ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 947 ต้องดึงมาเกี่ยว
บทที่ 947 ต้องดึงมาเกี่ยว
หลี่ชาง้ซืงถอนหายใจ ความขมขื่นทั้งใหญ่น้อยที่สั่งสมมาหลายปีจากการทำตามกฎระเบียบและอดทนต่อความยากลำบากในตระกูลหลี่ผุดขึ้นมาในใจโดยไม่รู้ตัว
เหตุผลที่เขาพยายามวางตัวเป็นคนมีคุณธรรมต่อหน้าผู้อาวุโสก็เพื่อให้พวกท่านสังเกตเห็นเขามากขึ้น เห็นว่าเขาเป็นเด็กที่ว่านอนสอนง่าย หวังว่าจะได้รับการจัดสรรทรัพยากรมากขึ้น
แม้เขาจะเป็นผู้มีขอบเขตจักรพรรดิระดับสี่ พลังแข็งแกร่ง
แต่สำหรับตระกูลหลี่ที่มีรากฐานลึกล้ำเกินคาดเดา เขาไม่ได้มีความหมายอะไรเลย!
การเติบโตในตระกูลใหญ่ที่ผ่านกาลเวลาอันยาวนาน พรสวรรค์คือสิ่งที่ดีที่สุดในการแลกเปลี่ยนทรัพยากร ผู้ที่มีพรสวรรค์เท่านั้นที่จะได้รับทรัพยากรมาก และมีสิทธิ์ได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในทายาทของตระกูลหลี่ จากนั้นจึงจะมีคุณสมบัติในการต่อสู้ท่ามกลางทายาทคนอื่น ๆ เพื่อเป็นผู้นำตระกูลหลี่
การเป็นผู้มีพลังขั้นจักรพรรดิระดับสี่ของเขาอาจทำให้คนนอกเกรงกลัวได้ แต่ไม่อาจทำให้คนในตระกูลหลี่หวั่นไหว
เพราะภายใต้การสั่งสมทรัพยากรมาหลายปี เขาเป็นเพียงผู้มีพลังขั้นจักรพรรดิระดับสี่ หากจะเป็นทายาทย่อมจ้องเป็นผู้มีพลังขั้นจักรพรรดิระดับหกหรือเจ็ด และเริ่มเผชิญหน้ากับความเป็นความตายบนเส้นทางสู่การเป็นผู้อยู่บนจุดสูงสุด
คำพูดของจูกัดเซี่ยวไป๋ที่ราวกัับโกรธเคืองที่เขาไม่ต่อสู้ สัมผัสถึงหัวใจของเขาโดยตรง
หากไม่สามารถได้รับทรัพยากรจากตระกูลหลี่ แล้วทำไมไม่ออกไปแสวงหาทรัพยากรภายนอกเล่า? จะเป็นไปได้หรือไม่ว่าบรรพบุรุษต้องการให้เขาจับกุมจ้าวอู่หยางไม่ใช่จุดประสงค์หลัก แต่จริง ๆ ต้องการให้เขาหลี่ชางเซิงออกมาเห็นโลกกว้างมากขึ้น ไม่ใช่ใช้ชีวิตทั้งชีวิตอยู่แต่ในตระกูลหลี่?
จะเป็นไปได้หรือไม่ว่าบรรพบุรุษต้องการเอ็นดูเขาเป็นพิเศษ แต่หาเหตุผลที่เหมาะสมไม่ได้ จึงส่งเขามายังดินแดนลับเต๋อเหลียนเพื่อแสวงหาโชคชะตา…
หลี่ชางเซิงยิ่งคิดก็ยิ่งเห็นว่าใช่
ค้อมกายเล็กน้อยให้กับจูกัดเซี่ยวไป๋แห่งตระกูลจูกัด
“น้องเซี่ยวไป๋ การฟังคำพูดของเจ้าครั้งเดียวดีกว่าการอ่านหนังสือสิบปี คำพูดของเจ้าปลุกข้าให้ตื่นจากความฝัน บุญคุณและน้ำใจนี้หลี่ชางเซิงจะจดจำใส่ใจตลอดไป”
“ความจริงแล้ว…” จูกัดเซี่ยวไป๋มองการเปลี่ยนแปลงของหลี่ชางเซิง โดยไม่รู้ว่าทำไม เขานึกถึงคำพูดหนึ่งที่จ้าวอู่หยางเคยกล่าวไว้ตอนสนทนากันยามค่ำคืน
ไม่ว่าจะเมื่อใดหรือที่ไหน ต้องปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยความจริงใจเสมอ
การคำนวณมากเกินไป สักวันหนึ่งอาจจะย้อนกลับมาทำร้ายตัวเอง
