ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ - เล่มที่ 19 บทที่ 570 เกิดเรื่องไม่คาดฝัน
คิดไม่ถึงเลยว่าคำพูดนี้จะออกมาจากปากของเด็กน้อย
หลินเมิ้งหยายิ่งรู้สึกเอ็นดูเขามากกว่าเดิม กระชับตัวหนูน้อยเข้าหาอ้อมกอด แต่กลับไม่กล้าหาข้ออ้างใดมาหลอกล่อเขาอีก
บางทีการทำเช่นนี้อาจทำให้เขาเจ็บปวด แต่มีเด็กที่เป็นหน่อเนื้อเชื้อกษัตริย์คนใดบ้างมิต้องพบเจอกับความทุกข์ เขาต้องเผชิญหน้ากับสิ่งเหล่านี้จึงจะสามารถต่อสู้กับโลกภายนอกได้
“ดี เช่นนั้นพวกเรามารอวันที่พระสนมเสียนเฟยมารับเจ้าด้วยกันเถิด มานี่สิ ข้าจะแนะนำให้เจ้าได้รู้จัก ท่านนี้คือเถียนมามา นางเป็นแม่นมของข้า ต่อจากนี้ไปให้นางมาดูแลเจ้าดีหรือไม่ ?”
เถียนมามาไม่อาจเก็บซ่อนความรู้สึกชื่นชอบที่มีต่อเด็กคนนี้เอาไว้ได้
ใบหน้าแย้มยิ้มเอ็นดู
“สวัสดีขอรับเถียนมามา”
ส่งเสียงออดอ้อน เด็กคนนี้มีไหวพริบยิ่งนัก
คาดว่าพระสนมเสียนเฟยคงกำชับเขามาอย่างดีแล้วว่าจะต้องเชื่อฟังหลินเมิ้งหยา ดังนั้นเขาจึงเชื่อใจเถียนมามา
“ข้าเป็นเพียงหญิงเฒ่าคนหนึ่ง ต่อจากนี้ไปองค์ชายมาอยู่กับข้าเถิดเจ้าค่ะ”
รับตัวหนูน้อยจากอ้อมอกหลินเมิ้งหยา
เถียนมามาต้อนรับอย่างสนิทสนม ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นแม่นมของหลินเมิ้งหยา ดังนั้นหลงอิงฮวาจึงรู้สึกสนิทชิดเชื้อกับนางอย่างง่ายดาย
สุดท้ายจึงเอื้อมมือไปโอบรอบคอของเถียนมามาอย่างออดอ้อน
ดังนั้นเถียนมามาผู้ที่มีความหวังจะได้อุ้มหลานมานานหลายปีจึงยิ้มกว้าง
ตอนแรกนางอยากเลี้ยงบุตรของคุณหนู แต่เมื่อตอนนี้มีองค์ชายสิบให้เลี้ยงดู นางจึงรู้สึกเหมือนได้รับการชดเชย
“องค์ชายสิบน่ารักเหลือเกิน จากนี้ไปก็จะได้อาศัยอยู่ในตำหนักของพวกเราแล้ว นายหญิงได้โปรดวางใจเถิดเจ้าค่ะ”
กลับมาที่ห้องของตนเอง ป๋ายจียกชานมแก้วหนึ่งให้หลินเมิ้งหยาพร้อมทั้งเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
ป๋ายจื่อมีนิสัยเหมือนเด็ก ยิ่งไปกว่านั้นยังเติบโตมาพร้อมกันกับหลินเมิ้งหยา เหตุเพราะไม่มีเด็กเล็กอยู่ด้วย ดังนั้นนางจึงไม่เคยรับรู้ความรู้สึกของการเป็นพี่
ดังนั้นไม่จำเป็นต้องรอให้หลินเมิ้งหยาสั่ง นางก็รีบตามแม่นมเถียนไปดูแลองค์ชายสิบทันที
“ใช่ แม้เถียนมามาจะมีประสบการณ์ แต่นางก็อายุมากแล้ว เช่นนั้นข้าต้องรบกวนเจ้าและป๋ายซ่าวคอยช่วยดูแล จงจำเอาไว้ พวกเจ้าทั้งสองจะต้องระมัดระวังเรื่องเสื้อผ้าและเครื่องเสวยขององค์ชายให้ดี ห้ามมิให้ใครเข้ามายุ่งเรื่องนี้เป็นอันขาด”
