ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 1781 นายต้องรับผิดชอบ
บทที่ 1781 นายต้องรับผิดชอบ
“ขอโทษครับ!”
เจสัน มารินถูกเตะจนทนไม่ไหวแล้ว นี่เป็นการทรมานทั้งร่างกายและจิตใจ เขาจำต้องยอมแพ้ ร้องตะโกนดังลั่น หวังว่าเจ้าแห่งการพนันจะปล่อยเขาไป
พร้อมกับเสียงตะโกนของเขา ทั้งอัฒจันทร์พลันเงียบกริบ ผู้ชมต่างตกตะลึงกับภาพตรงหน้า นี่เป็นครั้งแรกในการประลองยุทธ์พันดาราที่มีคนถูกซ้อมจนต้องขอโทษคนที่ซ้อมตัวเอง
บรรยากาศช่างประหลาดและตลกพิกล
นี่คือบาทหลวงเจสัน มารินแห่งศาสนจักรแห่งแสงสว่างนะ หลายคนเคยได้ยินเรื่องราวของเขา ผู้ถือคทาเงิน เดินทางไปทั่วโลกแทนเทพเจ้าแห่งแสงสว่าง เพื่อส่องสว่างให้มวลมนุษย์
ด้วยคทาเงินในมือ เจสัน มารินสามารถหลบหนีจากผู้บำเพ็ญโบราณขั้นตัวตนที่แท้จริงได้อย่างคล่องแคล่ว แต่ตอนนี้กลับนอนแปลกประหลาดอยู่บนพื้น กอดหัวให้คนอื่นเตะซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ทำไมเจสัน มารินถึงไม่หลบ?
ทำไมฉันถึงไม่หลบ? เจสัน มารินก็สงสัยในใจเช่นกัน แม้เขาจะอยากหลบ แต่กลับทำไม่ได้ ราวกับว่าการที่เขาถูก ‘เจ้าแห่งการพนัน’ เตะ เป็นเรื่องที่เทพเจ้าแห่งแสงสว่างจัดการไว้ ไม่อนุญาตให้เขาปฏิเสธ
เมื่อเทพลงโทษ เขาก็ต้องจำยอมรับ
“ขอโทษครับ คุณเสี่ยวฮวา!” เจสัน มารินตะโกนอีกครั้ง
จูกัดเสี่ยวไป๋ยังคงเตะอย่างรุนแรง
“บาทหลวงแห่งแสงสว่างดูถูกว่าฉันแก่แล้วไม่มีแรง โดนแค่สามสิบกว่าทียังจะให้ฉันหยุดพัก”
บาทหลวงแห่งศาสนจักรแห่งแสงสว่างถูกเตะจนร้องครวญครางไม่หยุด ร่างกายราวกับถูกตรึงอยู่กับพื้น ได้แต่บิดไปมา แต่ก็ไม่อาจห่างจากจุดที่ล้มลงไปได้เกินหนึ่งเมตร
เขาร้องขอโทษติดต่อกันไม่หยุด จนกระทั่งร้องไปได้ยี่สิบสามครั้ง ก็หมดสติไป
เสียงโห่ร้องจากที่นั่งผู้ชมดังขึ้นเรื่อย ๆ แต่เดิมคิดว่าคงไม่มีอะไรน่าดู แต่กลับได้เห็นการแข่งขันที่ประหลาดและน่าขันเช่นนี้ ชายผู้มี ID ว่าเจ้าแห่งการพนันผู้นี้เป็นใครกันแน่?
เมื่อเทียบกับเขาแล้ว บาทหลวงจากศาสนจักรแห่งแสงสว่างกลับกลายเป็นเหยื่อที่อ่อนแอให้เขาจัดการได้ตามใจชอบ
ในขณะที่จูกัดเสี่ยวไป๋กำลังเตะบาทหลวงจากศาสนจักรแห่งแสงสว่างอยู่นั้น ทางฝั่งจ้าวอู่เจียงก็กำลังเผชิญหน้ากับคนอื่นอยู่เช่นกัน
หลังจากเอลิซาพบจ้าวอู่เจียงในพื้นที่เตรียมพร้อม สีหน้าเธอดูสับสนซับซ้อน ราวกับกำลังลังเลบางอย่าง แต่ก็ยังเดินเข้าไปหาจ้าวอู่เจียง
เธอเข้าไปกระซิบข้าง ๆ จ้าวอู่เจียง
“หลังจากแยกจากนายวันนั้น ฉันไปตรวจ HCG มา ผลออกมาไม่ค่อยดี…”
“หา?” จ้าวอู่เจียงได้ยินคำพูดของเอลิซาดวงตาสั่นระริก HCG? สถานการณ์ไม่ค่อยดีหมายความว่ายังไง? ท้อง?
