ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ - เล่มที่ 19 บทที่ 542 ยาเสน่ห์พิศวง
หอป๋ายเฉามีลูกศิษย์มากมาย การที่เขาบังอาจขายยาปลอมใต้จมูกเช่นนี้ ถ้าหากมิได้รับการปกป้องจากหอป๋ายเฉา เช่นนั้นเขาก็คงรนหาที่ตายแล้ว
ดังนั้นลูกจ้างคนนี้จึงมีท่าทางผ่อนคลายเพราะคิดว่าเหตุการณ์คงเป็นเช่นแต่ก่อน
แต่เขาไม่รู้เลยว่าบัดนี้หอป๋ายเฉาเปลี่ยนไปแล้ว
หลินเมิ้งหยาไม่รีบร้อน นางสั่งให้ทหารองครักษ์จับตัวเขาไป ส่วนตนเองไม่เอ่ยสิ่งใดอีก
จมูกยังคงดมกลิ่นในอากาศ แปลกยิ่งนัก ทั้งที่บนร่างกายของลูกจ้างคนนั้นมีกลิ่นยาสมุนไพรทั้งสองชนิดติดอยู่ แต่เหตุใดตู้ยาในร้านจึงไม่มีสมุนไพรเหล่านั้นเล่า?
ระบบเซินหนงไม่มีทางวิเคราะห์ผิดพลาด หรือยาทั้งสองจะไม่ได้อยู่ที่นี่?
“พวกเจ้าจับตามองเขาให้ดี คนอื่นๆ ตามข้าไปที่ด้านหลัง”
เพียงได้ยินว่าพวกเขาจะเข้าไปยังลานด้านหลัง สีหน้าของลูกจ้างเริ่มกระวนกระวาย
“อยู่นิ่งๆ !”
ใครจะรู้ว่าทหารองครักษ์ที่อยู่ทางด้านข้างจะถีบเขาเต็มแรงจนลูกจ้างคนนั้นเกือบจะหายใจไม่ออก
ทั้งที่เมื่อครู่นางบอกว่าเห็ดหลินจือเป็นของปลอม เขาไม่มีท่าทีร้อนรนเลยแม้แต่น้อย
แสดงว่าลานด้านหลังจะต้องมีอะไรบางอย่าง!
พาทหารสองคนและอาซิ่วเดินเข้าไปยังลานด้านหลัง
เพียงเดินเข้ามา กลิ่นยาสมุนไพรทั้งสองชนิดลอยเตะจมูกของพวกนางในทันใด แม้แต่อาซิ่วยังรู้ได้ว่าที่นี่มิใช่สถานที่ธรรมดา
“พี่สาวจวิ้นจู่ กลิ่นนี้แปลกยิ่งนัก”
ใบหน้าเรียวเล็กรูปไข่ของอาซิ่วเริ่มแดงก่ำ
หน้าอกขยับขึ้นลงถี่ๆ มือเอื้อมไปคว้าแขนของหลินเมิ้งหยา ขณะเดียวกันแข้งขาพลันไร้เรี่ยวแรง
มือเล็กทั้งสองข้างคว้าแขนของหลินเมิ้งหยาแน่น ริมฝีปากเม้มเข้าหากัน ท่าทางออดอ้อนชวนเสน่ห์หา
“อาซิ่ว แย่แล้ว”
ครู่ต่อมาหลินเมิ้งหยาจึงตระหนักได้ว่าฤทธิ์ของยาคือการปลุกกำหนัด
อาซิ่วไม่อาจต้านทานได้
แม้แต่องครักษ์ทั้งสองยังพยายามข่มร่างกายเอาไว้
โชคดีที่หลินเมิ้งหยามีไหวพริบ นางรีบตักน้ำจากถังน้ำแล้วสาดเข้าที่ใบหน้าของพวกเขา
เมื่อน้ำเย็นถูกสาดเข้าที่ใบหน้า พวกเขาจึงกลับมามีสติดังเดิม
“พี่สาวจวิ้นจู่ ข้า…ข้าเป็นอะไรไป?”
