ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 2019 คนที่เข้ากันไม่ได้ทั้งคู่
‘มรรคาแทรกซึมไปทั่วแม้กระทั่งในกองอาจม’
จ้าวอู่เจียงยิ้มออกมาบาง ๆ เขาเริ่มจะพอยอมรับในความคิดและ การกระทำของหมอฮาวเวิร์ดได้อยู่บ้าง เพราะตามหลักคิดโบราณที่
เล่าจื๊อเคยกล่าวไว้นั้น มรรคาหรือความจริงแท้ย่อมมีอยู่ในทุกที่ ต่อ ให้เป็นสิ่งที่เล็กน้อยและดูไร้ค่าที่สุดก็ตาม หากเขาลบอคติที่มองจาก เปลือกภายนอกทิ้งไปเสีย โลกก็จะกว้างไกล ดวงอาทิตย์และดวง จันทร์ก็จะดูสดใหม่ขึ้นมาได้
ดังนั้นเขาจึงไม่ได้แสดงความไม่พอใจที่หมอฮาวเวิร์ดพยายาม ชักชวนตนเอง แต่เขากลับเน้นคำพูดด้วยความมั่นคงว่า:
“มรรคาของผมอยู่ที่ไหน ผมก็อยู่ที่นั่น”
แม้หมอฮาวเวิร์ดจะพอมีความรู้เกี่ยวกับมรรคาตะวันออกอยู่บ้าง แต่เขากลับเข้าไม่ถึงความหมายที่จ้าวอู่เจียงสื่อถึงการค้นหามรรคา ในสิ่งรอบกายหรือวิถีความเชื่อในแบบนั้น เขาจึงยังไม่ยอมละความ พยายามและกล่อมต่อว่า
“ดาวเทียนซื่อถือเป็นหนึ่งในดวงดาวที่ทรงพลังที่สุดของมรรคา ตะวันออก และเป็นดาวดวงสำคัญของทางการที่มีผู้คนจากทั้งฝั่ง มรรคาเหนือและมรรคาตะวันตกอยู่รวมกันมากมาย เพราะเหตุนี้ที่นี่
ถึงยังไม่ได้รับผลกระทบจากไวรัสลึกลับ แต่ถ้าคุณลองไปดูดวงดาว
ดวงอื่นดวงอื่นสิ คุณจะได้เห็นกับตาว่าความหมายของคำว่า ‘ความ ตายที่กำลังคืบคลาน’ มันเป็นยังไง
สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในมรรคาตะวันออกของพวกคุณตอนนี้ก็คือ ความตาย! การจะไปถือเอาสิ่งที่กำลังจะตายเอาไว้แบบนั้นไม่ปล่อย มือไปน่ะ มันคือเรื่องโง่เขลา ถ้าคุณยอมถือจดหมายแนะนำของ ตระกูลเราและเดินทางไปยังดวงดาวทางฝั่งมรรคาตะวันตก คุณจะ ได้รับสวัสดิการและการดูแลที่ดีกว่าในตอนนี้หลายเท่านัก ที่นั่นพวก เราให้เกียรติแก่ความรู้และเคารพต่อคนที่มีฝีมือจริง!”
“จักรพรรดิเฝ้าประตูแคว้น ผู้นำตายไปพร้อมบ้านเมือง…” จ้าวอู่ เจียงส่ายหน้าพลางยิ้มเยาะ
“ผมไม่ใช่กษัตริย์ ผมเป็นเพียงคนธรรมดาคนหนึ่งที่แค่อยากจะ ปกป้องบ้านของตัวเองเอาไว้ เมื่อบ้านพังลงหรือมีรูรั่ว มีข้อบกพร่อง ต่าง ๆ มากมาย สิ่งที่ผมควรทำก็คือการเฝ้ารอมันและหาทางอุดรอย รั่วหรือแก้ไขให้มันกลับมาดีดังเดิม ไม่ใช่ละทิ้งมันจากมา”
“นี่แหละคือสิ่งที่หัวโบราณและงี่เง่าที่สุดของมรรคาตะวันออก!” หมอฮาวเวิร์ดเริ่มมีอารมณ์โกรธขึ้นมา เมื่อเห็นว่าจ้าวอู่เจียงเป็นคน เข้าไม่ถึงเจตนารมณ์ที่ดีของเขา เขามีน ้าใจหยิบยื่นสิ่งดี ๆ ให้แต่จ้าว อู่เจียงกลับปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยแบบไม่ต้องคิด!
