ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 2018 ทุกอย่างราบรื่น ความรู้สึกที่ต่างกัน
“เสี่ยวหาว…”
จ้าวอู่เจียงยิ้มออกมาบาง ๆ เขาเอื้อมมือขวาไปตบบ่าเจี่ยงเสี่ยว หาวเบา ๆ พลางบีบกระชับเพื่อส่งสัญญาณว่าทุกอย่างราบรื่นดีแล้ว
เจี่ยงเสี่ยวหาวถึงกับสะดุ้งสุดตัว เขามองจ้าวอู่เจียงด้วยแววตาที่
ยังแฝงไปด้วยความหวาดหวั่น เมื่อพบว่าเป็นจ้าวอู่เจียงเขาก็หอบ หายใจติด ๆ กันหลายครั้ง ลำคอของเขาแห้งผาก
“จ้าวอู่เจียง… พี่อู่เจียง หะ… หายแล้วเหรอครับ?”
จ้าวอู่เจียงพยักหน้ายืนยัน
ในขณะที่หมอผางและหมอฮาวเวิร์ดได้ลืมเรื่องที่เขม่นหน้ากันไป เสียสนิท ตอนนี้พวกเขากลับกลายเป็นเหมือนคู่หูที่รู้ใจกันมานาน ทุ่มเทสมาธิทั้งหมดไปกับการตรวจเช็กอาการล่าสุดของคุณแม่เจี่ยง เสี่ยวหาว
หมอหญิงเฉินชิวเหยาในขณะที่กำลังจัดเก็บเครื่องมือเธอก็พูด ขึ้นด้วยน ้าเสียงเรียบเฉยว่า:
“ถ้าเจาะไปมากกว่านี้ ต่อให้คุณไม่ตาย ร่างกายก็จะบอบช ้า อย่างรุนแรงไปอีกนาน อย่าคิดว่าเป็นพวกผู้วิวัฒนาการแล้วจะทำ อะไรได้ตามใจชอบนะ ในขอบเขตของวิทยาศาสตร์ชีวภาพ ผู้
วิวัฒนาการส่วนใหญ่ก็ยังมีสภาพร่างกายไม่ต่างจากคนธรรมดา ทั่วไปนั่นแหละ”
เมื่อเจี่ยงเสี่ยวหาวเห็นจ้าวอู่เจียงพยักหน้า บนใบหน้าที่ซีดเผือด ก็เริ่มปรากฏรอยยิ้มขึ้นมา รอยยิ้มนั้นกว้างขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็น เสียงหัวเราะที่สดใสราวกับเด็กหนุ่มที่มองโลกในแง่บวก
แต่ความสดใสเกิดขึ้นเพียงพริบตาเดียว วินาทีถัดมาดวงตาของ เขาก็เอ่อล้นไปด้วยน ้าตา ร่างกายพลันอ่อนแรงลง เขาแทบจะทรุดตัว ลงคุกเข่าต่อหน้าจ้าวอู่เจียง
ทว่าจ้าวอู่เจียงตาไว เขาคว้าตัวเจี่ยงเสี่ยวหาวเอาไว้ทันควัน:
“ไม่จำเป็นต้องทำถึงขนาดนี้”
เจี่ยงเสี่ยวหาวทิ้งตัวลงซบลงบนร่างของจ้าวอู่เจียง ร่างกายที่
กำยำนั้นถ่วงน ้าหนักลงด้วยความโศกเศร้าที่ถูกปลดปล่อย เขาหลั่ง น ้าตาออกมาเสียงดังลั่น:
“พี่อู่เจียง…”
“สัมผัสได้ถึงอารมณ์แล้ว” เอลิซากล่าวขึ้นข้างกายจ้าวอู่เจียง ใบหน้าของเธอก็ประดับไปด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยน
ช่วงหลังมานี้เธอพูดน้อยลงมาก ส่วนใหญ่มักจะเฝ้ามองจ้าวอู่ เจียงอย่างสงบอยู่ข้างกายเสมอ แต่เธอก็ยิ้มเก่งขึ้นมาก
‘ผู้หญิงยิ้มสวย มักจะดึงดูดสิ่งดี ๆ เข้ามาเสมอ…’ ลิลิธเหลือบ มองเอลิซาแวบหนึ่ง ก่อนจะพูดกับจ้าวอู่เจียงด้วยว่า:
“หัวใจมีความเคลื่อนไหวแล้วนะ”
ทั้งคู่หมายถึงอาการของคุณแม่เจี่ยงเสี่ยวหาว
“พลังชีวิตฟื้นคืนมาแล้ว” จู๋เสี่ยวหยินที่อยู่ด้านหลังจ้าวอู่เจียง กระโดดขึ้นไปเกาะลำคอเขาแถมยังทิ้งตัวลงมาห้อยอยู่อย่างนั้น
จ้าวอู่เจียงที่มีทั้งคนกอดจากด้านหน้าและมีคนห้อยอยู่ด้านหลัง ตอนแรกก็รู้สึกยินดีที่คุณแม่เจี่ยงเสี่ยวหาวพลังชีวิตฟื้นคืน แต่ตอนนี้
เขาเริ่มจะ ‘เสียพลัง’ กับสถานการณ์ตรงหน้านี่แทน!