ใบหน้าเรียวเล็กรูปไข่ของอาซิ่วยังคงแดงระเรื่อ ทว่าดวงตากลับมาเปล่งประกายดังเดิมแล้ว
“ไม่มีอะไรแล้ว ข้าไม่ทันระวังจนเกือบทำให้พวกเจ้าตกหลุมพรางเข้าให้แล้ว พวกเรารีบกลับไปก่อนเถิด รอข้าปรุงยาสักครู่แล้วพวกเราค่อยเข้าไปใหม่”
หลินเมิ้งหยารีบพาพวกเขาออกมา สีหน้าของลูกจ้างคนนั้นเผยอารมณ์สาแก่ใจ
ทว่าพวกเขากลับออกมาโดยไร้รอยขีดข่วน ดังนั้นฝ่ายที่ตกตะลึงจึงเป็นเขาเอง
“มองอะไร ฮึ คิดว่าพวกเราจะตกหลุมพรางกระนั้นหรือ? ข้าจะบอกเจ้าให้ พี่สาวจวิ้นจู่เป็นหมอเทวดา นางไม่มีวันตกหลุมพรางของเจ้าหรอก!”
อาซิ่วมีโทสะอยู่หลายส่วน เหตุเพราะนางเป็นสตรีที่ยังมิได้ออกเรือน
หากมิใช่เพราะหลินเมิ้งหยาช่วยเอาไว้ได้ทัน บางทีอาจเกิดเรื่องขึ้นแล้วก็ได้
ดังนั้นจึงอดที่จะส่งสายตาอาฆาตไปให้เขาไม่ได้
พุ่งเข้าไปต่อยลูกจ้างคนนั้นเต็มแรงจนเขาเกือบจะสลบไป
หลินเมิ้งหยาปรุงยาสองสามอย่างแล้วใส่ห่อเอาไว้
“พวกเจ้าจงพกมันเอาไว้ ไม่ต้องกังวล หากมีของสิ่งนี้อยู่ พวกเจ้าจะไม่เป็นอะไร ส่วนเจ้าอย่าเพิ่งได้ใจไปเลย ข้ารู้ดีว่าที่ลานด้านหลังมีสิ่งใดซ่อนอยู่”
หลินเมิ้งหยาแค่นหัวเราะเสียงเย็น
อันที่จริงฤทธิ์ของยาสมุนไพรมิได้รุนแรงมาก แต่คาดว่าลานด้านหลังแห่งนั้นจะต้องเป็นคลังเก็บของขนาดใหญ่อย่างแน่นอน
ดังนั้นฤทธิ์ของยาจึงรุนแรงถึงเพียงนี้
เมื่อลูกจ้างเห็นดังนั้น เขาไม่ส่งเสียงคัดค้านหรือแสดงท่าทีภาคภูมิใจอีกต่อไป
พวกเขาพกห่อยาเข้าไปในลานด้านหลังอีกหนหนึ่ง
ลานด้านหลังไม่มีคนอื่น บางทีอาจเพราะเสียงตะโกนของลูกจ้างคนนั้นจึงทำให้คนอื่นๆ หนีไปแล้ว
แต่เพราะพวกเขารีบร้อนหนีไป ดังนั้นของจึงถูกจัดเก็บไม่เรียบร้อย
หลินเมิ้งหยาเดินมาหยุดที่หน้าห้องหนึ่ง เพียงเปิดประตูเข้าไปก็ได้เห็นโต๊ะที่เต็มไปด้วยยาสมุนไพร
ยาสมุนไพรเซียนหนี่และเหม่ยเหรินกิ่วหลานกระจัดกระจายเต็มห้อง
นางสั่งให้คนนำน้ำสาดให้ทั่วห้อง แล้วจึงเดินเข้าไปภายใน
นอกจากยาสมุนไพรทั้งสองชนิดนั้นแล้ว ภายในห้องยังมีเครื่องหอมอย่างอื่นอีกไม่น้อย
บางทีอาจจะต้องการบรรจุใส่ถุงเครื่องหอมเพื่อให้เหล่าสตรีพกติดตัว
นอกจากจะขายเห็ดหลินจือปลอมแล้ว เถ้าแก่ร้านนี้ยังทำของสิ่งนี้ขึ้นมาอีกด้วย ดูท่าเขาคงไม่ใช่คนดีนัก
ทว่าทันทีที่หางตาของหลินเมิ้งหยาเหลือบไปเห็นถ้วยซึ่งบรรจุผงยาสีแดง รูม่านตาของนางพลันหดเล็กลง
ใช้นิ้วจิ้มแล้วแตะลงบนลิ้นเล็กน้อย รสชาติหอมหวานแผ่ซ่านไปทั่วทั้งปาก
“ถุย! พวกเจ้าจงไปแจ้งทางการให้จับกุมตัวสตรีที่พกถุงหอมเหล่านี้มาให้หมด!”
