ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 1791 ความโกรธที่ไม่เคยมีมาก่อน
บทที่ 1791 ความโกรธที่ไม่เคยมีมาก่อน
สายลมยามราตรีเย็นยะเยือก
บนดาดฟ้าตึกสูงใต้ม่านราตรี ร่างสองร่างกำลังรีบเก็บอุปกรณ์อย่างเร่งด่วน
“ใครใช้ให้แกไปเขย่าพงหญ้าให้งูตื่น? แกรอให้พวกมันซ้อนทับกันสนิทก่อนค่อยยิงไม่ได้หรือไง?” เสียงชราตวาดด่าพลางรีบถอดแยกชิ้นส่วนอาวุธกฎเกณฑ์รองในมือ เตรียมจะเก็บให้เรียบร้อยแล้วหนี ที่นี่ไม่ควรอยู่นานกว่านี้
มันเป็นปืนซุ่มยิงที่ดูธรรมดา ๆ สีแดงสดทั้งกระบอก แต่กระสุนทรงพลังที่ยิงออกไปสามารถสังหารผู้แข็งแกร่งโบราณขั้นตัวตนที่แท้จริงได้
ทั้งตัวปืนและกระสุนล้วนผลิตขึ้นเป็นพิเศษ
คนข้าง ๆ รีบถอดขาตั้งปืนซุ่มยิงอย่างลนลาน สองนัดแรกเป็นเขาที่ยิง เขาแก้ตัวว่า
“อาจารย์ครับ พวกเขา… ซ้อนทับกันอยู่แล้วนะครับ…”
“แกเป็นชายบริสุทธิ์หรือไง? ไม่เคยทำมาก่อนใช่ไหม? บอกแล้วว่าให้รอตอนที่พวกมันซ้อนทับกัน คือตอนกำลังทำกัน ตอนที่พวกมันระแวดระวังน้อยที่สุดค่อยยิง!” เสียงชราโกรธจนควบคุมไม่อยู่ ตอนนี้ต้องรีบไปจากที่นี่โดยด่วน แต่เขาก็ไม่อยากทิ้งอาวุธล้ำค่าชิ้นนี้
ต้องรู้ว่านี่เป็นอาวุธกฎเกณฑ์รอง เป็นของรักของหวงที่เขาสะสมมาตลอดหลายปีในอาชีพนี้ ตลอดหลายปีมานี้ช่วยให้เขาลอบสังหารผู้แข็งแกร่งมามากมาย หาเงินให้เขามหาศาล เขาไม่อาจทิ้งมันไปแบบนี้ได้
เขาถอดชิ้นส่วนทั้งหมดเสร็จแล้ว กำลังปิดกล่องเก็บอาวุธ
“ถ้าไม่ใช่เพราะนัดที่สามของฉันที่เสี่ยงให้ปืนระเบิดด้วยการอัดพลังมากขึ้น แถมยิงไปที่ผู้หญิงคนนั้น วันนี้พวกเราคงถูกจับได้แล้ว ถึงสุดท้ายจะหนีรอด แกไอ้ลูกโง่ก็อย่าหวังว่าจะได้อยู่ในวงการนี้อีก!”
นัดสุดท้ายของเขานั้น เขามั่นใจว่าจ้าวอู่เจียงจะต้องปกป้องสุ่ยปิงเอ๋อร์ และเขาก็คำนวณไว้แล้วว่า คนทั่วไปมักจะใช้สัญชาตญาณคาดการณ์พลังของนัดที่สามจากสองนัดแรก เขาจึงใช้จังหวะนี้ล่อให้จ้าวอู่เจียงเข้ากับดักพอดี
การรับกระสุนปืนในจังหวะนั้นโดยตรง แม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่ป้องกันอย่างเร่งรีบ เขามั่นใจว่าจ้าวอู่เจียงถ้าไม่ตายก็ต้องบาดเจ็บสาหัส และเขาก็ถือว่าทำภารกิจสำเร็จแล้ว
“ไป!” เขาหยิบกล่องที่บรรจุของมีค่าและสะพายกระเป๋า แล้วเตะลูกศิษย์ทีหนึ่ง
“ของพรรค์นี้ไม่มีประโยชน์อะไร อย่าแกะมัน! อุ้มมันไปเลย!”
