ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 2016 วิชาการแพทย์ดั้งเดิม เข็มเงินช่วยชีวิต
- Home
- ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า
- บทที่ 2016 วิชาการแพทย์ดั้งเดิม เข็มเงินช่วยชีวิต
เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงไม่กี่วันมานี้ทำให้เขาเกือบจะ อยู่ในภาวะสติแตกและสิ้นหวัง ถึงแม้ว่าเขาจะได้รับการปลอบประโลม ด้วยนวลอกและน ้าคำแผ่วเบาจากลิลิธจนดูเหมือนไม่เป็นอะไร แต่ ความจริงแล้วภายในใจเขามันมีความโกรธแค้นอัดแน่นอยู่ราวกับ กองเพลิงที่พร้อมจะปะทุระเบิดได้ทุกเมื่อ
เขาถูกสถานการณ์บีบคังให้ต้องนิ่งสงบลง ทำตัวดูเหมือนคนที่
ไม่มีเรื่องอะไรในใจ
แต่ในขณะนี้ ท่ามกลางการฝืนความรู้สึกนั้น เขากลับค้นพบ ความผ่อนคลายและความเยือกเย็นที่คุ้นเคย เป็นความผ่อนคลาย จากการรักษาคนไข้ที่หายไปนานแสนนาน
เขารู้สึกเหมือนกับว่าตนเองได้ย้อนกลับไปในช่วงเวลาที่มีอันผิง และฉีเล่อ มีความสุขกับชีวิตที่ราบรื่นไร้อุปสรรค สะพายกล่องยาใบ จิ๋ว หยิบเข็มเงินออกมา เดินเข้าเดินออกตามตำหนักในฝ่ายในเพื่อ ฝังเข็มให้กับเหล่าสนมในวัง
บางทีอาจจะมีเพียงตอนที่เขากำลังทำสิ่งที่เขารักเท่านั้น ที่จะทำ ให้เขารู้สึกสงบลงได้อย่างแท้จริง
เช่นเดียวกับตอนนี้
เขาคอยหมุนเข็มเงินอย่างใจเย็น ใบหน้าเต็มไปด้วยความจริงจัง และตั้งใจ สะท้อนถึงจิตวิญญาณอันบริสุทธิ์ของความเป็นหมอ ออกมา
เจี่ยงเสี่ยวหาวเองก็ยืนมองด้วยความลุ้นระทึกยิ่งนัก เขาอยู่ห่าง ออกไปและไม่กล้าแม้แต่จะขยับเข้าไปใกล้ ด้วยเกรงว่าเสียงการ เคลื่อนไหวของตนจะรบกวนสมาธิของจ้าวอู่เจียง
ลิลิธและเอลิซาจ้องมองจ้าวอู่เจียงอยู่อย่างเงียบ ๆ นี่เป็นครั้งแรก ที่พวกเธอได้เห็นความนิ่งสงบและสันติอย่างที่สุดแผ่ออกมาจากตัว ของจ้าวอู่เจียง
มันเป็นความรู้สึกที่ดูเหมือนจะเป็นมิตรต่อโลกและสวยงามราว กับช่วงเวลาหยุดนิ่ง
ภาพของจ้าวอู่เจียงที่นิ่งสงบเช่นนี้ ดูเหมือนจะส่งเสริมให้เขาดู หล่อเหลาขึ้นเรื่อย ๆ จนแม้แต่ลิลิธเองก็ยังอดไม่ได้ที่จะยอมรับกับ ตัวเองว่า ในเสี้ยววินาทีนี้ เธอแอบรู้สึกใจสั่นไหวให้เขาไปทีละนิดทีละ หน่อยแล้ว
หมอผางโน้มตัวลงต ่า ร่างกายของเขาเกือบจะโค้งงอเป็นมุมฉาก เพราะไม่อยากเข้าไปกวนจ้าวอู่เจียง แต่ก็อดใจไม่ได้ที่จะอยากเข้าไป ดูเทคนิคการใช้เข็มให้ชัดถนัดตา