หลินเมิ้งหยาหยิบถุงหอมที่ยังบรรจุไม่สำเร็จขึ้นมาพร้อมทั้งออกคำสั่ง
ตอนนี้นางรู้แล้วว่าเพราะเหตุใดร่างกายของซู่เหมยจึงมีกลิ่นเลือดติดอยู่
ผงของยาถ้วยนี้ประกอบด้วยยาสมุนไพรทั้งสองชนิดนั้นและเครื่องหอมจำนวนนับไม่ถ้วน
หากหญิงสาวพกมันติดตัวไว้ กลิ่นของถุงหอมจะส่งผลให้คนอื่นหลงใหลโดยไม่รู้สาเหตุ
ทว่าหลังจากผ่านการวิเคราะห์จากระบบเซินหนงและข้อมูลในตำราชิงเจิงผู่ ผลที่แสดงออกมาเผยให้เห็นว่าหากยาชนิดนี้ผสมเข้าด้วยกันกับเลือดอุ่นๆ ฤทธิ์ของยาจะยิ่งรุนแรงขึ้น
ยิ่งไปกว่านั้นยังสามารถรักษาความเยาว์วัยได้อีกด้วย
ด้วยเหตุนี้ผิวพรรณของซู่เหมยจึงขาวนวลดุจหิมะไม่เหมือนคนทั่วไป ยิ่งไปกว่านั้นยังมีกลิ่นเลือดติดร่างกายของนาง
ตำราชิงเจิงผู่มีบันทึกเกี่ยวกับของสิ่งนี้เอาไว้
ยานี้มีชื่อว่าเจว๋เซ่ออวี้ลุ่นซ่าน
ยาชนิดนี้ประหลาดยิ่งนัก หากใช้ในระยะยาว เกรงว่าจิตใจของผู้ใช้งานจะเปลี่ยนไปด้วย
“พี่สาวจวิ้นจู่ พวกเราควรทำเช่นไร?”
อาซิ่วเองก็รู้สึกได้ถึงกลิ่นแปลกประหลาดของมัน เพียงนางดมเข้าไปเล็กน้อยก็รู้สึกเวียนหัว
โชคดีที่มีถุงหอมของหลินเมิ้งหยา มิเช่นนั้นนางอาจหมดสติไปแล้วก็ได้
“ไล่ตาม ข้าบอกให้เจ้าส่งคนไปสกัดไว้ที่ลานด้านหลังมิใช่หรือ? ข้าคิดว่าพวกเขาจะต้องรู้ข้อมูลบางอย่างอย่างแน่นอน เราจะเก็บที่นี่เอาไว้ไม่ได้ สั่งให้ทางการมาปิดมันซะ”
คิดจะใช้ยาเสน่ห์มากุมหัวใจคน น่าละอายยิ่งนัก!
