ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 2092 ข้อเรียกร้อง
“มันมีความไม่ชอบมาพากลอยู่จริง ๆ …”
เฉินหัว เจ้าสำนักปราบปีศาจ ยื่นมือออกไปลูบคลำรูปถ่ายพร้อม กับหลับตาลง ราวกับต้องการจะใช้รูปถ่ายใบนี้เป็นสื่อกลาง เพื่อ สัมผัสถึงฉากเหตุการณ์จริงที่ถูกบันทึกไว้
“มีความผิดปกติ…” เฉินหัวมองเห็นดวงดาวดวงหนึ่งอย่างเลือน ราง คิ้วหนาขมวดแน่น
“กลิ่นอายไม่ถูกต้อง…จูกัดเซี่ยวไป๋ มันอาจจะไม่ใช่หมู่ดาวดวง เดียวกับที่นายและจ้าวอู่เจียงเคยอยู่จริง ๆ ก็ได้นะ…”
จูกัดเซี่ยวไป๋เพียงแค่พูดอย่างแน่วแน่ประโยคเดียวว่า
“ผมต้องไป”
“ไปไม่ได้นะ เหล่าไป๋!” เซวียนหยวนซวิ่นยื่นมือกั้นจูกัดเซี่ยวไป๋ ไว้
“เห็น ๆ กันอยู่ว่ามีแผนลวง! A1 คนนี้เจ้าเล่ห์เพทุบายนัก มัน กำลังวางแผนเล่นงานนายอยู่!”
“ฉันจะไม่ตอบรับคำขอของเขา!” จูกัดเซี่ยวไป๋พูดกับทุกคน
เซวียนหยวนเฉียนพูดด้วยน ้าเสียงทุ้มว่า
“ในเมื่อเขากล้าทำแบบนี้ ย่อมแสดงว่ามันไม่กลัวว่านายจะไม่ตก ลง!”
จูกัดเซี่ยวไป๋เห็นทุกคนขัดขวาง เขาพูดด้วยสุ้มเสียงหงุดหงิด
“ฉันตกลง ก็ไม่ได้หมายความว่าฉันจะทำตามที่เขาบอกเสีย หน่อย ฉันจะกลับคำไม่ได้หรือไง? พวกนายคิดอะไรกันอยู่?”
การกลับคำพูด หรือการรับปากไปอย่างนั้นแต่ลับหลังกลับทำอีก อย่าง สำหรับจูกัดเซี่ยวไป๋ผู้ที่ยอมรับว่าตนเองนั้นเจ้าเล่ห์พอตัวแล้ว การกระทำเช่นนี้ไม่ได้สร้างความลำบากใจให้เขาเลยแม้แต่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการทำใส่คนที่เขาตราหน้าว่าเป็นคนชั่ว
ดังนั้นเขาจะไปอย่างแน่นอน แต่ก็จะไม่มีวันทำตามสิ่งที่ A1 ร้อง ขอเช่นกัน
……
ยามที่จูกัดเซี่ยวไป๋คิดจะลงมือทำอะไรสักอย่าง เขาจะทำด้วย ความรวดเร็วและเด็ดขาดเสมอ นี่คือนิสัยที่เขาบ่มเพาะมานานหลาย ปี
และยังเป็นหนึ่งในคุณสมบัติที่พึงมีในฐานะที่เขาเคยเป็นพ่อค้า มาก่อน
เขาอาศัยการนำทางจากกุญแจภายในซองจดหมาย ข้ามผ่าน ห้วงอวกาศมาจนถึงภายในตึกของหย่งเซิงเทคโนโลยี
ที่นี่ไม่มีใครขัดขวางเขา และดูเหมือน A1 เองก็ไม่กังวลว่าเขาจะ เกิดเปลี่ยนใจกะทันหันแล้วลงมือทำลายล้างที่นี่จนย่อยยับ
กุญแจลอยละล่องไปในอากาศ นำพาเขามาหยุดลงที่หน้า ห้องปฏิบัติการแห่งหนึ่ง
แม้จะเรียกว่าห้องปฏิบัติการ แต่ทว่าสิ่งที่ปรากฏแก่สายตาของจู กัดเซี่ยวไป๋ กลับเป็นผนังสีดำสนิทที่แผ่ขยายออกไปทั้งด้านซ้ายและ ขวา รวมถึงความสูงที่ทอดยาวไปจนสุดลูกหูลูกตาจนมองไม่เห็น ขอบเขต สามารถจินตนาการได้เลยว่าห้องปฏิบัติการแห่งนี้มีความ ยิ่งใหญ่โอฬารเพียงใด
เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่า ห้องปฏิบัติการนี้แยกตัวเอกเทศอยู่ในอีก มิติหนึ่ง ไม่ได้ตั้งอยู่ภายในบริษัทเทคโนโลยีหย่งเซิงเลยด้วยซ ้า
