ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี - บทที่ 998 ไว้ใจให้รับผิดชอบงานสำคัญ
เถียนโม่เดินเข้าไปในห้องทำงานบอสเผยด้วยความรู้สึกทำตัวไม่ถูก เผยเชียนชี้โซฟาข้างๆ “ไม่ต้องเกร็ง อยากนั่งตรงไหนเลือกได้เลย เอาชามั้ย”
เถียนโม่มึนงงเล็กน้อย “ขอบคุณครับ เอ่อ ไม่เป็น…”
เผยเชียนยิ้มขณะรินชาสองถ้วยแล้วยื่นถ้วยหนึ่งให้ จากนั้นก็เดินไปนั่งที่โซฟาข้างๆ
“เวลามีค่ามาก มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า บอกตามตรงเลยนะ ผมมีตำแหน่งงานขายให้คุณทำ” เผยเชียนมองเวลา เขาต้องเลิกงานตอนห้าโมง ดังนั้นต้องใช้เวลาให้คุ้มค่า
เถียนโม่ผงะไป “หือ? งานขายเหรอครับ คือ… ผม… ผมไม่มีประสบการณ์ด้านการขายเท่าไหร่ ผมเคยลองไปเป็นนายหน้าอสังหาริมทรัพย์มาหนึ่งเดือน…”
เผยเชียนเลิกคิ้ว “หืม? ผลลัพธ์เป็นยังไง”
“ผลคือ…” เถียนโม่รู้สึกเขินอายเล็กน้อย แต่ก็เลือกบอกไปตามตรง “ผลคือในหนึ่งเดือนผมเซ็นสัญญาเช่าได้แค่ไม่กี่หลัง เลยไม่ได้ค่าคอมมิชชันสักหยวน…”
เผยเชียนดูกังวลขึ้นมาเล็กน้อย “เซ็นสัญญาได้ไม่กี่หลัง… แล้วได้กี่หลังล่ะ”
เถียนโม่ตอบ “…สองหลังครับ บังเอิญมีนักศึกษาจบใหม่อยากเช่าบ้านมาก และบ้านที่ดูก็เหมาะพอดีเลยเซ็นสัญญาเช่าโดยไม่ต้องคุยอะไรมาก อีกคนได้มาเพราะพี่สาวใจดีในสำนักงานเห็นว่าผมดูน่าสงสารเกินไป…”
เผยเชียนชื่นชมมาก “อืม ไม่เลวเลย” (ฉันมองคนไม่ผิดจริงๆ เทียนโม่)
“หือ? ไม่แย่เหรอครับ”
เผยเชียนยิ้มบ้าง “พูดตามตรง กิจการต่างๆ ของเถิงต๋าค่อนข้างแตกต่างจากโลกภายนอก โดยเฉพาะฝ่ายขาย สิ่งที่ผมต้องการไม่ใช่ประสบการณ์และฝีปากอันเป็นเลิศ แต่อยากได้มาตรฐานการขายที่เป็นเอกลักษณ์ ผมคิดว่าคุณเหมาะมาก!”
