ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี - บทที่ 996: พบยอดนักขายได้ตามท้องถนน!
แม้จะมีคอมเมนต์บางส่วนที่ยังเห็นต่าง แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้ คอมเมนต์พวกนั้นถูกดันลงไปล่างสุดและถูกกลบฝังในคอมเมนต์จำนวนมหาศาล ส่วนหนึ่งก็เพราะเฉียวเหลียงแสดงหลักฐานที่เป็นรูปธรรมมาก
หน้าม้าไม่มีช่องให้ขยี้ แถมเผยเชียนก็ทำใจจ่ายเงินจ้างอีกไม่ได้ ที่ตกลงกันไว้ตอนแรกคือให้ถล่มช่องคอมเมนต์ในคลิป แต่หน้าม้าหลายคนก็เข้ามาช่วยปลุกปั่นในช่องคอมเมนต์ใต้บทความให้ด้วย แค่นี้ก็เท่ากับใจดีซื้อหนึ่งแถมหนึ่งแล้ว
หน้าม้าเหล่านี้ทำงานเพื่อเงิน แถมยังให้ส่วนลดอีก คงเป็นไปไม่ได้ที่จะฝืนสู้ต่อไปในสถานการณ์ที่ท้าทายแบบนี้
เผยเชียนตกตะลึง “อะไรเนี่ย… ฉันช่วยเถิงต๋าปั้นคนมาตั้งแต่ทำเกมฐานทัพกลางทะเลเลยเหรอ ทำไมฉันไม่เห็นรู้เรื่องเลย!”
เขาไม่คิดว่าหวงซื่อปั๋วจะทำแบบนี้!
ตอนแรกเผยเชียนคิดว่าหวงซื่อปั๋วจะบอกความจริงเพื่อทำลายความเชื่อผิดๆ ของเฉียวเหลียง แต่กลายเป็นว่าไปช่วยเสริมให้ความเชื่อผิดๆ แข็งแกร่งขึ้น
ส่วนความเชื่อผิดๆ ของหวงซื่อปั๋วมาจากไหน เรื่องนี้ตรวจสอบไม่ได้ เพราะยิ่งตรวจสอบก็ยิ่งเจอปัญหามากขึ้น…
ตอนนั้นเอง หูเซียวก็ส่งข้อความมาหา
“คุณลูกค้าคิดยังไงกับกระแสใหม่ตอนนี้ เราต้านต่อไปไม่ไหวแล้ว กำลังคนของเราไม่พอ ถ้าอยากสู้ต่อก็ต้องจ่ายเพิ่มนะครับ!”
มุมปากของเผยเชียนกระตุก จะจ่ายเพิ่มทำพระแสงอะไร! มาถึงขั้นนี้แล้วถ้าควักเงินจ่ายเพิ่มอีก เงินใช้ส่วนตัวของฉันก็สูญเปล่าสิ
เผยเชียนตอบกลับ “พอแล้ว ไม่ต้องห่วงแล้ว”
หูเซียะรู้สึกสับสนเล็กน้อย “แปลกจัง ที่ผ่านมาอาเสี่ยคนนี้ยิ่งเจอแรงต้านก็ยิ่งสู้ไม่ใช่เหรอ นี่ยอมแพ้ง่ายๆ แบบนี้เลย คนที่ดูแลแอกเค้านต์นี้น่าจะเปลี่ยนคนจริงๆ”
แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร เรื่องแบบนี้ถือเป็นเรื่องปกติ ถึงรอบนี้จะทำเงินได้ไม่เยอะ แต่ไม่ว่ายุงจะตัวเล็กแค่ไหนยังไงก็ถือว่าเป็นเนื้อ “โอเค สู้ๆ นะครับ ถ้าต้องการอะไรเรียกใช้บริการผมได้ตลอด”
…
ทันทีที่เผยเชียนออกจากเว็บอ้ายลี่เต่า ก็มีคนมาเคาะประตู เขาเงยหน้ามองแล้วพบว่าเป็น เฉินยู่เฟิง จากทู่เหว่ยไลฟ์สตรีม
“บอสเผยครับ ฟังก์ชันที่บอสขอมาก่อนหน้านี้พัฒนาและทดสอบเสร็จเรียบร้อยแล้ว ไม่พบปัญหาอะไร แต่… บอสแน่ใจนะครับว่าจะใช้ฟังก์ชัน ‘บังคับหนึ่งชั่วโมง’ นี้จริงๆ”
เห็นได้ชัดว่าเฉินยู่เฟิงไม่เห็นด้วยกับฟังก์ชันนี้ตั้งแต่แรก แต่ทัศนคติของบอสเผยตอนนั้นหนักแน่นมาก คัดค้านไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา ตอนนี้ฟังก์ชันพัฒนาเสร็จแล้ว เฉินยู่เฟิงแวะมาหาบอสเผยเพื่อหยั่งเชิงอีกฝ่ายโดยเฉพาะ และฟังคำยืนยันว่าจะนำฟังก์ชันนี้ไปใช้จริงหรือเปล่า เผื่อบอสเผยได้สติและเปลี่ยนใจ เฉินยู่เฟิงเป็นห่วงทู่เหว่ยไลฟ์สตรีมมาก ถ้ามีทางอื่นเขาจะไม่ยอมใส่ฟังก์ชันนี้เข้าไปแน่นอน
เผยเชียนรู้ดีว่าเฉินยู่เฟิงคิดอะไรอยู่ ยิ่งนายคัดค้านฉันก็ยิ่งมั่นใจ!
