ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี - บทที่ 997: ผู้เยี่ยมเยือน: คุณเถียนเฮยเชวียน
ชายหนุ่มมองเผยเชียนด้วยแววตาสงสัย เขารู้สึกได้โดยสัญชาตญาณว่าดูไม่น่าเชื่อถือเลย แต่พอเห็นการแต่งกายและท่าทีที่มั่นใจของเผยเชียนแล้วก็ดูไม่เหมือนอีกฝ่ายกำลังโกหก อีกฝ่ายสวมสูทผูกไท แต่ชุดสูทที่พวกตัวแทนอสังหาริมทรัพย์กับพวกนายทุนสวมแตกต่างกันลิบลับ
อาจเพราะประทับใจกับออร่าของเผยเชียน หรืออาจเป็นเพราะไม่พอใจกับสภาพปัจจุบันและแทบรอไม่ไหวที่จะคว้าทุกโอกาสที่เป็นไปได้ ชายหนุ่มลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถามขึ้น “พูดจริงเหรอครับ พี่ให้ผมได้เท่าไหร่”
เผยเชียนคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ตอนนี้ได้ค่าแรงเท่าไหร่”
เด็กหนุ่มตอบ “วันละแปดสิบหยวนครับ”
งานแจกใบปลิวเป็นงานใช้แรงที่ไม่ต้องใช้ทักษะอะไรมาก ดังนั้นค่าตอบแทนจึงไม่สูง โดยทั่วไปงานแจกใบปลิวบางที่จ่ายตามจำนวนที่แจกได้ บางที่จ่ายเป็นชั่วโมง บางที่จ่ายเหมาวัน ถ้าได้ค่าแรงวันละแปดสิบหยวนก็หมายความว่าเดือนหนึ่งแจกใบปลิวสามสิบวันจะได้สองพันสี่ร้อยหยวน ถึงจะน้อยแต่ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมสำหรับเมืองระดับสองอย่างจิงโจว หลายคนเต็มใจทำ
เผยเชียนพูดขึ้น “พี่ไม่แน่ใจว่าจะจ่ายเงินเดือนน้องยังไง แต่ฐานเงินเดือนน่าจะอย่างน้อยสามเท่าของรายได้น้องตอนนี้”
เขาไม่อยากพูดให้ดูเว่อร์เกินไป จึงระมัดระวังคำพูดเล็กน้อย ชายหนุ่มเลิกคิ้วนิดๆ ด้วยสีหน้าที่เหมือนจะบอกว่า ‘ล้อกันเล่นรึเปล่า’ เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ค่อยเชื่อ
ประเด็นอยู่ที่เขารู้สถานะตัวเองดี ถ้ามีทักษะเฉพาะทางและไปสมัครสักตำแหน่งที่จ่ายเงินเดือนสูง เขาก็คงหลอกตัวเองได้ว่าเป็นเพราะความสามารถของตัวเอง แต่เขารู้ดีว่าตัวเองไม่มีความสามารถอะไรเลย แล้วจะได้เงินเดือนสูงขนาดนั้นได้ยังไง หรือว่าอีกฝ่ายจะล่อลวงเขาไปเข้าองค์กรอาชญากรรม
เผยเชียนรู้สึกขำขึ้นมาเมื่อเห็นสายตาคาดหวังแต่ก็ระมัดระวังตัวของเด็กหนุ่ม เห็นได้ชัดว่าน้องชายคนนี้ต้องทนโดนสังคมรังแกมาหลายต่อหลายครั้ง และไม่เคยได้รับความอบอุ่นจากสังคมเลย เขาจึงดูคาดหวังแต่ก็ไม่เชื่อถือ
เผยเชียนคิดอยู่ครู่หนึ่ง บางทีอาจเพราะสถานการณ์ไม่เอื้ออำนวย ถ้ามีคนแปลกหน้าเดินเข้ามาหาตามข้างทางแล้วพยายามดึงตัวไปทำงานด้วยโดยให้เงินเดือนมากกว่าเดิมสามเท่า คนส่วนใหญ่ก็คงไม่เชื่อ
ดังนั้นเผยเชียนจึงหยิบสมุดเล่มเล็กที่พกติดตัวออกมา ฉีกกระดาษออกมาแผ่นหนึ่ง แล้วจดที่อยู่ชั้นสิบเจ็ดของตึกเฉินฮว่าแกรนด์วิวกับเบอร์ติดต่อลงไป
“ทำงานตรงนี้เสร็จแล้วแวะมาหาพี่ที่นี่ น้องชื่ออะไร พี่จะได้บอกฝ่ายต้อนรับให้อนุญาตให้น้องเข้าไป”
ชายหนุ่มรับกระดาษมาพร้อมกับตอบกลับ “ผมชื่อ เถียนโม่ โม่ตัวที่แปลว่าเงียบ”
เผยเชียนพยักหน้าเล็กน้อย ชื่อก็เหมาะกับบุคลิกอีกฝ่ายทีเดียว เรียบง่ายเหมือนชาวนา เป็นคนเงียบๆ และเก็บตัว [1] ได้คนแบบนี้มาดูแลฝ่ายขายก็เหมือนคู่ที่ฟ้ากำหนดให้มาอยู่ด้วยกัน!