“เพราะงั้นไม่ต้องกังวลอะไรเลย ผมเห็นศักยภาพที่ผมต้องการในตัวคุณ ถ้าคุณปลดปล่อยศักยภาพนี้ออกมาก็ไม่มีปัญหาแน่นอน”
“หา? จริงเหรอครับ” สีหน้าเถียนโม่ยังดูสงสัย สิ่งที่บอสเผยพูดฟังดูเหลวไหลมาก ถ้าเป็นคนอื่นพูดก็มั่นใจได้ร้อยเปอร์เซ็นต์เลยว่าโกหกแน่ๆ แต่อีกฝ่ายเป็นถึง CEO ของเถิงต๋า ดังนั้นไม่ว่าจะพูดเหลวไหลขนาดไหนยังไงก็ฟังดูสมเหตุสมผล
“จริงสิ” เผยเชียนดูมั่นใจมาก
เถียนโม่ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้น “พูดตรงๆ นะครับบอสเผย ผมไม่เก่งเรื่องงานขาย คุณก็รู้ว่าผมพูดไม่เก่ง แค่ไม่ไล่ลูกค้าออกไปก็เก่งมากแล้ว แต่ในเมื่อคุณคาดหวังในตัวผมสูงขนาดนี้ ผมก็อยากลองดูครับ! เอ่อ… มีใครช่วยสอนงานผมไหมครับ”
เห็นได้ชัดว่าเถียนโม่ยังไม่มั่นใจ เขาคิดว่าถ้ามีคนเต็มใจสอนและค่อยๆ ฝึกให้ เขาก็น่าจะพัฒนาขึ้นได้ในอนาคต
“มีสิ” เผยเชียนชี้ตัวเอง “ผมเอง”
“หา?” เถียนโม่แทบลมจับ บอสเผยจะสอนงานให้เองเลยเหรอ ทำไมให้ค่าเขามากขนาดนี้ “ไม่ต้องถึงขนาดนั้นก็ได้ครับบอสเผย คุณให้หัวหน้าฝ่ายขายหรือหัวหน้าทีมในความดูแลของคุณสอนงานผมก็ได้ เวลาของคุณมีค่ามาก ไม่จำเป็นต้องทำถึงขนาดนี้…”
เผยเชียนส่ายหน้า “ไม่เลย จำเป็นมาก”
ฝ่ายขายนี้จะช่วยให้เถิงต๋าทำเงินเพิ่มขึ้น หรือช่วยให้ทำเงินได้น้อยลงจริงๆ แล้วเขาก็ยังไม่แน่ใจ ขึ้นอยู่กับว่าเถียนโม่ที่เป็นหัวหน้าฝ่ายจะทำผลงานได้ดีขนาดไหน เถียนโม่ในตอนนี้เปรียบได้กับกระดาษเปล่า เผยเชียนต้องแบ่งเวลามาสอนงานเพื่อสร้างรากฐานที่ดีให้กับฝ่ายขาย
พอเห็นทัศนคติแน่วแน่ของบอสเผย เถียนโม่ก็ไม่ถามอะไรต่อ สีหน้าของเขาดูตื่นเต้นมาก “โอเคครับบอสเผย ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมจะตั้งใจเต็มที่และไม่ทำให้บอสผิดหวัง!”
เผยเชียนลุกไปหยิบสัญญาที่ลิ้นชักโต๊ะ “ถ้าไม่มีปัญหาอะไรแล้วก็เซ็นสัญญาได้เลย จุดสำคัญอยู่ที่เรื่องเงินเดือน”
เถียนโม่พยักหน้า สัญญานี้มีเนื้อหาเยอะมาก เขาต้องอ่านไปพักหนึ่งกว่าจะถึงส่วนของเงินเดือน แต่เขาก็พอจะประมาณเรื่องเงินเดือนของตัวเองได้คร่าวๆ ต้องใช้ระบบฐานเงินเดือนต่ำ + ค่าคอมมิชชันสูงแน่นอน
ถึงเถียนโม่จะไม่ชอบระบบโครงสร้างเงินเดือนแบบนี้เพราะรู้ว่าด้วยความสามารถตัวเองต้องได้เงินเดือนต่ำแน่ แต่ก็รู้ว่าทำอะไรไม่ได้อยู่ดี งานขายเป็นอาชีพที่วัดกันแค่ผลลัพธ์ไม่ใช่กระบวนการ จำนวนสัญญาที่เซ็นได้แสดงให้เห็นว่ามีความสามารถขนาดไหน ถ้าไม่แบ่งเงินเดือนส่วนใหญ่มาเป็นค่าคอมมิชชันก็เป็นเรื่องง่ายที่จะปั้นพวกชอบอู้และไม่สามารถกระตุ้นความกระตือรือร้นในการทำงานได้
ถึงเถียนโม่จะเป็นคนเก็บตัวที่พูดไม่เก่ง แต่ก็คิดว่ามีบอสเผยช่วยสอนงานให้เองขนาดนี้ ถ้าเขาทุ่มเทเรียนรู้อย่างเต็มที่ไปสักระยะหนึ่ง ทักษะการพูดก็น่าจะพัฒนาขึ้น ถึงตอนนั้นก็ไม่ต้องห่วงว่าจะไม่ได้ค่าคอมมิชชันอีกต่อไป
เนื้อหาในช่วงแรกเป็นเนื้อหาพื้นฐาน ซึ่งน่าจะเหมือนสัญญาจ้างงานอื่นๆ ของเถิงต๋า มีการกำหนดภาระผูกพันและสวัสดิการขั้นพื้นฐานของพนักงาน แค่เห็นสวัสดิการเถียนโม่ก็น้ำลายไหลแล้ว แต่ในไม่ช้าส่วนที่ไม่คิดฝันที่สุดในสัญญาก็มาถึง
“ตำแหน่งของผมคือ… หัวหน้าฝ่ายขาย? เงินเดือนคือ… แปดพันหยวนต่อเดือนบวกสวัสดิการบริษัท? เอ่อ ไม่มีค่าคอมมิชชันด้วย?”