‘ไอ้คนนึงก็กอดขอบใจ อีกคนก็นึกว่าเล่นสนุก ไม่เห็นหัวจ้าวอู่ เจียงคนนี้เลย นึกว่าเขาเป็นราวตากผ้ากันหรือไง?’
“สำเร็จแล้ว…” หลังจากตรวจเช็กอย่างละเอียด หมอผางก็พ่นลม หายใจออกมาพรืดใหญ่พร้อมรอยยิ้ม เขายังคงรู้สึกเหลือเชื่อจนต้อง ย ้าออกมาอีกครั้ง:
“รักษาหายจริง ๆ ด้วย… พลังชีวิตหมุนเวียนได้คล่องตัวแล้ว ขอ เพียงแค่พักฟื้นให้ดี เดี๋ยวเธอต้องฟื้นขึ้นมาแน่นอน ช่างเป็นการ รักษาที่ปาฏิหาริย์จริง ๆ…”
เมื่อพูดจบ หมอผางก็หันมองจ้าวอู่เจียงด้วยแววตาที่เป็นประกาย เขาประสานมือคารวะอย่างจริงใจ
“ไม่เสียทีที่เป็นคนที่ท่านหมอเฟิงให้ไปตามหาจริง ๆ จ้าวอู่เจียง… ผมขอถามหน่อยเถอะว่าคุณเป็นผู้สืบทอดวิชามาจากสำนักไหน หรือ?”
“เป็นมรดกที่สืบทอดกันมาภายในตระกูลครับ” จ้าวอู่เจียงตอบ อย่างถ่อมตัว ในขณะที่เขายังถูกเจี่ยงเสี่ยวหาวที่สะอื้นไห้กอดไว้แน่น และมีจู๋เสี่ยวหยินโหนอยู่ข้างหลัง ร่างกายถูกล็อกจนทำได้เพียงตอบ คำถาม แต่ไม่สามารถขยับแขนออกมาประสานมือคารวะตอบได้
เฉินชิวเหยา หมอหญิงที่กำลังเก็บเครื่องมือแพทย์ เมื่อได้ยิน คำพูดของอาจารย์เธอก็เงยหน้าขึ้นมองจ้าวอู่เจียงด้วยความอึ้ง
‘หมายความว่าไงนะ? ที่ว่าหายแล้วนี่คืออะไร? ถึงอาจารย์จะบอก สถานการณ์คร่าว ๆ มาให้ฟังบ้าง แต่เธอก็นึกว่ามันเป็นแค่การมา ตรวจเช็กทั่วไปเหมือนทุกที’
‘หายแล้วเหรอ? แม่ของเจี่ยงเสี่ยวหาวหายป่วยแล้วงั้นเหรอ? เป็น เพราะฝีมือการรักษาของจ้าวอู่เจียงงั้นสิ? แล้วอาจารย์ที่รักศักดิ์ศรี ของเธอคนนั้น กลับประสานมือคารวะให้เขาด้วยความเต็มใจแบบนั้น เนี่ยนะ?’