“มาก่อนห้าโมงเย็นนะ ไม่งั้นมาไม่ทันพี่เลิกงานก่อน” เผยเชียนเตือนเพิ่มเติมเล็กน้อยก่อนจะเดินจากไป
เถียนโม่มองแผ่นหลังของบอสเผย แล้วก้มมองกระดาษในมือ สีหน้าของเขาดูสับสนและลังเล ก็เหมือนคำพูดที่ว่าบนโลกนี้ไม่มีของฟรี เงื่อนไขฟังดูดีเกินไปจนเขากลัวว่าจะเป็นการต้มตุ๋นแบบหนึ่ง ถึงธรรมชาติเขาจะเป็นคนง่ายๆ แต่เขาก็โดนสังคมทำร้ายมาจนเข้าใจลึกซึ้งถึงความหมายของการระวังตัวจากผู้อื่น
ตอนแรกเขาคิดจะโยนกระดาษแผ่นนี้ทิ้งไป จะได้เลิกฝันเฟื่อง แต่หลังจากลังเลอยู่พักหนึ่งเขาก็เก็บกระดาษใส่กระเป๋า
“เหมือนออฟฟิศจะอยู่ใกล้ๆ นี่เอง ลองแวะไปดูสักหน่อยก็น่าจะไม่เป็นไร” ในที่สุดเถียนโม่ก็ตัดสินใจได้
…
สี่โมงเย็น เถียนโม่เดินตามที่อยู่ที่เผยเชียนให้มาไปถึงด้านล่างตึกเฉินฮว่าแกรนด์วิว เขารู้สึกมีไฟขึ้นมาหลังจากได้คุยกับเผยเชียน ทำให้แจกใบปลิวได้เร็วขึ้น
เถียนโม่แจกใบปลิวอย่างขยันขันแข็งแล้วไปคุยกับคนดูแลงานแจกใบปลิวเลยเลิกงานได้ก่อนสี่โมงเย็น จากนั้นก็พุ่งไปที่ตึกเฉินฮว่าแกรนด์วิว
โถงทางเข้าใหญ่โตโอ่อ่า เปล่งประกายระยิบระยับ เถียนโม่สังเกตเห็นว่าหลังจากผ่านประตูเข้าไปมีป้ายโลหะสุดประณีตติดอยู่ บนป้ายมีรายชื่อบริษัทเด่นๆ ในตึก และชั้นที่ตั้งออฟฟิศ เขาเดินเข้าไปดูป้ายโดยไม่รู้ตัว แล้วพบว่าชื่อแถวบนสุดคือ เถิงต๋า คอร์เปอเรชัน
“ออฟฟิศ เถิงต๋า คอร์เปอเรชัน อยู่นี่เองเหรอเนี่ย”
เถียนโม่ตะลึงงัน ในฐานะชาวเมืองจิงโจว เป็นไปไม่ได้เลยที่จะไม่รู้จักเถิงต๋า คอร์เปอเรชัน แต่โดยพื้นฐานแล้วเขาก็ไม่เคยข้องแวะกับเถิงต๋า คอร์เปอเรชันเลย เหตุผลก็ง่ายมาก การรับพนักงานเข้าเถิงต๋าในปัจจุบันใช้ระบบสอบคัดเลือกพนักงานกลาง แม้แต่ตำแหน่งพนักงานส่งของในนี่เฟิงโลจิสติกส์ก็เป็นได้ยากขึ้นเรื่อยๆ การแข่งขันดุเดือดมาก เถียนโม่รู้สึกว่าวุฒิและความสามารถของตัวเองไม่สูงพอเลยไม่ได้ลองสอบดู
เขาดูชื่อเถิงต๋า คอร์เปอเรชันให้ละเอียดแล้วพบว่ามีบางอย่างแปลกๆ
“แค่เถิงต๋าบริษัทเดียวก็เหมาไปหลายชั้นแล้ว ชั้นสิบเจ็ดคือฝ่ายธุรการ ชั้นสิบแปดคือฝ่ายเกม ชั้นสิบเก้าคือเว็บจงเตี่ยนจงเหวินกับ TPDb แถมยังมีฝ่ายโฆษณาและการตลาดอีก… เดี๋ยวนา เหมือนคนที่ทิ้งที่อยู่ไว้ให้ฉันจะอยู่ชั้นสิบเจ็ดนี่”
เถียนโม่รู้สึกไม่มั่นใจเล็กน้อยเลยหยิบกระดาษออกมาดูอีกที ชั้นสิบเจ็ดจริงๆ ด้วย! เขาอยากถอยกลับทันที เขารู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล!
