ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 2091 จดหมายของ A1
“จดหมายจาก A1 งั้นหรือ?”
เหล่าสัตว์ประหลาดเฒ่าทั้งหลายทิ้งพื้นที่ว่างไว้ให้จ้าวอู่เจียง เพื่อให้เขาได้ใช้ความคิดอย่างถถี่ถ้วน ก่อนจะพากันเดินออกมาด้าน นอก
ในขณะที่พวกเขากำลังปรึกษาหารือกันว่าควรจะเกลี้ยกล่อมจ้าว อู่เจียงอีกสักรอบดีหรือไม่ เจ้าหน้าที่จากทางการก็นำจดหมายฉบับ หนึ่งมาส่งให้ ที่อยู่บนจดหมายระบุว่าส่งมาจากบริษัทเทคโนโลยีหย่ง เซิง
ในสังคมยุคปัจจุบัน การติดต่อสื่อสารด้วยจดหมายกระดาษนั้น ถือเป็นเรื่องที่พบเห็นได้ยากยิ่ง
ยิ่งไปกว่านั้น นี่เป็นจดหมายของ A1 อีกต่างหาก?
“A1 จะเล่นอะไรอีกกันนะ?” เซวียนหยวนซวิ่นทำท่าจะคว้าซอง จดหมายในมือของจูกัดเซี่ยวไป๋มาดู
“ให้พี่จูกัดอ่านคนเดียวเถอะ” เฟิงฉางอี้ตบมืออันวู่วามของเซ วียนหยวนซวิ่นออกเบา ๆ พร้อมกล่าวด้วยน ้าเสียงเย็นชา
“ผู้รับจดหมายคือพี่จูกัด”
เซวียนหยวนซวิ่นชักมือกลับอย่างหัวเสีย พลางแสดงสีหน้า กระวนกระวายใจอย่างถึงที่สุด ลำพังแค่จ้าวอู่เจียงยังไม่ตอบตกลงก็
ทำให้เขาอยู่ไม่เป็นสุขพอแล้ว ยิ่งในช่วงเวลาหน้าสิหน้าขวบเช่นนี้ A1 ยังส่งจดหมายมาอีกฉบับ แถมเขายังไม่สามารถรู้เนื้อหาข้างใน ได้ทันที ยิ่งทำให้เขาร้อนรนหนักกว่าเดิม!
เขารู้สึกว่าถ้ายังร้อนใจไปมากกว่านี้ เขาจะกลายเป็นกษัตริย์ ร้อนรน ตัวละครในการ์ตูนที่พวกเด็กเล็กในตระกูลชอบดูกันนั่นแหละ
“จะไม่มีกลลวงหรอกนะ?” เซวียนหยวนซวิ่นเดินวนไปวนมา สายตาจับจ้องอยู่ที่ซองจดหมายตลอดเวลา ประเด็นสำคัญคือจูกัด เซี่ยวไป๋ยังไม่ยอมแกะมันเสียที ทำเอาเขาอยากจะเข้าไปแกะแทนให้รู้ แล้วรู้รอด
จูกัดเซี่ยวไป๋ถือซองจดหมายไว้พลางขมวดคิ้วมุ่น เขาไม่แน่ใจ ว่าเนื้อหาข้างในคืออะไร แต่การที่ A1 ระบุตัวตนหาเขาโดยตรงแบบนี้ ทำให้เขารู้สึกสงสัยเป็นอย่างมาก
ในบรรดาเหล่าสัตว์ประหลาดเฒ่าที่อยู่ที่นี่ เขาเป็นคนที่มีความ เกี่ยวข้องกับ A1 น้อยที่สุด เคยพบกันเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น แล้ว ทำไม A1 ถึงไม่หาคนอื่น แต่กลับเลือกส่งจดหมายมาหาเขา จูกัด เซี่ยวไป๋ กันล่ะ?
