ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 1524 เขาลืมไป
บทที่ 1524 เขาลืมไป
ลายอาคมแปรเปลี่ยนเป็นอสนีบาตและวายุ ขวางกั้นชายทั้งสิบเจ็ดคนไว้
จางกั่วกั่วเอ๋อร์และคนอื่น ๆ วิ่งหนีไปโดยพลัน
ทว่าลายอาคมนี้สามารถขวางกั้นชายทั้งสิบเจ็ดคนได้เพียงชั่วลมหายใจเดียวเท่านั้น มันมิอาจต้านทานได้มากกว่านี้
เมื่อทั้งสิบเจ็ดคนว่างมือแล้ว จึงแยกย้ายกันออกไปจับเด็ก ๆ
ชายปิดหน้าที่มีน้ำเสียงอ่อนเสียงสูงผู้เป็นหัวหน้า ร่างวูบวาบราวกับเงา ในชั่วพริบตาก็สามารถจับตัวจางกั่วกั่วเอ๋อร์ได้ มือข้างหนึ่งของโจรร้ายบีบคอเด็กน้อยแล้วยกลอยขึ้นไปในอากาศ
ใบหน้าน้อย ๆ ของจางกั่วกั่วเอ๋อร์แดงก่ำ นางพยายามใช้เท้าเล็ก ๆ เตะชายปิดหน้า ทว่านานเข้าก็ค่อย ๆ หมดแรง
“ปล่อยข้า!” เสียงตะโกนลั่นดังอย่างสิ้นหวัง และร่ำไห้ออกมา
ชายปิดหน้ายิ้มอย่างอ่อนโยนและกล่าวเสียงสูงว่า
“เด็กที่มีรากฐานไม่เลว บางทีอาจไม่ต้องสังหาร เลี้ยงไว้เป็นทาสในภายภาคหน้าก็ไม่เลวทีเดียว”
จางกั่วกั่วเอ๋อร์ใช้มือน้อย ๆ พยายามขยุ้มไปเรื่อย ๆ ทว่ามิอาจเอื้อมถึง
แต่ในพริบตา สีหน้าของชายเสียงอ่อนเสียงสูงก็แข็งค้าง แขนขวาที่ใช้จับจางกั่วกั่วเอ๋อร์ขาดออกทันที บริเวณที่ขาดเรียบเป็นมันวาวราวกระจก
ข้างกายเขาเป็นร่างของหญิงสาวน้อยที่ถือกระบี่ไม้ท้อปรากฏขึ้น รับร่างจางกั่วกั่วเอ๋อร์เอาไว้ได้ทันที
“อ๊า!” ชายผู้ปิดหน้าเปล่งเสียงร้องอย่างน่าสยดสยอง ในชั่วพริบตาต่อมา กระบี่ไม้ท้อก็ทะลวงเข้าที่ศีรษะของเขา
ท่ามกลางม่านฝนโดยรอบ ปรากฏยันต์มากมายลอยว่อนไปทั่วท้องเวหา ถักทอกันเป็นตาข่ายอสนีบาตพุ่งเข้าจู่โจมผู้คน
ทุกที่ที่ตาข่ายอสนีบาตพาดผ่านไป เหล่าโจรชั่วสิบหกคนที่ล้อมสังหารว่านจื่อถูกพลังอสนีบาตฟาดจนกระดูกแหลกเป็นจุณ ในขณะที่ว่านจื่อและคนอื่น ๆ มิได้รับภยันตรายอันใด
ว่านจื่อยังไม่หายตกใจนัก นางเห็นสตรีถือกระบี่เดินเข้ามา สตรีนางนั้นยื่นมือช่วยพยุงนางขึ้น
“ข้าชื่อเว่ยชิงหลิง เจ้าควรเรียกข้าว่าศิษย์พี่”
ว่านจื่อพยักหน้า แล้วหันไปตรวจสอบดูว่าเด็กคนอื่น ๆ ปลอดภัยดีหรือไม่ เมื่อแน่ใจว่าทุกคนปลอดภัย นางก็ถอนหายใจยาว
ทว่าไม่นาน นางก็รีบร้องตะโกน
“ท่านรีบไปช่วยจูกัดชิงชิงเร็ว! นางอยู่ไม่ไกลจากที่นี่!”