กุญแจฝังตัวเองลงในผนังโดยอัตโนมัติ ไม่นานนักผนังสีดำเบื้อง หน้าเขาก็ปรากฏรอยบุ๋มที่ไม่เป็นระเบียบ ดูคล้ายกับตัวต่อที่ถูกสลับ ที่สลับทาง จากนั้นตัวต่อเหล่านั้นก็ค่อย ๆ ทลายลงทีละชั้น และ จัดเรียงตัวใหม่จนกลายเป็นอุโมงค์ทางเดินให้แก่เขา
เขาก้าวเดินเข้าไปตามทางเดินนั้น ในขณะที่เศษตัวต่อด้านหลัง ก็เริ่มจัดตัวใหม่เพื่อปิดตายเส้นทางลง
จูกัดเซี่ยวไป๋ไม่มีความกังวลเลยแม้แต่น้อย ในเมื่อเขาเป็นผู้ที่
กำลังจะตายอยู่แล้ว จึงไม่เกรงกลัวต่อการถูกปองร้าย หรือกลเม็ด จำพวกปิดประตูตีแมวแต่อย่างใด
เขาเดินไปตามอุโมงค์ที่มืดมิดไร้แสงสว่าง มุ่งหน้าเข้าสู่ใจกลาง ห้องปฏิบัติการอันมโหฬารแห่งนี้
เมื่อเขาก้าวเดินเข้าไปภายในห้องปฏิบัติการ ดวงไฟแต่ละดวงก็ เริ่มทยอยส่องสว่างขึ้น สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาของเขาก็คือภาชนะ บรรจุที่ดูคล้ายกับทำมาจากแก้วตั้งเรียงรายอยู่เป็นจำนวนมาก
ภาชนะเหล่านี้มีรูปร่างลักษณะที่แตกต่างกันออกไป บ้างก็เป็น ทรงกระบอก บ้างก็เป็นทรงลูกบาศก์ และบ้างก็เป็นทรงกลมขนาด มหึมา
ภายในภาชนะเหล่านั้นล้วนเต็มไปด้วยของเหลวสีเหลืองหม่นซึ่ง ใช้แช่สิ่งมีชีวิตหรืออวัยวะต่าง ๆ เอาไว้ สิ่งมีชีวิตหรืออวัยวะบางอย่าง เขาก็เคยเห็นมาบ้าง แต่บางอย่างเขาก็ไม่เคยเห็นมาก่อนเลย ไม่ว่าจะ ในบ้านเกิดของตนเองหรือในยุคที่เก้าก็ตาม
กุญแจรูปลักษณ์โบราณดอกนั้นยังคงลอยนำทางเขาต่อไป
ในที่สุด หลังจากเดินผ่านภาชนะบรรจุมามากมาย เขาก็มาหยุด อยู่เบื้องหน้าภาชนะใบหนึ่งที่มีขนาดใหญ่โตมโหฬารจนบดบังได้มิด ทั้งผืนฟ้า
ภายในภาชนะใบนั้น มีหมู่ดาวดวงหนึ่งถูกแช่เอาไว้
เขาจำได้ในทันทีว่านี่คือหมู่ดาวซึ่งเป็นบ้านเกิดของเขาเอง
เขาเอื้อมมือที่สั่นเทาออกไปหมายจะลูบไล้บ้านของตนผ่านผิว ภาชนะที่เรียบลื่น
ในวินาทีนั้นเอง กุญแจดอกนั้นก็สลายตัวกลายเป็นจุดแสง กระจัดกระจาย แล้วควบแน่นกลายเป็นร่างเงาของ A1 เขายืนมองจู กัดเซี่ยวไป๋อย่างเงียบเชียบ
“ปราณมรณะในร่างกายของนายแทบจะทะลักออกมาอยู่แล้ว ยัง จะเหลือชีวิตอยู่ได้อีกนานแค่ไหนกัน?”
“นายอยากให้ฉันทำอะไร?” จูกัดเซี่ยวไป๋รู้ดีว่าหากปราศจาก ความยินยอมจาก A1 เขาไม่มีทางเปิดภาชนะใบนี้เพื่อสัมผัสบ้านเกิด ของตนเองได้เลย
“ง่ายมาก นายทำได้อยู่แล้ว” ร่างเงานี้ของ A1 ไม่ใช่ตัวจริง แต่ ยังคงมีกลิ่นอายอันลึกลับพิกลเหมือนตัวจริงไม่มีผิด
เขาเดินมาที่หน้าภาชนะ แล้วทำท่าทางลูบไล้หมู่ดาวเลียนแบบ ท่าทางอันแสนคิดถึงของจูกัดเซี่ยวไป๋ก่อนหน้านี้ พร้อมกับรอยยิ้มที่
ดูเบาสบายและเต็มไปด้วยการหยอกล้อ
“ฉันต้องการให้นาย…”
……
เมื่อจูกัดเซี่ยวไป๋ได้ฟังคำขอทั้งหมดจากร่างเงาของ A1 จนจบ
ดวงตาของเขาก็พลันแดงก ่าขึ้นมาในทันที เขาหันขวับไปจ้อง หน้า A1 เขม็งด้วยสายตาที่แทบจะฆ่าคนได้ พร้อมกับน ้าเสียงที่สั่น เครือ
“แกมันไอ้ชาติชั่ว…”
“เป็นยังไงล่ะ?” A1 ยิ้มเล็กน้อย
“ง่ายมากใช่ไหม?”
