวนี้เลย!”
พนักงานทั้งสองที่ในมือหอบขนมอยู่งงเล็กน้อย แต่ทั้งคู่ก็ตอบสนองอย่างรวดเร็ว พวกเขาวางกาแฟกับขนมไว้บนโต๊ะแล้วลงไปหาอะไรกินอย่างเชื่อฟังภายใต้การจับตามองของบอสเผย หลังจากเห็นพนักงานสองคนกลับออกไปแล้ว เผยเชียนก็เข้าห้องทำงานแล้วเริ่มงานประจำวัน
สองพนักงานเดินออกจากลิฟต์ด้วยความงุนงงเล็กน้อย
“ทำไมวันนี้บอสเผยดูอารมณ์ไม่ดีเลย”
“ฉันตกใจมาก นึกว่าบอสเผยจะโกรธที่เราไม่ทำงาน แต่กลายเป็นว่ากลัวเราหิว…”
ถ้าเป็นบริษัทอื่นและบอสคนอื่น ทั้งคู่คงตีความว่าเป็นกาประชดแน่นอน แต่เห็นได้ชัดว่าที่เถิงต๋าไม่ใช่แบบนั้น พวกเขาคุยกันระหว่างเดินไปร้านอินเทอร์เน็ตโมหยู
“ฉันรู้สึกว่าช่วงนี้บอสเผยอารมณ์ไม่ค่อยดีเลย เหมือนมีเรื่องให้เครียดยังไงไม่รู้”
“แปลกจัง Mission & Choice ก็ค่อนข้างประสบความสำเร็จเลยนะ ตารางฉายกับยอดขายตั๋วก็พุ่งขึ้นเรื่อยๆ ชื่อเสียงก็ดี เกมก็ได้รับการยกย่อง ทำไมบอสเผยถึงดูเหมือนแบกความกดดันไว้เยอะมาก”
“ใครจะรู้ บางทีนี่อาจจะเป็นบอสเผยในช่วงเวลาดีๆ!”
“หรือว่าความสำเร็จของ Mission & Choice จะสร้างแรงกดดันมหาศาลให้บอสเผย และกระตุ้นให้บอสเผยวางเป้าหมายสูงขึ้นไปอีก”
“ฉันละอายใจขึ้นมาเลย บอสเผยทำงานหนักขนาดนี้ แต่เรากลับเอาเวลาทำงานมากินข้าวเช้า ไม่เหมาะสมเลยจริง!”
“รีบกินให้เสร็จแล้วกลับไปทำงานกันเถอะ!”
ตอนแรกทั้งสองรู้สึกว่างานช่วงนี้ไม่ได้เร่งด่วนมากนัก จึงปล่อยตัวกันเล็กน้อย แต่พอเห็นบอสเผยขยันขันแข็งแม้จะอยู่ในช่วงขาขึ้นแล้วก็คิดว่าตัวเองมีสิทธิ์อะไรมาอู้งานแบบนี้ บอกได้แค่ว่าอิทธิพลที่บอสเผยมีต่อพนักงานนั้นเหมือนจะเบาบาง แต่จริงๆ แล้วลึกล้ำมาก
…
ขณะเดียวกัน เผยเชียนกำลังเกาหัวอยู่ในห้องทำงาน แม้ว่าจะเพิ่งไล่พนักงานสองคนไปกินข้าวและทำความดีเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งทำให้พนักงานทำงานล่าช้าลงและได้ผลาญเงินเพิ่มนิดหน่อย แต่ก็ไม่สามารถคลายความกังวลในใจบอสเผยลงได้
พนักงานสองคนนั้นเดาถูก สถานการณ์ปัจจุบันของ Mission & Choice สร้างความกดดันให้เขามาก ถ้าไม่ทำอะไรสักอย่างรอบบัญชีนี้ขาดทุนไม่ได้แน่!