เขายิงปุ๊บติดปั๊บเลยเหรอ?
เอลิซายังคงสวมชุดคลุมยาวสีดำทอง แต่นอกจากกลิ่นอายแห่งความศักดิ์สิทธิ์แต่เดิมแล้ว ตอนนี้ร่างกายเธอยังมีความรู้สึกแตกสลายบางอย่าง
“ปัญหาตอนนี้คือ ลิลิธรู้เรื่องนี้แล้ว เธอจะทำร้ายฉัน นายต้องช่วยฉัน นายต้องรับผิดชอบ!”
“ฉันควรทำยังไงดี?” จ้าวอู่เจียงเอ่ยเสียงทุ้ม การที่คนอื่นรู้เรื่องนี้ทำให้เขาตระหนักถึงความร้ายแรงของปัญหา
เอลิซาขมวดคิ้ว
“นายต้อง…”
แต่เธอยังพูดไม่ทันจบ มือเรียวบางดั่งหยกก็วางลงบนไหล่ของเธอ ตามด้วยใบหน้าของลิลิธที่มีผมสีขาวโผล่ออกมา
“เธอต้องตกลงตามเงื่อนไขบางอย่างของฉัน เอลิซา ฉันเคยบอกแล้วว่าฉันเต็มใจที่จะช่วยเธอ แต่เธอก็ต้องช่วยฉันด้วย…”
ลิลิธเดินออกมาจากด้านหลังของเอลิซาปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหัน ราวกับว่าก่อนหน้านี้ซ่อนตัวอยู่ในแสงสว่างด้านหลังของเอลิซา
ทั้งร่างของเอลิซาเย็นเยียบลง
ลิลิธคว้ามือของเอลิซายิ้มมองไปทางจ้าวอู่เจียง
“คุณคือผู้ชายที่ลบหลู่นักบวชศักดิ์สิทธิ์สินะ? นอกจากหน้าตาแล้ว ดูเหมือนจะไม่มีอะไรพิเศษเลย”
ผู้หญิงคนนี้ต้องการทำอะไรกับเอลิซากันแน่? ทำไมท่าทางดูคล้ายคนบ้าคลั่งความรัก? จ้าวอู่เจียงขมวดคิ้ว สายตาจ้องมองอย่างหนักแน่น
“ฉันแค่ต้องการความช่วยเหลือซึ่งกันและกันเท่านั้น ฉันไม่ใช่คนบ้าคลั่งความรักนะ ฉันคือลิลิธนักบวชศักดิ์สิทธิ์0kdศาสนจักรแห่งแสงสว่าง ผู้ที่จะได้เป็นธิดาเทพ” ลิลิธเอ่ยขึ้น
จ้าวอู่เจียงขมวดคิ้วแน่นขึ้นกว่าเดิม ลิลิธรู้ความคิดในใจเขาได้ยังไงกัน
“จ้าวอู่เจียงระวังตัวไว้ เธอสามารถอ่านใจได้” เอลิซาเตือน
จ้าวอู่เจียงระงับความรู้สึกในใจ ดวงตาลึกล้ำ เอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“มีอะไรให้ฉันทำหรือเปล่า”
ดวงตาของลิลิธโค้งขึ้น ยิ้มอย่างอ่อนโยน เผยให้เห็นเขี้ยวเล็ก ๆ สองซี่
“คุณฉลาดจังเลยนะ รู้จักกาลเทศะดี ฉันยังไม่ทันพูดอะไร คุณก็อาสาจะทำอะไรให้แล้ว ฉันนึกว่าจะต้องใช้เรื่องของคุณกับเอลิซามาข่มขู่ คุณถึงจะยอมเสียอีก”
จ้าวอู่เจียงพยายามทำจิตใจให้นิ่งสงบ พยายามไม่คิดอะไร เพื่อไม่ให้ลิลิธจับจุดอ่อนได้
“มีอะไรก็พูดมาก่อน”