ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 1682 ยอมรับอดีต เท่านั้นเอง
บทที่ 1682 ยอมรับอดีต เท่านั้นเอง
เอลิซารู้สึกว่าร่างกายของเธอสั่นสะท้านไม่หยุด เธอสัมผัสได้ถึงลมหายใจอันร้อนผ่าวของชายคนนั้น
แต่ครั้งนี้แตกต่างจากความรู้สึกร้อนผ่าวทุกครั้งที่ผ่านมา เมื่อก่อนมันคือตัณหาและความหลงระเริง แต่ตอนนี้มันคือความรู้สึกตื่นและความกลัว
เธออยากจะร้องไห้ ทั้ง ๆ ที่เธอเลือกที่จะตกต่ำแล้ว แต่ทำไมถึงต้องให้เธอตื่นขึ้นด้วย?
ทำไมต้องให้เธอเข้าใจถึงความตกต่ำของตัวเอง?
เธอไม่อยากยอมรับมัน!
ทำไมจ้าวอู่เจียงถึงไม่เยาะเย้ยเธอ เหมือนที่เธอเคยเยาะเย้ยจ้าวอู่เจียง
ทำไมจ้าวอู่เจียงไม่หัวเราะเยาะ แล้วพูดว่า ‘ไม่นึกเลยว่านักบวชศักดิ์สิทธิ์อย่างเอลิซาจะตกต่ำได้ ไม่นึกว่าเอลิซาจะขายผ้าเอาหน้ารอดล่ะ?’
ทำไมจ้าวอู่เจียงถึงต้องเข้าใจ ให้อภัย และปลอบประโลมเธอด้วย?
จ้าวอู่เจียงคิดว่าตัวเองเป็นใคร?
เป็นเทพเจ้าที่ให้อภัยมนุษย์หรือไง?
แล้วทำไมจ้าวอู่เจียงถึงต้องกอดเธอด้วย?
ทำไมเขาถึงอ่อนโยนขนาดนี้?
พวกเธอไม่ควรเป็นศัตรูกันหรือ?
ทำไมความอ่อนโยนที่เธอสัมผัสได้จากจ้าวอู่เจียงถึงได้จริงใจขนาดนี้ ราวกับตวามอ่อนโยนที่พ่อของเธอเคยมอบให้ ก่อนที่ท่านจะถูกศาสนจักรลงโทษด้วยการเผาด้วยไฟศักดิ์สิทธิ์?
พวกนอกรีต พวกที่อ่อนแอแบบนี้ สมควรตายทั้งหมด!
พวกมันสมควรตายทั้งหมด!
เอลิซาตาแดงก่ำ เธอยังคงพยายามดิ้นรน แต่จ้าวอู่เจียงเพียงแค่พูดกับเธออย่างนุ่มนวลราวกับสายลมยามราตรี
ประโยคของเขาให้เธอพ่ายแพ้ในทันที “ไม่ต้องกลัว ที่นี่มีแค่เราสองคน จะไม่มีใครรู้เรื่องนี้ ฉันก็จะไม่บอกใคร เธอก็ยังคงเป็นเอลิซาผู้บริสุทธิ์เหมือนเดิม”
เอลิซาทิ้งตัวอ่อนระทวยลงบนตัวจ้าวอู่เจียง หยดน้ำตาไหลรินผ่านแก้มของเธอ ในห้วงภวังค์เธอได้ยินสิ่งที่พ่อบอกกับเธอก่อนที่จะเต้นรำท่ามกลางเปลวเพลิง
“ไม่ต้องกลัว ตรงนี้มีแค่เราสองคน จะไม่มีใครรู้หรอก พ่อก็จะไม่บอกใครว่าลูกเป็นคนแจ้งความพ่อกับแม่…
ตอนนี้ลูกยังเด็ก ยังแยกไม่ออกว่าอะไรถูกอะไรผิด…
พวกเราไม่โกรธลูกหรอก อย่าร้องไห้นะ เอลิซา…”
จ้าวอู่เจียงค่อย ๆ ลูบผมยาวดุจน้ำตกของเอลิซาอย่างอ่อนโยน ก่อนจะช่วยใส่เสื้อผ้าให้เธอ
คำปลอบโยนของเขาไม่ใช่เพียงคำพูดเรื่อยเปื่อย แต่มาจากคำขอโทษที่เอลิซาเผลอพูดออกมาตอนที่เธอตกอยู่ในเจ็ดอารมณ์ หกความปรารถนา
จากคำพูดเหล่านั้น เขาพอจะเข้าใจเรื่องราวในอดีตของนักบวชหญิงผู้บริสุทธิ์คนนี้