โชคดีที่ Mission & Choice เป็นโปรเจ็กต์ที่กินเวลาสองรอบบัญชีและเปิดตัวค่อนข้างเร็ว ตอนนี้ยังเหลือเวลาอีกพักใหญ่ก่อนจะถึงวันปิดบัญชี ยังพอกอบกู้สถานการณ์ได้ ตอนนี้เผยเชียนมีฟางช่วยชีวิตสามเส้นในมือ สถานการณ์น่าจะยังพลิกผันได้ถ้าใช้ฟางทั้งสามเส้นนี้
ฟางเส้นแรกคือ กิจการเกมของเฉินหัวที่กำลังจะก่อตั้ง ซึ่งอาจใช้เงินลงทุนเป็นจำนวนมาก แถมเกมที่ผลิตโดยกิจการนี้ยังไม่ถูกจำกัดด้วยวงรอบบัญชีทำให้ช่วยบรรเทาความกดดันได้มาก
ฟางเส้นที่สองคือ ฝ่ายขาย (แบบสวนทาง) ที่กำลังวางแผนอยู่ เผยเชียนให้เลขาซินไปหาคนเหมาะๆ มาดูแลฝ่ายนี้แล้ว แต่ก็ไม่รู้ว่าจะหาได้รึเปล่า
ฟางเส้นที่สามคือ ‘โหมดบังคับ’ ที่ยัดเยียดใส่เข้าไปในทู่เหว่ยไลฟ์สตรีม ผู้ใช้งานจะต้องใช้โหมดโฟกัสหรือโหมดเรียนรู้หนึ่งชั่วโมงต่อวัน ถึงจะรับชมเนื้อหาความบันเทิงของทู่เหว่ยไลฟ์สตรีมได้ ฟังก์ชันต่อต้านผู้ใช้งานนี้น่าจะทำเสร็จแล้วและจะเปิดตัวในอนาคตอันใกล้
ฟางทั้งสามเส้นในมือทำให้เผยเชียนรู้สึกว่ารอบบัญชีนี้น่าจะยังเอาตัวรอดได้ แต่ก่อนจะเริ่มจัดการฟางทั้งสามเส้น เผยเชียนก็นึกขึ้นได้ว่าต้องไปเช็กสถานการณ์ช่องคอมเมนต์ในคลิปของอาจารย์เฉียวก่อน
ถึงการจ้างหน้าม้ามาถล่มช่องคอมเมนต์ในคลิปของอาจารย์เฉียวจะไม่สามารถพลิกกระแส Mission & Choice ในตอนนี้ได้ แต่คลิปผลงานเทพสร้างก็เป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เกมแพร่กระจายออกไปในวงกว้าง ถ้าระงับปัจจัยนี้ไว้ได้และทำให้ความนิยมลดลง ยอดขายก็จะลดลงเล็กน้อย และความกดดันในการทำเงินก็จะลดลง ไม่ว่ายุงจะตัวเล็กแค่ไหนยังไงก็เป็นเนื้อ รายละเอียดเล็กน้อยเป็นตัวกำหนดความสำเร็จหรือความล้มเหลว
เผยเชียนรู้สึกว่าตอนนี้เฉียวเหลียงน่าจะแกล้งตายอยู่ เพราะเผยเชียนบอกให้หวงซื่อปั๋วตอบคำถามเฉียวเหลียงไปตามความจริง จากนั้นเฉียวเหลียงก็น่าจะเข้าใจว่าสิ่งที่เรียกว่า ‘โมเดลอุตสาหกรรมหนัก’ ที่อวยนักอวยหนาในคลิปนั้นเป็นเรื่องเหลวไหลสิ้นดี เถิงต๋าไม่ได้มีแนวคิดแบบนั้นเลย เฉียวเหลียงไม่มีทางทำอะไรให้เสียชื่อตัวเอง แต่เขาก็จะไม่สวนกระแสและสร้างบางสิ่งขึ้นมาจากความว่างเปล่า ดังนั้นจึงทำได้แค่แกล้งตายเท่านั้น ถึงตอนนั้นช่องคอมเมนต์ก็จะยังเต็มไปด้วยข้อถกเถียง อย่างน้อยก็ช่วยกีดกันชาวเน็ตบางคนที่ไม่รู้ความจริงได้
เผยเชียนเข้าเว็บอ้ายลี่เต่าแล้วไปตรวจดูแอกเค้านต์ของอาจารย์เฉียว
“หืม? มีอัปเดตใหม่เหรอ ไม่ใช่คลิปแต่เป็นบทความ”
เผยเชียนแปลกใจเล็กน้อย หรืออาจารย์เฉียวจะโดนกองทัพหน้าม้าถล่มจนคิดอยากโต้กลับ คิดจะออกรบโดยที่ไม่มีหลักฐานสนับสนุนแนวคิดของตัวเองเนี่ยนะ เหลวไหลน่า!
