ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ - เล่มที่ 19 บทที่ 552 ระวังกลอุบาย
พวกเด็กสาวที่กำลังนอนหลับฝันหวานถูกหงอวี้ปลุกให้ลุกจากที่นอน
“กู0 พวกเราจะไปไหนหรือเจ้าคะ?”
เด็กสาวอายุมากกว่าเพื่อนขยี้ดาพลางเอ่ยถาม
ตั้งแต่มาถึงที่นี่ พวกนางล้วนถูกฝึกสอนมาเป็นอย่างดี ฉะนั้นแม้จะถูกปลุกกลางตึกก็มิได้
ตื่นตระหนก
เด็กสาวราวยี่สิบกว่าคนรวมตัวกันในลาน เห็นได้ชัดว่าพวกนางไม่รู้เลยว่าโชคชะดาของ
ตนเองกำลังจะเปลี่ยนไปเพราะคนอื่นอีกครั้งแล้ว
“อาชิ่ว เจ้าช่วยหงอวี้นับจำนวนคน อย่าได้ขาดเชียว นอกจากของที่พวกนางนำติดตัวมา
อย่างอื่นห้ามมิให้เอาไปเป็นอันขาด”
คฤหาสน์หลังนี้ร้างผู้คนแล้ว เชื่อว่านอกจากพวกนางก็ไม่มีใครอื่นอีก
ตอนนี้นางเข้าใจแล้วว่าเพราะเหตุโดพวกคนในป่าด้านหลังหอป๋ายเฉาจึงหายไปได้ในเวลา
เพียงชั่วพริบดา
กลุ่มจู๋หลงที่จูหยุนพูดถึงจะต้องทำได้อย่างแน่นอน
เด็กสาวเหล่านี้ล้วนมีความผูกพันกับหงอวี้ ดังนั้นเมื่อนางเอ่ยปลอบโยนอยู่ครู่หนึ่ง พวก
นางจึงสามารถเก็บของเสร็จได้โดยเร็ว
แววดาของพวกนางไร้ซึ่งความหวาดกลัว แต่กลับดูฉงนสงสัยเหมือนเด็ก
จู่า หลินเมิ้งหยาก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ หากเด็กพวกนี้ถูกช่วยเหลือเอาไว้ได้ แล้ว
คนอื่นๆ เล่า ?
พวกเด็กสาวที่ถูกนำไปกรีดเลือดเพื่อทำยาเหล่านั้นจะเป็นเช่นไร ?
เด็กสาวยี่สิบกว่าคนนี้โชคดีเพราะพวกนางกลายเป็นเครื่องมือแสดงความจริงใจของเขา
เกรงว่าเด็กสาวอีกมากต้องตายไปเพราะแผนการอำมหิดของกลุ่มจู๋หลงอย่างแน่นอน
มีเพียงต้องกำจัดกลุ่มจู๋หลงเท่านั้น เด็กๆ เหล่านี้จึงจะสามารถหลุดพ้นจากเงื่อมมือของ
ปีศาจได้
หงอวี้เป็นคนมีเมดดา ดังนั้นนางจึงปรึกษากับหลินเมิ้งหยาเพื่อขอไปดูเด็กสาวในเรือนอื่น
หลินเมึ้งหยาพยักหน้าลงแล้วตามหงอวี้ไปยังลานด้านหลัง ที่นี่มีเรือนพำนักสำหรับฝึกสอน
เด็กสาวคนอื่นๆ อยู่
เป็นไปตามคาด เรือนเหล่านี้ล้วนเงียบกริบ
แม้ไฟจะถูกจุดเอาไว้ แต่ภายในห้องกลับสะอาดสะอ้านเป็นระเบียบ แม้แต่กระดาษลักแผ่น
ยังไม่มี
“เป็นไปได้อย่างไร ? หรือพวกนางจะถูกพาตัวไปแล้ว?”