แววตาของเขาไหววูบ ก่อนจะเริ่มลงมือแกะซองจดหมายออก
ประธานตงฟาง เซวียนหยวนเฉียน และเจ้าสำนักปราบปีศาจ เฉินหัว รวมถึงคนอื่น ๆ ต่างพากันพุ่งสายตาไปที่จูกัดเซี่ยวไป๋เป็นจุด เดียว
เซวียนหยวนซวิ่นยืดคอชะเง้อ อยากจะขยับเข้าไปดูใกล้ ๆ แต่ก็ ยังติดเรื่องรักษาหน้าเลยต้องฝืนตัวไว้ ทำให้เขารู้สึกขัดแย้งในใจ อย่างยิ่ง ในเมื่อทุกคนต่างสำรวมไม่แอบดูเนื้อหาในจดหมาย เขาก็คง จะดื้อแพ่งมุดเข้าไปดูไม่ได้ใช่ไหมล่ะ? มันเสียมารยาทเกินไป!
แต่ว่าทุกคนช่วยเลิกเสแสร้งกันทีได้ไหม!
เห็น ๆ กันอยู่ว่าทุกคนก็อยากดู แล้วจะอดทนกันไปทำไม? ความ อยากรู้อยากเห็นแบบนี้มันห้ามกันได้ด้วยหรือ?
ลมหายใจของเซวียนหยวนซวิ่นเริ่มถี่กระชั้นขึ้น
จูกัดเซี่ยวไป๋เมื่อได้เห็นเนื้อหาภายในซองจดหมาย ลมหายใจ ของเขาก็เริ่มถี่กระชั้นขึ้นเช่นกัน
ภายในซองจดหมายนั้นมีกุญแจดอกหนึ่ง ทำจากไม้ มีเพียงสาม ซี่ และมีรูปแบบที่ดูโบราณเรียบง่าย
สิ่งที่วางอยู่คู่กับกุญแจยังมีรูปถ่ายหนึ่งใบและกระดาษโน้ต ภาพ ในรูปถ่ายนั้นคือหมู่ดาวที่ถูกปกคลุมด้วย “ฟิลเตอร์” สีเหลืองหม่น และลักษณะทางภูมิศาสตร์ที่ปรากฏบนพื้นผิวของหมู่ดาวดวงนั้น ก็ คือ “บ้าน” ที่จูกัดเซี่ยวไป๋เฝ้าถวิลหาทั้งยามหลับและยามตื่น
ส่วนในกระดาษโน้ตอีกแผ่น มีข้อความเพียงประโยคเดียวว่า ‘ตก ลงตามคำขอของฉันหนึ่งข้อ’
ความหมายนั้นชัดเจนมาก A1 กำลังบอกว่า หากจูกัดเซี่ยวไป๋ ต้องการจะพบหมู่ดาวดวงนี้ เขาจำเป็นต้องตอบรับคำขอหนึ่งข้อของ มัน
เมื่อทุกคนเห็นว่าจูกัดเซี่ยวไป๋เริ่มหายใจถี่ขึ้นเรื่อย ๆ และทั่วทั้ง ร่างสั่นสะท้านไปหมด ต่างก็พากันมองไปยังจูกัดเซี่ยวไป๋ด้วยสีหน้า เคร่งเครียด พลางนึกสงสัยว่าแท้จริงแล้ว A1 ใส่อะไรลงไปในซอง จดหมายกันแน่
เซวียนหยวนซวิ่นขยับเท้าเดิน เขาไม่อาจอดรั้นได้อีกต่อไป พุ่ง ตรงเข้าไปยืนข้างกายจูกัดเซี่ยวไป๋ทันที เรื่องมรรยาทอะไรนั่นใน วินาทีนี้ไม่สำคัญอีกแล้ว
เขามองเห็นเนื้อหาบนกระดาษโน้ตที่ A1 เขียนถึงจูกัดเซี่ยวไป๋ได้ ในทันที จึงรีบกล่าวขึ้นว่า
“มีแผนลวงจริง ๆ ด้วย A1 มันไม่ได้หวังดีเลย เหล่าไป๋ นายจะตก ลงตามคำขอนั่นไม่ได้นะ!”
