ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ - เล่มที่ 19 บทที่ 555 ตกอยู่ในอันตราย
หยิ่งหนีซ่อนตัวภายใต้ความมืดตลอดเวลา ดังนั้นหลินเมิ้งหยาจึงมองเห็นใบหน้าของเขาได้ไม่ชัดเจน
แต่เมื่อได้รับคำสั่งจากป๋ายหลง หยิ่งหนีขยับฝีเท้าก้าวออกมายืนท่ามกลางแสงไฟ
หยิ่งหนีรูปร่างสูงใหญ่ เขาสวมชุดสีดำน่าหวั่นคร้าม
ขณะเดียวกันมือข้างหนึ่งยกขึ้น หลินเมิ้งหยาตกตะลึงไม่น้อย
“ในเมื่อท่านป๋ายหลงอยากพบข้า เหตุใดต้องทำเรื่องยุ่งยากเช่นนี้เล่า แต่ข้าไม่ชอบพบหน้าคนแปลกหน้าเท่าไรนัก มิสู้ท่านป๋ายหลงกล่าวมาตอนนี้เลยเล่า”
มือทั้งสองข้างของหยิ่งหนีกำดาบสีทองดำสองเล่มเอาไว้ในมือ
เพียงมองปราดเดียวก็รู้ได้ว่าประตูเหล็กบานนี้ไม่อาจรับแรงดาบสองเล่มนั้นไหว
เช่นนั้นมิสู้ฉีกหน้าตัวเองดูสักคราเพื่อยื้อเวลาไม่ดีกว่าหรือ ?
เพียงได้ยินเสียงของหลินเมิ้งหยา ป๋ายหลงก็ยกมือขึ้นข้างหนึ่ง หยิ่งหนีจึงกลับไปยืนใต้ความมืดดั่งเดิม
“ข้าบุ่มบ่ามเกินไปแล้ว อันที่จริงข้าไม่ได้คิดร้ายกับอันเล่อจวิ้นจู่เลยแม้แต่น้อย ข้าเพียงแค่อยากเชิญท่านไปเป็นแขกสักสองสามวันเท่านั้น หากจวิ้นจู่อนุญาต เช่นนั้นพวกเราไปกันตอนนี้เลยเป็นอย่างไร ?”
ป๋ายหลงรู้แล้วว่าชัยชนะอยู่ในกำมือของตนเอง ตอนนี้หลินเมิ้งหยาไม่มีหนทางหนีรอด ดังนั้นน้ำเสียงของเขาจึงเจือความภาคภูมิใจอยู่หลายส่วน ราวกับเขามั่นใจแล้วว่าหลินเมิ้งหยาจะต้องเชื่อฟังคำพูดของตน
“ที่แท้ก็ต้องการเชิญข้าไปเป็นแขก ท่านให้เกียรติกันเกินไปแล้ว ด้วยตำแหน่งของท่านป๋ายหลง ขอเพียงส่งป้ายเชิญมาให้ข้า ข้าจะต้องไปเยี่ยมเยียนท่านอย่างแน่นอน แต่วันนี้ข้าไม่สะดวกนัก เชิญท่านป๋ายหลงกลับไปก่อนเถิด แล้วข้าจะไปเยี่ยมท่านถึงหน้าประตูในวันหลัง”
หลินเมิ้งหยาดึงจูเหยียนออกห่างจากประตู แม้หยิ่งหนีจะกลับไปอยู่ใต้เงามืดแล้ว ทว่าความอันตรายยังคงมีอยู่
ป๋ายหลงจะไม่รู้ว่านางกำลังยื้อเวลาได้อย่างไร แต่เพราะทั้งสองฝ่ายยังคงหวาดระแวงซึ่งกันและกัน ดังนั้นจึงยืนปะทะฝีปากกันที่นี่
“ไม่จำเป็นหรอก วันนี้ข้าบังเอิญมีเวลาพอดี อันเล่อจวิ้นจู่ ข้าแนะนำให้ท่านเชื่อฟังแต่โดยดีจะดีกว่า หยิ่งหนี จงไปเชิญจวิ้นจู่ออกมา”
ป๋ายหลงคร้านที่จะปะทะฝีปากกับหลินเมิ้งหยา หลังจากออกคำสั่งแล้ว ดาบทั้งสองในมือของหยิ่งหนีก็เงื้อขึ้นกลางอากาศแล้ววาดลงบนประตูเหล็ก
ทันใดนั้นบานประตูเหล็กที่เคยตั้งตระหง่านแข็งแกร่งกลับกลายเป็นเต้าหู้อ่อนชิ้นหนึ่งที่ฉีกขาดออกจากกันอย่างง่ายดาย
หลินเมิ้งหยาและจูเหยียนสูดลมหายใจเย็นเข้าปอด
เหตุเพราะมีหยิ่งหนีคอยปกป้อง ป๋ายหลงจึงหยิ่งยโสโอหังเช่นนี้
“ข้าจะสู้กับพวกเขา !”