หรือว่าจะโดนหลอก คนจากเถิงต๋าจะมาแจกที่อยู่ตามข้างทางได้ยังไง หรือนี่จะเป็นการกลั่นแกล้งให้ไปหน้าแตกที่เถิงต๋า เถียนโม่ลังเลขึ้นมาอีกครั้ง แต่สุดท้ายความคิด ‘ไหนๆ ก็มาแล้ว’ ก็ชนะ
เขารวบรวมความกล้าเดินไปโต๊ะรับรอง แต่ก็ไม่รู้จะพูดอะไรดี พนักงานต้อนรับดูเข้าใจมาก “สวัสดีค่ะ ขอทราบชื่อและมีนัดหมายอะไรไว้ไหมคะ”
เถียนโม่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง “ผมไม่รู้ว่ามีนัดอะไรไว้รึเปล่า… ผมชื่อ เถียนโม่ ครับ”
“เถียนโม่…” พนักงานต้อนรับไล่สายตาดูบนจอ ทันใดนั้นสีหน้าของเธอก็เคร่งขรึมขึ้นทันที “อ้อ คุณโม่นี่เอง กำลังรออยู่เลยค่ะ รบกวนขึ้นไปที่ชั้นสิบเจ็ดนะคะ”
เถียนโม่ผงะไป เขาไม่คุ้นชินกับการที่พนักงานต้อนรับเรียกเขาสุภาพแบบนั้น ซึ่งทำให้เขารู้สึกอึดอัดมาก เขามองไปรอบๆ อย่างสงสัยก่อนจะขึ้นลิฟต์ไปที่ชั้นสิบเจ็ด
ทันทีที่ออกจากลิฟต์เขาก็เห็นชื่อ ‘เถิงต๋า เน็ตเวิร์ก เทคโนโลยี จำกัด’ ชัดเจนว่าไม่มีทางให้หนีอีกต่อไป เถียนโม่เดินไปที่โต๊ะรับรองอีกครั้ง และพบกับแฝดสาวที่กำลังง่วนอยู่กับงานของตัวเอง
“สวัสดีค่ะ รบกวนกรอกแบบฟอร์มลงทะเบียนแล้วรอที่โซฟาตรงนั้นนะคะ ตอนนี้มีคิวก่อนหน้าประมาณสองสามคน อีกไม่นานจะถึงคิวของคุณค่ะ” หนึ่งในพนักงานต้อนรับสุภาพมาก เธอยื่นแบบฟอร์มลงทะเบียนให้เขา
เถียนโม่รับมาแล้วหยิบปากกามากรอกแบบฟอร์ม แบบฟอร์มประกอบด้วยข้อมูลพื้นฐาน เช่น ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ วัตถุประสงค์ในการเยี่ยมเยียน และอื่นๆ
ปัจจุบันเถิงต๋า คอร์เปอเรชันกลายเป็นบริษัทใหญ่ที่ครอบคลุมหลายอุตสาหกรรม มีอิทธิพลสูงมากในจิงโจว บริษัทและผู้คนจำนวนมากจึงแวะมาติดต่อขอความร่วมมือทางธุรกิจทุกวัน เป็นไปไม่ได้เลยที่จะให้คนเหล่านี้เข้าพบบอสเผยได้โดยตรง ดังนั้นฝ่ายต้อนรับจึงต้องทำหน้าที่คัดกรองคน พนักงานฝ่ายธุรการจะมาต้อนรับผู้เยี่ยมเยียนเหล่านี้อย่างจริงจังโดยจะถามถึงรายละเอียดต่างๆ และขอให้กลับออกไปเมื่อจำเป็น
วันนี้ดูเหมือนจะมีผู้เยี่ยมเยียนจำนวนมาก บางคนต้องการร่วมมือทางธุรกิจ บางคนต้องการเสี่ยงดวงเผื่อได้งานดีๆ ตอนนี้มีประมาณสองสามคนนั่งรออยู่ก่อนแล้วที่โซฟา
เถียนโม่ไม่รู้ว่าจะกรอกช่องวัตถุประสงค์ในการเยี่ยมเยียนยังไงดี หลังจากครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งเขาก็ตัดสินใจถามออกไปตรงๆ “คือมีคนบอกให้ผมเข้ามาพบเขา บอกว่ามีงานให้ผมทำน่ะครับ”