แต่เผยเชียนเป็นคนยึดหลักประชาธิปไตย เขาไม่ได้สั่งเฉินยู่เฟิงตรงๆ แต่ใช้วิธีบอกอ้อมๆ “บอสหม่าคิดเห็นยังไง”
เฉินยู่เฟิงพูดอะไรไม่ออกไปครู่หนึ่ง หลังจากลังเลอยู่สักพักเขาก็ตอบกลับ “เอ่อ… บอสหม่าคิดว่าฟังก์ชันนี้ค่อนข้างดีเลย ทำให้ผู้ใช้งานได้ใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงต่อวันทำสิ่งที่มีความหมาย…”
เผยเชียนหัวเราะเบาๆ “แล้วคุณยังต้องกังวลอะไรอีก”
อย่างที่คาดไว้ ไอ้หม่านี่สื่อใจกับฉันได้จริงๆ!
เฉินยู่เฟิงเกาหัวไม่รู้จะตอบยังไงดี ถ้าคนอื่นได้ยินว่าบอสเผยกับบอสหม่าสนับสนุนฟังก์ชันนี้มากๆ ก็แสดงว่าปลอดภัยหายห่วงแน่นอน แต่ไม่ว่าจะมองยังไง ฟังก์ชันนี้ก็เหมือนเป็นการดูถูกสติปัญญาของเฉินยู่เฟิง เหมือนกับแปะคำว่า ‘ออกไป’ ไว้บนหน้าหลักของเว็บไซต์
เผยเชียนพูดอย่างมั่นใจ “ไม่ต้องห่วง ถึงเราจะโดนด่าหรือโดนเมินช่วงแรกๆ ก็ไม่เป็นไร ผมเตรียมการสำหรับอนาคตไว้แล้ว มั่นใจเข้าไว้แล้วทำหน้าที่ตัวเองต่อไป”
เฉินยู่เฟิงอยากจะพูดอะไรสักอย่างแต่ก็ลังเล ผ่านไปสักพักเขาก็พยักหน้าอย่างไม่ค่อยเต็มใจ “โอเคครับบอสเผย ผมจะจัดการทันที”
…
ไม่นานหลังจากเฉินยู่เฟิงกลับออกไป ก็มีคนมาเคาะประตูอีก คราวนี้เป็น เลขาซิน “บอสเผยคะ นี่คือผู้สมัครที่ดิฉันคิดว่าเหมาะสมที่จะดูแลฝ่ายขาย รบกวนช่วยดูด้วยค่ะ”
เลขาซินยื่นแฟ้มที่มีเรซูเม่หลายแผ่นด้านในมาให้ เธอพูดเสริมระหว่างที่ยื่นแฟ้มให้ “ข้อกำหนดของบอสก่อนหน้านี้ค่อนข้างคลุมเครือและไม่มีแนวทางที่ชัดเจน ดิฉันจึงคัดคนมาหลายประเภท ถ้าบอสยังไม่พอใจสามารถเพิ่มเงื่อนไขในการคัดกรองได้ค่ะ ดิฉันจะหาซ้ำอีกครั้ง”
เผยเชียนไม่ได้ตอบกลับทันที เขารับเอกสารมาดูคร่าวๆ ตอนที่บอกให้เลขาซินหาใครสักคนให้เขาไม่ได้วางมาตรฐานที่ชัดเจนมากนัก จริงๆ แล้วก็มีมาตรฐานอยู่แต่ระบุชัดเจนไม่ได้
โดยรวมแล้วคนที่คัดมาเหล่านี้มีแต่พนักงานขายฝีมือโดดเด่น บางคนประสบการณ์สูง บางคนไม่ค่อยมีประสบการณ์ บางคนพูดเก่ง บางคนมีบุคลิกเหมาะกับงานขาย…
เผยเชียนเปิดดูเรซูเม่ทั้งหมดแล้วก็ยังไม่พอใจ คนพวกนี้มาตรฐานสูงเกินไป! แม้แต่คนที่เรซูเม่และความสามารถธรรมดาที่สุดที่เลขาซินคัดมาก็ยังเกินที่เผยเชียนจะรับได้ไหว อีกทั้งจากมุมมองของเลขาซิน คนที่อยู่ในเกณฑ์ปานกลางคือคนหนุ่มสาวที่เพิ่งสร้างชื่อให้ตัวเอง คนหนุ่มสาวพวกนี้มักมีไฟและศักยภาพที่ไร้ขีดจำกัด
เผยเชียนวางเรซูเม่ลงแล้วคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ช่างเถอะ คุณไปทำงานอย่างอื่นก่อน ไว้ผมจะลองคิดดู”
เลขาซินพยักหน้าโดยไม่ถามอะไรมาก “รับทราบค่ะบอสเผย ถ้าบอสเปลี่ยนใจบอกดิฉันได้ทุกเมื่อนะคะ”
เผยเชียนหยิบเรซูเม่มาดูอีกครั้งหลังเลขาซินกลับออกไป อืม คนพวกนี้ใช้ไม่ได้จริงๆ!