ในใจของจูกัดเซี่ยวไป๋ขณะนี้เต็มไปด้วยความสับสนและสงสัย
“ทำไมกัน?”
“จูกัด…” A1 ยกนิ้วขึ้นแตะริมฝีปากส่งสัญญาณให้จูกัดเซี่ยวไป๋ เงียบเสียงลง
“ต้องเก็บเป็นความลับนะ”
จูกัดเซี่ยวไป๋สั่นสะท้านไปทั้งตัว ดวงตาแดงก ่าราวกับมีโลหิตเอ่อ คลอ เขาพยายามกะพริบตาถี่ ๆ เพื่อข่มอารมณ์ที่ปั่นป่วนอย่างหนัก
“นี่เป็นสิ่งที่ให้นาย…” A1 ผลักจูกัดเซี่ยวไป๋อย่างแรงจนเขา กระแทกเข้ากับภาชนะบรรจุ ก่อนจะทะลุผ่านผนังภาชนะเข้าไปสู่ ภายใน
ของเหลวสีเหลืองหม่นไหลทะลักเข้าสู่ร่างกายของจูกัดเซี่ยวไป๋ ในทันที เขาหันกลับมาทุบผนังภาชนะจากด้านในอย่างต่อเนื่อง เส้น ผมที่สยายยุ่งเหยิงดูเหมือนฝูงปลาในน ้าที่แตกฮือด้วยความตกใจ
“บุญคุณ? รางวัล? ความปรารถนาดี? กับดัก? แผนการ?” A1 เอ่ยตอบข้อสงสัยของจูกัดเซี่ยวไป๋ผ่านผนังแก้ว กลิ่นอายของเขาเริ่ม ทวีความลึกลับและพิกลพิการยิ่งขึ้น เขาพยาหน้าไปมา
“ไม่ใช่ทั้งนั้น นี่คือ…”
“มันคืออะไรกันแน่นะ?” A1 เคาะภาชนะเบา ๆ
“จำสิ่งที่นายรับปากฉันไว้ให้ดี นายทำมันได้แน่…”
จูกัดเซี่ยวไป๋พยายามทุบภาชนะอย่างสุดชีวิต ของเหลวสีเหลือง หม่นเหล่านั้นไหลซึมเข้าสู่ร่างกายเขา แม้เขาจะไม่รู้สึกทรมานใด ๆ แต่ความสงสัยในใจกลับยิ่งทวีคูณขึ้นเรื่อย ๆ จนอยากจะตะโกนถาม ออกไปว่าทำไม
แต่ทว่าร่างเงาของ A1 ได้เลือนหายไปอย่างสมบูรณ์แล้ว ราวกับ ว่าเขาไม่เคยปรากฏตัวขึ้นที่นั่นมาก่อน
แววตาของจูกัดเซี่ยวไป๋สั่นไหว เขาขยับกายราวกับปลาที่แหวก ว่ายอยู่ในน ้า หมุนตัวว่ายตรงไปยังหมู่ดาวดวงนั้น
ยิ่งเขาเข้าใกล้มากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของ บ้านเกิดมากขึ้นเท่านั้น ภาพทิวเขาและแม่น ้าตามลักษณะทาง ภูมิศาสตร์เหล่านั้นผุดขึ้นมาในสมองของเขาอย่างต่อเนื่อง
เขาขยับเข้าไปใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ
หมู่ดาวดวงนั้นกำลังหมุนวนอยู่เบื้องหน้าเขา หรือจะพูดให้ถูกก็ คือ หมู่ดาวไม่ได้เคลื่อนที่ แต่เป็นตัวเขาเองที่หมุนคว้างอย่างควบคุม ไม่ได้อยู่ในของเหลวสีเหลืองหม่น ภาพภูมิศาสตร์ที่เขาเห็นจึงดู เหมือนกำลังหมุนวนตามไปด้วย
ทั้งที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเลยแม้แต่น้อย แต่ใน วินาทีนั้นเขากลับรู้สึกถึงบางอย่างขึ้นมา
เขาบอกไม่ได้ว่ามันประหลาดตรงไหน แต่กลิ่นอายของบ้านเกิด กลับยิ่งเข้มข้นขึ้น เขายังจำได้ว่าที่ตั้งเดิมของตระกูลจูกัดอยู่ตรงไหน จึงเริ่มแหวกว่ายไปยังทิศทางนั้น