ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 2023 เทพแห่งหวงอวกาศ?
“ท่านผู้อาวุโส” เทวทูตแปดปีกกลอกดวงตาทั้งสามไปมาพลาง ปรับเปลี่ยนท่าทีและน ้าเสียงเสียใหม่
“ท่านต้องเป็นผู้อาวุโสของทางมรรคาตะวันออกแน่ ๆ ทว่าเรื่อง ในวันนี้ไม่เกี่ยวข้องกับท่านจริง ๆ ครับ ผมเพียงแค่มาตามหาจ้าวอู่ เจียงผู้ทรยศต่อเทพเจ้าเท่านั้น
ในมือผมนี้มีจดหมายเชิญที่ออกร่วมกันโดยวิหารสิบสอง มหาเทพ เพื่อเชิญจ้าวอู่เจียงให้เดินทางไปยังสิบสองเทวสถานของ เราสักครั้งครับ”
เฟิงฉางอี้เอามือกุมหลังพลางหันตัวเดินกลับเข้าไปในโถงอาคาร และเอ่ยสั่งสอนทิ้งท้ายไว้คำหนึ่ง
“หากอยู่ในเขตตะวันออก ก็จงเก็บปีกทำตัวเป็นเทวทูตที่ดี และ หัดพูดจาภาษาคนให้มันดี ๆ หน่อย”
“รับทราบครับท่านผู้อาวุโส” เทวทูตแปดปีกก้มหัวลงเล็กน้อย ทางฝั่งมรรคาตะวันตกนั้นมักจะสยบให้แก่ผู้แข็งแกร่งเสมอ มัน สามารถเมินเฉยต่อผู้อ่อนแอได้ แต่มันไม่กล้ามองข้ามชายชราที่ทรง พลังผู้นี้เด็ดขาด
มันก้าวเดินตามหลังชายชราไปติด ๆ โดยไม่กล้าแม้แต่จะกระพือ ปีกอีก
เฟิงฉางอี้ใช้เท้าเขี่ยเศษกระจกที่เกลื่อนกราดตรงประตู
“กระจกที่ทำแตกน่ะ เจ้าต้องชดใช้ด้วย”
“ย่อมเป็นเช่นนั้นครับ” เทวทูตแปดปีกตอบอย่างว่าง่าย ไม่เหลือ เค้าโครงความโอหังแบบในตอนแรกเลยแม้แต่นิดเดียว
ภายในโถงอาคาร จ้าวอู่เจียงยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่ม้านั่งตัวเดิม ไม่ว่า จะเป็นชายชราที่ทรงพลังหรือเทวทูตคนนี้เขาก็ไม่รู้จักทั้งสิ้น แต่เขารู้ ดีว่าเรื่องราวทั้งหมดคงมีความเกี่ยวข้องกับตนเอง
ชายชราเดินกลับเข้ามาในโถงอีกครั้ง บุคลากรทางการแพทย์ ต่างพากันก้าวเข้ามาถามไถ่ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดและเอ่ยเรียกว่า “ท่านหมอเฟิง”
เมื่อได้ยินชื่อนี้ จ้าวอู่เจียงก็ฉุกคิดถึงชื่อเฟิงฉางอี้ที่เจี่ยงเสี่ยว หาวเคยบอกเอาไว้ทันที หรือว่าชายชราคนนี้คือท่านหมอที่เคยส่งคำ พยากรณ์สองบทนั้นมาให้เขา?