‘พระเจ้า…’ เธอเริ่มตั้งสติได้และจับจ้องไปที่จ้าวอู่เจียงอย่างไม่ วางตา ปรมาจารย์แพทย์งั้นเหรอ?
คนหล่อน่ะ เฉินชิวเหยาไม่เคยชายตามองหรอก คนรวยหรือมี อำนาจเธอก็ไม่ได้สนใจ แต่พวกที่การแพทย์สูงส่งนี่สิที่ดึงดูดใจเธอ เข้าอย่างจัง
ดวงตาของเธอเริ่มเป็นประกาย มองสำรวจจ้าวอู่เจียงตั้งแต่หัว จรดเท้าอย่างไม่เกรงใจ
ส่วนทางด้านหมอฮาวเวิร์ด เมื่อทราบผลตรวจแล้ว ถึงในใจจะยัง ไม่ยากยอมรับความจริงแค่ไหน แต่เขาก็ต้องยอมจำนนว่า จ้าวอู่เจียง เสนอแผนการรักษาที่เป็นไปได้และทำมันได้สำเร็จจริง ๆ
เขายืนนิ่งค้างไปพักหนึ่ง ขมวดคิ้วยุ่งพลางใช้ความคิดเกี่ยวกับ คำสัญญาระหว่างเขากับจ้าวอู่เจียง
เขามักไม่ยอมก้มหัวให้ใคร และไม่ยอมให้พวกหมอที่สืบทอด มรรคาตะวันออกคนไหนในโรงพยาบาลแห่งนี้มาเหยียบหัวเขา
เขาไม่เคยยอมสยบให้ฝีมือแพทย์ของใครทั้งนั้น!
แต่วันนี้ ชายที่ชื่อจ้าวอู่เจียงซึ่งเป็นคนแปลกหน้า กลับช่วยชีวิต ของแม่คนหนึ่งเอาไว้ได้
เขารู้สึกว่าตอนนี้เขายอมสยบให้แล้วจริง ๆ ไม่ได้สยบให้ตัวจ้าวอู่ เจียง แต่ยอมสยบให้กับ “วิชาการแพทย์” ของเขา เขาเต็มใจที่จะขอ โทษเพื่อเป็นการให้เกียรติต่อวิชานี้
ผ่านไปครู่หนึ่ง เขาก็ตัดสินใจกัดฟัน เดินไปที่เตียงและค้อมศีรษะ ขอโทษคุณแม่เจี่ยงเสี่ยวหาว:
“ต้องขอโทษด้วยครับคุณผู้หญิง ก่อนหน้านี้คลินต์ ฮาวเวิร์ดได้ ส่งเสียงรบกวนการพักผ่อนของคุณ…”
หมอหนุ่มสองคนที่ติดตามหมอฮาวเวิร์ดมาต่างทำหน้าเหวอใส่ กันด้วยความช็อก เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาเห็นหมอฮาวเวิร์ดที่
มีท่าทางอ่อนโยนเช่นนี้ ต่อให้ต้องเผชิญหน้ากับท่านผู้อำนวยการ หมอฮาวเวิร์ดก็ไม่เคยมีท่าทางอ่อนข้อขนาดนี้มาก่อนเลย
หากบอกว่าการขอโทษคนไข้เป็นเรื่องของจรรยาบรรณแพทย์ พวกเขาก็ยังพอจะทำความเข้าใจได้บ้าง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาน่ะสิ ที่ทำให้พวกเขาอึ้งจนอ้าปากค้างไปตาม ๆ กัน
ดูเหมือนหมอฮาวเวิร์ดจะยังไม่เต็มใจนักและทำหน้าฝืน ๆ อยู่ไม่ น้อย แต่ในที่สุดเขาก็หันกลับมาและค้อมตัวให้กับจ้าวอู่เจียง
“เป็นข้า คลินต์ ฮาวเวิร์ด เองที่มีความเข้าใจในวิชาแพทย์แห่ง มรรคาตะวันออกไม่ดีพอ จนแสดงวาจาไม่เคารพออกมาเมื่อครู่… ผม ขอโทษครับ…”
