ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 1502 ถือกำเนิดผู้ประนีประนอม
บทที่ 1502 ถือกำเนิดผู้ประนีประนอม
ตรงหน้าโลงน้ำแข็งใสแวววาวราวกับสีฟ้า ปรากฏหลี่ฉวนจวินที่ผมเผ้ายุ่งเหยิง คุกเข่าก้มหน้าอยู่
ภายในโลงน้ำแข็งมีสตรีงามนอนแน่นิ่งอยู่ ใบหน้าสงบ เปลือกตาปิดสนิท ราวกับหลับใหลอยู่ในห้วงนิทรา
หลี่ฉวนจวินในฐานะเจ้าแห่งกระบี่ เดิมเขาเคยมีผมขาวโพลน แต่ภายหลังเขาได้กลับมาเยาว์วัยอีกครั้ง จึงดูเหมือนชายวัยกลางคน
บัดนี้เพียงชั่วข้ามคืนผมของเขากลับขาวอีกครั้ง ผมขาวดำปนเงิน ทั้งร่างดูอิดโรยไร้เรี่ยวแรง ราวกับผ่านความทุกข์ยากมาแสนสาหัส
เขาคุกเข่าไม่นานนัก เพียงแค่หนึ่งหรือสองวัน
ทว่าการเดินทางในห้วงความคิดของเขากลับยาวนานเหลือเกิน ทุกนาที ทุกวินาทีล้วนอยู่ในห้วงความทรมาน
เมื่อนึกถึงภาพการพบกับ ‘จ้าวอู่เจียง’ เมื่อสองวันก่อน ทั้งร่างของเขาดูเหมือนจะชราลงอีกอย่างเห็นได้ชัด
เสื้อคลุมสีดำนั้น ความงดงามเหนือใคร กลิ่นอายความชั่วร้ายและความสงบนิ่ง แรกเห็นก็คิดว่าเป็นจ้าวอู่เจียง เขาจึงรีบวิ่งเข้าไปหาอย่างร้อนรน
แต่เมื่อเขาเข้าไปใกล้ ถึงได้พบอย่างตกใจว่า ชายผู้มีใบหน้าเหมือนจ้าวอู่เจียงราวกับแกะผู้นี้ มิใช่จ้าวอู่เจียง
เมื่ออยู่ในระยะใกล้เขาถึงได้รู้สึกถึงพลังปีศาจที่ถูกกดไว้จนแทบจะควบคุมไม่อยู่
นี่คือปีศาจ
ชายที่เหมือนปีศาจผู้อ่อนโยนเหมือนจ้าวอู่เจียงผู้นี้บอกเขาว่า สามารถช่วยให้ซิ่วเหนียงฟื้นคืนชีพได้
เขาถามว่าจะทำอย่างไร?
เมื่อหลี่ฉวนจวินคิดถึงตรงนี้ เขาก็รู้สึกว่าตัวเองช่างโง่เขลานัก เขามิควรถามมันออกไปเลย!
—
ในวันนั้น
“สามารถช่วยให้ฟื้นคืนชีพได้หรือ?” นัยน์ตาของหลี่ฉวนจวินสั่นระริก ประกายแสงแห่งความหวังปรากฏขึ้นมา
“ต้องทำเช่นไร?”
ชายที่มีใบหน้าเหมือนกับจ้าวอู่เจียงทุกกระเบียดนิ้ว แม้กระทั่งรอยยิ้มอันอ่อนโยนกล่าวว่า
“เฒ่าหลี่เอ๋ย ความรู้สึกระหว่างเจ้ากับข้าลึกซึ้งนัก เคยร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กันมา
ข้าจะมิหลอกเจ้า ข้าให้เจ้าเลือกสองทาง”
“สองทาง?” ในยามนั้นหลี่ฉวนจวินไม่ได้รู้สึกถึงความผิดปกติแม้แต่น้อย เขาร้อนใจที่จะช่วยนางอันเป็นที่รัก
“หนึ่ง ข้าจะสร้างโลกหนึ่งให้เจ้า ให้เจ้ากับซิ่วเหนียงมีชีวิตอยู่ด้วยกันตราบชั่วนิรันดร์ แลเจ้าอยากได้อะไร ก็สามารถมีมันได้ทั้งหมด” ชายผู้คล้ายปีศาจยิ้ม พลังปีศาจพลุ่งพล่านทั่วท้องนภา
“แลกกับการจมดิ่งอยู่ในโลกนี้”
หลี่ฉวนจวินคิ้วตากระตุกเล็กน้อย
“ภาพลวงตา?”
