ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 883 เขาคือพี่เขยของเจ้า
บทที่ 883 เขาคือพี่เขยของเจ้า
จ้าวอู่เจียงค่อย ๆ เข้าใกล้ตระกูลหลู่และสำนักเติมฟ้า
ตระกูลหลู่มีเพียงไม่กี่คนที่ร่วมแย่งชิงกระดูกจอมจักรพรรดิ ส่วนใหญ่รวมตัวกันอยู่รอบ ๆ หลู่เสี่ยวจิ่น คอยปกป้องนางขณะรักษาอาการบาดเจ็บ
สำนักเติมฟ้ามีอัจฉริยะหลายคนต่อสู้ปะทะกับคนราชวงศ์เซียนต้าโจว
หลู่เสี่ยวจิ่นเหมือนจะรู้สึกบางอย่าง เขาเหลียวมอง พอเห็นว่าผู้มาคือจ้าวอู่เจียง คิ้วที่ขมวดอยู่ตลอดก็คลายออก ใบหน้างามผุดรอยยิ้มบาง นางกะพริบตามองจ้าวอู่เจียงอย่างแนบเนียน ดวงตากลมโตเป็นประกาย
แต่ไม่นานสายตาที่มองกันระหว่างนางกับจ้าวอู่เจียงก็ถูกหลู่เฟิงบดบัง
หลู่เฟิงสวมอาภรณ์ยาวสีฟ้าสดสง่างาม ยืนอยู่ตรงหน้าพี่สาว กอดอกมองจ้าวอู่เจียงที่ค่อย ๆ เข้ามาใกล้ด้วยสายตาเย็นชา
“หยุดอยู่ตรงนั้น หากเจ้าก้าวเข้ามาอีก ข้าจะลงมือแล้ว!”
จ้าวอู่เจียงขมวดคิ้ว
หลู่เสี่ยวจิ่นเอ่ยเสียงเข้ม
“เฟิงเอ๋อร์!”
คนตระกูลหลู่และสำนักเติมฟ้าสังเกตเห็นความเคลื่อนไหวต่างพากันมองมา พินิจพิเคราะห์จ้าวอู่หยางที่กำลังเข้ามาใกล้
หลู่เฟิงเหลือบมองพี่สาวของตน แล้วส่ายหน้าเบา ๆ สายตาบ่งบอกว่า เมื่อมีข้าหลู่เฟิงอยู่ ท่านพี่ไม่ต้องกังวลว่าจะมีผู้ใดฉวยโอกาสเอาเปรียบได้!
นางจะต้องปกป้องพี่เสี่ยวจิ่นผู้เป็นที่รักและเคารพของนางอย่างแน่นอน!
หลู่เสี่ยวจิ่นอ้าปากอยากพูดบางอย่าง แต่นางควรอธิบายเรื่องนี้อย่างไรดี? นางครุ่นคิดครู่หนึ่ง ครวญคิดว่าความสัมพันธ์ระหว่างนางกับจ้าวอู่หยางสักวันก็ต้องเป็นที่รู้ไปทั่วไม่สู้พูดตรง ๆ ไปเลยดีกว่า
นางกระแอมเบา ๆ แล้วพูดอย่างจริงจัง
“เฟิ่งเอ๋อร์ที่จริงแล้วจ้าวอู่หยาง เขา…”
“ข้ารู้แล้ว” หลู่เฟิงตัดบทพี่สาว สีหน้าเคร่งขรึม
“ข้ามองออก จ้าวอู่หยางหมายจะลอบโจมตีท่าน!”
“เขาคงแค้นใจที่ท่านไล่ล่าเขา บัดนี้เห็นท่านบาดเจ็บจึงคิดจะฉวยโอกาสเอาเปรียบ!”