จะไปหาคนมาดูแลฝ่ายขายได้จากที่ไหนกันนะ หาผ่านกระบวนการรับพนักงานทั่วไปไม่ได้แน่นอน คนที่เลขาซินคัดมามาตรฐานสูงเกินไป คนที่แย่ที่สุดยังเกินขีดจำกัดที่เผยเชียนยอมรับไหว
“ดูเหมือนว่าฉันจะต้องจัดการเองแล้ว” เผยเชียนรู้สึกว่างานแบบนี้พึ่งคนอื่นไม่ได้ เขาพลิกดูรายงานการทำงานของกิจการต่างๆ จากนั้นก็ลุกออกจากห้องทำงานเพื่อไปเสี่ยงโชคดู
…
หลังออกจากตึกเฉินฮว่าแกรนด์วิว เผยเชียนก็เดินไปสี่แยกใกล้ๆ ที่มีคนพลุกพล่าน
ช่วงเที่ยงบริเวณนี้จะมีคนหลั่งไหลเข้ามาเรื่อยๆ เผยเชียนกวาดสายตามองร้านค้าสองฝั่งถนน ในไม่ช้าก็เห็นสำนักงานของเครือบริษัทจู้เจีย
“ลองไปเสี่ยงดวงที่นั่นดูดีมั้ย แต่ตัวแทนส่วนใหญ่ในร้านแบบนี้โดนกลืนเป็นพวกเดียวกันหมด โอกาสเจอคนเหมาะๆ มีไม่สูงมาก อีกอย่างบริษัทจู้เจียมีปัญหาเรื่องค่านิยมตั้งแต่ระดับบนลงไปถึงระดับล่าง ไม่เอาดีกว่า”
เผยเชียนยังจำเหตุการณ์ห้องชุดหมกสารก่อมะเร็งได้ เขามีความประทับใจไม่ดีต่อบริษัทนี้ จึงไม่คิดจะเข้าไปถามว่าใครคือตัวแทนที่มีผลงานแย่ที่สุด เขาเดินดูต่อไปเรื่อยๆ
“ลองเสี่ยงดวงที่ยิมและสระว่ายน้ำดูดีมั้ย”
เผยเชียนเงยหน้ามองแล้วพบว่ามียิมเปิดใหม่ใกล้ๆ นี้กำลังแจกใบปลิวอยู่ ถึงละแวกนี้จะมีฟิตเนสฝากประจำอยู่ แต่ก็เกินจริงไปหน่อยที่จะอาศัยฟิตเนสฝากประจำเพียงแห่งเดียวในการดึงดูดลูกค้าสายออกกำลังในละแวกนี้ ดังนั้นจึงมียิมเข้ามาเปิดเพิ่ม
เผยเชียนรับใบปลิวมาสองใบเพื่อช่วยสนับสนุน เขาหวังว่ายิมพวกนี้จะเป็นที่นิยมและล้มฟิตเนสฝากประจำได้เร็วที่สุด
ระหว่างเดินต่อไป ดวงตาของเขาก็เป็นประกายขึ้นมา เพราะเขาพบชายหนุ่มคนหนึ่งยืนถือใบปลิวอยู่ท่ามกลางฝูงชน คนคนนั้นดูสับสนไปหมด เหมือนจะอยากแจกใบปลิวแต่ก็ไม่กล้า ในที่สุดก็ตัดสินใจเข้าไปหาคนที่เดินผ่านไปมาแต่ก็โดนเมิน เขายืนนิ่งอยู่กับที่เหมือนเสาไม้ ในขณะที่คนอื่นๆ เดินผ่านไปมาอย่างรวดเร็วเหมือนเมสซี่กับโรนัลโด้
“ฟ้าลิขิต!”
