ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 1715 ช้าลงหน่อย
บทที่ 1715 ช้าลงหน่อย
จ้าวอู่เจียงกล่าวชมว่า “จริง ๆ แล้วเธอก็เป็นคนที่ดีมากนะ”
สีหน้าของสุ่ยปิงเอ๋อร์เริ่มแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย
เมื่อจ้าวอู่เจียงตบเอวเธอเป็นครั้งที่สาม เธอก็หลุดพ้นจากดินแดนที่เต็มไปด้วยพลังปีศาจ และค่อย ๆ ฟื้นคืนสติ
เมื่อพบว่าตัวเองกำลังซบอยู่ในอ้อมกอดของจ้าวอู่เจียงหัวใจสั่นไหวในทันที
ทำไมเธอถึงมาอยู่ในอ้อมกอดของจ้าวอู่เจียงได้ล่ะ?
แม้ว่าเธอจะมีใจให้จ้าวอู่เจียง แต่โดยปกติแล้วเธอเป็นคนรักนวลสงวนตัว จะเป็นไปได้อย่างไรที่จะโผเข้าหาเขาเร็วขนาดนี้… หรือว่าเธอทำไปโดยไม่รู้ตัว?
ใบหน้างามของเธอแดงก่ำขึ้น เธอรีบดิ้นหลุดออกมาอย่างร้อนรน
“เป็นอะไรไป?” สีหน้าของจ้าวอู่เจียงเต็มไปด้วยความสงสัย ราวกับจะบอกว่า เมื่อครู่ยังสนิทสนมกันดี ทำไมจู่ ๆ ถึงเย็นชาขึ้นมา เขาจ้าวอู่เจียงทำอะไรผิดไปหรือเปล่า?
“ฉัน…” สุ่ยปิงเอ๋อร์พูดด้วยใบหน้าแดงก่ำ นึกย้อนถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น ในหัวมีแต่ภาพที่พร่ามัว
ในภาพนั้นเธอเอ่ยปากขอให้จ้าวอู่เจียงเป็นผู้สนับสนุนตระกูลสุ่ย จากนั้นทั้งสองก็คุยอะไรกันบางอย่าง เธอถูกจ้าวอู่เจียงโอบเอวอย่างนุ่มนวล และเธอก็ไม่ได้ขัดขืน แต่กลับซบอยู่ในอ้อมกอดของจ้าวอู่เจียงอย่างว่าง่าย
ตลอดทั้งเหตุการณ์ไม่มีการบังคับใด ๆ
เธอรู้สึกแปลกใจ ทั้งที่เพิ่งคุยกันเมื่อครู่นี้เอง ทำไมภาพถึงได้พร่ามัว และเนื้อหาการสนทนาถึงได้คลุมเครือขนาดนี้
“ไม่เป็นไรหรอก ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก ฉันเองก็งง ๆ อยู่เหมือนกัน” จ้าวอู่เจียงยิ้มอย่างอ่อนโยน พลางจัดผมที่ยุ่งเหยิงบริเวณหน้าผากของสาวน้อยให้เรียบร้อย
“เร็ว… อะไรที่ว่าเร็ว?” สาวน้อยขมวดคิ้วก่อนจะนึกขึ้นได้ในทันที
เมื่อครู่เธอเผยความในใจ บอกความรู้สึกของตัวเองไป แล้วจ้าวอู่เจียงก็ตอบตกลงงั้นเหรอ?
เธอรู้ว่าความรักที่สมหวังนั้นมักทำให้คนเคลิบเคลิ้ม แต่ก็ไม่น่าจะเคลิบเคลิ้มขนาดนี้ เธอแทบนึกไม่ออกว่าเกิดอะไรขึ้น
“ไปกันเถอะ ถึงเวลาขึ้นยานแล้ว” จ้าวอู่เจียงจูงมือของเธอเดินตรงไปยังยานอวกาศ
สาวน้อยถูกจับมือไว้ ท่าทางที่เป็นธรรมชาติของจ้าวอู่เจียงทำให้เธอมองไม่เห็นร่องรอยความผิดปกติใด ๆ ทั้งคู่ดูเหมือนเป็นคู่รักกันจริง ๆ
“พวกเรา… คบกันแล้วเหรอ?”