ทางด้านหมอฮาวเวิร์ดเมื่อเห็นจ้าวอู่เจียงไม่สนใจตนเอง ตอน แรกเขาก็ตั้งท่าจะแผดเสียงตำหนิอีกสักสองสามคำ แต่พอเห็น
บรรยากาศที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดเช่นนี้ เขารู้สึกว่าหากยังปาก เสียจนไม่ยอมหุบปากเสียที เขาเองนั่นแหละที่จะเป็นฝ่ายเสียหน้าจน หมดสิ้น
โดยเฉพาะเมื่อทุกคนนิ่งเงียบกันหมด หากมีเขาแผดเสียงอยู่คน เดียว มันคงดูเสียภาพลักษณ์ของสุภาพบุรุษไปไม่น้อย
ถึงแม้จะมีสำนึกอยู่บ้าง แต่ก็คงมีไม่มากนัก
นิ้วมือซ้ายของจ้าวอู่เจียงยังคงดีดสลับพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว ส่วนมือขวาก็คอยสลับกับการหมุนเข็มต่อเนื่องอย่างไม่ขาดสาย จน ในที่สุดเข็มเงินก็ถูกฝังลงจนเต็มตามจุดชีพจรต่าง ๆ ที่เขา คาดการณ์ไว้จนครบถ้วน เขายิ้มออกมาบาง ๆ แล้วขยับตัวนั่งตัวตรง อย่างสง่างาม:
“เสร็จเรียบร้อยแล้ว”
“แค่นี้เนี่ยนะเสร็จแล้ว?” หมอฮาวเวิร์ดถึงกับงงงวยไปวูบหนึ่ง ก่อนจะอดรนทนไม่ไหวหัวเราะเยาะออกมา
“นี่คือแผนการรักษาที่แกคุยไว้งั้นเหรอ? แค่ฝังเข็มพวกนี้ลงบน ตัวเธอเนี่ยนะ? ฉันก็นึกว่าแกทำตัวขรึมจริงจังเพื่อจะทำอะไรเสียอีก นี่
มันไม่ใช่แค่เรื่องตลกเหรอกหรือไง?”
“ชู่…” จ้าวอู่เจียงทำเสียงเบาให้หุบปากเป็นเชิงส่งสัญญาณไม่ให้ คนอื่นส่งเสียงนกส่งเสียงกาอีก เพราะอีกฝ่ายไม่ใช่ธอร์มหาเทพ สายฟ้า เขาจึงไม่ได้มีนิสัยขี้อดทนขนาดนั้น
เขาค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนช้า ๆ พลางคว้าตัวจู๋เสี่ยวหยินที่ยังนั่งยอง ๆ อยู่ให้ถอยหลังออกมา และส่งสัญญาณให้ลิลิธกับเอลิซาถอยออกมา เช่นกัน
หลังจากนั้น เขาก็สะบัดมือซ้ายเบา ๆ ราวกับเป็นการดึงดูด ปราณกระบี่นับพันสายขึ้นมา และในอึดใจถัดมา เข็มเงินทั่วทั้งร่าง ของคุณแม่เจี่ยงเสี่ยวหาวก็ขยับตัวประดุจกระบี่เงินขนาดจิ๋ว และเริ่ม ส่งเสียงร ่าร้องราวกับเสียงเพลงของกระบี่สั่นไหวทันที
เข็มเงินแต่ละเล่มถูกดึงออกจากร่างของคุณแม่เจี่ยงเสี่ยวหาวและ พุ่งกระจายไปทุกทิศทาง
หมอฮาวเวิร์ดหลบไม่ทัน ถูกเข็มเงินเล่มหนึ่งพุ่งเข้าปักที่แขนจน ต้องร้องโอ๊ยออกมาด้วยความเจ็บปวด
“จ้าวอู่เจียง! นี่มันไม่ใช่การรักษาแล้ว แกมันกะจะลอบทำร้ายฉัน ชัด ๆ! ไอ้ชาวตะวันออกผู้ต ่าช้า!”