เว่ยชิงหลิงขมวดคิ้ว นางยัดยันต์ใส่มือว่านจื่อ จากนั้นมือขาวเนียนของนางก็ปรากฏยันต์อีกแผ่น นางแปะมันลงบนน่อง ทันใดนั้นก็ย่อระยะทางหายวับไป
เมื่อเว่ยชิงหลิงปรากฏตัวอีกครั้ง นางก็ยืนอยู่ริมป่าเขา
เห็นร่างของสตรีน้อยในชุดลายบุปผาสีเขียว พิงกระบี่ หลังพิงต้นไม้ใหญ่ อาภรณ์เปื้อนเลือด ใบหน้างดงามทว่าแฝงความโศกเศร้า ดวงตาทั้งสองข้างปิดลง รอบกายมีศพของศัตรูแข็งแกร่งราวสิบคน
“จูกัดชิงชิง?” เว่ยชิงหลิงขี่กระบี่ไม้ท้อบินเข้าใกล้ และร้องเรียกนางเบา ๆ
สตรีผู้นี้หลับใหลไปเสียแล้ว
—
คืนนั้น
ในโลกแห่งความลับของตระกูลจูกัดที่เปรียบดั่งภาพวาดหมึกดำ ประตูบานเล็กโดดเดี่ยวถูกผลักเปิดออก จูกัดเสี่ยวไป๋ที่ดูอ่อนล้าทั้งร่าง ทว่าสีหน้ากลับเปี่ยมไปด้วยความร่าเริงจนดูเหมือนบ้าคลั่ง เดินออกมาจากประตู
ร่างท้วมของจูกัดชื่อที่ยืนอยู่นอกประตูปรากฏในสายตาของจูกัดเสี่ยวไป๋ เขาร้องเรียกด้วยความดีใจ
“พี่เทียนหมิง”
จูกัดชื่อมิได้แสดงความยินดีกับความสำเร็จในการทดสอบของจูกัดเสี่ยวไป๋ที่ใกล้จะได้เป็นหัวหน้าตระกูล สีหน้าของเขาเย็นชา พลางยื่นป้ายวิญญาณสีหยกขนาดเท่าฝ่ามือส่งให้
“ป้ายวิญญาณ? ของใคร?” จูกัดเสี่ยวไป๋นึกสงสัย เขารับป้ายวิญญาณมาตรวจสอบอย่างละเอียด แล้วชะงักค้างอยู่กับที่ทันที
“เสี่ยว… เสี่ยวฮวา… เกิดอันใดขึ้นกับเสี่ยวฮวา เหตุใดป้ายชีพจรถึงแตก?”
‘เพียะ!’
จูกัดชื่อตบเข้าที่ใบหน้าของจูกัดเสี่ยวไป๋ตามด้วยการขว้างถุงผ้าไปที่เขา จากนั้นก็หมุนตัวเดินจากไป เห็นได้ชัดว่าเขาเก็บโทสะมาเนิ่นนาน ร่างอวบอ้วนสั่นไม่หยุด
ดวงตาของจูกัดเสี่ยวไป๋เอ่อด้วยน้ำตา มือสั่นขณะเปิดถุงผ้า ข้างในไม่มีของล้ำค่าอะไร มีเพียงแหวนที่ถักจากต้นกล้วยไม้ มิได้ประณีตนัก และสีของหญ้าก็เริ่มเหลืองซีดแล้ว
“เจ้าจะแต่งงานกับข้าจริง ๆ หรือ?”
“ลูกผู้ชายพูดออกไปแล้ว ม้าสี่ตัวก็มิอาจไล่ทัน”
“อืม”
“นี่คือแหวน แต่ที่ข้าเคยเห็นมามักทำจากทองหรือหยก อาสี่กับอาสะใภ้สี่ต่างก็สวมแหวนหยกคนละวง เป็นเครื่องผูกพันอะไรสักอย่าง เช่นนั้นแล้วแหวนหญ้าวงนี้ ข้ามอบให้เจ้า”
“ข้าก็เป็นภรรยาของเจ้าแล้วสินะ?”
“อืม”
“จูกัดเสี่ยวฮวาจะอยู่กับจูกัดเสี่ยวไป๋ชั่วนิรันดร์ ชั่วนิรันดร์”
“ชั่วนิรันดร์”
“เกี่ยวก้อย”
“เมื่อโตขึ้น เจ้าห้ามลืมเชียว”
“ฮึ่ม ข้าจูกัดเสี่ยวไป๋จะมิมีวันลืมเด็ดขาด!”
ความทรงจำเหมือนสายลมที่คมดั่งมีด บาดทำลายจิตใจของจูกัดเสี่ยวไป๋
‘เขาลืมมันไปเสียแล้ว’
ตั้งแต่เขาเติบโต ตั้งแต่ท่องเที่ยวไปทั่วหล้า ตั้งแต่เขาได้เห็นมามากมาย ตั้งแต่เขารู้ว่าสหายรักต้องตายจาก ตั้งแต่เขามุ่งมั่นแก้แค้น เรื่องราวเหล่านั้นทำให้เขาถูกความแค้นบดบังจนลืมทุกสิ่ง
เขาลืมไปว่ามีหญิงสาวนามจูกัดเสี่ยวฮวารอเขาอยู่ รอให้เขารักษาสัญญาในวัยเด็ก รอให้เขาแต่งนางเป็นภรรยา
เมื่อเขาสวมแหวนที่เคยถักให้เสี่ยวฮวาตอนเด็ก เขาได้ยินเสียงที่นางทิ้งไว้
“เฮ้ จูกัดเสี่ยวไป๋ ข้าคือเสี่ยวฮวา ข้าจากไปแล้ว เจ้าต้องดูแลตัวเองให้ดีนะ”
เสียงของนางยังก้องอยู่รอบกาย เขาถึงกับทรุดตัวลงกับพื้น เอามือปิดหน้าคร่ำครวญด้วยความเจ็บปวด