เธอยังคงไม่กล้าเชื่อ เธอรู้สึกชอบจ้าวอู่เจียงอยู่บ้าง แต่รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง
“ไม่ใช่” จ้าวอู่เจียงส่ายหน้า แล้วพูดตามตรงว่า “เธอแค่เผยความในใจออกมา”
“แล้ว… คุณ… แล้วพวกเรา…” สาวน้อยเพิ่งเข้าใจ เธอเผยความในใจออกไป แล้วเธอกับจ้าวอู่เจียงก็คบกันเลยงั้นเหรอ?
“ตอนนี้ถ้าเธอมีสติดีแล้ว เธอ ปฏิเสธฉันได้” จ้าวอู่เจียงยังคงยิ้มอย่างอ่อนโยน รอยยิ้มที่มุมปากของเขาทำให้หัวใจของสาวน้อยสั่นไหว
สาวน้อยเม้มริมฝีปาก ไม่อาจเอ่ยคำปฏิเสธออกมาได้
“ฉันแนะนำให้เธอปฏิเสธนะ” จ้าวอู่เจียงพูดอย่างจริงจัง
“จริง ๆ นะ”
เขาค่อย ๆ ปล่อยมือออก
“ไม่ค่ะ” สุ่ยปิงเอ๋อร์สูดหายใจลึก รีบคว้ามือจ้าวอู่เจียงเอาไว้แน่น แล้วอธิบายว่า
“ฉันแค่ไม่คิดว่าความสัมพันธ์ของเราทั้งคู่จะพัฒนาเร็วขนาดนี้ แรก ๆ ฉันคิดว่าจะค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไป”
จ้าวอู่เจียงดึงสุ่ยปิงเอ๋อร์เข้ามาในอ้อมกอด เขายิ้มอย่างอ่อนโยน
“ชีวิตคนสั้นนัก ลองดูสักครั้งจะเป็นไร”
“ในเมื่อเธอชอบฉัน เราก็แค่ลองดู”
หัวใจของสุ่ยปิงเอ๋อร์รู้สึกร้อนผ่าว ‘นี่คือความรู้สึกของการมีความรักใช่ไหม?’
เธอไม่เคยสัมผัสความรู้สึกนี้มาก่อน ตอนนี้ในใจเธอมีความรู้สึกผสมปนเปที่บอกไม่ถูก ทั้งต่อต้าน ทั้งกลัว ทั้งเสียดาย เสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อย
“เราค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไปได้ไหมคะ”
—
“เร็วขึ้นหน่อย”
“เร็วขึ้นอีกเถอะนะที่รัก…”
“เร็วกว่านี้อีก…”
จ้าวอู่เจียงโอบกอดร่างของสุ่ยปิงเอ๋อร์ที่พิงอยู่ที่หน้าต่างยาน มือทั้งสองของเธอโอบรอบคอของเขา ร่างกายของทั้งคู่เคลื่อนไหวพร้อมกัน ผมสีฟ้าของเธอยุ่งเหยิง ใบหน้าสวยหวานแหงนขึ้นเล็กน้อย เสียงครางแผ่วเบาหลุดออกมาจากปากของเธอ
ก่อนขึ้นยานเธอตั้งใจว่าจะให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไป แต่พอคิดว่าตัวเองกำลังมีความรัก และคนที่เธอรักคือจ้าวอู่เจียง ผู้ชายที่ทำให้หัวใจเธอเต้นแรง ยิ่งคิดยิ่งรู้สึกวุ่นวายในใจ จนทำให้เธอทนไม่ไหว
เธอจึงแอบจูบจ้าวอู่เจียงไปหนึ่งที
แล้วเธอก็ถูกจ้าวอู่เจียงทำให้เธอเริ่มรู้สึกอึดอัด แต่ความรู้สึกอึดอัดนั้นกลายเป็นความรู้สึกที่หยุดไม่ได้
เธอไม่สามารถรักษาความสงบเสงี่ยมไว้ได้อีกต่อไป ได้แต่ขอร้องให้คนรักของเธอเร็วขึ้นอีก เร็วขึ้นอีก…