เถียนโม่สับสนเล็กน้อยและคิดว่าตัวเองตาฝาด หัวหน้าฝ่ายขายถือเป็นคนดูแลจัดการฝ่ายขาย เพราะงั้นก็ไม่แปลกที่จะโดนเรียกนำหน้าว่าบอส เพราะถือเป็นตำแหน่งผู้นำ เรื่องเงินเดือนยิ่งเกินกว่าคิดฝัน ตอนแจกใบปลิวตามข้างทางทำงานหลังขดหลังแข็งอยู่สามสิบวันได้เงินเดือนแค่สองพันกว่าหยวน ตอนนี้ได้แปดพันหยวนแถมมีสวัสดิการและได้หยุดตามปฏิทิน รายได้รายวันสูงกว่าเดิมห้าเท่า
เผยเชียนอธิบาย “ถ้าในอนาคตทำงานได้ดีเงินเดือนก็จะเพิ่มขึ้นอีก”
เงินเดือนแปดพันหยวนต่อเดือนนั้นสูงสุดเท่าที่ระบบอนุญาตแล้ว แม้ความสามารถจริงของเทียนโม่จะไม่คุ้มกับเงินแปดพันหยวน แต่การเติบโตอย่างรวดเร็วของเถิงต๋าคอร์เปอเรชันก็ทำให้ระบบผ่อนปรนเรื่องเงินเดือนลง เผยเชียนจึงมีช่องให้เล่นได้มากขึ้น
เถียนโม่สับสนยิ่งขึ้น เพราะนี่เป็นสิ่งที่คาดไม่ถึงเลย เขาคิดว่าตัวเองจะเป็นแค่แมลงตัวจ้อยที่อยู่จุดล่างสุดของฝ่ายขาย กลับกลายเป็นว่าเขาเป็นหัวหน้าฝ่ายเฉยเลย ตอนแรกเถียนโม่คิดว่าจะได้เป็นเงินเดือนบวกค่าคอมมิชชัน ฐานเงินเดือนสักพันหยวนก็หรูแล้ว แต่กลายเป็นว่าได้ฐานเงินเดือนสูงถึงแปดพันหยวนแถมยังไม่มีค่าคอมมิชชันด้วย เถียนโม่สับสนไปหมด
“มีปัญหาอะไรรึเปล่า ถ้าไม่มีก็เซ็นเลย จวนจะเลยเวลาแล้ว” เผยเชียนมองเวลา ตอนนี้ใกล้ได้เวลาเลิกงานแล้ว
เถียนโม่ “สัญญาไม่มีปัญหาอะไรเลยครับ ผมแค่กลัวว่าความสามารถจะ…”
“ความสามารถคุณไม่มีปัญหาอะไรเลย ถ้าพอใจกับเงื่อนไขก็แค่เซ็นชื่อ ไม่ต้องกังวลเรื่องอื่น” เผยเชียนยิ้ม
เถียนโม่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่สายตาไว้วางใจของบอสเผยทำให้เขาสงบใจลงได้ คิดดูดีๆ ก็ถือว่าโชคดีมากที่มีเรื่องดีเกิดขึ้นกับตัวเอง ถ้าบอสเผยไม่พอใจขึ้นมาคงไม่มีโอกาสแบบนี้เข้ามาอีก คิดได้แบบนั้นเถียนโม่ก็รีบเซ็นชื่อลงในสัญญาเพราะกลัวว่าบอสเผยจะเปลี่ยนใจ
“โอเค เดี๋ยวผมพาคุณไปดูออฟฟิศ แล้วพรุ่งนี้แวะมาหาผมโดยตรงเลย ผมจะเล่างานคร่าวๆ ให้ฟัง”