หากมีโลหิตมนุษย์ผสมอยู่จริง เช่นนั้นมีหญิงสาวกี่คนต้องถูกสังเวยชีวิตไป
เป็นอีกครั้งที่นางได้รู้ว่าคนเหล่านี้มองชีวิตคนเป็นเพียงต้นหญ้าเท่านั้น
ชิงหูที่แฝงตัวเข้าไปเป็นคนสอดแนมจะต้องตกอยู่ในอันตรายอย่างแน่นอน
หลินเมิ้งหยารู้สึกเสียใจขึ้นมาแล้วที่วันนั้นไม่รั้งชิงหูเอาไว้ เขาจะได้ไม่ต้องเข้าไปเสี่ยงอันตรายอีก
สิ่งที่หลินเมิ้งหยาเดาล้วนถูกทุกอย่าง เถ้าแก่ร้านแห่งนี้แอบหนีไปตอนที่ลูกจ้างคนนั้นส่งเสียงเอะอะโวยวาย
แม้เขาจะมีไหวพริบ แต่ถึงกระนั้นก็เป็นเพียงพ่อค้า ดังนั้นเขาจึงไม่รู้เลยว่าเบาะแสของตนเองตกอยู่ในกำมือของผู้อื่น
หลินเมิ้งหยาพาทหารจำนวนหนึ่งตามไป ไม่นานก็เจอเข้ากับบ้านที่ถูกซ่อนเอาไว้หลังหนึ่ง
“รายงานจวิ้นจู่ เป้าหมายเข้าไปทางประตูหลังแล้วพ่ะย่ะค่ะ บริเวณรอบๆ มีคนคอยสังเกตการณ์อยู่ไม่น้อย พวกข้าคิดว่าหากแอบเข้าไปแม้จะยากแต่ก็สามารถเข้าใกล้ได้ง่ายกว่า แต่หากเข้ าไปอย่างเปิดเผย เกรงว่าจะเป็นการแหวกหญ้าให้งูตื่นพ่ะย่ะค่ะ”
ประตูหน้าและประตูหลังล้วนอยู่ลึกสุดในตรอกแห่งนี้
ดังนั้นหากเข้าไปอย่างเปิดเผย เกรงว่าพวกเขาจะรู้ตัวทันที
เกรงว่าหากนางสั่งให้ตามคนมาเพิ่มแล้วตนเองไม่ทันระวังทำให้คนที่อยู่ภายในรู้ตัวขึ้นมา เช่นนั้นอีกฝ่ายคงสังหารคนเพื่อปิดปากหมดแน่
ไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง หลินเมิ้งหยาเลือกที่จะเสี่ยงอันตราย
“พวกเรามาคุยกันสักหน่อย อีกเดี๋ยวจงทำตามแผนของข้า”
หลังจากไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง แผนหนึ่งจึงปรากฏขึ้นในใจหลินเมิ้งหยา
ปรึกษากับทหารที่อยู่ด้านหลัง ก่อนพวกเขาจะกระจายตัวกันไป
“ช่วยด้วย! ช่วยด้วย! อย่า…อย่าเข้ามานะ!”
หน้าตรอกแห่งนี้ เด็กสาวเสื้อผ้าหลุดลุ่ยร้องตะโกนพร้อมทั้งวิ่งเข้าไปในตรอกโดยไม่สนทิศทาง
ทั้งวิ่ง ทั้งร้องตะโกนด้วยความหวาดกลัว ซ้ำยังหันหน้าไปมองทางด้านหลังอยู่บ่อยครั้ง
“ท่านพี่ ท่านรีบไป ข้า…ข้าจะรั้งพวกเขาเอาไว้เอง!”