หงอวี้ส่งเสียงพึมพำอย่างนึกเสียดาย
“ไปเถิด”
หลินเมิ้งหยาไม่อาจพูดอะไรได้ ยิ่งไปกว่านั้นนางไม่อยากกล่าวคำเสียด้วยช้ำ
อันที่จริงนางอยากให้จูหยุนทิ้งเด็กสาวทั้งหมดเอาไว้ที่นี่ แต่จูหยุนยังต้องแฝงตัวอยู่ในกลุ่ม
รู้หลง หากเขาปล่อยพวกนางไป เช่นนั้นชีวิตของเขาคงจบสิ้นแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้นเด็กสาวที่ถูกทิ้งไว้ล้วนมีหงอวี้เป็นผู้ฝึกสอน หัวใจของพวกนางยังคงบริสุทธิ์
แต่เด็กสาวคนอื่นล้วนถูกฝึกจนกลายเป็นเครื่องมือของกลุ่มจู๋หลงไปแล้ว
นางมีอยากให้เกิดเรื่องดั่งเช่นขู่เหมยอีก
“เจ้าค่ะ ช่วยได้เท่าไรก็เท่านั้น จวิ้นจู่ พวกเรารีบไปกันเถิด”
หงอวี้เป็นคนฉลาด แม้หลินเมิ้งหยาจะไม่พูด แด่นางย่อมมองทุกอย่างได้ทะลุปรุโปร่ง
ทุกคนพาเด็กสาวเหล่านั้นไปยังประดูหลังคฤหาสน์
ทว่าทันทีที่เปิดประตูก็เห็นแสงจากคบเพลิงเป็นแถวเรียงต่อกัน
“นั่นใคร !”
อาชิ่วตะโกนถาม มือกำแมลงพิษเอาไว้ ดูท่าหากเกิดเหตุการณ์มิชอบมาพากลขึ้น นางคง
พร้อมที่จะปล่อยแมลงพิษเหล่านั้นออกไปในทันที
“พวกเราเป็นคนที่เชิ่นจวิ้นอ๋องส่งมารับจวิ้นจู่พ่ะย่ะค่ะ เชิญจวิ้นจู่ไปกับพวกเราเถิด”
ท่ามกลางกลุ่มคนเหล่านั้น หัวหน้าคนหนึ่งเดินออกมาประสานมือเข้าหากันเพื่อ
ทำความเคารพแล้วเอ่ยกับหลินเมิ้งหยา
“เป็นคนของเชิ่นจวิ้นอ๋องจริงหรือ ? พวกเจ้ามีหลักฐานอะไร?”
หลินเมิ้งหยาเดินเข้ามายืนด้านหน้าอาชี่ว สายตาฉายแววสงสัยปนลังเล
“คือ … ข้าน้อยนำสาส์นจากเชิ่นจวิ้นอ๋องมาด้วย จวิ้นจู่สามารถตรวจสอบได้พ่ะย่ะค่ะ”
ชายคนนั้นหยิบจดหมายสีน้ำตาลออกจากวงแขนแล้วมอบให้กับหลินเมิ้งหยา ทว่านางมิได้
ยื่นมือออกไปรับ
“พวกเจ้าขยับถอยหลังไปก่อน ข้ามองเห็นไม่ชัด”
จู่า หลินเมึ้งหยากีพูดโพล่งออกมา น้ำเสียงมีความไม่พอใจอยู่หลายส่วน
ชายคนนั้นหันข้ายแลขวา สุดท้ายจำยอมขยับเท้าถอยหลังออกไปสองก้าว
ครู่ต่อมา เขายืนนึ่งอยู่กับที่ ราวกับรอให้หลินเมิ้งหยาออกมารับสาส์นในมือไป
“ปิดประตู !”
ใครจะรู้เล่าว่าหลินเมิ้งหยาจะกระโดดถอยหลังเหมือนกระด่ายพร้อมทั้งฉุดร่างอาชิ่วตาม
[”
ไปด้วย
ประตูบานใหญ่ที่ไม่หนักเท่าไรนักถูกคนที่อยู่ด้านข้างทั้งสองฝั่งปิดลง
เวลารวดเร็วเพียงชั่วพริบดา ทุกคนยังไม่ทันรู้สึกตัว คนภายในและภายนอกคฤหาสน์ก็ถูก
แบ่งแยกเป็นสองฝั่งอย่างชัดเจนแล้ว
หลินเมิ้งหยารีบลงกลอน หลังจากมั่นใจแล้วนางจึงหันหลังกลับมาอธิบายกับทุกคน
“คนพวกนี้มิใช่คนของญาติผู้พี่ข้า ก่อนนั้นข้าส่งข้อความไปบอกพวกเขาว่ามิให้เคลื่อนไหว
เช่นนั้นพวกเขาจะมาที่นี่อย่างทันท่วงทีได้อย่างไร !”
