ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 522 ผู้สืบทอด
บทที่ 522 ผู้สืบทอด
คงไม่มีผู้ใดคาดคิดว่า คนจากสุสานกระบี่ที่พยายามตามจับตัวและไล่ฆ่าจ้าวอู่เจียงมาตลอด เมื่อได้มาเผชิญหน้ากันอย่างแท้จริง แทนที่พวกเขาจะระเบิดพลังสังหารจ้าวอู่เจียง ยอดฝีมือเหล่านั้นกลับคุกเข่าลงข้างหนึ่ง ทำความเคารพต่อชายหนุ่มด้วยความนอบน้อมเป็นอย่างยิ่ง
มิหนำซ้ำ ยังเรียกจ้าวอู่เจียงว่าเป็นผู้สืบทอดด้วย
ตำแหน่งผู้สืบทอดคืออะไร? ถ้าเป็นในสำนักเต๋าตำแหน่งผู้สืบทอดก็คือตำแหน่งสูงสุดที่ลูกศิษย์คนหนึ่งจะพึงมีได้
และหมายความว่าคนผู้นั้นจะได้เป็นเจ้าสำนักคนต่อไป
การที่คนจากสุสานกระบี่เรียกหาจ้าวอู่เจียงว่าท่านผู้สืบทอด นี่หมายความว่าจ้าวอู่เจียงกำลังจะได้เป็นประมุขแห่งสุสานกระบี่คนต่อไป
เมื่อย้อนกลับไปดูเรื่องราวในอดีต
ต้องไม่ลืมว่าจ้าวอู่เจียงเป็นบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนของจ้าวชางหยวนผู้เป็นลูกศิษย์สายตรงของประมุขแห่งสุสานกระบี่คนปัจจุบัน เพียงแต่ว่าบิดาของเขาแย่งชิงอาวุธศักดิ์สิทธิ์ประจำสุสานกระบี่มาครอบครอง ทรยศต่อสุสานกระบี่
หลังจากผู้คนในสุสานกระบี่ได้รู้ว่ากระบี่ศักดิ์สิทธิ์ในตัวของจ้าวอู่เจียงได้ถูกปลุกพลังขึ้นมาแล้ว พวกเขาก็พยายามส่งคนออกมาจากสุสานกระบี่เพื่อจับตัวจ้าวอู่เจียงกลับไป หวังจะนำตัวชายหนุ่มกลับไปรับใช้สุสานกระบี่ในฐานะมือพระกาฬ
กระทั่งเป่ยจิ้งเฉิง ยอดฝีมือของสุสานกระบี่คิดจะครอบครองร่างกายของจ้าวอู่เจียง ต้องการจะย้ายวิญญาณของตนเองเข้ามาอยู่ในร่างชายหนุ่ม ด้วยเหตุนี้ เขาแอบขัดขวางผู้คนจากสุสานกระบี่ที่ตามล่าจ้าวอู่เจียง ทำให้คนจากสุสานกระบี่ทำพลาก จับตัวจ้าวอู่เจียงไม่สำเร็จครั้งแล้วครั้งเล่า
ครั้นเป่ยจิ้งเฉิงสบโอกาสเหมาะที่จะสวมวิญญาณเข้าสู่ร่างของจ้าวอู่เจียง เขาส่งกระบี่ศักดิ์สิทธิ์อีกครึ่งเล่มเข้าไปหลอมรวมกับกระบี่ศักดิ์สิทธิ์ในร่างกายของจ้าวอู่เจียง ยามนี้กระบี่ศักดิ์สิทธิ์ในร่างกายของจ้าวอู่เจียงจึงหลอมรวมกลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง และนั่นก็ทำให้จ้าวอู่เจียงมีมวลพลังเพิ่มพูนมากยิ่งขึ้น
ภายหลังประมุขแห่งสุสานกระบี่ได้ส่งมือพระกาฬห้าคนมาโจมตีจ้าวอู่เจียง แต่สุดท้ายยอดฝีมือเหล่านั้นกลับพ่ายแพ้ให้แก่ชายหนุ่ม และเขาก็ได้ครอบครองพลังของยอดฝีมือทั้งห้า ทำให้ได้รับความแข็งแกร่งโดยที่ไม่ต้องเสียเวลาฝึกฝนอีกหลายปี
ตลอดมาจ้าวอู่เจียงพยายามค้นหาความจริงที่ซุกซ่อนอยู่เบื้องหลังเรื่องราวเหล่านี้
แม้บัดนี้เขาจะยังไม่เห็นความเป็นจริงทั้งหมด แต่ก็พอจะเห็นเค้าโครงของเรื่องราวบ้างแล้ว
ก่อนอื่น…จ้าวชางหยวนสามารถขโมยกระบี่ศักดิ์สิทธิ์ออกมาได้ด้วยตนเองจริงหรือ?
ก่อนหน้านี้จ้าวอู่เจียงไม่ได้รู้สึกว่ามีสิ่งใดผิดปกติ แต่เมื่อเขาฝึกฝนและมีประสบการณ์มากขึ้น จ้าวอู่เจียงก็ได้ค้นพบช่องว่างสำคัญของเรื่องราวทั้งหมด
ด้วยความสามารถที่มีจำกัดของจ้าวชางหยวน ต่อให้มีศิษย์พี่ศิษย์น้องคอยช่วยเหลือ แต่เขาจะสามารถขโมยกระบี่ศักดิ์สิทธิ์ออกมาได้อย่างไร ในเมื่อประมุขแห่งสุสานกระบี่คอยจับตามองดูอยู่เช่นนั้น?