ลูกศิษย์รับคำ หันกลับไปมองที่ที่มีไฟลุกโชนอยู่ไกล ๆ แล้วรีบสะพายเป้บินไปอย่างระมัดระวัง
แต่ในวินาทีถัดมา เขาก็เห็นอาจารย์ที่ยังไม่ทันได้เปิดเป้บิน ร่างทั้งร่างลอยกระเด็นออกไป ล้มลงกับพื้นอย่างแรง และเงาร่างที่คุ้นตาปรากฏขึ้นอย่างฉับพลัน กดศีรษะของอาจารย์ลากไปบนพื้น ทิ้งรอยเลือดยาวหลายเมตร
ตลอดเส้นทางที่ผ่าน เลือดเหนียวเหนอะ เสียงกะโหลกศีรษะถูกับพื้นดังแหกหู
เมื่อร่างที่ปรากฏขึ้นอย่างฉับพลันหยุดลง อาจารย์ก็กลายเป็นร่างที่อ่อนปวกเปียกไปด้วยเลือด กล่องของมีค่าของอาจารย์ก็ตกอยู่ข้าง ๆ
“จ้าว… จ้าวอู่เจียง…” มือสังหารหนุ่มยืนแข็งทื่ออยู่กับที่ เขาตกใจที่พบว่าผู้มาเยือนคือจ้าวอู่เจียง เป้าหมายที่เขาและอาจารย์ต้องการสังหาร
จ้าวอู่เจียงคว้าตัวชายชราที่เลือดอาบและหายใจรวยริน มือของเขาเปื้อนเลือดเหนียวเต็มไปหมด
“ใครส่งพวกแกมา”
“*#@%…” ชายชราเสียงแผ่วเบา พูดไม่ชัดเจน
“ปล่อยอาจารย์ของฉันนะ!” มือสังหารหนุ่มตะโกนด้วยความกลัว น่องของเขาสั่นเล็กน้อย นี่เป็นครั้งแรกที่เขาล้มเหลวในภารกิจภายใต้การนำของอาจารย์ และถูกเป้าหมายที่ต้องสังหารตามมาพบ
จ้าวอู่เจียงมาเร็วเกินไป ทำไมถึงแข็งแกร่งขนาดนี้? เขาเคยเห็นผู้บำเพ็ญโบราณระดับไร้เทียมทานมาก่อน แต่ไม่เคยเห็นใครในระดับไร้เทียมทานที่แข็งแกร่งขนาดนี้ สามารถรับการโจมตีเต็มกำลังจากอาวุธกฎเกณฑ์รอง แต่กลับดูไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย
“หนึ่ง…” จ้าวอู่เจียงค่อย ๆ ออกแรงบีบคอชายชราในมือ เสียงกระดูกลั่นดังชัดเจน
มือสังหารหนุ่มมองไปที่อาจารย์ของตน ใบหน้าทั้งหมดของอาจารย์เละเทะไปด้วยเลือดและเนื้อผิวหนังแหลกลาญ เขาครุ่นคิดหาวิธีช่วยอาจารย์
“สอง…” จ้าวอู่เจียงบีบแน่นขึ้นอีก
“สำนักเทียนอี! เป็นสำนักเทียนอี!” มือสังหารหนุ่มเห็นลมหายใจของอาจารย์อ่อนแรงลงเรื่อย ๆ เขาทนไม่ไหวอีกต่อไป รีบร้องตะโกน
“พวกเราเป็นลูกศิษย์ของจางซิงเฮ่อแห่งสำนักเทียนอีส่งมา!
พวกเราแค่รับจ้างทำงาน ถ้าคุณจะหาเรื่องก็ไปหาสำนักเทียนอีเถอะ!”
‘โครม!’ พอเขาพูดจบ คออาจารย์ก็แตกกระจายต่อหน้าต่อตา กลายเป็นละอองเลือดพุ่งกระจาย
“แก… แกต้องชดใช้ชีวิตอาจารย์ของฉัน…” ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยเลือด ตะโกนด้วยความโกรธแค้น แต่เสียงตะโกนยังไม่ทันขาดคำ ร่างทั้งร่างก็ครางอื้ออึง ล้มฟุบลงกับพื้น มีเลือดไหลออกจากปาก จมูก และหู ตามด้วยดอกบัวสีเขียวเล็ก ๆ ผุดขึ้นมามากมาย
พร้อมกับดอกบัวสีเขียวบานสะพรั่ง ดูดกลืนพลังชีวิตของมือสังหารหนุ่มอย่างบ้าคลั่ง สายตาอำมหิตของจ้าวอู่เจียงค่อย ๆ สงบลง เขาค่อย ๆ หลับตาลง ถอนหายใจ
นี่เป็นความโกรธที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เขามาถึงอาณาเขตพันดารา
เพราะครั้งนี้ เขารู้สึกได้ชัดเจนว่า พลังของกระสุนนัดที่สามนั้นสามารถคุกคามชีวิตเขาได้
เขากลัวแล้ว กลัวว่าถ้าเขาตอบสนองช้าไป หรือไม่สามารถป้องกันกระสุนนัดนี้ได้ สุ่ยปิงเอ๋อร์รวมถึงดวงวิญญาณของจิ้งเอ๋อร์อาจจะแตกสลายไปด้วย
สุ่ยปิงเอ๋อร์น่าจะมียันต์คุ้มครองจากผู้นำตระกูลสุ่ยสุ่ยเหวิน แต่จิ้งเอ๋อร์ล่ะ?
เขาไม่อาจเสี่ยง
เขาเกือบทำให้จิ้งเอ๋อร์บาดเจ็บไปแล้ว