เขากลัวขึ้นมาเล็กน้อย กลัวว่าตนเองจะยิ่งฉลาดขึ้น ยิ่งควบคุมจิตใจผู้อื่นได้มากขึ้น และกำลังเดินบนเส้นทางที่จะย้อนกลับมาทำร้ายตัวเองเร็วขึ้นเรื่อย ๆ
“ความจริงแล้วข้าก็ร้อนใจอยู่บ้าง” จูกัดเซี่ยวไป๋ตาเป็นประกาย ถอนหายใจแล้วกล่าวว่า “ผู้ที่ครอบครองกระดูกจอมจักรพรรดิคือ จีปอฉาง องค์ชายสี่แห่งราชวงศ์ต้าโจว เขามีวิชาร่างอมตะ อีกทั้งยังมีพลังมังกรแห่งราชวงศ์ต้าโจวปกป้องร่างกาย สามารถเชิญบรรพเทพลงมาได้ แม้ข้าและเจ้าจะร่วมมือกัน ก็ยังไม่แน่ว่าจะเอาชนะได้ง่าย ๆ”
หลี่ชางเซิงหรี่ตามองอย่างครุ่นคิด
การออกไปผจญภัย ต้องพูดถึงภูมิหลัง
ภูมิหลังของจีปอฉางไม่อาจมองข้ามได้เลย แต่เพื่อกระดูกจอมจักรพรรดิแล้ว ความเสี่ยงบางอย่างยังสามารถเสี่ยงได้
“ผู้ที่มีวาสนาย่อมได้ครอบครอง น่าลองดูสักครั้ง” หลี่ชางเซิงค่อย ๆ เอ่ย ท่าทีจริงจัง
จูกัดเซี่ยวไป๋พยักหน้า เขารอคอยประโยคนี้อยู่พอดี
แล้วเขาก็ไม่จำเป็นต้องใช้ไพ่ใบสุดท้าย ทำให้ความสูญเสียน้อยลงมาก
อีกทั้งการที่เขาเปิดเผยเรื่องกระดูกจอมจักรพรรดิ ส่วนหนึ่งเพื่อสั่งสอนจีปอฉาง คำเตือนที่ให้กับจีปอฉางก่อนหน้านี้ไม่มีประโยชน์เลย จีปอฉางถึงกับล้อมจับตัวจ้าวอู่หยางและคนอื่น ๆ
แม้ว่าในที่สุดไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดจึงปล่อยตัวไปอย่างง่ายดาย แต่จากความเข้าใจของเขาที่มีต่อจีปอฉาง จีปอฉางจะไม่มีทางยอมแพ้ง่าย ๆ แน่นอนว่าจะต้องหาโอกาสลงมือกับจ้าวอู่หยางอีก
และโอกาสที่ดีที่สุดในตอนนี้ก็คือ การนั่งรอดูเสือสองตัวต่อสู้กัน ขณะที่จ้าวอู่หยางถูกไล่ล่า สุดท้ายจีปอฉางก็จะเป็นชาวประมงที่ได้ประโยชน์
เขาจึงต้องทำให้จีปอฉางเข้ามาพัวพันด้วย ไม่เช่นนั้นจีปอฉางอาจจะกลายเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้อูฐล้ม เป็นภัยร้ายแรงสุดท้ายของจ้าวอู่หยาง
เซี่ยวไป๋แห่งตระกูลจูกัดจะไม่ยอมให้จ้าวอู่หยางที่เป็นสหายของเขาต้องเกิดเหตุไม่คาดฝันเด็ดขาด
……
จีปอฉางแอบติดตามกองกำลังที่ไล่ล่าจ้าวอู่หยางมาตลอดทาง ดีใจจนดอกไม้เบ่งบาน
เดิมเขายังคิดจะหาโอกาสลงมือกับพี่น้องตระกูลจ้าวอีกครั้งอย่างไร เพราะไม่ว่าอย่างไรก็ต้องจับตัว จ้าวอู๋เลี่ยง กลับไปยังราชวงศ์ต้าโจวเพื่อดูว่า แท้จริงแล้วสองพี่น้องเป็นคนแซ่เสวียนหยวน หรือแซ่จีแน่
ไม่คิดว่าโอกาสจะมาเร็ว แค่เขาแอบติดตามคนที่กำลังไล่ล่าสังหารจ้าวอู่หยางอย่างเงียบ ๆ เมื่อถึงเวลา เขาก็จะสามารถเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ได้โดยไม่ต้องลงแรง
สวรรค์ช่วยเขาจริง ๆ! สิ่งที่หาไม่เจอแม้จะเดินจนรองเท้าเหล็กสึกกลับได้มาโดยไม่ต้องออกแรงเลย