เด็กสาวอายุน้อยกว่าเล็กน้อย ใบหน้าสกปรกมีฝุ่นเกาะเกรอะกรัง ทว่าดวงตากลับกลมโตชวนมอง น้ำตารินไหลลงอาบแก้ม
“ไม่ หากจะไปก็ต้องไปด้วยกัน ท่านพ่อท่านแม่ด่วนจากไปแล้ว ข้าไม่สามารถทิ้งเจ้าได้”
แม้เด็กสาวอายุมากกว่าจะสวมใส่เพียงชุดเรียบง่าย แต่กลับไม่อาจปกปิดเรือนร่างเย้ายวนชวนหลงใหลของนางได้
ทั้งสองตกอยู่ในอาการลุกลี้ลุกลน ยิ่งไปกว่านั้นยังพยายามเคาะประตูบ้านอยู่หลายหลัง
น่าเสียดาย ไม่ว่าพวกนางจะออกแรงเคาะมากเพียงไหน แต่กลับไม่มีใครตอบกลับ
“ฮ่า ฮ่า พวกเจ้าจะหนีไปไหน แม่นางน้อยทั้งสอง เหตุใดยังไม่รีบกลับไปกับข้าอีกเล่า ระวังมามาของฟางหลานเก๋อจะตัดขาพวกเจ้าทิ้ง!”
ขณะพูด ชายร่างกำยำสองสามคนก็สาวเท้าเข้าหาเด็กสาวทั้งสองพร้อมทั้งสบถด่า
“พวกพี่ชาย ข้าขอร้องพวกท่านแล้ว พวกท่านปล่อยพวกข้าสองพี่น้องไปเถิด พวกเรา….พวกเราจะคืนเงินให้ท่านอย่างแน่นอน”
เด็กสาวทั้งสองขยับเท้าถอยหลังพลางส่งเสียงวิงวอน
“คืน? พวกเจ้าจะเอาอะไรมาคืนเล่า? พวกเจ้าเป็นคนของจางมามาแล้ว หากพวกพี่ชายจับพวกเจ้าได้ เช่นนั้นจางมามาก็จะมอบรางวัลให้อย่างงาม!”
ชายร่างกำยำขยับเท้าเข้าใกล้ เด็กสาวทั้งสองทำได้เพียงกอดกันตัวสั่นเทา
ทว่าภายในตรอกแห่งนี้ยังมีประตูสีน้ำตาลอยู่อีกบาน
ราวกับสองพี่น้องสิ้นสติแล้ว พวกนางพยายามทุบประตูบานนั้น
“ขอร้องท่าน ได้โปรดช่วยพวกเราสองพี่น้องด้วยเจ้าค่ะ!”
เสียงอ้อนวอนของเด็กสาวและเสียงขบขันของชายร่างกำยำเหล่านั้นดังเซ็งแซ่ในตรอกอันเงียบสงบแห่งนี้
ขณะที่เด็กสาวทั้งสองกำลังจะหมดหวัง ประตูสีน้ำตาลบานใหญ่พลันแง้มออก
“ขอร้อง ท่านได้โปรดช่วยพวกเราสองพี่น้องด้วยเถิด!”
ราวกับฝ่ายพี่มองเห็นดวงดาวช่วยชีวิต นางอ้อนวอนทั้งน้ำตา
รอยแยกของประตูกว้างขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายชายวัยกลางคนแต่งกายด้วยชุดคนรับใช้สีเทาพลันเปิดประตูอ้ากว้าง
เมื่อได้เห็นเด็กสาวทั้งสอง ดวงตาของเขาพลันเปล่งประกายด้วยความยินดี
เอี้ยวตัวหลบเพื่อให้เด็กสาวทั้งสองวิ่งเข้าไปซ่อนตัวทางด้านหลัง ก่อนจะเข้าไปภายในบ้าน
“มารดามันเถอะ ข้าจะบอกเจ้าให้ อย่าหาเรื่องใส่ตัว! รีบส่งตัวพวกนางทั้งสองมาซะ พวกนางเป็นคนของฟางหลานเก๋อ”