เผยเชียนถูกชะตาชายหนุ่มคนนั้นทันที นี่แหละคนแบบที่ฉันตามหา ชายหนุ่มคนนี้หน้าตาธรรมดา รสนิยมในการแต่งตัวไม่ดีเท่าไหร่ แถมยังเปล่งออร่าความไม่มั่นใจอย่างแรงกล้าออกมา เผยเชียนถึงกับสงสัยว่าคนคนนี้เป็นพวกไม่ค่อยชอบเข้าสังคมรึเปล่า เผยเชียนไม่เข้าใจว่าทำไมคนแบบนี้ถึงมาแจกใบปลิวตามท้องถนนได้ บอกได้แค่ว่าชีวิตไม่ใช่เรื่องง่ายเลย อาจเป็นเพราะเขาทะงานอื่นไม่ได้เลยทำได้แค่แจกใบปลิว
เผยเชียนเดินเข้าไปสังเกตชายหนุ่มใกล้ๆ น้องชายคนนี้เหมือนจะเพิ่งเตรียมใจได้ คนอื่นๆ เดินผ่านไปอย่างเร่งรีบราวกับกลัวจะหลบเขาไม่ทัน มีแค่เผยเชียนที่เดินผ่านไปช้าๆ แถมยังมองมาราวกับสนใจเล็กน้อย เขาจึงรวบรวมความกล้ายื่นใบปลิวให้
“สวัสดีครับ สนใจยิมใหม่ไหมครับ สมาชิกใหม่ลด 15%…”
ก่อนจะทันได้พูดจบ เผยเชียนก็รับใบปลิวมาและถามขึ้น “ฉันไม่สนใจยิมใหม่ แต่ค่อนข้างสนใจในตัวน้อง อายุเท่าไหร่แล้ว จบสูงสุดชั้นไหน”
ชายหนุ่มผงะไป “ผม… อายุสิบแปด จบสูงสุดชั้นมัธยมปลายครับ”
เผยเชียนพยักหน้าเล็กน้อยแล้วถามต่อ “น้องดูเป็นคนเก็บตัวอยู่หน่อยๆ ทำไมถึงเลือกรับงานแจกใบปลิวล่ะ”
ชายหนุ่มเกาหัว “ครอบครัวผมสถานะไม่ค่อยดี ผมต้องช่วยหาเงินด้วย วุฒิผมสมัครงานอื่นไม่ได้…”
ชัดเจนว่านอกจากจะเป็นคนเก็บตัวแล้ว ยังไม่ระวังตัวด้วย เผยเชียนถามอะไรก็ตอบหมดทุกอย่าง
แต่เผยเชียนก็ยืนยันข้อมูลของน้องชายคนนี้ได้ สถานะการเงินของครอบครัวไม่ค่อยดี จึงไม่ได้เรียนต่อหลังจบมัธยมปลาย ต้องรีบออกมาทำงาน แต่ตัวเล็กทำงานใช้แรงงานไม่ได้ มีนิสัยชอบเก็บตัวจึงพูดไม่เก่ง ทำงานขายไม่ได้ ทำได้แค่งานแจกใบปลิวและงานที่ไม่ต้องใช้ทักษะเฉพาะด้าน กลายเป็นว่าแม้แต่งานแจกใบปลิวก็ยังสู้ใครเขาไม่ได้
เผยเชียนพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ “อืม ดีๆ น้องมีศักยภาพที่ยอดเยี่ยมมาก พี่ขอชื่นชม! น้องชื่ออะไรเหรอ”
ในที่สุดชายหนุ่มก็รู้สึกว่ามีบางอย่างแปลกๆ และแสดงท่าทีระวังตัวขึ้นมา “พะ… พี่ต้องการอะไรครับ”
ถ้าเผยเชียนแก่กว่านี้หลายสิบปี น้องชายคนนี้อาจคิดว่าคนคนนี้คงอยากแนะนำสาวให้ แต่ตอนนี้… หรือว่าจะเจอกับพวกค้ามนุษย์ เขาตระหนักถึงสถานะของตัวเองดี เขาต้องเผชิญกับชีวิตอันยากลำบากมากว่าสิบปีจนทำให้กลายเป็นคนเก็บตัว แต่ผู้ชายคนนี้กลับบอกว่าเขา ‘มีศักยภาพยอดเยี่ยม’ โกหกกันชัดๆ!
เผยเชียนยิ้มบาง “เลิกแจกใบปลิวแล้วไปทำงานกับพี่ดีกว่า พี่ให้ค่าจ้างดีกว่าที่น้องได้แน่นอน”