ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 411 สงคราม เปลวไฟ และชีวิตที่ต้องสูญสิ้น
บทที่ 411 สงคราม เปลวไฟ และชีวิตที่ต้องสูญสิ้น
วันแรกของปีใหม่ วันที่หนึ่ง เดือนหนึ่ง
ยิ่งฤดูหนาวดำเนินมานานเพียงใด เกล็ดหิมะก็ยิ่งโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้าของนครหลวงหนักหน่วงมากเท่านั้น
ดังนั้นวันนี้นครหลวงจึงถูกปกคลุมด้วยหิมะสีขาวโพลน
สายลมกรรโชกแรง หิมะยังคงตกลงมาอย่างหนัก
เมื่อคืนมีขุนนางถูกประหารชีวิตไปทั้งสิ้นสิบสามคน เรื่องนี้คล้ายเป็นการช่วยปัดเป่าให้บรรยากาศของเช้าวันปีใหม่ใสสะอาดมากขึ้น
ก่อนเดินทางขึ้นเหนือ รายชื่อนักโทษประหารจากจ้าวอู่เจียงก็ถูกประกาศในท้องพระโรงอีกครั้ง ส่งผลให้เกิดความตกตะลึงแก่เหล่าขุนนางอย่างถ้วนหน้า
หลังจากลาฮ่องเต้เสร็จเรียบร้อยแล้ว จ้าวอู่เจียงก็กระโดดขึ้นหลังม้า มุ่งหน้าขึ้นเหนือเพียงลำพัง
พิษกู่ในตัวตู๋กูเทียนชิงไม่สามารถปล่อยให้คงอยู่นานมากกว่านี้ได้แล้ว ดังนั้นชายหนุ่มจำเป็นต้องออกเดินทางตั้งแต่วันปีใหม่
ชายหนุ่มสวมชุดเสื้อคลุมสีดำประดับดิ้นเงินลวดลายก้อนเมฆ ซึ่งเป็นสีเดียวกับท้องฟ้าและพื้นดินในขณะนี้ เขาสวมผ้าคลุมผืนหนาทับ บนศีรษะใส่หมวกที่สานจากไม้ไผ่ ควบขี่อยู่บนหลังม้าสีน้ำตาลแดง คนและม้าห้อตะบึงต้านสายลมและหิมะที่ตกลงมาอย่างหนักหน่วง
ยิ่งขึ้นเหนือไปไกลมากเท่าไหร่ก็ยิ่งอยู่ห่างจากนครหลวงมากเท่านั้น และสายลมกับหิมะก็ตกหนักมากขึ้น
จ้าวอู่เจียงกับม้าคู่ใจคล้ายจะเป็นสิ่งมีชีวิตเดียวที่ปรากฏตัวอยู่ในโลกอันกว้างใหญ่
หลังจากเดินทางผ่านอากาศหนาวและม่านหิมะไกลนับพันลี้ ในที่สุดจ้าวอู่เจียงก็เริ่มเข้าใกล้เมืองจูเป่ยซึ่งเป็นปราการแนวหน้าสุด ในการป้องกันชายแดนเหนือของแผ่นดินต้าเซี่ยมากขึ้นเรื่อย ๆ
หากไปถึงเมืองจูเป่ย สิ่งแรกที่เขาต้องทำคือหาทางรักษาตู๋กูเทียนชิง ส่วนอย่างที่สองคือลงพื้นที่ในกองทัพของชายแดนเหนือ เพื่อสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับกองทัพคนเถื่อนแห่งโหลวหลาน
โบราณบอกไว้ว่า รู้เขารู้เรารบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง
หากเทียบกับพวกหนานเจียงที่อยู่ทางแดนใต้แล้ว ต้าเซี่ยมีข้อมูลเกี่ยวกับพวกเขาครบถ้วน แต่แทบไม่มีข้อมูลใดเกี่ยวกับคนเถื่อนแห่งโหลวหลานเลย
เหตุผลแรก จ้าวอู่เจียงทราบจากบันทึกทางประวัติศาสตร์ของแผ่นดินต้าเซี่ยว่า ขณะที่หนานเจียงมักจะเกิดความขัดแย้งและมีสงครามกับพวกตนเป็นประจำ ในทางกลับกัน พวกเขากลับมีบันทึกความขัดแย้งกับชาวโหลวหลานน้อยมาก หรือถ้ามีก็เป็นความขัดแย้งที่ไม่รุนแรงสักเท่าไหร่ สถานะล้วนไม่เคยข้องเกี่ยวกันมาโดยตลอด
