ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 2024 รักเผื่อแผ่? หรือว่าเจ้าชู้?
เมื่อเทวทูตเห็นจ้าวอู่เจียงยังคงทำหน้าสงสัยขมวดคิ้วไม่เลิก เขา จึงอธิบายเพิ่มเติม
“คุณเป็นคนที่มีรักเผื่อแผ่ครับ”
“รักเผื่อแผ่?” จ้าวอู่เจียงอึ้งไปครู่หนึ่ง
“ใช่ครับ” เทวทูตแปดปีกพยักหน้ายืนยัน “มหาเทพแห่งห้วง อวกาศมีความรักที่เผื่อแผ่แก่มวลสตรี นี่ถือเป็นหนึ่งในสถานะแห่ง เทพของพระองค์ และจากการเฝ้าสังเกตและตรวจสอบของเรา คุณ เองก็มีรักที่เผื่อแผ่เช่นเดียวกัน คุณมีความเกี่ยวข้องกับสตรีมากมาย และที่สำคัญคือพวกเธอทุกคนต่างก็รักคุณด้วยใจจริง นี่แหละคือ ความหมายของคำว่ารักเผื่อแผ่ คือการที่คุณรักพวกเธอและได้รับ ความรักที่กว้างไกลไพศาลกลับคืนมา”
ใบหน้าของจ้าวอู่เจียงเริ่มเข้มขรึมขึ้นเรื่อย ๆ ‘นี่จะบอกว่าฉัน เจ้าชู้สินะ? เขาไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับเทพเจ้าแห่งห้วงอวกาศเพียง เพราะเรื่องพรรค์นี้เองเหรอ?’
เขาเอ่ยเสียงเข้ม
“คนที่มีรักเผื่อแผ่บนโลกนี้มีตั้งมากมาย คนที่มีสตรีห้อม ล้อมรอบตัวก็มีไม่น้อยนี่”
“ก็ถูกครับ” ในยามที่เทวทูตแปดปีกพูดจาดี ๆ เขาก็ไม่ได้ดูน่า กลัวหรือน่าสยดสยองขนาดนั้น ยิ่งเวลาเก็บปีกขนสีขาวให้เข้าที่ทั่ว ตัวเขาก็ดูนุ่มนิ่มเหมือนกับตัวดักแด้ตัวยักษ์เลยทีเดียว
ในใจของเขาเริ่มรู้สึกรำคาญใจขึ้นมาบ้างแล้ว แต่ภายนอกเขา ยังคงแสดงความอดทนและอธิบายต่อ
“แต่คุณจ้าวครับ ความรักที่เผื่อแผ่น่ะมันมีความต่างกันอยู่ พวก คนที่มีผู้หญิงห้อมล้อมมากมายพวกนั้นน่ะ หากมองตามหลักเกณฑ์ ที่เคร่งครัดแล้ว ยังนับว่าเป็นความรักเผื่อแผ่แบบเดียวกับมหาเทพ แห่งห้วงอวกาศไม่ได้หรอกนะครับ เพราะพวกเขาน่ะไม่ได้รับความรัก ที่จริงใจจากผู้หญิงรอบข้างทั้งหมดหรอก เป็นเพียงแค่เรื่องหลอกลวง ที่จัดฉากขึ้นมาเท่านั้น แต่รักเผื่อแผ่นั้นคือความสัมพันธ์ที่ต้องมี ร่วมกันทั้งสองฝ่าย คุณรักข้า ข้ารักคุณ รักจน… เอ๊ะ?”
เทวทูตแปดปีกถึงกับอึ้งไปเอง เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น ทำไมเขาถึงได้ เกือบจะร้องเพลงที่กำลังฮิตติดหูพวกนั้นออกมาได้?
‘มรรคาตะวันออกนี่ช่างเป็นสถานที่ที่พิลึกจริง ๆ แม้แต่ความ ศักดิ์สิทธิ์บริสุทธิ์ของเขาก็ยังโดนความประหลาดนี้แทรกซึมเข้าจน ได้’
จ้าวอู่เจียงใช้เวลาขบคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะยังคงส่ายหน้าปฏิเสธ
“ผมลองคิดดูแล้ว ผมไม่ไปดีกว่า ปล่อยให้คนอื่นเขาสู้กันไป เถอะ”
“คุณจ้าว!” น ้าเสียงของเทวทูตแปดปีกหนักแน่นขึ้นมาทันที ต้อง รู้ก่อนนะว่า การได้เป็นหนึ่งในผู้สืบทอดเทวฐานะของท่านเทพแห่ง ห้วงอวกาศน่ะ คือเรื่องที่มีเกียรติมากขนาดไหน? จ้าวอู่เจียงกลับ ปฏิเสธแบบไร้เยื่อใยเนี่ยนะ?