จูเหยียนขบกรามแน่น ก่อนจะดึงแท่งไม้ลงมาเพื่อเปิดกลไกบางอย่าง
หยิ่งหนีที่เพิ่งทำลายประตูสำเร็จรีบกระโดดกลับไปปกป้องป๋ายหลง
เสียงครืดคราดของกลไกพลันดังขึ้น ชั่ววินาทีต่อมาลูกธนูนับจำนวนไม่ถ้วนพลันพุ่งออกจากกำแพง
ฉึก ฉึก
เสียงลูกธนูดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ป๋ายหลงและหยิ่งหนีล้วนปลอดภัยดี แต่ชายทรยศคนนั้นกลับร่วงลงไปกองกับพื้นเพราะถูกลูกธนูนับไม่ถ้วนพุ่งแทงร่าง
“มิชอบเหล้ามงคล แต่ชอบเหล้าอัปมงคล [1] เช่นนั้นหรือ ! เจ้าเด็กน้อย เจ้าคิดหรือว่าข้าไม่ได้เตรียมตัวมาก่อน !”
แม้หน้ากากปีศาจจะปิดบังใบหน้าที่แท้จริงของเขา ทว่าหลินเมิ้งหยาฟังเสียงแข็งทื่อของเขาออก
หัวใจหล่นไปที่ตาตุ่ม
เหตุที่นางอดกลั้นมิยอมส่งเสียงเพราะกลัวว่าป๋ายหลงจะเตรียมการเอาไว้แล้ว
แม้ที่นี่จะเป็นสถานที่ของจูหยุน แต่ถึงอย่างไรเขาก็เป็นเพียงผู้อยู่ใต้การบังคับบัญชาคนหนึ่ง
เกรงว่าความลับของสถานที่แห่งนี้ล้วนมิใช่ความลับสำหรับเขา
กลไกเหล่านี้ล้วนใช้งานได้กับคนภายนอก แต่ย่อมมิใช่กับป๋ายหลง
จูเหยียนยังคงควบคุมกลไกด้วยท่าทางสงบนิ่ง แม้จะมองผ่านรอยแยกของประตู แต่หลินเมิ้งหยาเห็นได้อย่างชัดเจนว่าหยิ่งหนีดันร่างของป๋ายหลงไปไว้ทางด้านหลัง ไม่ว่าลูกธนูจะพุ่งไปมากสักเท่าไร แต่ก็ไม่อาจทำให้เขาหวาดกลัวได้เลยแม้แต่น้อย
หากกลไกหยุดลง เกรงว่านางและจูเหยียนคงตกอยู่ในที่นั่งลำบากแล้ว
“ข้าจะออกไปหาวิธีดึงดูดความสนใจของพวกเขา ส่วนเจ้าจงเปิดกลไกทั้งหมดที่มี”
ไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง หลินเมิ้งหยาเลือกใช้วิธีเสี่ยงอันตราย
เสียงที่นี่เริ่มดังมากขึ้นเรื่อยๆ แล้ว เชื่อว่าพวกหลงเทียนอวี้และเฉินเปี่ยวเกอจะต้องมาถึงในอีกไม่ช้า
บางทีป๋ายหลงคงเตรียมการรับมือทุกอย่างเอาไว้แล้ว แต่ทุกอย่างต้องเปลี่ยนไปเพราะนาง
“เจ้า….ระวังด้วย !”
ใบหน้าจูเหยียนแข็งเกร็ง เขาคิดไม่ถึงเลยว่ากลไกที่สามารถเอาชีวิตผู้อื่นได้อย่างง่ายดายเหล่านั้นกลับกลายเป็นเพียงของเล่นเมื่ออยู่ต่อหน้าป๋ายหลง
แม้การกระทำของหลินเมิ้งหยาจะมิต่างจากการรนหาที่ตาย ทว่าจูเหยียนไม่มีกำลังพอที่จะห้ามนางได้
“อีกเดี๋ยวหากข้านับถึงสิบ ข้าจะพุ่งตัวออกไปล่อเสือออกจากถ้ำ”
ไม่รู้ว่าเพราะป๋ายหลงประมาทเกินไปหรือไม่ ดังนั้นนอกจากเขาและหยิ่งหนีแล้วจึงไม่มีใครอื่นในคุกใต้ดินแห่งนี้
ความคิดของหลินเมิ้งหยาช่างง่ายดาย ที่นี่มีพื้นที่ไม่กว้างมากนัก ยิ่งไปกว่านั้นยังไม่มีที่ซ่อนตัว
มิสู้นางอาศัยช่วงเวลาที่กลไกทำงานพุ่งตัวออกไปมิดีกว่าหรือ
หนึ่ง พวกป๋ายหลงจะต้องคิดไม่ถึงแน่ว่านางจะใช้วิธีเสี่ยงตายเช่นนี้ ดังนั้นพวกป๋ายหลงย่อมตั้งตัวไม่ทัน
สอง กลไกยังคงทำงานอยู่ หากหยิ่งหนีคิดจะเข้ามาจับนาง เช่นนั้นป๋ายหลงจะได้รับอันตรายถึงชีวิต ยิ่งไปกว่านั้นความเร็วของหยิ่งหนียังมิมากพอ เหตุเพราะต้องรับมือกับลูกธนูเหล่านั้น
หากนางออกไปได้ เช่นนั้นสถานที่ซ่อนตัวย่อมมีมากมาย
แผนการของนางไม่เลวเลย จูเหยียนจึงทำตามอย่างว่าง่าย
ลูกธนูทางด้านนอกมิต่างจากห่าฝน แต่อยู่ๆ ก็หยุดลงกะทันหัน จากนั้นร่างบางจึงแทรกตัวออกจากห้องลับ
“เร็วเข้า ! จับตัวนางเอาไว้ !”