วัตถุประสงค์ในการเยี่ยมเยียนนี้ดูเหลวไหลเกินไปหน่อย เถียนโม่ไม่รู้จะกรอกลงไปยังไงถึงจะเหมาะสม หลังจากลังเลอยู่พักหนึ่งเขาก็ยื่นแบบฟอร์มกลับ
พนักงานต้อนรับรับแบบฟอร์มมา เธออ่านชื่อบนแบบฟอร์มแล้วพูดขึ้น “เอ่อ… คุณเถียนเฮยเชวียน รบกวนรอสักครู่นะคะ เดี๋ยวจะมีคนมาต้อนรับค่ะ”
หลังจากส่งแบบฟอร์มลงทะเบียนเสร็จ เถียนโม่กำลังจะเดินไปนั่งรอที่โซฟา แต่พอได้ยินแบบนั้นเขาก็หันกลับไปแก้ความเข้าใจผิดด้วยความลำบากใจ “ผมชื่อเถียนโม่ครับ…”
เขาทำอะไรไม่ได้ ลายมือของเขาแย่เกินไป ดันเขียนตัวโม่ [2] ห่างกัน
พนักงานต้อนรับรู้สึกเขินเล็กน้อย “อะ ต้องขอโทษด้วยนะคะ! เอ๊ะ คุณเถียนโม่?” เธอนึกอะไรขึ้นได้ทันที “คุณเถียนโม่เหรอคะ ตายแล้ว น่าจะบอกกันเร็วกว่านี้ คุณไม่ต้องกรอกแบบฟอร์มค่ะ รบกวนเชิญทางนี้เลย”
พนักงานต้อนรับลุกขึ้นและพาเถียนโม่เข้าไปด้านใน ทำให้สองสามคนที่รอก่อนมองตามด้วยความอิจฉา เถียนโม่มองไปรอบๆ ระหว่างที่เดินเข้าไปข้างใน เขาเคยได้ยินมานานแล้วว่าสภาพแวดล้อมการทำงานของเถิงต๋าดีจนเกินจริง วันนี้เขาพบแล้วว่าเป็นเรื่องจริง!
ที่ผ่านมาเถียนโม่เคยสงสัยว่าข่าวลือพวกนี้เว่อร์เกินไปรึเปล่า ตอนนี้ได้รู้แล้วว่าไม่เว่อร์เลยสักนิด เป็นความจริงทั้งหมด
แต่ขณะเดียวกันเขาก็ยิ่งงงมากขึ้น อีกฝ่ายเป็นใครในเถิงต๋าถึงมีอำนาจมากขนาดนี้ คนที่เข้ามาทักเขาไม่ได้ดูแก่เลย หรือว่าจะเป็นญาติกับบอสสักคนในเถิงต๋า
ระหว่างที่เถียนโม่กำลังคิดอยู่ พนักงานต้อนรับที่นำทางเขาก็หยุดเดินแล้วพูดขึ้น “รอสักครู่นะคะ”
เถียนโม่เห็นป้าย ‘ห้องทำงาน CEO’ ติดอยู่ชัดเจนตรงประตูห้องแยก ก่อนจะทันได้ตอบสนองอะไร พนักงานต้อนรับก็เคาะประตูเบาๆ และแจ้งคนข้างใน “บอสเผยคะ คนที่บอสรออยู่มาถึงแล้วค่ะ”
“ให้เขาเข้ามาเลย” คนข้างในตอบ
พนักงานต้อนรับหันไปพูดกับเถียนโม่ “รบกวนเชิญด้านในเลยค่ะ บอสเผยรอพบคุณนานแล้ว”
เถียนโม่ตะลึงงัน บอสเผย? ถ้าจำไม่ผิดเถิงต๋ามีบอสเผยแค่คนเดียว ซึ่งก็คือ… นี่บอสเผยยื่นที่อยู่ให้ฉัน และบอกให้แวะมาสัมภาษณ์งานที่เถิงต๋าเหรอ! นี่มัน…
เถียนโม่เวียนหัวขึ้นมาเล็กน้อย ทุกอย่างดูเกินจริงไปหมด ราวกับว่าเขายังไม่ตื่นจากความฝัน
[1] ชื่อเถียนโม่ (田默) ตัว 田 แปลว่าทุ่งนา ตัว 默 แปลว่าเงียบ
[2] เถียนโม่เขียนตัว 默 ห่างกัน เลยเหมือนแยกเป็นสองคำคือ 黑犬 ซึ่งแปลว่า หมาดำ