สีหน้าหลินเมิ้งหยาเคร่งขรึม พระสนมเสียนเฟยส่งองค์ชายสิบมาที่นี่ ความสนใจของคนส่วนหนึ่งก็พุ่งเป้ามาหานางเช่นเดียวกัน
หากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นกับองค์ชายสิบในจวนแห่งนี้ เช่นนั้นนางคงทำให้พระสนมเสียนเฟยผิดหวัง
ยิ่งไปกว่านั้นยังอาจส่งผลถึงการใหญ่ที่หลงเทียนอวี้กำลังทำ
“นายหญิงโปรดวางใจ ข้าและป๋ายซ่าวจะระวังให้ดี ไม่ว่ายาพิษชนิดใดก็ไม่มีทางเล็ดลอดเข้ามาในจวนได้เจ้าค่ะ”
แววตาป๋ายจีมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวไร้ซึ่งความหวาดกลัวเหมือนอย่างตอนที่เพิ่งเข้าจวนมาในครั้งแรก
ตอนนี้หลินเมิ้งหยาสามารถมอบหมายงานทั้งหมดให้สาวใช้ดูแลได้แล้ว
กำชับป๋ายจีอีกสองสามคำ ก่อนจะมีคนมารายงานว่าอาหารเย็นตระเตรียมเอาไว้เรียบร้อย
นี่เป็นอาหารมื้อแรกของหลงอิงฮวา หลินเมิ้งหยากำชับโรงครัวเป็นพิเศษว่าให้ตระเตรียมอาหารบำรุงสำหรับเด็ก
แม้แต่หัวไชเท้าและฟักทองยังถูกตัดแต่งเป็นรูปกระต่าย
หลงอิงฮวาเคยเห็นอาหารหน้าตาน่ารักเช่นนี้ไม่บ่อยนัก ดังนั้นจึงดึงดูดความสนใจของเขาได้เป็นอย่างดี
“พี่สาม ขอบคุณท่านและพี่สะใภ้มากที่ให้ข้ามาอยู่ที่นี่ขอรับ”
เด็กน้อยรู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างยิ่ง แต่คำพูดที่เอื้อนเอ่ยออกมาแข็งทื่อมิเป็นธรรมชาติ ราวกับเขาท่องจำมาอย่างไรอย่างนั้น
“อืม เจ้าเป็นน้องชายของข้า ไม่จำเป็นต้องเกรงใจ”
ทางฝั่งหลงเทียนอวี้เองก็แสดงสีหน้าสงบนิ่งและเอ่ยตอบอย่างเป็นทางการ
พวกเขาสองพี่น้องทำให้คนมองอดขำไม่ได้
“เอาล่ะ เอาล่ะ กินข้าวได้”
หลินเมิ้งหยารีบเอ่ยทำลายบรรยากาศ หากยังปล่อยให้พวกเขาสนทนาด้วยท่าทางเช่นนี้ต่อไป เกรงว่านางคงปวดหัวไม่น้อย
เหตุเพราะเป็นองค์ชาย มารยาทบนโต๊ะอาหารของหลงเทียนอวี้และหลงอิงฮวาจึงไร้ข้อบกพร่อง
นอกจากเสียงตะเกียบและชามข้าวแล้วก็แทบไม่มีเสียงอื่นใดอีก
หลงอิงฮวาชื่นชอบลูกชิ้นกุ้งเปรี้ยวหวานที่นางสั่งให้ทำเป็นพิเศษ รสชาติเปรี้ยวหวานทำให้เขารู้สึกอยากอาหาร เนื้อกุ้งเองก็ย่อยง่ายเช่นเดียวกัน
หลินเมิ้งหยามองท่าทางดีใจของเขา
แต่เขากินได้เพียงครึ่งเดียว สีหน้าก็เริ่มบิดเบี้ยว
“ตึง” เสียงดังขึ้น อยู่ๆ ชามข้าวก็ร่วงหล่นลงจากมือ ก่อนที่ร่างของเขาจะล้มลงไปกองกับพื้น
“อิงฮวา !”
หลินเมิ้งหยาตะโกนสุดเสียง นางรีบปล่อยชามข้าวในมือแล้วเข้าไปตรวจอาการ
ใบหน้าของหนูน้อยเริ่มแดง ดวงตาเบิ่งกว้าง มือเล็กจับคอไม่หยุด
หลินเมิ้งหยารู้ได้ในทันทีว่ามีบางอย่างติดคอของเขา ดังนั้นเขาจึงหายใจไม่ออก
“เข้ามา หยิบเข็มเงินมาให้ข้า !”