“สิ่งนี้เรียกว่าการสืบทอดครับ” จ้าวอู่เจียงพูดแก้ไขความเข้าใจ ให้ใหม่
“การสืบทอดสิ่งเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นความเชื่อ วัฒนธรรม หรือ ประเพณีต่าง ๆ มันไม่ใช่ความหัวโบราณหรอกนะครับ อย่างมาก ที่สุดมันก็แค่การรู้จักรักษาของเก่าเท่านั้นเอง”
“มรรคาตะวันตกของเราไม่มีการสืบทอดพวกนั้นหรอก พวกเรา ก็ยังก้าวมาถึงจุดนี้ได้!” หมอฮาวเวิร์ดสะบัดแขนเสื้ออย่างไม่สบ อารมณ์พลางเดินฉุนเฉียวออกไปข้างนอก
“และหลังจากนี้พวกเราจะต้องเหนือกว่าพวกคุณแน่นอน ความ ล้มเหลวของพวกคุณน่ะ มันเป็นแค่เรื่องที่รอเวลาจะมาถึงเท่านั้น!”
จ้าวอู่เจียงมองตามหมอฮาวเวิร์ดที่แสดงกิริยาดูหมิ่นมรรคา ตะวันออกซ ้าแล้วซ ้าเล่า ก่อนจะพูดขึ้นด้วยเสียงที่เย็นชาลงว่า:
“นั่นเป็นเพราะพวกคุณไม่มีการสืบทอดอะไรให้กล่าวขานถึงเลย ต่างหากล่ะ! ก้าวมาถึงจุดนี้เหรอ? ก้าวมาจากตอนไหนกัน? พวก เราน่ะก้าวมานานแสนนานนับตั้งแต่อดีตที่ไกลลิบ และก้าวต่อมาโดย ที่สายธารแห่งอารยธรรมไม่เคยขาดหายลงเลยจนถึงปัจจุบัน แบบนั้น ต่างหากที่ควรคู่จะเรียกว่าก้าวมาจนถึงจุดนี้!”
“แกมันนิสัยเดียวกับผังเจี้ยนกั๋วไม่มีผิด…” หมอฮาวเวิร์ดเปิด ประตูเดินออกจากห้องไปพลางส่งเสียงตะโกนไล่หลังมาว่า
“พวกมรรคาตะวันออกมันก็นิสัยหัวดื้อกันหมดทั้งดุ้นนั่นแหละ ชอบอ้างนักอ้างหนากับไอ้วัฒนธรรมประวัติศาสตร์สืบทอดมา
ยาวนานน ้าเน่าเนี่ย ของพวกนั้นมันทั้งโบร ่าโบราณแถมยังโสโครก ยิ่งกว่าผืนพรมขนแกะเก่า ๆ ในบ้านคุณย่าของข้าเสียอีก!”
พริบตาเดียวหลังจากสิ้นเสียงตะโกน หมอฮาวเวิร์ดก็เสียหลักล้ม คว ่าคะมำพื้นลงไปทันทีราวกับถูกขัดขาด้วยธรณีประตูที่มองไม่เห็น
จ้าวอู่เจียงไม่ได้หันหลังกลับไปมอง แต่ในเวลานี้ใคร ๆ ก็ได้ยิน เสียงที่เต็มไปด้วยความเย็นชาของเขาได้อย่างชัดเจน
“ผมคิดว่าคุณควรจะกลับมากล่าวคำขอโทษต่อมรรคา ตะวันออกของพวกเราอีกสักครั้งนะครับ! ไม่เช่นนั้นแล้ว… ผมก็คงทำ ได้แค่ต้องเอ่ยคำขอโทษต่อตัวคุณเช่นเดียวกันที่ต้องทำเรื่องไม่ สุภาพไป”
จากเดิมที่บรรยากาศภายในห้องพักคนไข้ดูอบอุ่นขึ้นเพราะ อาการของคุณแม่เจี่ยงเสี่ยวหาวที่เริ่มดีขึ้น ทว่าตอนนี้กลับค่อย ๆ เย็นยะเยือกลงราวกับถูกปกคลุมด้วยเหมันต์เนื่องจากการเข้ามาทำ ตัวป่วนและวาจาที่ไม่รู้จักสำนึกหลังจากที่หมอฮาวเวิร์ดขอโทษแบบ เสียไม่ได้
ยิ่งในตอนนี้เมื่อใบหน้าของจ้าวอู่เจียงดูนิ่งสงบแต่คำพูดกลับแฝง ไปด้วยไอสังหาร บรรยากาศก็ยิ่งหนาวสะท้านขึ้นไปอีกหลายเท่า
สัมผัสถึงกลิ่นอายแห่งการเข่นฆ่าที่มองไม่เห็นได้ล่องลอยไปทั่ว
ลิลิธรู้ดีว่าภายใต้รูปลักษณ์ที่ดูสุขุมของจ้าวอู่เจียงในตอนนี้นั้น ความจริงแล้วเขามีกองเพลิงลูกใหญ่ซุปซ่อนอยู่ภายใน และดู
เหมือนว่าจะมีใครบางคนพยายามจงใจเข้าไปกระตุกไฟลูกนั้นเข้าให้ แล้ว เธอจึงกุมมือเขาเอาไว้หวังจะโน้มน้าวให้เขาสงบใจลง
จู๋เสี่ยวหยินที่ตอนแรกโหนอยู่ข้างหลังก็ปล่อยมือ แล้วเปลี่ยนมา เป็นกอดรัดท่อนแขนเขาไว้จากทางด้านหลังแทน เธอเองก็สัมผัสได้ ถึงเพลิงโทสะที่เย็นเยียบของจ้าวอู่เจียงเช่นกัน
“คลินต์ ฮาวเวิร์ด!” หมอผังเจี้ยนกั๋วรู้สึกว้าวุ่นและโมโหยิ่งนัก เขาโกรธที่ฮาวเวิร์ดทำตัวเสียมารยาทไม่จบสิ้น และหวั่นใจเมื่อได้ สัมผัสถึงจิตสังหารที่แผ่ออกมาจากตัวจ้าวอู่เจียง
ตัวเขาเองก็เป็นผู้สืบทอดศาสตร์โบราณ ย่อมสัมผัสได้ชัดเจนว่า รัศมีพลังของจ้าวอู่เจียงนั้นแข็งแกร่งเพียงใด นี่คือตัวตนระดับเทพเจ้า ที่เขาแทบจะไม่เคยพบเห็นมาก่อนในชีวิต!
เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายในระดับนี้เพียงราง ๆ จากตัวของท่าน หมอเฟิงฉางอี้เท่านั้น
หมอผางไม่สามารถตัดสินได้ว่าระหว่างจ้าวอู่เจียงและหมอเฟิง ใครจะแข็งแกร่งกว่ากัน แต่เขารู้แน่ ๆ ว่าต่อให้จ้าวอู่เจียงจะอ่อนแอ กว่า เขาก็ยังสามารถบดขยี้หมอฮาวเวิร์ดทิ้งได้อย่างง่ายดาย!
เขาพุ่งตัวไปหาฮาวเวิร์ดพลางตะคอกด้วยความโกรธ
“ขอโทษเดี๋ยวนี้! ปกติคุณจะปากเสียไม่มีหูรูด หรือจะมา วางอำนาจในถิ่นเราน่ะก็ช่างมันเถอะ! แต่ตอนนี้คนไข้เพิ่งจะอาการดี ขึ้นและต้องพักฟื้น คุณยังจะมาแผดเสียงหาเรื่องอะไรอีก?”
เขาฉุดตัวหมอฮาวเวิร์ดที่ล้มคว ่าจนมีเลือดออกขึ้นมา และใช้มือ ทั้งสองข้างกระชากคอเสื้ออีกฝ่ายไว้:
“ขอโทษในการกระทำของคุณซะ ไม่งั้นผมจะไปฟ้องท่าน ผู้อำนวยการ! และหลังจากนี้คุณก็อย่าหวังว่าจะผ่านการทดสอบของ ตระกูลไปได้เลย!”
หมอฮาวเวิร์ดสะบัดมือของหมอผางทิ้งแถมยังผลักอีกฝ่าย ออกไป เขาใช้นิ้วปาดเลือดที่ซึมออกมาจากสันจมูกพลางส่งเสียง ฮึดฮัด
“ผมพูดอะไรผิด ทำไมผมต้องขอโทษด้วย? แล้วก็นายด้วย ไอ้ หนู ผมคือคนของตระกูลฮาวเวิร์ด นายคิดจะอาศัยความอวดดีตาม ประสาคนรุ่นใหม่มาลงไม้ลงมือกับผมงั้นเหรอ? นายแหย่ผมไม่ลง หรอก! ตระกูลฮาวเวิร์ดคือตัวตนที่นายไม่ควรคิดจะล่วงเกิน!”
เขากล่าวต่ออย่างดูถูกว่า “ขอโทษเหรอ? นายรู้ไหมว่ามรรคา ตะวันออกของนายตายวันละกี่คนในตอนนี้? ถ้ายังขืนตายเพิ่มขึ้น เรื่อย ๆ มรรคาของพวกนายก็จะไม่เหลือซากแล้ว! ในอนาคตพวก นายก็จะเป็นได้แค่สุนัขเร่ร่อนไม่มีบ้านอยู่เท่านั้นแหละ! ผมหวังดี เตือนแต่นายกลับปฏิเสธ พอพูดความจริงนายก็ไม่อยากจะฟัง ระวัง จะมีวันที่นายต้องนึกเสียใจทีหลัง!”
หลังจากพูดจบ หมอฮาวเวิร์ดก็สะบัดประตูเสียงดังสนั่นและเดิน กระฟัดกระเฟียดไปตามทางเดิน ทว่าเมื่อก้าวไปได้เพียงก้าวเดียว
เขาก็ถูกพลังที่มองไม่เห็นบางอย่างกระชากตัวไปกระแทกกับผนัง อย่างจัง