“ประการที่สอง…” ชายผู้นั้นยิ้มพลางกล่าวต่อ
“เจ้าช่วยข้าทำเรื่องหนึ่ง แล้วข้าจะรวบรวมซิ่วเหนียงสามจิต เจ็ดวิญญาณทั้งหมด ช่วยให้ให้นางฟื้นคืนสติอีกครั้ง และข้ายังสามารถรวมดวงวิญญาณของเด็กให้กลับคืนมา ทำให้ทุกอย่างกลับสู่ภาวะปกติ
ถึงตอนนั้นเจ้ากับพวกนาง จะได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันอย่างสงบสุข”
“เจ้ากำลังพูดเรื่องเหลวไหลอะไร!”
หลี่ฉวนจวินตวาดด้วยความโกรธเกรี้ยว
แต่ต่อมา เขาก็ได้เห็นภาพที่ทำให้เขาตกตะลึงไปตลอดชีวิต
เขาเห็นโลกรอบตัวแปรเปลี่ยนอย่างรุนแรง ฟ้าถล่ม แผ่นดินทรุด สุริยันจันทรามลายหายสิ้น เขาเห็นตัวเองยืนอยู่ในจักรวาล ทุกสิ่งที่มองเห็นล้วนเป็นดวงดาราพร่างพราว
สิ่งเหล่านี้มิใช่ภาพลวงตาเลย มันช่างสมจริง จนทำให้เขารู้สึกหวาดเกรง ราวกับว่าหากเขาตกลงไป ชายผู้เป็นปีศาจตรงหน้านี้ สามารถสร้างทุกสรรพสิ่งที่เขาต้องการได้
อย่าว่าแต่ช่วยให้ช่วยซิ่วเหนียงและลูกกลับมาเลย แม้แต่การช่วยทุกคนที่ตายไปแล้วให้ฟื้นคืนชีพ ก็ดูเหมือนจะทำได้
“เรื่องอะไร?” หลี่ฉวนจวินถามอย่างประนีประนอม
“จ้าวอู่เจียง” เขายิ้มเล็กน้อย
“เจ้าไปที่ต้าโจว ย่านเจียงตู่ ตามหาจ้าวอู่เจียงแทนข้า แล้วแทงกระบี่เข้าไปที่หัวใจของเขา เอาโลหิตจากหัวใจมาหนึ่งหยด”
ดวงตาของหลี่ฉวนจวินสั่นไหวอย่างรุนแรง ยามนั้นเองที่เขานึกถึงบางอย่างได้
“เจ้าคือปีศาจในใจของอู่เจียง!”
“ไม่ใช่” ชายที่มีพลังปีศาจท่วมท้นยิ้มพลางกล่าว
“เขาต่างหากที่เป็นปีศาจในใจของข้า”
“ข้าทำมิได้!” หลี่ฉวนจวินกล่าวเสียงทุ้ม
“ฮึ ๆ…” ชายผู้นั้นส่ายหน้าพลางยิ้ม
“หลี่เอ๋ย หลี่ จ้าวอู่เจียงไม่มิวันตาย ไม่มิวันพินาศ อย่าว่าแต่เอาโลหิตจากหัวใจเขาแค่หนึ่งหยดเลย ต่อให้เอาสิบหยด ร้อยหยด เขาก็มิเป็นอันใด
อีกอย่าง หากเขาจริงใจกับเจ้าในฐานะสหาย การที่เจ้าขอโลหิตจากหัวใจเขาสักหยด ซึ่งเป็นคำขอเล็ก ๆ น้อย ๆ เขาจะปฏิเสธได้หรือ?
หากเขาปฏิเสธ หากเขาโกรธ นั่นแสดงว่า
เขามิได้สนใจเจ้าเลยสักนิด”
ในยามนี้หลี่ฉวนจวินจิตใจไม่มั่นคง ชายผู้นั้นจึงกล่าวเสริมต่อ
“และหากเจ้าล้มเหลว ถูกเขาค้นพบหรือปฏิเสธ เจ้าเพียงแค่กลับมาหาข้า
ถึงอย่างไร ข้าก็ยังคงระลึกถึงความรักครั้งเก่าของเจ้าเสมอ”
หลี่ฉวนจวินสังเกตเห็นช่องโหว่ในคำพูด จึงตวาดด้วยความโกรธว่า
“แล้วเหตุใดท่านมิช่วยข้ารักษาซิ่วเหนียงโดยตรงเล่า?”
ชายผู้นั้นตบไหล่ของหลี่ฉวนจวิน
“ท่านหลี่เอ๋ย หยดโลหิตจากใจดวงนี้ มิใช่ข้าที่ต้องการ
แต่เป็นซิ่วเหนียงต่างหาก เป็นนางที่ต้องการหยดโลหิตจากใจดวงนี้
หากไร้โลหิตหยดนี้ แม้เซียนก็ยากจะช่วยได้
เจ้าลองคิดให้ดีเถิด…
หากโลหิตจากใจของข้าใช้ได้ ข้าย่อมมิลังเลที่จะควักมันออกมา
ช่างน่าเสียดายนัก ที่มีเพียงของเขาเท่านั้นที่ทำได้ เพียงแต่ข้ามิรู้ว่า เขาจะเต็มใจหรือไม่…”