บทความไม่ได้ยาวมาก มีแค่ประมาณพันคำ ช่วงต้นเขาอธิบายคร่าวๆ เรื่องสองประเด็นหลักในคลิปล่าสุด ซึ่งก็คือ ‘ก้าวสำคัญของวงการเกมจีน’ และ ‘รูปแบบอุตสาหกรรมหนัก’ จากนั้นเฉียวเหลียงก็บอกว่าเพื่อยืนยันสองประเด็นนี้ เขาได้ไปสัมภาษณ์หวงซื่อปั๋ว ซึ่งเป็นคนคุมโปรเจ็กต์ Mission & Choice, ผู้ผลิตภาพยนตร์, นักออกแบบเกม, ผู้ดูแลเฟยหวงสตูดิโอ และลูกศิษย์แถวหน้าของบอสเผย ใครก็ตามที่สามารถสัมภาษณ์คนวงในที่มีตำแหน่งมากมายขนาดนี้ ย่อมต้องอยาก ‘เอาหน้า’ อยู่แล้ว
เผยเชียนแปลกใจเล็กน้อย อาจารย์เฉียวกล้าเขียนเนื้อหาการสัมภาษณ์จริงๆ เหรอ แบบนี้ไม่เท่ากับฆ่าตัวตายรึไง แต่พออ่านเนื้อหาต่อเขาก็ตกตะลึง เริ่มมีบางอย่างผิดปกติเมื่อถึงช่วงหวงซื่อปั๋ว ‘เล่าเรื่องราวให้ฟังสองสามเรื่อง’
หลังจากอ่านเรื่องราวเหล่านั้นและดูข้อสรุปของเฉียวเหลียง ก็ยิ่งรู้สึกผิดปกติมากขึ้นไปอีก!
เฉียวเหลียงใช้รายละเอียดของเรื่องราวเหล่านี้สร้างเป็นบทสรุปของตัวเอง
“ก่อนหน้านี้ผมบอกว่าเถิงต๋ากำลังพยายามทดลองใช้รูปแบบอุตสาหกรรมหลักในการสร้างเกม ซึ่งก็เป็นเรื่องจริง อีกทั้งบอสเผยยังคิดไปในระดับที่สูงยิ่งกว่าผม!”
“สิ่งที่เรียกว่า ‘รูปแบบอุตสาหกรรมหนัก’ หมายถึง การกำจัดรูปแบบการผลิตแบบบ้านๆ และไม่ปักหมุดความสำเร็จของการสร้างงานศิลป์ไว้ที่แรงบันดาลใจของใครคนหนึ่ง ต้องมีกระบวนการผลิตที่สมบูรณ์ แต่ละฝ่ายดูแลงานของตัวเองได้ และยืนยันได้ว่าผลงานทั้งหมดที่จะผลิตออกมานั้นเหนือเส้นมาตรฐาน ภาพยนตร์ฮอลลีวูดบล็อกบัสเตอร์ก็ใช้รูปแบบนี้ เช่นเดียวกับเกมระดับ AAA ขึ้นหิ้งของต่างประเทศ วงการหนังและวงการเกมของเรายังห่างไกลจากจุดนี้”
“ผมเพิ่งเห็นเถิงต๋าพยายามขยับเข้าใกล้โมเดลอุตสาหกรรมหนักระหว่างการพัฒนา Mission & Choice แต่หลังจากการสัมภาษณ์ครั้งนี้ผมก็ตระหนักว่าบอสเผยเข้าใจแก่นแท้ของรูปแบบนี้อย่างชัดเจน ซึ่งก็คือการปั้นคนเก่ง! รูปแบบนี้จะดำเนินการได้สำเร็จก็ต่อเมื่อมีมืออาชีพที่มีความสามารถระดับแนวหน้าหลายคน”
“ดังนั้น บอสเผยจึงปั้นมืออาชีพในแขนงต่างๆ อย่างตระหนักรู้ตั้งแต่เริ่มต้น โดยสอนผู้เรียนแต่ละคนตามความถนัด ผู้ดูแลฝ่ายเกมเถิงต๋าอาจเปรียบได้ดังหมู่ดาวพร่างพราว ยามมารวมตัวกันแต่เมื่อกระจายกันออกไปก็มีแสงสว่างในตัวเอง ที่เป็นแบบนั้นได้ก็เพราะบอสเผยทุ่มเทปั้นคนมาเป็นเวลานาน เพื่อที่ Mission & Choice ซึ่งแตกต่างจากทุกแนวทางที่ผ่านมาจะได้ถือกำเนิดขึ้น…”
ถึงเรื่องราวของหวงซื่อปั๋วจะไม่ได้เชื่อมโยงกับสิ่งที่เฉียวเหลียงพูดโดยตรง แต่เขาก็ยังอ่าน ‘ความจริง’ ที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังผ่านการวิเคราะห์อย่างละเอียดและการตัดสินอย่างอาจหาญ วิเคราะห์เอกลักษณ์ของเกมอย่างกลับใจคือฟากฝั่งและดิ้นรน วิเคราะห์แนวทางและคำแนะนำที่บอสเผยมอบให้กับหัวหน้านักออกแบบเกมตอนมอบหมายงาน และยังเน้นย้ำความจริงที่ว่าผู้ดูแลหลายคนร่วมมือกันออกแบบเกม Mission & Choice
ฟังดูสมเหตุสมผลและน่าเชื่อถือมาก เผยเชียนตกตะลึง เพราะถึงประเด็นเหล่านี้จะกระจัดกระจายมาก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นข้อเท็จจริง!