นอกจากนี้ชาวโหลวหลานยังอาศัยอยู่ในเขตทุ่งโล่ง แผ่นดินของพวกเขาไม่เหมาะสมต่อการเพาะปลูก อีกทั้งสภาพอากาศ ภูมิประเทศ และผู้คนก็ไม่เอื้อต่อการทำปศุสัตว์ เพราะฉะนั้นชาวโหลวหลานจึงใช้เวลาครึ่งปีขึ้นเหนือ หรือไม่ก็อยู่ทางแดนตะวันออกซึ่งห่างไกลจากเขตชายแดนของต้าเซี่ย
ขณะที่หนานเจียงซึ่งอยู่ทางใต้นั้น หากไม่มีความขัดแย้งและทำสงครามกันเป็นระยะ ก็กล่าวได้ว่าพวกเขาเป็นแคว้นบ้านใกล้เรือนเคียงกันโดยแท้จริง
และหนานเจียงก็มีอยู่ตั้งแต่แผ่นดินต้าเซี่ยก่อตั้งขึ้นมาแล้ว
เคยมีตำนานพื้นเมืองของชาวต้าเซี่ยเล่าขานว่า เมื่อหลายพันปีก่อนต้าเซี่ยกับหนานเจียงเคยเป็นครอบครัวเดียวกัน แต่หลังเกิดความขัดแย้งอย่างไม่ทราบสาเหตุ จึงกลายเป็นศัตรูคู่อาฆาตกันมานับตั้งแต่นั้น
ต้าเซี่ยจึงมีข้อมูลเกี่ยวกับหนานเจียงอยู่ในมือมากกว่าข้อมูลเกี่ยวกับชาวโหลวหลาน
แต่สถานการณ์ในขณะนี้ ต้าเซี่ยกำลังเผชิญหน้ากับสงครามจากแดนเหนือและแดนใต้ และอาจจะรวมไปถึงแดนตะวันออกด้วย ฉะนั้นถ้าคิดจะทำสงคราม พวกเขาก็ต้องรู้ข้อมูลเกี่ยวกับศัตรูให้ได้มากที่สุด
ใจจริงของจ้าวอู่เจียงนั้นไม่อยากทำสงครามเลย
เขาแค่อยากจะมีชีวิตที่สุขสบายและใช้เวลาในยามราตรีไปกับเหล่าโฉมงามทุกค่ำคืน
สงครามคือสิ่งที่ผลาญทั้งเงินทองและชีวิตของผู้คน มันทำให้ชีวิตของคนจำนวนมากต้องดับสิ้นไปตลอดกาล บางคนเป็นบุตรชายอันเป็นที่รัก และบางคนก็เป็นเสาหลักของครอบครัว
เพราะฉะนั้นสิ่งที่สงครามทำลายจึงไม่ใช่เพียงแคว้น ไม่ใช่แค่ทหาร แต่ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจริง ๆ คือชาวบ้านตาดำ ๆ ในแคว้นนั่นเอง
แต่โลกนี้เต็มไปด้วยเรื่องเหลวไหลไม่รู้จบ จึงมีสงครามเกิดขึ้นเสมอ
ไม่ว่าจะเป็นเพราะความจำเป็น ความปรารถนา ความอิจฉาริษยา ความโลภ หรือการเอาตัวรอด สุดท้ายก็จะมีเหตุผลให้คนเราทำสงครามกันอยู่ดี
บางคนถึงกับยกเหตุผลว่าตนเองทำสงครามเพื่อปกป้องผู้คน เพื่อทำตามสัญญา เพื่อความสงบสุข ดังนั้นสงครามจึงดำเนินต่อไปไม่รู้จบ
เรื่องราวเช่นนี้เกิดขึ้นตลอดเวลา มันคอยฉุดดึงผู้คนให้เข้ามาสู่วังวนแห่งสงคราม…
สงครามระหว่างหนานเจียงกับต้าเซี่ยมีเพื่อแก้แค้นเรื่องราวที่ผ่านมานานปี บางทีหนานเจียงอาจจะแค่ต้องการทรัพย์สมบัติของต้าเซี่ย หรืออาจจะมีเหตุผลอื่นซ่อนเร้นอยู่ก็เป็นได้
ส่วนเหตุผลในการทำสงครามระหว่างชาวเผ่าโหลวหลานกับต้าเซี่ยนั้นเป็นสิ่งที่สามารถเข้าใจได้ง่ายกว่า ตราบใดที่พวกเขายึดครองแผ่นดินต้าเซี่ยได้สำเร็จ ชาวเผ่าโหลวหลานก็ไม่จำเป็นต้องร่อนเร่พเนจรอีกต่อไป พวกเขาจะสามารถลงหลักปักฐานและมีชีวิตสุขสบายได้
สำหรับชาวโพ้นทะเลจากแดนตะวันออก พวกเขาก็ต้องการจะมาเข้าร่วมสงครามเพื่อดื่มเลือดของต้าเซี่ยเช่นกัน เหตุก็อาจด้วยพวกเขาต้องการเปลี่ยนสถานะจากชาวเกาะผู้ยากจนนอกอารยธรรม สร้างตัวตนขึ้นมาใหม่ หรือบางทีอาจเพียงต้องการรุกรานต้าเซี่ยเพื่อชื่นชมหายนะของผู้อื่นด้วยความสนุกสนานเท่านั้นเอง…