เผยเชียนลุกยืน เขาพาเถียนโม่ไปฝ่ายโฆษณา เนื่องจากเขาเช่าที่เกินความจำเป็น ฝ่ายโฆษณาไม่ได้ต้องการพื้นที่มากขนาดนี้ โต๊ะทำงานหลายตัวเลยยังว่างอยู่ เขาจัดให้ฝ่ายขายอยู่กับฝ่ายโฆษณาได้ แน่นอนว่าให้พวกเขานั่งรวมกันเลยไม่ได้ ต้องแบ่งแยกระหว่างกันเล็กน้อยเพื่อกันไม่ให้เกิดเคมีแปลกๆ บางอย่างต่อกัน
เผยเชียนสุ่มเลือกโต๊ะ “โอเค คุณนั่งตรงนี้แล้วกัน”
โต๊ะตัวนี้ตั้งอยู่ข้างหน้าต่างวิวดีทีเดียว อีกทั้งยังห่างจากฝ่ายโฆษณาและการตลาดที่สุด มีโต๊ะว่างอย่างน้อยสิบกว่าโต๊ะรอบๆ พื้นที่ขนาดนี้น่าจะพอสำหรับทำงานไปก่อนในช่วงนี้ อีกอย่างเผยเชียนก็ไม่ได้ตั้งใจว่าจะจ้างพนักงานใหม่เพิ่มให้ฝ่ายขายเร็วๆ นี้ เขาต้องฝึกเถียนโม่ก่อนเพื่อกำหนดทิศทางของฝ่ายขายไม่ให้ออกนอกลู่นอกทาง
เถียนโม่ตกตะลึง “หือ? ตรงนี้เหรอครับ”
ตอนที่มาถึงครั้งแรกเขาดีใจมากที่เห็นคนมากมายในฝ่ายโฆษณาและการตลาดกำลังทำงานกันอย่างขยันขันแข็ง และจินตนาการว่าตัวเองจะได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในนั้น แต่บอสเผยกลับส่งเข้าไปยัง ‘เกาะเดียวดาย’ ทำลายภาพฝันของเขา วิวตรงนี้ดีทีเดียวแต่โต๊ะทำงานแยกห่างจากคนฝั่งนู้น คนอื่นมาเห็นอาจจะคิดว่าคนคนนี้มีโรคติดต่อบางอย่าง
เผยเชียนดูนาฬิกา “เอาละ ใกล้ได้เวลาเลิกงานแล้ว คุณทำความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมตรงนี้ไปก่อน พรุ่งนี้แวะมาห้องทำงานผมตอนสิบโมงเช้า ผมจะอธิบายงานคร่าวๆ ให้ฟังจะได้เริ่มทำงานอย่างเป็นทางการ”
พอจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้วเขาก็หันหลังเดินจากไป เถียนโม่นั่งงงอยู่ที่โต๊ะไม่รู้ว่าควรทำอะไรดี เขาเปิดคอมพิวเตอร์ดูหน้าจอมีเกมเต็มไปหมด กับโปรแกรมทำงานพื้นฐานไม่กี่ตัวที่เหลือต้องดาวน์โหลดเพิ่มด้วยตัวเอง
เถียนโม่เกาหัวแกรกๆ ไม่กล้าเล่นเกมเลยเปิดหน้าเอกสารเปล่าขึ้นมาแทน เขาคิดดูแล้วและตระหนักว่าบอสเผยมอบหมายหน้าที่ความรับผิดชอบที่สำคัญมากให้ วันนี้เป็นวันทำงานวันแรก ถึงบอสเผยจะไม่ได้สั่งงานอะไรแต่เขาก็คงนั่งหายใจทิ้งเฉยๆ ไม่ได้แบบนั้นบอสเผยก็มองว่าเขาเป็นพวกขี้เกียจตัวเป็นขนกันพอดี