หากเป็นเช่นนั้น เขาก็ย่อมรู้มารยาทที่ควรพึงมี
เขากำลังจะยืนขึ้นเพื่อประสานมือคารวะ
ทว่าชายชรากลับยื่นมือขวาออกมาพลางกดลงเบา ๆ พร้อมกับ น ้าเสียงในเชิงสั่งสอนของผู้อาวุโส:
“ในถิ่นของตัวเอง ก็นั่งลงให้มั่นคงเถอะ”
จ้าวอู่เจียงพยักหน้าพลางขมวดคิ้วเล็กน้อย ส่วนจู๋เสี่ยวหยินที่นั่ง อยู่ข้าง ๆ ก็พลันสลัดความร่าเริงสดใสก่อนหน้านี้ทิ้งไปจนหมดสิ้น เธอก้มหน้าลงแถมยังไม่กล้าซบไหล่เขาเหมือนเดิม แต่นั่งสำรวม อย่างมีมารยาทเหมือนสตรีชั้นสูงพลางจ้องมองแต่ปลายเท้าของ ตัวเองเท่านั้น
เห็นได้ชัดว่า จู๋เสี่ยวหยินรู้จักชายชราผู้นี้ และดูเหมือนจะมีความ เกรงกลัวอยู่ไม่น้อยด้วย
“คุณจ้าวอู่เจียง คุณควรจะนั่งลงนะครับ” เทวทูตยิ้มออกมา ท่าทางของมันเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน มันรีบวิ่งเหยาะ ๆ เข้ามา หาโดยในมือถือม้วนหนังแกะม้วนหนึ่งไว้
จ้าวอู่เจียงเห็นเทวทูตขยับเข้ามาใกล้ คิ้วทรงดาบก็ยิ่งขมวดมุ่น ขึ้นกว่าเดิม
“นี่คือจดหมายเชิญครับคุณจ้าว” เทวทูตเลิกเรียกเขาว่าผู้ทรยศ ต่อเทพเจ้า แต่มันหรี่ดวงตาทั้งสามลงจนเหมือนตาที่กำลังยิ้มละมุน
“รับไปก่อนสิครับ แล้วผมจะอธิบายให้ฟังเอง…”
จ้าวอู่เจียงไม่มีทีท่าว่าจะรับ
เทวทูตชักสีหน้าลงเล็กน้อยเหมือนคนกำลังจะหมดความอดทน แต่เมื่อมันเหลือบไปเห็นชายชราเข้า มันก็รีบฉีกยิ้มออกมาอีกครั้ง
“รับรองได้ว่าไม่มีอันตรายใด ๆ แน่นอนครับจริง ๆ นะ ที่นี่คือ โรงพยาบาล ผมไม่กล้าทำอะไรสุ่มสี่สุมห้าหรอกครับ พวกเราน่ะเป็น เทวทูตที่รักษากฎระเบียบอย่างเคร่งครัดมากนะ”
จ้าวอู่เจียงพูดอย่างเรียบเฉยว่า
“ผมกลับชอบท่าทางอวดดีของคุณเมื่อกี้มากกว่านะ”
เทวทูตยิ้มเจื่อน ๆ พลางยื่นม้วนหนังแกะส่งให้รัว ๆ
ดูเหมือนลิลิธจะจำม้วนหนังแกะนี้ได้ เธอจึงกระซิบบอกจ้าวอู่ เจียงที่ข้างหูเบา ๆ
“นี่คือม้วนหนังแกะจากวิหารสิบสองมหาเทพ ซึ่งมักจะส่งออกมา ก็ต่อเมื่อเหล่าสิบสองเทวสถานเห็นพ้องตรงกันในเรื่องสำคัญบางเรื่อง เท่านั้น คาดว่าภายในนั้นน่าจะเป็นข่าวใหญ่แน่ ๆ”
จ้าวอู่เจียงขมวดคิ้วเล็กน้อย ‘จดหมายเชิญจากวิหารสิบสอง มหาเทพสายตะวันออกที่ส่งมาร่วมกันอย่างนั้นเหรอ? ทำไมถึงได้ เจาะจงมาหาเขาด้วย?’
หลังจากนิ่งคิดอยู่พักหนึ่ง เขาก็รับม้วนหนังแกะใบนั้นมา
เทวทูตถึงกับระบายยิ้มออกมาด้วยความโล่งอกทันที พลางรอให้ จ้าวอู่เจียงเปิดดูเนื้อหาในนั้น มันเหลือบมองไปทางชายชรา ซึ่ง ในตอนนี้เดินแยกไปพร้อมกับเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์เข้าสู่ทางเดิน ข้าง ๆ จนลับตาไปแล้ว
ทว่าความแข็งแกร่งอันน่าสะพรึงของชายชรายังคงตราตรึงอยู่ใน ใจจนมันไม่กล้าทำตัววุ่นวายอีก ได้แต่นั่งสงบเสงี่ยมอยู่ต่อไป
“เทพแห่งห้วงอวกาศ?” เมื่อจ้าวอู่เจียงเปิดม้วนหนังแกะออกดู เขาก็ถึงกับตกตะลึงในข้อความที่เห็น แถมยังเต็มไปด้วยความฉงน สงสัย ‘เขาไปมีความเกี่ยวข้องกับเทพแห่งห้วงอวกาศของมรรคา ตะวันตกตั้งแต่เมื่อไหร่?’
