ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 2069 กล้าซื้อกล้าขาย ฉวยโอกาสซ ้าเติม
ชายสวมแว่นจากสมาคมสงเคราะห์โลกโน้มน้าวจนปากเปียก ปากแฉะอยู่พักใหญ่ ในที่สุด ชาวมรรคาตะวันตกทั้งเจ็ดคนที่เดินทาง มาเพื่อกว้านซื้อดินแดนก็ตอบตกลงที่จะซื้อดาวดวงนี้
ดาวดวงนี้มีขนาดไม่ใหญ่นัก ผู้อยู่อาศัยดั้งเดิมเกือบทั้งหมดได้ เสียชีวิตลงแล้ว เหลือเพียงผู้รอดชีวิตเพียงส่วนน้อยเท่านั้น
ขอแค่กำจัดผู้รอดชีวิตเหล่านี้ทิ้งไป หรือความจริงไม่จำเป็นต้อง กำจัดทิ้งเสียด้วยซ ้า ก็สามารถเริ่มต้นระบบของดาวดวงนี้ใหม่ ขน ย้ายประชากรเข้ามา และทำให้ดาวกลับมามีลมหายใจแห่งชีวิตได้อีก ครั้ง
ทั้งสองฝ่ายต่างรู้ดีว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่ และมีจุดประสงค์ อะไร
ในตอนที่ยานอวกาศของคนพวกนี้บินวนเวียนอยู่รอบดาว ชาย จากสมาคมสงเคราะห์โลกก็คาดเดาแผนการของคนจากมรรคา ตะวันตกเหล่านี้ได้ตั้งนานแล้ว
และแผนการเหล่านั้น ก็ล้วนเป็นไปตามที่สมาคมสงเคราะห์โลก คาดการณ์ไว้ทุกประการ
คนจากมรรคาตะวันตก โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกขุนนางใหญ่หรือ ตระกูลเศรษฐีต่าง ๆ จะต้องฉวยโอกาสในภัยพิบัติครั้งนี้ของมรรคา
ตะวันออกแล้วฉกฉวยสมบัติทางวัฒนธรรมที่หลงเหลืออยู่และแบ่งปัน ดินแดนอันกว้างใหญ่
หากสิ่งมีชีวิตบนดาวส่วนใหญ่ตายไปแล้ว พวกเขาก็จะซื้อที่นี่ และยึดครองที่นี่ก่อนใคร
หากมีผู้คนของมรรคาตะวันออกหลงเหลืออยู่มากมาย พวกเขา ก็จะใช้กำลังและวิธีการอื่น ๆ เพื่อยึดครองที่นี่อย่างแข็งกร้าว ต่อให้ไม่ เข่นฆ่าผู้อยู่อาศัยเดิม แต่ในอนาคต พวกเขาจะใช้การศึกษาที่
หลอกลวง สร้างภาพการรุกรานของพวกเขาให้สวยงาม เรียกมันว่า การช่วยเหลือและอื่น ๆ
เพื่อทำลายรากฐานทางวัฒนธรรมของมรรคานี้ให้สิ้นซาก
เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะการรุกรานทางวัฒนธรรมและการส่ง สายลับเข้ามาฝังตัวในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเริ่มส่งผลให้เห็นบ้างแล้ว
ทั้งการบิดเบือนเนื้อหาในตำราเรียน การเข้ายึดครองพื้นที่สื่อ และประชามติ รวมถึงการแทรกซึมเข้าไปในกลุ่มชนชั้นนำระดับสูง…
เมื่อประกอบกับมหันตภัยในครั้งนี้ การคิดจะเข้ามายึดครองอย่าง เบ็ดเสร็จจึงเป็นเพียงเรื่องของเวลาเท่านั้น
สมาคมสงเคราะห์โลกย่อมรู้เรื่องเหล่านี้ดี แต่ภายใต้ภัยพิบัติครั้ง ใหญ่นี้ พวกเขาไม่มีเวลามากพอจะคิดอะไรมากมาย ที่ไหนปลอดภัย ก็ไปที่นั่น การรักษาตัวรอดเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
ก่อนจะจากไป การกอบโกยเงินทองได้มากที่สุดจึงเป็นหนทางที่
ถูกต้อง
ส่วนเรื่องความรู้สึกผิดหรือความละอายใจน่ะเหรอ… บางที… ก็ อาจจะ… เคยมีอยู่ชั่ววูบละมั้ง
แต่พอถึงเวลาที่ได้ไปเสวยสุขในมรรคาตะวันตก ได้สูดอากาศ แห่งเสรีภาพ พวกเขาจะต้องลืมเลือนมันไปอย่างแน่นอน
ในเมื่อไม่ช้าก็เร็วก็ต้องลืม แล้วจะมัวมารู้สึกผิดหรือละอายใจไป ทำไมกัน?
ทุกเรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของพวกเขา พวกเขาเพียงแค่แสวงหา ผลประโยชน์เล็ก ๆ น้อย ๆ จากสถานการณ์เท่านั้น
อีกอย่าง ต่อไปพวกเขาก็จะเป็นคนของมรรคาตะวันตกแล้ว คน ของมรรคาตะวันออกก็ไม่ใช่พี่น้องร่วมชาติของพวกเขาอีกต่อไป พวกเขาจะต้องใจอ่อนไปทำไมกัน?
ดังนั้น การรีบเร่งระบายดวงดาวที่ยึดครองไว้ออกไปให้พ้นมือ แล้วขายให้กับพวกคนจากมรรคาตะวันตกเหล่านี้ จึงเป็นเรื่องที่
สำคัญที่สุด
ชายจากสมาคมสงเคราะห์โลกคิดเช่นนั้น ในขณะที่คนจาก มรรคาตะวันตกทั้งเจ็ดคนที่อยู่ตรงหน้าต่างก็มีแผนการในใจของ ตนเองเช่นกัน
พวกเขาไม่สนใจเลยว่าชายจากสมาคมสงเคราะห์โลกที่อยู่ ตรงหน้านี้มีสิทธิ์ขายดวงดาวเหล่านี้ให้พวกเขาหรือไม่
พวกเขาสนใจแต่เพียงการได้มาซึ่งหลักฐานยืนยันที่เป็น สัญลักษณ์เท่านั้น
หลักฐานคือเหตุผลในการเปิดช่องโหว่ของมรรคาตะวันออก ต่อ ให้ข้ออ้างนี้จะไร้ซึ่งความน่าเชื่อถือ หรือไม่สมเหตุสมผลเพียงใดก็ ตาม แต่นั่นก็ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ
ด้วยเหตุผลนี้ พวกเขาจึงสามารถยึดครองที่นี่ และแบ่งแยก ดินแดนนี้ก่อนใครได้
ปัจจุบัน ผู้คนจากมรรคาตะวันออกได้รับผลกระทบจากไวรัสทาง พันธุกรรม ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บนับไม่ถ้วน ที่ไหนจะมีเวลา ว่างมาสนใจเรื่องพวกนี้?
คงจะมัวแต่คิดหาวิธีเอาตัวรอดกันอยู่ละมั้ง?
ขนาดผู้ปกครองยังไม่สนใจ แล้วจะมีใครหน้าไหนมาสน? แล้วจะ มีใครหน้าไหน “กล้า” เข้ามาสนใจ?