แต่พอมองหน้าเอกสารเปล่า หัวของเขาก็ว่างเปล่าตามไปด้วย ทันใดนั้นเขาก็คิดถึงพี่สาวใจดีที่เคยช่วยไว้ตอนที่ทำงานเป็นนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ เขาจึงโทรหาอีกฝ่ายทันที ไม่นานเถียนโม่ก็ได้รับเอกสารหลายไฟล์ เอกสารเหล่านี้มีทั้งตารางการทำงานประจำวัน เนื้อหางาน ระเบียบการทำงาน และข้อมูลเกี่ยวกับงานขายอื่นๆ ที่ไม่ใช่ความลับ แน่นอนว่าไม่มีเนื้อหาเฉพาะทางแต่ก็ถือเป็นประโยชน์มากสำหรับเถียนโม่ในตอนนี้
เขาตั้งใจว่าจะเรียบเรียงและคัดกรองเนื้อหาที่เป็นประโยชน์มาสรุปเป็นเอกสารใหม่ พอไปพบบอสเผยพรุ่งนี้จะได้ไม่เอาแต่ อ้าปากหวอ แต่เพิ่งพิมพ์ไปได้แค่สองคำก็รู้สึกเหมือนโดนตบบ่า
“หือ?” เถียนโม่หันไปมองแล้วพบชายหนุ่มที่ดูจะแก่กว่าเขาประมาณสองสามปี
“สวัสดี เพื่อนร่วมงานใหม่” คนที่เดินมาตบบ่าทัก
เถียนโม่พยักหน้า “คุณเป็นใครเหรอครับ”
คนที่ตบบ่ายิ้ม “อ๋อ ผมชื่อหยูเย่า ทำงานที่ฝ่ายโฆษณาและการตลาดข้างๆ นี่”
เถียนโม่รีบตอบกลับ “อ้อ ผมชื่อเถียนโม่ วันนี้มาทำงานวันแรกครับ สวัสดีครับๆ”
หยูเย่ายิ้ม “อ๋อ เพิ่งเข้ามาใหม่ยังไม่รู้กฎเกณฑ์ ตอนนี้ถึงเวลาเลิกงานแล้วทำไมยังนั่งอยู่ตรงนี้อีก มีโควตาทำงานล่วงเวลารึเปล่า”
“หือ? โควตาทำงานล่วงเวลา?” เถียนโม่รู้สึกเหมือนสิ่งที่ได้ยินคือภาษามนุษย์ต่างดาว เขาเข้าใจแต่ละคำเมื่อจับแยกกันแต่พอเอามารวมกันแล้วไม่เข้าใจเลย
“ถ้าไม่มีโควตาทำงานล่วงเวลาก็รีบกลับได้แล้ว งานค้างค่อยกลับมาทำพรุ่งนี้ ยังมัวนั่งอยู่อีกรีบเก็บของเลยเราจะล็อกประตูแล้ว”
เถียนโม่งงไปหมด “ไม่ คือ… โอเคครับ เดี๋ยวผมกลับมาใหม่พรุ่งนี้”
ออกจากตึกเฉินหัวแกรนด์วิวมาแล้ว เถียนโม่ก็ยังงงอยู่ วันนี้เป็นวันที่แปลกประหลาดจริงๆ ชีวิตกว่าสิบปีที่ผ่านมาพลิกผันเอาดื้อๆ แบบนี้เลย
ถึงเถียนโม่จะโดนขัดจังหวะตอนเริ่มสรุปเอกสาร แต่พอมาคิดดูก็ตระหนักได้ว่ากว่าจะเข้าไปหาบอสเผยก็ตั้งสิบโมง ยังมีเวลาให้จัดการเอกสารอีกพอสมควร
“โอเค วันนี้กลับไปพักผ่อนให้เต็มที่ ปรับตัวให้พร้อมแล้วเริ่มลุยงานวันพรุ่งนี้!”