แม้หลินเมิ้งหยาจะเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว แต่ก็ไม่อาจหนีสายตาของป๋ายหลงพ้น
หลังจากเสียงตะโกนหยุดลง หยิ่งหนีที่กำลังถูกกดดันเตรียมกระโดดออกไป
“ระวัง !”
จูเหยียนร้องตะโกนที่หน้าประตู มือยังคงขยับไม่หยุด ทันใดนั้นลูกธนูก็พุ่งไปทางร่างของป๋ายหลงดั่งห่าฝน
หยิ่งหนีละทิ้งความคิดที่จะตามหลินเมิ้งหยาไป เขารีบหมุนตัวกลับมาปกป้องป๋ายหลงอีกครั้ง
ทั้งหมดเป็นไปตามแผนของหลินเมิ้งหยา
ขอเพียงนางวิ่งผ่านสระน้ำนั้นไปได้ นางก็จะหนีสำเร็จ
แต่คิดไม่ถึงเลยว่าหยิ่งหนียังคงมีแรงมากพอที่จะหันมาสนใจนาง
มือขวาวาดปลายดาบสีดำคมกริบไปทางแผ่นหลังของหลินเมิ้งหยา
ขณะเดียวกันลูกธนูสองสามดอกพลันพุ่งไปทางร่างของป๋ายหลง
หยิ่งหนีรีบกอดตัวป๋ายหลงเอาไว้แล้วไถลลงกับพื้น ขณะเดียวกันดาบสีดำพลันพลาดเป้า
“ระวัง !”
จูเหยียนร้องเตือนหลินเมิ้งหยา ทว่าเมื่ออีกฝ่ายหมุนตัวกลับมามอง ใบมีดคมกริบพลันพุ่งเข้ามาที่เอวของนางแล้ว
ภาพที่หลินเมิ้งหยาถูกดาบแทงทะลุร่างไม่ได้ปรากฏต่อสายตาของพวกเขา
แต่เพราะแรงของดาบที่ถูกส่งมาค่อนข้างมาก ร่างของนางจึงกระเด็นออกไป
ตู้ม
เกิดเสียงดังขึ้น หลินเมิ้งหยาร่วงลงไปในสระน้ำแล้ว
ครู่ต่อมา ไม่เพียงจูเหยียน แม้กระทั่งป๋ายหลงและหยิ่งหนีล้วนคิดไม่ถึงว่าเหตุการณ์จะเป็นเช่นนี้
“เจ้าโง่ ! เจ้าทำงานเป็นหรือไม่ ! ข้าต้องการตัวนาง เจ้าทำอะไรลงไป !”
ป๋ายหลงตะคอกด้วยอาการตื่นตระหนก อันที่จริงหยิ่งหนีสามารถโจมตีปลิดชีวิตนางได้
ทว่าตอนนี้ร่างของนางร่วงลงไปในสระน้ำแล้ว
หยิ่งหนีไม่อธิบาย เขาพยายามดูแลความปลอดภัยของป๋ายหลง
แต่ถึงกระนั้นเขาก็อดสงสัยไม่ได้ แต่ไหนแต่ไรมาเขาไม่เคยขว้างดาบพลาดเลยแม้แต่หนเดียว แล้วเหตุใดคมดาบของเขาจึงแทงร่างกายของหญิงสาวร่างบางไม่เข้ากันนะ ?