จูกัดเซี่ยวไป๋กำรูปถ่ายในมือไว้แน่น แล้วเอ่ยออกมาเพียง ประโยคเดียวว่า:
“ฉันกำลังจะตายแล้ว…”
ทุกคนเงียบงันไปชั่วขณะ ย่อมเข้าใจความหมายในคำพูดของจู กัดเซี่ยวไป๋ได้เป็นอย่างดี
เฟิงฉางอี้ลุกขึ้นยืน แต่ไม่ได้เดินตรงเข้าไปข้างกายจูกัดเซี่ยวไป๋ โดยพลการ เขากลับเอ่ยขออนุญาตเพื่อหยั่งเชิงความเห็นก่อน
“พี่จูกัด พวกเราขออนุญาตดูเนื้อหาในรูปถ่ายใบนั้นได้ไหม?”
จูกัดเซี่ยวไป๋วางรูปถ่ายลงบนโต๊ะอย่างแบนราบ วินาทีที่ทุกคน ได้เห็นรูปถ่าย ต่างก็เข้าใจเรื่องราวในทันที
“หมู่ดาวดวงนี้ หลังจากที่จ้าวอู่เจียงจากมาแล้ว มันควรจะหาย สาบสูญไปไม่ใช่หรือ?” เซวียนหยวนเฉียนเข้าไปดูใกล้ ๆ
“ถูก A1 เก็บไปจริง ๆ เหรอ?”
ตนตอนนั้น กลุ่มสัตว์ประหลาดเฒ่าต่างพากันสืบสวนเรื่องนี้ แต่ กลับไม่พบร่องรอยหรือเบาะแสใด ๆ เลย
ในตอนแรกพวกเค้าไม่ได้คิดว่าจุดประสงค์ของ A1 คือหมู่ดาว ดวงเดียว จึงไม่ได้เชื่อมโยงไปถึงตัว A1 เพราะหาก A1 ต้องการหมู่ ดาวสักดวง ก็ไม่มีความจำเป็นเลยที่จะต้องใช้เล่ห์เหลี่ยมแบบนี้
“ไม่ถูกต้อง” เฟิงฉางอี้สังเกตเห็นจุดผิดปกติในรูปถ่าย เขาชี้ไป ยังจุดหนึ่งแล้วกล่าวว่า
“หมู่ดาวดวงนี้ไม่ใช่หมู่ดาวดวงเดียวกับที่จ้าวอู่เจียงเคยอยู่ แม้ ลักษณะทางภูมิศาสตร์จะเหมือนกันราวกับแกะ แต่เมื่อเทียบกับที่
พวกเราเคยเห็นในตอนนั้น มีหลายจุดที่แตกต่างออกไป…”
ทว่าจูกัดเซี่ยวไป๋กลับส่ายหน้า เฟิงฉางอี้และคนอื่น ๆ อาจจำ ลักษณะทางภูมิศาสตร์ได้เพียงลาง ๆ แต่ตัวเขานั้นคุ้นเคยกับทุก ตารางนิ้วบนแผ่นดินผืนนั้น เพราะเขาเคยเดินทางนับหมื่นลี้ และใช้ สองเท้าของตัวเองก้าวเดินสำรวจผืนปฐพีมาแล้ว
เขาสามารถจดจำได้อย่างชัดเจนว่า ความโค้งเคี้ยวและระดับ ความเข้มอ่อนของสีสันในแต่ละจุดบนลักษณะทางภูมิศาสตร์ของหมู่ ดาวในรูปถ่ายใบนี้ เป็นตัวแทนของสถานที่แห่งใดบ้าง