พลิกร่างหนูน้อยให้นอนตะแคง หลินเมิ้งหยารีบถอดเสื้อผ้าของหลงอิงฮวา
แผ่นหลังสีขาวดุจหิมะแดงก่ำ
แย่แล้ว เขามีอาการแพ้ !
ผื่นแดงเริ่มลุกลาม ไม่นานก็แดงทั่วทั้งร่าง
เหตุเพราะอาการแพ้ หลงอิงฮวาจึงหายใจไม่ออกแล้วหมดสติ
หลินเมิ้งหยารีบอุ่มเขาเข้าไปในห้องยาของตนเอง มือเล็กควานหาเข็มเงินเพื่อช่วยให้เขากลับมาหายใจได้อีกครั้ง จากนั้นจึงรีบต้มยา ป๋ายจีเข้ามาช่วยด้วยอีกแรง
เวลาผ่านไปราวสองชั่วโมง หลังจากการหายใจของหลงอิงฮวากลับมาเป็นปกติ สีหน้าของเขาจึงดีขึ้นมาก
ทว่าเรี่ยวแรงทั้งหมดของเขาหมดไปแล้ว ดังนั้นเถียนมามาจึงอุ้มเขาเอาไว้จนหนูน้อยผล็อยหลับไป
“นายหญิง พวกเราผิดเองที่ไม่ดูแลให้ดี องค์ชายสิบจึงเป็นเช่นนี้”
ป๋ายจีและป๋ายซ่าวคุกเข่าลงตรงหน้าหลินเมิ้งหยา หยาดเหงื่อผุดโทรมกาย
นายหญิงเพิ่งจะกำชับเอาไว้ว่าจะต้องดูแลองค์ชายสิบให้ดี แต่พวกนางกลับปล่อยให้มีข้อบกพร่อง
พอตอนนี้มาหวนนึกดูอีกครั้ง หากมิใช่เพราะนายหญิงรับมือได้อย่างรวดเร็ว เกรงว่า……
“เรื่องนี้ไม่อาจตำหนิพวกเจ้าได้ อิงฮวาไม่ได้โดนวางยา แต่มันคืออาการแพ้ แต่ข้าจำได้ว่าอิงฮวามิได้แพ้อาหารใด พวกเจ้าจงไปตรวจสอบให้ดีว่ามีใครลอบทำอะไรหรือไม่”
ร่างกายของเด็กค่อนข้างอ่อนแอ หากมีคนคิดร้าย เช่นนั้นจะต้องทิ้งร่องรอยเอาไว้อย่างแน่นอน
ป๋ายจีและป๋ายซ่าวรีบออกไปทำตามคำสั่ง หัวใจของหลินเมิ้งหยาเย็นเฉียบ
อิงฮวาเพิ่งมาถึงที่นี่แท้ๆ แต่กลับมีคนอดรนทนไม่ไหวแล้ว
ดูเหมือนจะอยากส่งสาส์นเตือนนางกับพระสนมเสียนเฟยสินะ
วิธีการเช่นนี้โหดเหี้ยมอำมหิตกว่าก่อนมาก !
งานภายนอกมีหลงเทียนอวี้คอยดูแล ไม่นานก็มีข่าวส่งมาว่าแม่ครัวคนหนึ่งหายตัวไป
หลงเทียนอวี้ส่งคนไปค้นหาทันที แต่หลินเมิ้งหยามั่นใจว่าคนผู้นั้นจะต้องหายไปจากโลกใบนี้แล้วแน่นอน
ป๋ายจีและป๋ายซ่าวกลับมาด้วยความเดือดดาล
ทว่าพวกนางกลับมาพร้อมกับห่อยาจากโรงครัว
หลินเมิ้งหยาลองวิเคราะห์ ที่แท้มันคือยาที่ทำให้คนเกิดอาการแพ้อย่างรวดเร็ว
ยาชนิดนี้หากผู้ใหญ่กินเข้าไปจะไม่ได้ส่งผลร้ายแรง อย่างมากก็แค่รู้สึกชาเท่านั้น แต่อิงฮวายังเด็ก ร่างกายของเด็กค่อนข้างอ่อนแอ หากนางรับมือไม่ทัน เกรงว่าเด็กคนนี้คงตายเพราะอาการแพ้ไปแล้ว
“ทำเช่นนี้ได้อย่างไร ! พวกเขาโหดเหี้ยมอำมหิตยิ่งนัก ! องค์ชายสิบยังเป็นเพียงเด็กตัวเล็กๆ คนพวกนี้กลับลงมืออย่างโหดร้าย !”
