ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 1567 บุรุษผู้มีความสามารถและสตรีผู้งดงาม
บทที่ 1567 บุรุษผู้มีความสามารถและสตรีผู้งดงาม
ในขณะที่โม่หรานหร่านกำลังจะพูดเพื่อแก้สถานการณ์ให้กับจ้าวเจียง แต่การกระทำของโม่หลีก็ทำให้คำพูดนั้นติดอยู่ในลำคอ
ดวงตาของเธอปั่นป่วน มองน้องสาวของตัวเองและจ้าวเจียงด้วยความไม่อยากเชื่อ
แต่เดิมในใจเธอคิดว่าเข้าใจคนทั้งสองคนนี้ดีพอสมควร แต่ตอนนี้เธอกลับรู้สึกว่าพวกเขาช่างแปลกหน้า
ไม่เพียงแต่ความรู้สึกแปลกหน้าที่มีต่อจ้าวเจียง แต่ยังรวมถึงความรู้สึกแปลกหน้าที่มีต่อน้องสาวของเธอด้วย
วันนี้จ้าวเจียงไม่รู้จักกาลเทศะ ทำการกระทำเช่นนี้ก็แล้วไป แต่ทำไมเสี่ยวหลีถึงรับของขวัญด้วยความเต็มใจเช่นนี้?
หรือว่าจ้าวเจียงกับเสี่ยวหลีมีความสัมพันธ์ลับ ๆ ที่เธอไม่รู้
หรือว่าคุณพ่อต้องการดึงจ้าวเจียงมาเป็นพวกโดยเร็ว จึงผลักดันเสี่ยวหลีออกมา วันนี้เสี่ยวหลีถึงได้เปลี่ยนไปจากปกติ
แต่คุณพ่อไม่ได้บอกเหรอว่าเสี่ยวหลีคือรากฐานที่ลึกที่สุดของตระกูลโม่ แล้วทำไมคุณพ่อถึงยอมผลักดันเสี่ยวหลีออกมาได้ล่ะ?
ตอนนี้เธอมีลางสังหรณ์แปลก ๆ ความรู้สึกบอกเธอว่าจ้าวเจียงและโม่หลีดูเหมือนคู่ที่เหมาะสมกันราวกับสวรรค์ลิขิต บุรุษผู้มีความสามารถและสตรีผู้งดงาม เช่นนั้นแล้วจะมีปีศาจที่ไหนมาคัดค้านได้
ความรู้สึกนี้เกิดขึ้นโดยไร้เหตุผล เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ไม่อาจสลัดทิ้งไปได้
ในเวลาเดียวกัน ในห้องลับภายในท้องโถงด้านหลังห้องจัดเลี้ยง มีชายวัยกลางคนสวมเสื้อคลุมดำสี่คนกำลังจ้องมองภาพสามมิติตรงหน้า
ภาพสามมิติแสดงให้เห็นทุกเหตุการณ์ในห้องจัดเลี้ยง ขณะนี้โม่หรานหร่านและโม่หลีกับจ้าวเจียงกำลังยืนอยู่ด้วยกัน ด้านล่างหน้าโต๊ะจัดเลี้ยงคือเหล่าคนหนุ่มที่มีความสามารถ ส่วนในห้องเล็กด้านหลังห้องจัดเลี้ยง มีเหล่าคุณหนูที่มาร่วมงานวันเกิดกำลังพูดคุยอะไรบางอย่าง
ชายวัยกลางคนในชุดคลุมดำทั้งสี่คนต่างรู้สึกประหลาดใจ โดยเฉพาะผู้นำที่ขมวดคิ้วลึก
“นายท่านต้าชุน เพื่อลูกนอกสมรสของจ้าวรื่อเทียนคนนั้น นายท่านถึงกับต้องให้เสี่ยวหลีลงมือด้วยเหรอครับ?” คนที่สองทางด้านซ้ายมองไปที่ต้าชุน ประมุขตระกูลโม่คนปัจจุบัน
ต้าชุนส่ายหน้า ขมวดคิ้วพลางกล่าว
“ฉันก็ไม่รู้ว่าทำไมเสี่ยวหลีถึงเปลี่ยนไปจากปกติ บางทีอาจเป็นเพราะเธอเห็นความพิเศษบางอย่างในจ้าวเจียง
อย่างไรซะจ้าวเจียงก็เป็นลูกนอกสมรสของจ้าวฮ่าว การที่จะมีของวิเศษติดตัวก็เป็นเรื่องปกติ และด้วยความพิเศษของเสี่ยวหลี อาจจะทำให้เธอสามารถค้นพบของวิเศษที่จ้าวเจียงซ่อนไว้ จึงต้องการค่อย ๆวางแผน นั่นก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้”