ยิ่งไปกว่านั้นการหนีไปของพวกจูหยุนยังเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน คฤหาสน์หลังนี้ค่อนข้าง
ลึกลับ เช่นนั้นจะมีข่าวแพร่กระจายออกไปได้อย่างไร
อย่าว่าแต่หลงเทียนอวี้และจั่วชีวอวี้เลย ต่อให้เป็นคนของเฉินเปี่ยวเกอก็ไม่มีทางมั่นใจได้
ว่าพวกหลินเมิ้งหยาลูกจับกุมอยู่ภายใน
คำตอบคงเป็นดั่งเช่นการคาดเดาของจูหยุน ข้างกายของเขาจะต้องมีคนสอดแนมอย่าง
แน่นอน
มิเช่นนั้นข่าวนี้จะถูกส่งไปอย่างรวดเร็วได้อย่างไรกัน ?
“ปัง ป้ง ปัง” เสียงดังขึ้นที่ด้านนอก
หลินเมิ้งหยาทำสัญญาณมือให้ทุกคนเงียบ หลังจากบรรยากาศเงียบสงบลงแล้ว นาง
จึงเอ่ยอีกครั้ง
“วันนี้ข้าเหนื่อยมากแล้ว พวกเจ้าจงเชิญเชิ่นจริ้นอ๋องมารับข้าด้วยตนเอง มิเช่นนั้นข้าไม่ไป
ส่งเสียงแสดงเจตจำนงของตนเองอย่างชัดเจน แม้จะแฝงความเอาแด่ใจอยู่หลายส่วน
ก็ตาม
คนที่อยู่ด้านนอกคิดว่าความลับของตนเองยังไม่ถูกเปิดเผย ดังนั้นจึงแสดงละครต่อไป
“จวิ้นจู่ ท่านอย่าทำให้พวกเราลำบากใจเลยพ่ะย่ะค่ะ เชิ่นจวิ้นอ๋องยังมีงานให้ต้องทำ ดังนั้น
พระองค์จึงสั่งให้กระหม่อมมารับพระองค์ หากท่านไม่พอใจ เช่นนั้นหลังจากได้พบเขิ่นจวิ้นอ๋อง
แล้วค่อยถามหาคำอธิบายทีหลังก็ย่อมได้”
ด้านนอกยังคงตอบโด้อย่างมีเหตุผล หลินเมิ้งหยาสั่งให้หงอวี้พาเด็กสาวไปหาที่ซ่อนที่
ปลอดภัย
จากนั้นจึงปะทะฝีปากกับคนที่อยู่ด้านนอกต่อ
“ไม่ได้ ! ข้าอยู่ที่นี่อย่างยากลำบาก ฉะนั้นจำต้องให้เชิ่นจวิ๋นอ๋องมารับข้าด้วยตนเอง ยิ่ง
ไปกว่านั้นข้ายังต้องการขบวนเกี้ยวอย่างยิ่งใหญ่ มิเช่นนั้นข้าจะไปกราบทูลย่องเต้!”
เข
เมื่อต้องแสดงละครหน้าประตู ทุกอย่างจึงราบรื่นมากขึ้น
ขณะเดียวกันพวกหงอวี้ล้วนเดินลับหายไปจากทางเดินแล้ว
อาชิ่วไม่วางใจ แต่หลินเมิ้งหยาดันร่างของนางให้ตามหงอวี้ไป
ช่วยไม่ได้ สุดท้ายอาชิ่วก็จำยอมเดินตามหลังพวกหงอวีไป
ขณะเดียวกันข้างกายหลินเมิ้งหยาเหลือเพียงจูเหยียนคนเดียว
“ยี ขอเพียงข้าตะโกนเพียงครั้งเดียว พวกเขาก็จะรู้ได้ทันที เจ้าเองก็ไม่จำเป็นต้อง
แสดงละครใดๆ”
จูเหยียนยืนพึงเสาขณะมองทางหลินเมิ้งหยา
เขาเกลียดนางมาก หากมิใช่เพราะนาง นายท่านคงไม่ทิ้งเขาไปเช่นนี้
“เจ้าคิดว่าข้ากลัวหรือ ? แต่หากเจ้าตะโกนออกไป เกรงว่าความตั้งใจทั้งหมดของนาย
เจ้าคงถูกทำลายจนหมดสิ้น เจ้ารู้หรือไม่ว่าหากพวกเขาจับตัวข้าได้ เช่นนั้นชีวิตเจ้านายของเจ้า