แล้วจ้าวอู่เจียงมีสิทธิ์อะไรถึงได้ปฏิเสธ?
นี่คือม้วนหนังแกะที่เป็นจดหมายเชิญซึ่งส่งตรงมาจากสิบสอง เทวสถานร่วมกัน หากเขาไม่สามารถทำให้จ้าวอู่เจียงตอบรับหรือพา จ้าวอู่เจียงกลับไปได้ เขาเองนั่นแหละที่จะต้องถูกทำโทษหนัก หรือ อาจถึงขั้นถูกไล่ส่งให้ตกลงไปขุมนรกได้เลย เพราะก่อนจะมาที่นี่เขา เพิ่งจะได้รับการตักเตือนมาแล้วด้วย
เทวทูตแปดปีกค่อย ๆ ก้มตัวลงต ่าและกระซิบด้วยเสียงทุ้ม
“คุณจ้าวครับ ผมอยากให้คุณช่วยพิจารณาเรื่องนี้ให้รอบคอบ อีกสักนิด เราเองก็ไม่ต้องการให้การปฏิเสธของคุณในครั้งนี้ ส่งผล ให้แม่ชีในศาสนจักรแห่งแสงสว่างทั้งสองคนต้องทุกข์ทรมานจนตาย เพราะคำสาปหรอกนะ และคุณเองก็คงไม่ปรารถนาเช่นนั้นใช่ไหมล่ะ ครับ?”
นัยน์ตาสีแดงของลิลิธพลันแข็งทื่อขึ้นมา จ้าวอู่เจียงเองก็ตั้งคิ้ว ทรงดาบชันขึ้นและหันไปจ้องมองเทวทูตแปดปีกในทันที
ทว่าเทวทูตแปดปีกยังคงยิ้มระรื่น ภายใต้หน้าตาที่ประหลาดและ ดวงตาทั้งสามปากกว้างนั้นก็แสยะรอยยิ้มอย่างเลือดเย็น
“ความสว่างไสวเยี่ยงมหาเทพย่อมเมตตาต่อผู้ศรัทธา ต่อให้คน ของทางศาสนจักรทั้งสองคนนี้จะจากเราไปพร้อมกับคุณแล้วก็ตาม แต่มหาเทพก็ยังมองพวกเธอว่าเป็นผู้อยู่ในความดูแลของเรา และ ท่านทรงเกรงว่าพวกเธออาจจะได้รับคำสาปโดยไม่ระวังเข้าให้
ในส่วนตัวของคุณ ในเมื่อเป็นคนของมรรคาตะวันออกแล้วได้รับ การเลือกสรรก็นับว่าเป็นเกียรติอย่างยิ่ง และนี่ยังเป็นทางเลือกที่ดี ที่สุดของคุณในยามนี้ด้วย มรรคาตะวันออกกำลังเผชิญกับทัณฑ์ จากเทพเจ้าอยู่
หากคุณสามารถคว้าเอาตำแหน่งผู้สืบทอดเทวฐานะที่แท้จริง ของมหาเทพแห่งห้วงอวกาศมาได้ คุณมีสิทธิ์เลือกที่จะตั้งถิ่นฐานอยู่ ในตะวันตกและได้รับความปลอดภัยเช่นเดียวกับครอบครัวของคุณ
นี่คือคำเตือนด้วยความปรารถนาดีจากผมนะ… เพราะสุดท้าย คุณยังสามารถพึ่งพาพลังเทพของมหาเทพแห่งห้วงอวกาศกลับไป กอบกู้ผู้คนในถิ่นกำเนิดของคุณได้ไม่ใช่เหรอ?”
เขาเห็นว่าจ้าวอู่เจียงนิ่งไป จึงรีบพูดตบท้ายอีกว่า
“คนที่มีสติและตื่นรู้อย่างคุณน่าจะนึกออก ว่าสิ่งที่ผมพูดไปล้วน มีเหตุผลทั้งสิ้น ต่อให้คุณไม่นึกถึงตัวเอง แต่ก็น่าจะเห็นแก่กลุ่มคนที่
คุณแสดง ‘รักที่เผื่อแผ่’ ต่อพวกเขาไว้บ้าง คุณคิดว่างั้นไหมครับ คุณ จ้าว?”