ดังนั้น ทั้งสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งกล้าขาย อีกฝ่ายกล้าซื้อ
ไม่นานการซื้อขายก็สำเร็จ คนของสมาคมสงเคราะห์โลกส่งคน ไปกวาดล้างผู้รอดชีวิตที่ซ่อนตัวอยู่ตามดาวดวงต่าง ๆ ในละแวก
ใกล้เคียงที่ถูกซื้อขาย เพื่อมอบดินแดนที่สะอาดบริสุทธิ์ให้กับพวก นายใหญ่ชาวต่างชาติเหล่านี้
เมื่อไวรัสระบาดอย่างรุนแรง ความตายเพิ่มขึ้นทุกวัน การ แบ่งแยกดินแดนของมรรคาตะวันออกก็กลายเป็นแนวโน้มนโยบาย ของมรรคาตะวันตกมากขึ้นเรื่อย ๆ จะมีคนจากมรรคาตะวันตกทาง เหนือเข้าร่วมในการแบ่งแยกดินแดนนี้มากขึ้น
บางคนถึงกับชูคำขวัญว่ามาช่วยเหลือ บอกว่าเมื่อทางการของ มรรคาตะวันออกไม่สนใจไม่ดูแล ปล่อยให้ประชาชนตกอยู่ในความ ทุกข์ยาก พระเจ้าผู้เปี่ยมด้วยความรักเมตตาจึงส่งพวกเขามา ช่วยเหลือชาวตะวันออกที่กำลังจมอยู่ในความทุกข์ยาก
……
กร๊อบ!
จ้าวอู่เจียงหักคอชายผมทองคนหนึ่งจนขาดสะบั้น ปัจจุบันเขา มาถึงดวงดาวที่แปลกหน้าดวงหนึ่ง ซึ่งตามแผนที่ดวงดาวระบุว่าเดิมมี ชื่อว่า ดาวเสี่ยวหลาง
เขาเพียงแค่เดินทางผ่านทางนี้ แต่กลับพบว่าภายในดาวดวงนี้มี ร่องรอยของคนจากมรรคาเหนือและมรรคาตะวันตกปรากฏอยู่เต็มไป หมด พวกเขากำลังไล่ทุบทำลายสิ่งปลูกสร้างทุกอย่างให้ราบเป็น หน้ากลอง ดูเหมือนว่าต้องการจะรื้อฟื้นและสร้างดาวดวงนี้ขึ้นมาใหม่
เดิมทีเขาไม่มีเจตนาฆ่าใคร การสร้างใหม่อาจเป็นเรื่องดี แต่เมื่อ เขาศึกษาลึกลงไป พบว่าการสร้างใหม่นี้ตั้งอยู่บนความตายของ ผู้รอดชีวิตนับไม่ถ้วน เขาจึงลงมือฆ่าคน
ก่อนตาย ชายผู้นี้ได้สารภาพออกมาด้วยความหวาดกลัวถึง จุดประสงค์ที่แท้จริงของการมาที่นี่ ว่าแท้จริงแล้วคือการอาศัย ช่วงเวลาที่มรรคาตะวันออกกำลังอ่อนแอ เข้ามาจัดระเบียบและ แบ่งสรรปันส่วนดินแดนแห่งนี้ใหม่
เสียงความวุ่นวายดึงดูดผู้คนมากขึ้น ผู้วิวัฒนาการจากมรรคา ตะวันตกและมรรคาทางเหนือต่างพากันใช้พลังพิเศษ หวังจะสังหาร จ้าวอู่เจียงชายตะวันออกที่หุนหันและหยาบคายผู้นี้
จ้าวอู่เจียงใบหน้าเรียบเฉย เขาเพียงแค่ยกมือขึ้นแล้วตวัดกระบี่
ออกไปหนึ่งครั้ง
ปราณกระบี่พุ่งทะยานทะลุชั้นเมฆา แม้จะมองจากภายนอก ดวงดาวก็ยังคงเห็นอานุภาพอันน่าเกรงขามที่โหมกระหน ่า
ดวงดาวพลันปริแตกออกราวกับบาดแผลแห่งความทุกข์ยากที่
ถูกกรีดซ ้า พร้อมด้วยกลิ่นอายโลหิตและควันสีเขียวที่พวยพุ่งออกมา ไม่หยุดสาย