ว่ากันตามตรงสิ่งที่หวงซื่อปั๋วพูดก็ถือเป็นข้อเท็จจริง แต่มันตรงข้ามกับเจตนาดั้งเดิมของเผยเชียนโดยสิ้นเชิง!
คอมเมนต์ใต้บทความคิดเห็นไปในทางเดียวกันหมด
“เอาละ ยืนยันได้อย่างเป็นทางการแล้ว!”
“ฉันรู้สึกว่าสิ่งที่บอสหวงพูดดูจะไว้หน้าพวกที่เห็นต่างอยู่ หลักๆที่ไม่ยอมรับเรื่องก้าวสำคัญก็เพราะต้องการถ่อมตัวและไม่หาแสงให้ตัวเอง นิสัยเหมือนบอสเผยเลย แต่คนที่มีวิจารณญาณหน่อยก็น่าจะเข้าใจเรื่องราวพวกนี้ได้”
“จริงด้วย ถ้าเถิงต๋าเป็นเหมือนบริษัทอื่นที่ใช้หัวหน้านักออกแบบคนเดิมไปจนแก่ตาย คนอื่นๆจะมีโอกาสได้ฝึกฝนและพัฒนาตัวเองเหรอ ถ้าพวกเขาไม่ได้ปั้นนักออกแบบเก่งๆ แบบนี้ไว้ล่วงหน้า จะเกิดความสำเร็จของ Mission & Choice ที่มาจากการร่วมมือกันได้ยังไง บอสเผยช่างมีวิสัยทัศน์กว้างไกลจริงๆ”
“บอสเผยไม่ได้คิดถึงแค่เรื่องรูปแบบอุตสาหกรรมหนัก แต่ยังเริ่มวางรากฐานไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ก่อตั้งเถิงต๋าและทำเกมฐานทัพกลางทะเลออกมา”
“โห… ความสามารถในการวางแผนของบอสเผยช่างน่ากลัวมาก! ด้วยวิสัยทัศน์กว้างไกลระดับนี้จะไม่ประสบความสำเร็จได้ยังไง”
“เยี่ยมเลย พวกปากพล่อยจะได้เงียบปากได้สักที ก่อนหน้านี้พวกเขาบอกว่าบอสเผยอาจจะไม่รู้จักรูปแบบอุตสาหกรรมหนักด้วยซ้ำ ฉันอ่านแล้วขำมาก บอสเผยเป็นผู้นำของเถิงต๋าคอร์เปอเรชัน บอสย่อมต้องมีความรู้มากกว่าเกรียนคีย์บอร์ดอย่างพวกนายอยู่แล้ว เก่งนักก็ลองตั้งบริษัทจากศูนย์มาสู้กับเถิงต๋าดูสิ!”
“ประเด็นหลักน่าจะอยู่ที่อาจารย์เฉียวโมโหพวกเห็นต่าง ก็เลยวิ่งไปสัมภาษณ์บอสหวงซึ่งเป็นหัวหน้านักออกแบบ Mission & Choice อะไรจะอยากเอาหน้าขนาดนั้น!”