เป็นไปได้หรือไม่ว่าประมุขแห่งสุสานกระบี่จะรู้เห็นเป็นใจ?
ยิ่งไปกว่านั้น การที่อาสามจ้าวโส่วพาจ้าวอู่เจียงมาเลี้ยงดูที่นครหลวง ท่านประมุขแห่งสุสานกระบี่จะไม่รู้เรื่องนี้จริงหรือ?
หลังจากเก็บตัวเงียบใช้ชีวิตอย่างเป็นความลับอยู่เนิ่นนานหลายปี จ้าวอู่เจียงก็เริ่มมีชื่อเสียงโด่งดังขึ้นมา แล้วฝีมือจำนวนมากในสุสานกระบี่ก็ได้รับคำสั่งให้ออกมาจับตัวจ้าวอู่เจียง
ทว่า…นี่เป็นคำสั่งให้จับตัวจริง ๆ หรือเป็นเพียงการทดสอบกันแน่?
การที่เป่ยจิ้งเฉิงพยายามจะสวมวิญญาณเข้าร่างจ้าวอู่เจียง เขาต้องคอยปกป้องจ้าวอู่เจียงขณะรอคอยเวลาที่เหมาะสม จึงไม่เคยมีผู้ใดในสุสานกระบี่จับตัวชายหนุ่มได้สำเร็จ แต่ประมุขแห่งสุสานกระบี่จะไม่รู้เรื่องราวเหล่านี้หรือไร? หรือว่าประมุขก็รู้เห็นเป็นใจด้วย? หรือว่าท่านประมุขจะร่วมมือกับหมอดูเทวดา ต้องการจะใช้เป่ยจิ้งเฉิงเป็นตัวเสริมสร้างพลังให้แก่จ้าวอู่เจียงมาตั้งแต่แรก?
ภายหลัง เมื่อมือพระการทั้งห้าคนที่มีพลังอยู่ในขั้นปรมาจารย์ระดับสูงเดินทางมา หมายสังหารจ้าวอู่เจียงที่นครหลวง พวกเขาต่างก็มีจุดจบไม่ต่างไปจากเป่ยจิ้งเฉิงไม่ใช่หรือ?
เมื่อสู้กันเสร็จสิ้น จ้าวอู่เจียงก็ได้รับมวลพลังเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว
จ้าวอู่เจียงชอบคิดในมุมมองของฝ่ายตรงข้าม เพราะจะทำให้เขาสามารถมองเห็นสิ่งที่ตนเองมองข้ามไปก่อนหน้าได้
ครั้นเขารู้สึกได้ว่ามีกลุ่มยอดฝีมือพลังแข็งแกร่งกำลังมุ่งหน้ามาที่ฝั่งตะวันตกของเมืองตงเฉิง ความคิดแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวก็คือ คนกลุ่มนี้ไม่ได้มาจับตัวเขาหรือพยายามจะฆ่าเขา แต่มาเพื่อช่วยเหลือ และคอยปกป้องเขาต่างหาก
เมื่อได้เห็นกลุ่มยอดฝีมือจากสุสานกระบี่พร้อมใจกันคุกเข่าข้างหนึ่ง แสดงความเคารพอยู่ตรงหน้าเช่นนี้ จ้าวอู่เจียงจึงรู้สึกประหลาดใจอยู่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น แล้วเขาก็พยักหน้าตอบรับกลับไปด้วยความหนักแน่น
ส่วนกระบี่ที่พุ่งเข้ามาหาเขาก่อนหน้านี้ ก็เป็นเพียงบททดสอบจากผู้นำของเหล่ายอดฝีมือจากสุสานกระบี่กลุ่มนี้
“ท่านผู้สืบทอด กระบี่ไม่ใช่สิ่งวิเศษ แต่จะกลายเป็นสิ่งวิเศษขึ้นมาได้ ก็ด้วยความยอดเยี่ยมของผู้เป็นเจ้าของ”
ผู้นำกลุ่มยอดฝีมือมีระดับพลังอยู่ในขอบเขตเทวะ เขามีนามว่าเจี้ยนจิ่ว ถือกำเนิดในสุสานกระบี่ จงรักภักดีต่อสุสานกระบี่ยิ่งชีวิต
แม้เขาจะบรรลุขอบเขตเทวะแล้ว แต่เขาก็ยังทำตามคำสั่งของท่านประมุขด้วยความจงรักภักดีดังเดิม ตอนแรกที่ได้รับคำสั่งจากท่านประมุขให้มาคอยรับใช้จ้าวอู่เจียง เจี้ยนจิ่วก็ไม่พอใจอยู่เล็กน้อย
แต่ความไม่พอใจก็สูญสลายไปพร้อมกับการโจมตีของกระบี่เมื่อสักครู่แล้ว
จ้าวอู่เจียงมีความแข็งแกร่งมากกว่าเขาอย่างแท้จริง
ไม่ใช่แต่เพียงขอบเขตวรยุทธ์ แต่ยังหมายถึงพลังปราณกระบี่ที่อยู่ในร่างกายด้วย…