ในคำพูดที่หว่านล้อมของเทวทูตแปดปีกนั้น แฝงไว้ด้วยการข่มขู่ และการล่อลวงอย่างไม่ปิดบัง โดยมีสาเหตุเดียวคือเพื่อให้จ้าวอู่เจียง ยอมเข้าร่วมในบททดสอบการสืบทอดเทวฐานะขั้นสุดท้ายของเทพ แห่งห้วงอวกาศ
ก่อนที่จะเดินทางออกจากสิบสองเทวสถาน เทวทูตแปดปีกได้ รับคำกำชับมากมาย โดยเฉพาะตัวเขาที่เป็นเทวทูตจากวิหารเทพ แห่งห้วงอวกาศ หนึ่งในสิบสองเทวสถาน นอกเหนือจากคำกำชับ อย่างเป็นทางการแล้ว ยังมีคำสั่งลับเป็นการส่วนตัวภายในวิหารอีก ด้วย
เซราฟิมแห่งแสงศักดิ์สิทธิ์ผู้หนึ่งที่ได้รับความนับถืออย่างสูงใน วิหารเทพแห่งห้วงอวกาศ ได้เรียกตัวเขาเข้าไปพบเป็นการส่วนตัว ก่อนปฏิบัติภารกิจ และย ้านักย ้าหนาว่าในการเดินทางครั้งนี้ไม่ว่าจะ อย่างไรต้องหาทางทำให้จ้าวอู่เจียงยอมตกลงเข้าร่วมการทดสอบนี้
ให้ได้
เขาได้รับอนุญาตให้ใช้วิธีการใดก็ได้ หรือจะให้สัญญากับจ้าวอู่ เจียงอย่างไรก็ได้ทั้งนั้น
ในตอนแรกเขานึกว่า ‘การจะพาตัวไอ้คนชื่อจ้าวอู่เจียงนี่ไปเข้า ร่วมการทดสอบมันจะไปยากอะไร? แค่ทำเขาให้สลบแล้วแบกกลับไป ก็น่าจะจบเรื่องแล้ว’
ทว่าเมื่อเขาพบตัวจ้าวอู่เจียงเข้าจริงถึงได้ตระหนักว่า เขาไม่มี ทางชิงตัวจ้าวอู่เจียงไปจากดาวดวงนี้ได้เลย
ใครจะไปนึกว่าโรงพยาบาลเล็ก ๆ แห่งนี้ จะมีชายชราที่มีพลัง ลึกลับน่าหวาดหวั่นขนาดนั้นสถิตอยู่
เขารู้สึกว่าต่อให้เป็นท่านเซราฟิมแห่งแสงศักดิ์สิทธิ์ผู้นั้นในวิหาร เทพแห่งห้วงอวกาศ ก็ใช่ว่าจะเป็นคู่ปรับของชายชราผู้นี้ได้
พลังอันลึกลับแห่งตะวันออกนั้น ช่างน่ากลัวเกินกว่าจะ จินตนาการจริง ๆ
ดังนั้นเขาจึงต้องเปลี่ยนแผนการใหม่ โดยใช้ทั้งการล่อลวงและ ข่มขู่ควบคู่กันไป
เขาไม่ได้รู้จักจ้าวอู่เจียงมากนัก แต่จุดอ่อนของมนุษย์ก็มีอยู่ไม่กี่
อย่าง นั่นคือเรื่องความรู้สึกและผลประโยชน์
การข่มขู่ในด้านความรู้สึกเริ่มจากการบอกจ้าวอู่เจียงว่าถ้าหาก เขาไม่ไป นักบวชหญิงศักดิ์สิทธิ์ทั้งสองคนจากศาสนจักรแห่งแสง สว่าง รวมถึงคนใกล้ชิดของเขาจะต้องเผชิญกับอันตราย
ส่วนการล่อลวงด้านผลประโยชน์ คือการย ้าให้จ้าวอู่เจียงเห็นถึง วิกฤตที่มรรคาตะวันออกกำลังเผชิญอยู่ ไม่แน่ว่าถ้าจ้าวอู่เจียงผ่าน การทดสอบได้สำเร็จและเอาชนะผู้สืบทอดคนอื่น ๆ จนกลายเป็นเทพ แห่งห้วงอวกาศรุ่นใหม่ได้สำเร็จ ด้วยพลังเทพที่ยิ่งใหญ่นั้น เขา อาจจะมีกำลังย้อนกลับมากอบกู้วรรคาตะวันออกได้?
เขามั่นใจมากว่าถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด จ้าวอู่เจียงจะต้องตกลง อย่างแน่นอน
ต่อให้มองโลกในแง่ร้ายที่สุด หากจ้าวอู่เจียงไม่ยอมตกลงจริง ๆ เขาก็ยังเพิ่มข้อเสนอให้ได้อีกเรื่อย ๆ จนกว่าจ้าวอู่เจียงจะพอใจ
แต่ในตอนนี้เขาจะยังไม่เปิดไพ่ใบนั้นออกมาเด็ดขาด เพื่อ ป้องกันไม่ให้จ้าวอู่เจียงฉวยโอกาสเรียกร้องเกินควรหรือทำตัวโลภไม่ รู้จักจบสิ้น
ทว่าในอึดใจถัดมา เทวทูตแปดปีกก็ต้องยืนอึ้ง เมื่อได้ยินจ้าวอู่ เจียงตอบกลับมาเรียบ ๆ ว่า
“ผมไม่ไป”