“เขาอาจหลอกคนอื่นได้ แต่หลอกข้าไม่ได้”
ผู้คนทั้งหลายมองไปยังหลู่เฟิงที่ทำหน้าจริงจังด้วยความประหลาดใจ
จ้าวอู่เจียงกระแอมสองครั้ง แล้วกล่าวอย่างจริงจัง
“ก่อนหน้านี้ที่เมืองโบราณเมฆาเก้าชั้น หลู่เสี่ยวจิ่นเคยช่วยเหลือสหายของข้า หลี่ฉวนจวิน และน้องชายร่วมตระกูลของข้า จ้าวอู่เหลียง บุญคุณนางพวกข้าจดจำใส่ใจ”
“บัดนี้ข้าเห็นว่านางบาดเจ็บจึงคิดจะเอายามามอบให้”
คนตระกูลหลู่และสำนักเติมฟ้าแสดงสีหน้าโล่งใจ นึกถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ตอนอยู่เมืองโบราณท หลู่เสี่ยวจิ่นเคยช่วยเหลือ หลี่ฉวนจวินจริง ๆ
หลู่เฟิงชะงักแล้วแค่นเสียง พยายามรักษาหน้า
“เจ้าคนมากเล่ห์แสนกล กล้าหลอกลวงพวกข้าด้วยคำพูดเช่นนี้ คิดว่าข้าจะหลงเชื่อหรือ?!”
“ผู้ใดบ้างไม่รู้ว่าข้า หลู่เฟิง เป็นคนฉลาดหลักแหลมมองทะลุจิตใจผู้คน ข้าเห็นทะลุปรุโปร่งว่าเจ้าคิดไม่ดีกับพี่สาวข้า เจ้า จ้าวอู่หยาง แน่นอนว่าเจ้าต้องหมายปองพี่สาวของข้าเป็นแน่!”
“การมอบยาเป็นเพียงข้ออ้าง จุดประสงค์ที่แท้จริงคือต้องการเข้าใกล้นาง!”
ผู้คนตระกูลหลู่กุมขมับ แม้หลู่เฟิงจะมีพรสวรรค์ด้านวิชาไม่ธรรมดา แต่ไม่ค่อยเกี่ยวข้องกับความฉลาดหลักแหลมสักเท่าไร ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการมองทะลุจิตใจผู้อื่น กลับเหมือนบุตรโง่เขลาของคหบดีเสียมากกว่า
เหตุใดจ้าวอู่หยางจะคิดทำร้ายหลู่เสี่ยวจิ่น? อีกทั้งยังจะหมายปองนางอีก?
อย่าเพิ่งพูดถึงว่าหลู่เสี่ยวจิ่นเคยไล่ล่าจ้าวอู่หยาง แค่นิสัยเผด็จการและทะนงตนของนาง รวมถึงฐานะของตระกูลหลู่ หากจ้าวอู่หยางรู้จักประมาณตนก็คงไม่คิดเกินเลย
อีกอย่าง ก่อนหน้านี้ผู้ที่หมายปองหลู่เสี่ยวจิ่นโลภในความงามและฐานะของนาง มีคนใดบ้างไม่ถูกนางซ้อมจนต้องหนีกระเจิดกระเจิง?
ถึงจ้าวอู่หยางจะมีใจหมายปองจริง หลู่เสี่ยวจิ่นก็คงไม่มีทางตอบรับ
ไม่มีผู็ใดสังเกตเห็นแก้มของหลู่เสี่ยวจิ่นที่ขึ้นสีแดงเรื่อแม้แต่น้อย
จ้าวอู่เจียงหรี่ตา ชั่วขณะหนึ่งไม่อาจแยกแยะได้ว่าหลู่เฟิงสามารถหยั่งรู้จิตใจผู้คนได้จริงหรือเพียงบังเอิญล่วงรู้ความจริงบางอย่าง เขาล้วงยาออกมากำลังจะโยนให้หลู่เสี่ยวจิ่น
หลู่เฟิงก็หรี่ตามองเขา แล้วแค่นเสียงอีกครั้ง
“ชายที่มีใจหมายปองเช่นเจ้า ช่วงหลายปีมานี้ข้าเคยเห็นมาแล้วไม่ต่ำกว่าร้อยแปดสิบคน”
หลู่เสี่ยวจิ่นพลันบอกกับหลู่เฟิง
“เฟิ่งเอ๋อร์ เขาเป็นพี่เขยของเจ้า อย่าได้เสียมารยาท”
หลู่เฟิงสะดุ้งตัวโยน ท่าทางมึนงง สักครู่ก็เบิกตากว้าง ก่อนตาดำจพหมุนวน แล้วร่างของเขาก็ทรุดลงคุกเข่า ปากพึมพำ น้ำเสียงสั่นเทา
“ข้า…ขอบคุณพี่จ้าวที่มอบยาให้ ข้าขอกล่าวคำขอบคุณแทนพี่หญิง…ของข้า…”