ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 1683 คราวหน้าอย่าลืมใส่ถุงน่องสีดำ
บทที่ 1683 คราวหน้าอย่าลืมใส่ถุงน่องสีดำ
จ้าวอู่เจียงกำลังช่วยเอลิซาสวมเสื้อผ้า จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องสัมผัสกับผิวเนื้ออันเย้ายวน เขาไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะส่วนที่ควรจับก็ได้จับไปแล้ว
เขาพูดมุกตลกฝืด ๆ “หน้าอกสวยดีนะ”
เสียงร้องไห้ของเอลิซาหยุดชะงักทันที ดูเหมือนจะอายแกมโกรธ เธอเริ่มดิ้นรนอีกครั้ง
จ้าวอู่เจียงแกล้งหยอกล้อจนเธอหยุดร้องไห้ ทำให้บรรยากาศไม่เศร้าหมองอีกต่อไป ขณะที่จัดชุดคลุมสีดำทองให้เอลิซา ปากของเขาก็วิจารณ์ต่อ “คราวหน้าอย่าลืมใส่ถุงน่องสีดำ…”
เอลิซาหายใจถี่ขึ้น เธอเงยหน้าที่เปียกชื้นด้วยน้ำตาขึ้นมา สีหน้าดูเหมือนกำลังโกรธจัด
“จริง ๆ ถุงน่องสีขาวก็ไม่เลวนะ” จ้าวอู่เจียงพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย
การชอบแหย่คือด้านที่เจ้าเล่ห์ของเขา
“ถึงเธอจะโกหกฉันหลายเรื่อง แต่มีอย่างหนึ่งที่เธอไม่ได้โกหก เธอพูดถูกจริง ๆ ถุงน่องที่ไม่ถอดออกจนหมด มันจะรัดแน่นกว่า…”
“นี่นาย!” เอลิซาถูกแทงใจดำครั้งแล้วครั้งเล่า ตอนนี้เธอควบคุมความโกรธไม่อยู่อีกต่อไป ทว่ากำลังจะลงมือ ก็กลับดิ้นไม่หลุด เพราะถูกจ้าวอู่เจียงจับแขนไว้แน่น
แต่เอลิซาที่สติกลับมาแล้วก็ยังคงเป็นหญิงสาวที่เฉลียวฉลาดเหมือนเดิม เธอเข้าใจว่าคำพูดยั่วยุที่จ้าวอู่เจียงพูดออกมานั้น ก็เพื่อไม่ให้เธอสนใจเรื่องการตกต่ำ และยอมรับตัวตนที่เปลี่ยนไปของตัวเอง
“พอแล้ว เธอใส่ต่อเองเถอะ” จ้าวอู่เจียงเอามือกดที่หน้าอกอวบอิ่มของเอลิซา ก่อนจะผลักเธอออก และพูดอย่างจริงจัง
“ถ้าจะพูดตามความจริง ฉันก็ผิด แต่เธอก็ผิดก่อน นี่เป็นความจริงที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ ใจเธอก็รู้ดี พวกเราไม่จำเป็นต้องต่อสู้กันอีกแล้ว”
เอลิซารู้สึกฉุนที่จมูก “นายไม่มีจิตสำนึกเลยหรือไง?”