ในวัยเด็กที่ไร้กังวล เธอถูกหลอกหลอนจากความคิดของคนบางคน ภายใต้บรรยากาศที่สุดโต่งและคลั่งไคล้ เธอไม่สามารถแยกแยะถูกผิดได้ จึงแจ้งความพ่อแม่ของตัวเอง ส่งผลให้พ่อต้องจบชีวิตในทะเลเพลิง
เอลิซาร้องไห้สะอึกสะอื้น เธอรู้สึกว่าจ้าวอู่เจียงเหมือนปีศาจที่หลอกหลอนเธอ ล่อลวงเธอ บังคับให้เธอต้องเผชิญหน้ากับอดีตอันแสนเจ็บปวด
ปีศาจพูดความจริง เทวดาเล่านิทาน
นิทานอันบริสุทธิ์ของเธอถูกฉีกทิ้ง ปีศาจทำให้เธอเข้าใจว่า นักบวชหญิงศักดิ์สิทธิ์เอลิซาไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริงของเธอ แต่ตัวตนที่แท้จริงคือเด็กหญิงเอลิซาที่ไร้กังวลคนนั้น
เธอไม่รู้ว่า ‘ปีศาจ’ จ้าวอู่เจียงได้ฉีกทิ้งนิทานของตัวเองก่อนแล้ว
จ้าวอู่เจียงพบตัวเองที่ติดอยู่ในสายฝนและสายฟ้าคำรามหลังจากสูญเสียคนรัก ตัวตนที่เขาซ่อนเอาไว้อย่างดี ถูกเขาฉุดกระชากออกมาอีกครั้ง
เขาบอกกับตัวเองในใจ
‘ดูสิ ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ช่างยุ่งเหยิงและสับสน แต่เหตุใดยามนี้กลับเงียบราวกับน้ำนิ่ง เจ้ามิรู้สึกว่ามันผิดปกติบ้างหรือ?
จ้าวอู่เจียง เจ้าจะหลบซ่อนไปถึงเมื่อใด?
จะหลบไปจนแก่เฒ่า หลบไปจนเรื่องราวต่าง ๆ มาไล่ตามถึงหน้าประตู หลบไปจนตายในยุคสมัยนี้ โดยที่ไม่มีโอกาสได้พบกับคนที่เจ้ารักอีกเลยหรือ?
ตู๋กูหมิงเยว่ที่หายไป? ลูกสาวเสี่ยวเนี่ยนเซี่ยก็มิอยากพบแล้วหรือ? ลู่เสี่ยวจิ่น กู้เหนียนหยวน เจ้าจะปล่อยมือจากพวกเขาแล้วหรือ?
เจ้ายินดีที่จะใช้ชีวิตอยู่อย่างไร้จุดหมายแบบนี้ ค่อย ๆ รอโชคชะตาพาให้ไปตามหาดวงวิญญาณที่พลัดพรากของจิ้งเอ๋อร์ หรือจะรอโชคช่วยให้พบวิธีช่วยหลินหลาง?
แล้วบัดนี้ที่เจ้าหลบซ่อนอยู่ ถึงแม้จะช่วยจิ้งเอ๋อร์และหลินหลางได้ แล้วจะให้พวกเขาตายติดอยู่ในยุคนี้กับเจ้าด้วยหรือ?
จริงอยู่ที่เจ้าไร้ซึ่งตั๋วจางใบที่สอง แต่ในเมื่อจางข้ามเวลาได้ เหตุใดเจ้าจะทำไม่ได้?
จริงอยู่ที่เจ้าไม่ได้เดินทางพร้อมกับผู้คนมากมาย จริงอยู่ที่เจ้าถูกทิ้งให้อยู่เพียงลำพังในยุคนี้ ไม่สามารถข้ามสายธารแห่งกาลเวลาได้
แต่หากเจ้าจมยังคงจมอยู่กับความผันผวน เป็นเพียงร่างไร้วิญญาณ ติดอยู่ในสายฝนที่โหมกระหน่ำ เจ้าจะสูญเสียทุกสิ่งที่มีค่าจริง ๆ
ชีวิตอมตะ?
อิสรเสรี?
อาจจะใช่
แต่ข้าคิดว่า จ้าวอู่เจียง เขา นาง มัน พวกเขา สิ่งที่พวกเขาต้องการคือให้เจ้ามีชีวิตอยู่ มีชีวิตที่ดี อยู่จนโลกพังทลาย อยู่จนสิ่งมีชีวิตสูญสิ้น อยู่จนกาลเวลาผ่านพ้นไปบนตัวเจ้า ไม่ใช่ตัวเจ้า…ที่ผ่านพ้นไป…’