แม้แต่ลิลิธและเอลิซาที่ชะโงกมาดูเนื้อหาข้างใน ต่างก็พากันเบิก ตาโตและจ้องมองจ้าวอู่เจียงอย่างเหลือเชื่อ
“ใช่ครับ” เทวทูตตอบรับด้วยน ้าเสียงภาคภูมิใจ
“พวกเราเชิญคุณให้เข้าร่วมในบททดสอบการสืบทอดเทวฐานะ ขั้นสุดท้ายของท่านเทพแห่งห้วงอวกาศครับ”
ลิลิธในฐานะคนของศาสนจักรแห่งแสงสว่าง ย่อมมีความรู้ความ เข้าใจเกี่ยวกับมรรคาตะวันตกมากกว่าจ้าวอู่เจียงอยู่มาก
นางจ้องมองไปยังเทวทูตแปดปีกพลางเอ่ยถามด้วยความสงสัย:
“ข้าจำได้ว่า เทพแห่งห้วงอวกาศมีผู้สืบทอดอยู่แล้วนี่”
เทวทูตแปดปีกชายตามองลิลิธแวบหนึ่ง ในใจก็ลอบด่าว่านังคน ทรยศ แต่ภายนอกกลับระบายยิ้มและกล่าวว่า
“นั่นเป็นเพียงหนึ่งในผู้สืบทอดที่มีสิทธิ์เท่านั้น แต่เขายังไม่ใช่ผู้ ได้ครอบครองสถานะแห่งเทพขั้นสูงสุด มหาเทพแห่งห้วงอวกาศทรง
ทรงพลังที่สุดในบรรดาสิบสองมหาเทพ ดังนั้นผู้สืบทอดของพระองค์ จึงจำเป็นต้องผ่านการพิจารณาจากสิบสองเทวสถานร่วมกัน”
ในบรรดาสิบสองมหาเทพของมรรคาตะวันตกนั้น บางองค์ก็มีผู้ สืบทอดคนปัจจุบันอยู่แล้ว เช่น เทพเจ้าแห่งแสงสว่างอัปอลโลที่สี่ แต่ บางตำแหน่งมหาเทพก็ยังคงว่างลงเนื่องจากสาเหตุต่าง ๆ ในอดีต ส่งผลให้ทั้งสถานะแห่งเทพและพลังเทพมีที่ว่างรอให้ใครบางคนก้าว ขึ้นมาแทน เช่น มหาเทพแห่งห้วงอวกาศ หรือเทพเพลิง เป็นต้น
“ผมเป็นคนของมรรคาตะวันออก” จ้าวอู่เจียงส่ายหน้าปฏิเสธ เขามีความแค้นฝังลึกกับเทพเจ้าแห่งแสงสว่างและทายาทเทพเจ้าของ มัน อีกทั้งในฐานะที่เป็นคนของมรรคาตะวันออก การจะให้เขาไปรับ การสืบทอดเทวฐานะของฝั่งตะวันตก ต่อให้เป็นเพียงการทดสอบ เขา ก็ยังรู้สึกตะขิดตะขวงใจและไม่อยากทำ
“มหาเทพปกป้องและรักมวลมนุษย์อย่างเท่าเทียมโดยไม่ แบ่งแยกทิศตะวันออก ตะวันตก ใต้ หรือเหนือ” เทวทูตแปดปีกยิ้ม กล่าว “คุณจ้าวครับ เทพเจ้าของทางมรรคาตะวันออกเองก็เป็น เช่นนั้นไม่ใช่หรือ ผมจำได้ว่าพวกคุณมีคำกล่าวโบราณว่า ‘การสั่ง สอนโดยไม่เลือกชนชั้น’ ก็น่าจะมีความหมายคล้าย ๆ กันนี่แหละ”
เทวทูตแปดปีกใช้คำศัพท์อาจจะไม่ถูกนัก แต่จ้าวอู่เจียงก็เข้าใจ ความหมายที่มันจะสื่อ เขาจึงขมวดคิ้วถาม
“ทำไมถึงต้องเลือกผม?”
“พระองค์ทรง ‘เลือก’ คุณเป็นการชั่วคราวครับ” เทวทูตแปดปีก อธิบายต่อ “ผู้ที่ได้เข้าร่วมในการสืบทอดเทวฐานะครั้งนี้มีอยู่หลายคน และทุกคนต่างก็มีหนึ่งในคุณสมบัติเริ่มต้นของสถานะแห่งเทพของ ท่านเทพแห่งห้วงอวกาศ เช่น อำนาจและพละกำลังที่ล้นพ้น ซึ่งถือ เป็นหนึ่งในคุณสมบัติแห่งสถานะมหาเทพแห่งห้วงอวกาศนั่นเอง”
จ้าวอู่เจียงขมวดคิ้วย่น ‘เขามีอะไรที่เหมือนกับเทพเจ้าแห่งห้วง อวกาศของตะวันตกตรงไหนกัน?