ป๋ายจื่อส่งเสียงเดือดดาล หัวคิ้วของป๋ายจีและป๋ายซ่าวขมวดแน่น
คิดไม่ถึงเลยว่าพวกนางอุตส่าห์ทำงานหนักมานาน แต่ก็ยังมิวายมีคนแฝงตัวเข้ามาได้
ดูเหมือนภายภาคหน้าพวกนางจำต้องระมัดระวังให้มากกว่านี้
“พวกเจ้าอย่าได้โทษตัวเองไปเลย ข้าคิดว่าที่พวกเขาเลือกลงมือในวันนี้ก็เพราะอิงฮวาเพิ่งมาถึงเป็นวันแรก งานพวกเราเองก็มีมากมาย ดังนั้นจึงเหมาะแก่การลงมือ จากนี้ไปพวกเจ้าจงระมัดระวังให้ดี หัวใจคนเรายากแท้หยั่งถึง เช่นนั้นต้องป้องกันเอาไว้”
ป๋ายจีและป๋ายซ่าวสบตากัน คาดว่าพวกนางคงคิดเห็นเช่นเดียวกัน
นายหญิงพูดถูกแล้ว หัวใจคนเรายากแท้หยั่งถึง
แม้พวกคนรับใช้จะแสดงท่าทีจงรักภักดีต่อนายหญิง แต่หากมีของล่อตาล่อใจ เช่นนั้นจะมั่นใจได้อย่างไรว่าพวกเขาจะไม่แปรพักตร์
“มามา ข้าขอฝากอิงฮวาไว้กับท่านด้วย”
เถียนมามาพยักหน้าลงก่อนจะถอนหายใจ เกรงว่านางคงหวนนึกถึงช่วงเวลาที่ต้องปกป้องหลินเมิ้งหยาและพี่ชายอย่างแน่นอน
มองตามเถียนมามาและป๋ายจีที่อุ้มหลงอิงฮวากลับไปที่ห้อง
หลินเมิ้งหยามองผงยาตรงหน้าก่อนจะดำดิ่งสู่ห้วงความคิด
ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใครเป็นผู้วางยา แต่ตกลงแล้วพระสนมเสียนเฟยกำลังทำอะไรกันแน่ เหตุใดฮองเฮาและไท่จื่อจึงทำร้ายหลงอิงฮวาได้โดยไม่สนใจวิธีการเช่นนี้ ?
สีหน้าเคร่งขรึมลง ในที่สุดหลงเทียนอวี้ก็เดินเข้ามา
คนพวกนั้นบังอาจลงมือภายใต้ขนตาของนาง
ต้าจิ้นแห่งนี้จะยอมปล่อยให้มีคนโหดเหี้ยมอำมหิตเช่นพวกเขาอยู่ได้อย่างไร !
“เกรงว่าคนที่ทำร้ายอิงฮวาจะถูกกำจัดไปแล้ว แม้พวกเราจะเจอหลักฐาน แต่ก็ไม่อาจทำสิ่งใดได้”
หลินเมิ้งหยาเข้าใจความรู้สึกของหลงเทียนอวี้ดี มือเล็กวางลงบนมือหนาที่กำลังกำหมัดแน่น
ดันตัวเขานั่งลงบนเก้าอี้ ก่อนจะนวดฝ่ามือที่กลายเป็นสีแดงของเขา
“นางก็มีศักดิ์เป็นแม่ของอิงฮวา ! เขาเองก็มีศักดิ์เป็นพี่ชายของอิงฮวา ! แม้พระสนมเสียนเฟยจะต้องการขึ้นครองตำแหน่งแทนหมู่เฟยของข้าเพื่อต่อสู้กับนาง แต่นางก็ไม่ควรใช้วิธีเช่นนี้ !”
หลงเทียนอวี้ส่งเสียงเย็น ดวงตาสีดำคมกริบเย็นชาดุจน้ำแข็ง
เมื่อเห็นน้องชายของตนเองเกือบต้องตายไปต่อหน้า เขารู้สึกเดือดดาลเสียยิ่งกว่าตอนที่ตนเองถูกทำร้ายเสียอีก
ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ !
หลินเมิ้งหยาอึ้งงัน เพราะเหตุนี้หลงเทียนอวี้จึงไม่ได้คัดค้านเรื่องการมาอยู่จวนอวี้ของหลงอิงฮวา
อีกทั้งยังกำชับนางให้ดูแลหลงอิงฮวาให้ดี
ทั้งหมดก็เพราะพระสนมเสียนเฟยให้ความร่วมมือกับพวกเขาสองพ่อลูกเพื่อแสดงละครนั่นเอง !