“คุณแม่!” เจี่ยงเสี่ยวหาวเห็นเข็มบินทั้งหมดพุ่งออกมาแล้ว เขาก็ ร้องเสียงหลงเตรียมจะพุ่งเข้าไปหา
จ้าวอู่เจียงคว้าตัวเขาเอาไว้แล้วส่ายหน้า
“เดี๋ยวก่อน”
เจี่ยงเสี่ยวหาวมองไปยังรูเข็มตามตัวแม่ของตนที่มีเลือดสีเทา อ่อนไหลซึมออกมาไม่หยุดจนแทบจะกลายเป็นคนโชกเลือดไปทั้งตัว
แววตาของเขาแดงก ่าด้วยความร้อนใจเป็นอย่างยิ่ง ทว่าในเมื่อจ้าวอู่ เจียงบอกแบบนี้ เขาก็ไม่กล้าก้าวสุ่มสี่สุมห้าเข้าไป
หมอผางชะโงกหน้าเข้ามา หรี่ตามองอย่างสงสัย: “นั่นมันอะไร กัน? นั่นไม่ใช่เลือดนี่?”
“ยาน ้าที่ยังสลายตัวไม่หมดงั้นเหรอ?” ถึงหมอฮาวเวิร์ดจะดูถูก มรรคาตะวันออกและหยิ่งยโสไปบ้าง แต่เขาก็ไม่ได้ไร้สติถึงขั้นจะไม่รู้ ว่าเกิดอะไรขึ้น ใคร ๆ ก็มองออกว่าในร่างกายของแม่เจี่ยงเสี่ยวหาวมี บางอย่างถูกขับออกมา ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงมากว่าจะเป็นพิษร้าย
ของเหลวปนเลือดสีเทาอ่อนยังคงไหลออกมาจากร่างนั้น จ้าวอู่ เจียงพาเจี่ยงเสี่ยวหาวถอยออกมาอีกสองสามก้าว และห้ามไม่ให้ใคร เข้าใกล้
‘ยาน ้าพวกนี้ น่าจะเป็นน ้ายาวิวัฒนาการรุ่นแรก ๆ ถึงแม้ว่าจะยัง พัฒนาไปไม่ถึงขั้นสมบูรณ์แบบที่สุด แต่มันก็ร้ายกาจพอจะทำให้คน คนหนึ่งปางตายได้ โดยเฉพาะกับผู้ที่มาจากมรรคาตะวันออก’
เวลาผ่านไปเก้าอึดใจ หลังจากของเหลวสีเทาอ่อนเริ่มจะหมดลง ก็เริ่มมีเลือดสีดำทมิฬไหลตามออกมา
จ้าวอู่เจียงเห็นดังนั้นก็ตะโกนสั่งเสียงดัง
“แม่คุณหมู่เลือดอะไร รีบไปเอาเลือดมาจากคลังเลือดเดี๋ยวนี้!”
“หมู่เลือดบีครับ!” เจี่ยงเสี่ยวหาวรีบตอบ “หมู่เลือดเดียวกับผม เคยทำการตรวจสอบมาแล้ว จะไม่เกิดปฏิกิริยาการสลายของเม็ด เลือดแน่นอน ให้ผมบริจาคเลือดตอนนี้เลยก็ได้ครับ!”
“เดี๋ยวผมไปเตรียมอุปกรณ์มาเอง!” หมอผางพอจะเข้าใจ สถานการณ์คร่าว ๆ แล้วจึงรีบวิ่งออกไปนอกห้องทันที
หมอฮาวเวิร์ดยืนเหม่อลอยถอยหลังไปอีกไม่กี่ก้าว เมื่อเห็น สภาพอาการของมารดาเจี่ยงเสี่ยวหาวในตอนนี้ ถ้าไม่เรียกว่าอยู่ใน อันตรายถึงขีดสุด ก็คงแปลว่าต้นตอของพลังชีวิตที่ถูกปิดกั้นได้ถูก จ้าวอู่เจียงค้นพบและขับออกมาแล้ว!
‘แต่ทว่าถึงแม้จ้าวอู่เจียงจะค้นพบ แต่เขาใช้วิธีอะไรขับมันออกมา กันล่ะ? ยาน ้าลึกลับนั่นมันแทรกซึมเข้าสู่กระแสเลือดไปแล้วไม่ใช่ หรือไง แต่มันกลับถูกขับออกมาได้เนี่ยนะ? นี่มันไม่ใช่แค่การปล่อย เลือดธรรมดา ๆ แล้ว!’
‘จ้าวอู่เจียงทำได้อย่างไรกัน? วิชาการแพทย์ดั้งเดิม? เข็มเงิน? หรือว่าเป็นพลังอันลึกลับแห่งตะวันออก?’