หลินเมิ้งหยาที่ตกลงไปในน้ำโดยมิทันตั้งตัวกลืนน้ำเข้าไปจนสำลัก
แต่โชคดีที่นางว่ายน้ำเป็น ดังนั้นจึงปรับสมดุลการหายใจได้ในเวลาไม่นาน
สระน้ำไม่ลึกมาก เดิมทำขึ้นเพื่อให้คนอาบ หลินเมิ้งหยาจึงโผล่ศีรษะออกมา ก่อนจะได้ยินเสียงตะคอกของป๋ายหลง
เหตุเพราะการโจมตีของหยิ่งหนี ดังนั้นร่างของนางจึงอยู่อีกฝั่งหนึ่งแล้ว
แม้เลือดในร่างกายจะปั่นป่วน ทว่าหลินเมิ้งหยาบ้วนน้ำลายออกมาหนึ่งหน ก่อนจะตะเกียกตะกายขึ้นจากสระน้ำ
“ไปจับนางมา ! มิเช่นนั้นเจ้าจงตายไปซะ !”
ป๋ายหลงตะคอกอีกครั้ง ทว่าหยิ่งหนีไม่อาจพาตัวเองออกไปจากตรงนี้ได้
เมื่อจูเหยียนเห็นหลินเมิ้งหยาขึ้นจากสระน้ำได้แล้ว หัวใจของเขาจึงสงบลง ดังนั้นเขาจึงเปิดการใช้งานของกลไกอย่างเต็มที่
ดังนั้นแม้หยิ่งหนีจะยังสามารถปกป้องป๋ายหลงได้ แต่การจะปลีกตัวออกไปช่างยากยิ่ง
ร่างกายของหลินเมิ้งหยาเปียกปอน แต่ถึงกระนั้นก็สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็ว
นางอาศัยเส้นทางลับวิ่งออกไปด้านนอก
ตอนนี้เหตุการณ์ด้านนอกกำลังวุ่นวาย กลไกทั้งหมดที่นี่ถูกเปิดแล้ว
จูเหยียนบอกหลินเมิ้งหยาเรื่องกลไกทั้งหมด ดังนั้นนางจึงสามารถหลบหลีกกลไกเหล่านั้นได้
สีของท้องฟ้ายามค่ำคืนเหมาะแก่การหลบซ่อนตัว
คนเหล่านั้นยุ่งอยู่กับการหลบหลีกกลไก พวกเขาจึงไม่ทันสังเกตเห็นว่าเป้าหมายของตนเองกำลังมุ่งหน้าไปทางประตูใหญ่แล้ว
นางไม่เคยไปยังประตูใหญ่ในลานด้านหน้ามาก่อน แต่หงอวี้เคยเล่าให้ฟังว่าประตูหน้าบานนี้หรูหรางดงามเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งยังอยู่ติดถนนใหญ่เพื่อป้องกันหูตาของชาวบ้าน
ตอนนี้ลานด้านหลังกำลังวุ่นวาย ดังนั้นจึงมีคนเฝ้าประตูจำนวนไม่น้อย
หากนางคิดจะออกไปขอความช่วยเหลือ เช่นนั้นลานด้านหน้าย่อมปลอดภัยที่สุด
แม้กลไกจะไม่น้อย แต่ศัตรูกลับมีมากกว่า
บัดนี้บนพื้นมีศพนอนเกลื่อนกลาดอยู่หลายศพแล้ว แต่คนเหล่านี้ไม่รู้สึกหวาดกลัว ซ้ำยังเรียนรู้วิธีการเอาตัวรอดโดยการนำร่างของเพื่อนมาบังลูกธนู
หลินเมิ้งหยาวิ่งไปที่ประตูหน้า ระหว่างทางนางสัมผัสได้ถึงพวกหงอวี้และอาซิ่ว
มิพูดไม่ได้ว่าหงอวี้เป็นหญิงสาวที่ฉลาดเฉลียว
บริเวณที่พวกนางหลบซ่อนตัวอยู่ใกล้กับประตูหน้า ที่นี่มีกลไกไม่มาก ศัตรูเองก็เช่นเดียวกัน
เหตุเพราะหากลานด้านหน้าเกิดเสียงเอะอะโวยวาย เช่นนั้นชาวบ้านทางด้านนอกย่อมสังเกตเห็น
ประตูสีชาดตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้าแล้ว
หลินเมิ้งหยาวิ่งไปถึงหน้าประตู ขณะที่คิดจะเปิดออก ลางสังหรณ์พลันสัมผัสได้ถึงอันตรายที่อยู่ทางด้านหลัง นางจึงรีบเอี้ยวตัวหลบ
ฉึก
ดาบยาวสีเงินเล่มหนึ่งพลันพุ่งเสียบเข้าที่ประตูใหญ่
หมายเหตุ
——————
[1] มิชอบเหล้ามงคล แต่ชอบเหล้าอัปมงคล หมายถึง ทำดีด้วยแล้วไม่ชอบ แต่ชอบให้ใช้กำลัง