จากนั้นก็มีคนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มหนัก
“การที่หร่านหร่านไปติดต่อกับจ้าวเจียง พวกเราไม่มีข้อคัดค้าน แต่เสี่ยวหลี เราไม่เห็นด้วย
ลูกนอกสมรสของจ้าวฮ่าว ตอนนี้ยังเปิดเผยตัวไม่ได้ ถึงจ้าวฮ่าวจะรักหญิงผู้นั้นแค่ไหน จ้าวเจียงก็ต้องใช้ชีวิตเหมือนคนธรรมดาทั่วไปมาตลอด แม้จะมีศักยภาพสูง แต่ก็ยังไม่คู่ควรให้เสี่ยวหลีออกหน้า
เสี่ยวหลีคือแกนหลักที่สำคัญที่สุดของตระกูลโม่ในตอนนี้ การให้เธอปรากฏตัวต่อสายตาผู้คน ก็เพียงเพราะกังวลว่าการซ่อนความสามารถไว้ลึกเกินไปจะทำให้ผู้ไม่หวังดีสืบค้น แต่เธอต้องไม่ติดต่อกับคนนอกมากเกินไป
จ้าวเจียงคนนี้ไม่ใช่คนซื่อ แม้แต่ลูกสาวของหม่าซ่างฟายังถูกเขาหลอกได้ ดังนั้นจึงยากที่จะรับประกันว่าเสี่ยวหลีที่ไม่เคยผ่านโลกจะไม่ถูกเขาหลอก”
“จริงด้วยพี่ใหญ่ ที่พี่สามพูดก็ไม่ผิด เราต้องระวังจ้าวเจียงคนนี้ไว้ ให้หรานหร่านติดต่อกับเขาเพียงคนเดียวก็พอ เสี่ยวหลีต้องไม่ติดต่อด้วยเด็ดขาด
จ้าวเจียงลูกนอกสมรสคนนี้ ไม่แน่อาจมีนิสัยเหมือนพ่อสัตว์เดรัจฉานที่ชอบทำตัวเจ้าชู้อย่างจ้าวรื่อเทียน แม้ไม่พูดถึงฐานะตำแหน่ง แค่เรื่องความรักชายหญิง จ้าวเจียงก็ไม่คู่ควรกับเสี่ยวหลี”
“เมื่อเสี่ยวหลีเติบโตขึ้น สาวงามทั้งสิบแห่งอาณาเขตพันดาราจะเทียบเธอได้อย่างไรกัน!”
โม่ชุนสีหน้าเคร่งขรึม แล้วพยักหน้าเบา ๆ
“เรื่องนี้ฉันจะกำชับเสี่ยวหลีเอง”
“ยังมีอีกเรื่อง พี่ใหญ่ ช่วงนี้ทางบนเร่งเร้าหนัก ต้องการของจำนวนมาก เราจะทำอย่างไรกันดี ถ้าพวกเราลงมือบ่อยเกินไป อาจถูกจับได้ ตอนนี้พวกคนแก่หัวรั้นของดาวโม่กำลังจับตาดูพวกเราอยู่”
“พวกเขาจะมาเอาของจากพวกเราอย่างเดียวได้อย่างไร แล้วคนของพวกเขาล่ะ? ดาวดวงใหญ่ขนาดนั้น พวกเขาไม่รู้จักลงมือเองบ้างเหรอ?”
“พวกเขาบอกว่ากระต่ายไม่กินหญ้าแถวรัง”*[1]
“ฮึ ตลกชะมัด ทำเรื่องแบบนี้ยังจะกล้ามาสนใจเรื่องหญ้าแถวรังไม่แถวรังอีก? พวกเขาแค่ไม่นับพวกเราชาวดาวโม่เป็นคนก็เท่านั้น”
“แต่ว่า… ในแง่ของระดับเทคโนโลยี ดาวโม่ในสายตาพวกเขาตอนนี้ ก็แค่ดาวที่เต็มไปด้วยแมลง…”
“ตระกูลโม่ยังต้องการเวลา… ให้เวลาพวกเราอีกสามสิบปี ตระกูลโม่จะต้องก้าวขึ้นเป็นมหาอำนาจในอาณาเขตพันดาราแน่นอน ถึงตอนนั้นดาวโม่จะเปลี่ยนชื่อเป็นดาวเทียนโม่ เหมือนกับดาวเทียนหลางและดาวเทียนซื่อ”
“ดังนั้นตอนนี้…”
“พวกเราจะตอบตกลงกับพวกเขาไปก่อน แต่ต้องต่อรองทั้งเรื่องเวลาและผลประโยชน์…”
[1] กระต่ายไม่กินหญ้าแถวรัง เป็นสำนวนจีน แปลว่าคนฉลาดจะไม่สร้างปัญหาใกล้ตัว