หมอผางมองดูหมอฮาวเวิร์ดด้วยความแปลกใจ เขาแทบไม่เชื่อ สายตาว่าหมอฮาวเวิร์ดจะยอมเอ่ยปากขอโทษจริง ๆ:
“คุณ…”
“คิดไปคิดมา ท้ายที่สุดผมก็คือหมอคนหนึ่ง” หมอฮาวเวิร์ด หัวเราะขมขื่นออกมา:
“บางทีวันนี้พระเจ้าอาจจะอยากให้ผมมาเห็นปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้น ในโลกมนุษย์ก็เป็นได้ ความเมตตาและอดทนอาจเป็นแก่นแท้ที่
แท้จริงของมรรคาตะวันออกของพวกคุณ… ทว่าหลายปีที่ผ่านมา ผม กลับหลงลืมที่จะเรียนรู้สิ่งนี้ไป… ผมยอมรับความจริงอย่างหนึ่งว่า เมื่อมองไปทั่วมหานครแห่งนี้ หรือแม้แต่ในตระกูลฮาวเวิร์ดของผม จ้าวอู่เจียง… คุณคือคนที่สามารถทำในสิ่งที่ผมมองว่าเป็นเรื่องที่
เป็นไปไม่ได้ให้สำเร็จขึ้นมาจริง ๆ”
เขากล่าวต่อว่า “ทว่าในความคิดของผม คนที่มีพรสวรรค์เช่น คุณไม่ควรจะจมปลักอยู่ที่มรรคาตะวันออกแห่งนี้เลย ไม่ว่าจะเป็น ปัญหาเรื่องไวรัสลึกลับที่เหล่าดวงดาวในมรรคาตะวันออกดวงอื่น ๆ กำลังเผชิญอยู่ หรือแม้แต่แนวทางการพัฒนาในอนาคตก็ตาม…
จ้าวอู่เจียง ผมคิดว่าคุณควรจะเดินทางไปยังมรรคาตะวันตกของ เราและตั้งรกรากอยู่ที่นั่น มันจะทำให้คุณเติบโตได้รวดเร็วยิ่งขึ้น หาก ใช้คำพูดของมรรคาตะวันออกของพวกคุณก็คงต้องบอกว่า วิญญู ชนที่เกิดในแว่นแคว้นที่ล่มสลายนั้นไม่ใช่ความผิดของตัววิญญูชน เองหรอกนะ คุณที่เป็นคนมีความสามารถขนาดนี้มาเกิดในมรรคาที่
เน่าเฟะและกำลังเสื่อมถอยนั้นไม่ใช่ความผิดของคุณเลย คุณมีสิทธิ์
ที่จะเลือกสิ่งที่ดีกว่าได้”
ทุกคนต่างจ้องมองหมอฮาวเวิร์ดด้วยความงุนงง นี่เขากำลังทำ อะไรกันอยู่ จะชิงตัวคนไปซึ่ง ๆ หน้าแบบนี้เลยหรือ?
“จ้าวอู่เจียง” เมื่อเห็นว่าจ้าวอู่เจียงดูไม่มีทีท่าว่าจะเป็นตามที่ตน เสนอ หมอฮาวเวิร์ดจึงขมวดคิ้วพูดต่อไปว่า
“ผมสามารถให้จดหมายแนะนำจากตระกูลฮาวเวิร์ดแก่คุณได้นะ หากคุณถือจดหมายฉบับนี้ไปที่ดินแดนของเรา คุณจะไม่ถูกบีบคั้น หรือถูกกดดันจากใครแน่นอน ตรงกันข้าม คุณจะได้รับการต้อนรับ และเป็นที่ต้องการอย่างยิ่ง”
จ้าวอู่เจียงเองก็รู้สึกประหลาดใจไม่น้อย แต่เขาก็ไม่ได้แปลกใจที่
หมอฮาวเวิร์ดเอ่ยปากขอโทษ เพราะเขามองว่าคนประเภทหมอฮาว เวิร์ดไม่ว่าจะยังไงก็คงยอมขอโทษเพื่อรักษาหน้าตนเองเอาไว้ แต่นี่
หมอฮาวเวิร์ดกลับกล้าเอ่ยปากชวนเขาตรง ๆ เช่นนี้ต่างหากที่แปลก