แน่นอนว่าหมอฮาวเวิร์ดกำลังตกอยู่ในสภาวะช็อก แม้บทสรุปจะ ยังไม่ออกมาแน่ชัด แต่แค่เพียงกระบวนท่า ‘ปล่อยเลือด’ นี้เพียงอย่าง เดียว มรรคาแห่งการแพทย์ของเขาก็สั่นคลอนเข้าเสียแล้ว
แต่ด้วยเศษเสี้ยวแห่งจรรยาบรรณแพทย์ที่เหลืออยู่และความรู้สึก ที่อยากหนีความจริงในใจ ทำให้เขาพูดด้วยน ้าเสียงสั่นเครือว่า “ฉัน… ฉันก็จะไปช่วยด้วย…”
เขามุดหน้าเดินก้าวตามไปทันที เพื่อเตรียมเครื่องมือต่าง ๆ รองรับเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นต่อจากนี้
นัยน์ตาของจ้าวอู่เจียงพลันปรากฏไอหมอกสีม่วงปกคลุม ร่างกายด้านนอกเริ่มปรากฏเงาหมอกสีม่วงที่ควบแน่นเป็นร่างอวตาร ทว่าร่างอวตารในครั้งนี้ไม่ได้ดูน่าเกรงขาม ทรงพลัง หรือสูงเสียดฟ้า เหมือนในอดีต แต่มันเป็นเพียงร่างที่ปรากฏเลือนรางแนบชิดอยู่ข้าง กายของเขาเท่านั้น
เขาชี้นิ้วออกไปหนึ่งครั้ง หมอกม่วงพุ่งเข้าหาร่างของมารดาเจี่ยง เสี่ยวหาว เพื่อควบคุม “ปริมาณ” ของเลือดที่ไหลออกมาไม่ให้ รวดเร็วเกินไป จนอาจเกิดข้อผิดพลาดจากความเร่งรีบได้
ใบหน้าของเจี่ยงเสี่ยวหาวบิดเบี้ยวด้วยความกังวล เขาน่าสงสาร ที่ทำได้เพียงแค่มองแม่เลือดไหลไปแบบนั้นโดยที่ช่วยอะไรไม่ได้เลย ความรู้สึกในตอนนี้ราวกับหัวใจถูกนำไปวางเอาไว้เหนือกองไฟ
จ้าวอู่เจียงใช้มือซ้ายแผ่พลังอันกล้าแข็งออกมา เพื่อรวบรวม ของเหลวที่ไหลออกจากร่างกายของคุณแม่เจี่ยงเสี่ยวหาวให้มากอง อยู่บนฝ่ามือ ของเหลวที่เป็นการผสมผสานระหว่างน ้ายาวิวัฒนาการ
และเลือดเหล่านั้น ถูกปราณกระบี่บนฝ่ามือของเขาห่อหุ้มไว้และบีบ อัดจนกลายเป็นก้อนฟองอากาศที่มีสีดำอมฟ้าสั่นไหวอยู่ไปมา
จู๋เสี่ยวหยินหลบอยู่ด้านหลังจ้าวอู่เจียง ประสาทสัมผัสของเธอ ฉับไวเป็นอย่างยิ่งจึงส่งเสียงเตือนเขา
“ระวังด้วยนะ”
เมื่อเลือดสีดำทมิฬในร่างกายถูกขับออกมาจนใกล้จะหมด ก็เริ่ม มีของเหลวสีขาวขุ่นไหลซึมออกมาแทน ดูคล้ายกับไขกระดูก แต่ ทว่ามีปริมาณไม่มากนัก
จ้าวอู่เจียงรวบรวมของเหลวสีนั้นเก็บไว้เช่นเดียวกัน
“ฉันเคยเห็นมาก่อน” จู๋เสี่ยวหยินชะโงกหน้าออกมาพลางสูดดม กลิ่นเข้าไป: “กลิ่นช่วงท้ายนี่ฉันคุ้น ๆ ในบรรดาของป้องกันตัวที่ท่าน พ่อเคยให้ไว้เหมือนจะเคยได้กลิ่นแบบนี้อยู่…”