จ้าวอู่เจียงดึงมือใหญ่ที่แตะอยู่บนหน้าอกขาวผ่องของเอลิซากลับมา พลางลูบนิ้วเบา ๆ
“ฉันรู้จักพวกผู้หญิงเก่า ๆ บางคน พวกเธอก็มีหน้าอกใหญ่เหมือนกัน”
จ้าวอู่เจียงพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง โดยไม่มีทีท่าลบหลู่แม้แต่น้อย
“แค่นี้ก็พอ เธอใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อย ฉันจะเริ่มปลดกลไลวงเวทแล้ว”
เอลิซาพูดด้วยน้ำเสียงโกรธ แต่แท้จริงแล้วในใจกลับไร้ซึ่งความโกรธ พลางติดกระดุมเสื้อไปด้วย
“ฉันบอกแล้วว่า วงเวทของศาสนจักรแห่งแสงสว่างเป็นวิชาลับสุดยอด พวกนอกรีตจากศาสนจักรอื่นไม่มีทางถอดรหัสได้”
“ก็ไม่แน่นะ” รอบตัวจ้าวอู่เจียงปรากฏยันต์ที่ลุกไหม้ เขามองรอบพื้นที่มืดมิด
“เราสองคนได้ร่วมรักกัน พูดตามตรง ฉันถือว่าเป็นผู้ชายของเธอ อนุโลมว่าเป็นญาติของนักบวชศักดิ์สิทธิ์เอลิซาก็ได้ แค่นั้นก็ไม่นับว่าเป็นนอกรีต”
เอลิซาพูดไม่ออก จ้าวอู่เจียงแต่เดิมก็ไร้ยางอายอยู่แล้ว แต่จ้าวอู่เจียงที่มีเสน่ห์พิเศษเพิ่มขึ้นมานี้กลับไร้ยางอายยิ่งกว่าเดิม ถือเป็นคนหน้าด้านสุด ๆ
แต่ความไร้ยางอายแบบนี้ดูมีชีวิตชีวากว่าที่เธอเคยรับรู้มา ก่อนหน้านี้เหมือนเขาจะเชื่องช้าราวกับซอมบี้
“ถ้าบอกว่าปลดไม่ได้ก็ปลดไม่ได้สิ!” เอลิซาพูดอย่างหงุดหงิด
“ฉันก็ไม่อยากติดอยู่ที่นี่ต่อไปหรอก ถ้านายยอมพูดจาดี ๆ หน่อย ฉันก็อาจจะยอมแก้ให้”
“พูดจาดี ๆ เหรอ?” จ้าวอู่เจียงแสดงสีหน้าประหลาด แล้วชมว่า “ช่างนุ่มนวลจริง ๆ รสชาติของนักบวชศักดิ์สิทธิ์ช่างยอดเยี่ยม”
“จ้าวอู่เจียง!” ใบหน้าของเอลิซาแดงก่ำในทันที
“วันนี้นายอย่าหวังจะได้ปลดวงเวทนี้เลย!”
จ้าวอู่เจียงชำเลืองมองเวลาบนสายรัดข้อมือ “ไม่นึกว่าเราจะทำกันนานขนาดนี้ เธอเก่งจริง ๆ ที่ดูดฉันได้นานขนาดนี้ วันนี้ปลดไม่ได้ก็ปลดพรุ่งนี้ก็ได้ อีกเดี๋ยวก็ถึงพรุ่งนี้แล้ว”
‘ทำไมถึงได้มีคนพูดจาน่าหงุดหงิดขนาดนี้อยู่บนโลกนะ!’
เอลิซารู้สึกอารมณ์ปั่นป่วน เรือนร่างอวบอิ่มใต้ชุดคลุมสีดำทองสั่นไหว
จ้าวอู่เจียงช่างดื้อดึงเหลือเกิน เธอแค่ต้องการทางลงเท่านั้น แค่ให้จ้าวอู่เจียงยอมอ่อนข้อ มันยากตรงไหนกัน?
“งั้นก็ลองปลดดูสิ!” เอลิซาจ้องเขาด้วยความโกรธ
เดี๋ยวพอจ้าวอู่เจียงพยายามปลดไปสักพัก เขาก็จะเงียบไปเอง พอรู้ว่ามันยาก ก็ต้องกลับมาขอความช่วยเหลือจากเธอเอง ตอนนั้นเธอจะดูว่าจ้าวอู่เจียงจะยังปากแข็งได้อีกไหม
จ้าวอู่เจียงพยักหน้าราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ยันต์ที่อยู่รอบตัวเขาถูกเผาไหม้จนหมดสิ้น กลายเป็นควันสีฟ้าแล้วจางหายไปในอากาศโดยรอบ ไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆ อีก
เอลิซามองดูแวบหนึ่งแล้วแค่นเสียงหึในลำคอ
หนึ่งลมหายใจ
สองลมหายใจ
สามลมหายใจ…
เอลิซาเห็นจ้าวอู่เจียงค่อย ๆ เงียบลงไม่ส่งเสียงใด ๆ ในใจเธอรู้สึกสะใจ ไม่ว่าจะดื้อดึงแค่ไหน สุดท้ายก็ทำลายไม่ได้อยู่ดี แล้วก็ต้องให้เธอลงมือช่วยไม่ใช่หรือ?
แต่พอถึงลมหายใจที่เก้า ดวงตาของเอลิซาก็สั่นระริกอย่างรุนแรง เธอรู้สึกได้ว่าพื้นที่กักขังสีดำมืดกำลังสั่นสะเทือนไม่หยุด ดูเหมือนจะมีร่องรอยการคลายตัว
เธอจ้องมองจ้าวอู่เจียงที่ค่อย ๆ มีรอยยิ้มผุดขึ้นมาบนใบหน้าอย่างตะลึง อดไม่ได้ที่จะสูดลมหายใจเฮือก
จ้าวอู่เจียงทำลายมันออกได้จริง ๆ เหรอ?