จะตกอยู่ในอันตราย”
นางไม่อาจเปลี่ยนความคิดของจูเหยียนได้ ดังนั้นจึงนำความปลอดภัยของจูหยุนออกมาขู่
เพื่อให้เขาเรียนรู้ที่จะสงบเสงี่ยม
ผลปรากฏว่าจูเหยียนจ้องนางด้วยสายดาเกลียดชัง ก่อนที่เขาจะหยิบดาบออกจากเอวแล้ว
ธี้ทางหลินเมิ้งหยา
“หากข้าฆ่าเจ้า นายท่านจะยิ่งปลอดภัย”
ดาบสีขาวราวหิมะ เพียงมองปราดเดียวก็รู้ได้ว่ามิใช่ของธรรมดา
หลินเมิ้งหยายื่นนิ้วชี้เข้าไปต้นปลายดาบออกไปอีกทาง
“เจ้าไม่ทำหรอก เหตุเพราะหากฆ่าข้า เจ้าจะไม่สามารถกลับไปหานายของเจ้าได้อีกแล้ว
มีเพียงการปกป้องข้าเท่านั้น เจ้าจึงจะได้พบกับนายของเจ้า”
หลินเมิ้งหยาเอ่ยอย่างมั่นใจ ดังนั้นแสงประกายแห่งความเกลียดชังจึงฉายในดวงดาของ
ไม่ยอมรับไม่ได้ว่านางพูดถูก
แต่หลังจากเขาสูดลมหายใจเข้าไปเยือกหนึ่ง ข้อมือพลันสะบัดเฉือนปลายผมของนางทิ้ง
“สักวันหนึ่งข้าจะเอาชีวิตเจ้า!”
ไม่รู้ว่ามีกี่คนแล้วที่เอ่ยกับนางเช่นนี้
สายดาสงบนิ่ง นางเดินนำหน้าไปก่อน
“ด้วยความยินดี”
จูเหยียนจ้องร่างบางเขม็ง เขาจำยอมเดินตามหลังนางไปลานด้านหลัง เสียงเคาะประดูกลายเป็นเสียงทุบประดูแล้ว
บางทีพวกเขาอาจรู้แล้วว่าที่นี่ไม่มีใครอื่น
ทว่าขณะเดียวกันข่าวนี้ก็ถูกส่งถึงหูของหลงเทียนอวี๋
ดังนั้นพวกเขาจึงต้องทำตามวิธีการของตนเอง
หากดูจากกำลังของพวกเขา คาดว่าไม่เกินหนึ่งชั่วโมงก็คงพังประดูเข้ามาได้แล้ว
หลินเมิ้งหยาทำได้เพียงหาที่ซ่อนตัวเพื่อรอพวกหลงเทียนอวี้
“ที่นี่มีสถานที่ลับที่เจ้ากับจูหยุนรู้เพียงสองคนหรือไม่?”
หากดูจากการสร้างหุยชุนฟางแล้ว ที่นี่จะต้องมีเส้นทางลับอย่างแน่นอน
เหตุที่นางสั่งให้พวกหงอวี๋ไปข่อนตัวก็เพราะความสนใจของคนเหล่านั้นพุ่งเป้ามาที่นาง
เพียงผู้เดียว
นางต้องอยู่กับจูเหยียนเท่านั้นจึงจะปลอดภัย
เหตุเพราะมีเขาเพียงคนเดียวที่รู้จักเส้นทางในคฤหาสน์หลังนี้
เขาคนเดียวเท่านั้นที่จะสามารถขจัดไส้ตึกของหลินเมิ้งหยาออกไปได้
คนประเภทจูหยุน หากเชื่อใจกันแล้ว เขาจะไม่มีวันทรยศ
มิเช่นนั้นเขาจะกล้าใช้กลอุบายต่อหน้าหลงโข่วได้อย่างไร ?
“ไม่รู้
จูเหยียนใช้อารมณ์อีกครั้ง เขาเงยหน้าขึ้นพร้อมทั้งส่งเสียงโอหัง ราวกับมิสนใจความเป็น
ตายของหลินเมิ้งหยา
“ดอนนี้มิใช่เวลาเอาแต่ใจ หากพวกหงอวี้ถูกจับ พวกเราก็หมดทางหนี”
หัวคิ้วหลินเมิ้งหยาขมวดมุ่น ก่อนจะเอ่ยอย่างใจเย็น