ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ - เล่มที่ 20 บทที่ 572 สูตรยาเก่า
เมื่อถูกลูกศิษย์ของตนเองหยอกเย้า ป๋ายหลี่รุ่ยจึงแกล้งกระแอมไอแม้ใบหน้าจะแดงก่ำแล้วก็ตาม จิ้งจอกน้อยเจ้าเล่ห์อย่างหลินเมิ้งหยายิ้มกว้าง
“เอาล่ะ แค่เห็นว่าท่านสบายดีข้าก็วางใจแล้ว จริงสิ เหตุใดท่านอาจารย์จึงตกหลุมพรางของผู้อื่นได้เล่า ?”
ก่อนหน้านี้นางต้องรีบออกเดินทาง ดังนั้นจึงยังไม่ได้ตามสืบเรื่องบางอย่าง
แต่เมื่อลองนึกทบทวนดูแล้ว ท่านอาจารย์เป็นปรมาจารย์ทางด้านยาพิษ แม้จะอยากเพาะเลี้ยงของสิ่งนั้น แต่ก็ไม่น่าถลำลึกจนไม่รู้ตัว
หากนางรู้ตัวช้ากว่านี้ ท่านอาจารย์จะต้องพบกับความทรมานอย่างแสนสาหัสเป็นแน่
คนที่ศึกษาพิษมาทั้งชีวิต แต่กลับต้องถูกทำลายเพราะยาพิษ เพียงได้ยินแค่นี้ก็รู้สึกว่าช่างเป็นเรื่องน่าขบขันที่สุดในใต้หล้าแล้ว
“อันที่จริงข้าเองก็ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดจึงตกอยู่ในกลอุบายของผู้อื่นได้ จนกระทั่งตอนนี้ข้ายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าของสิ่งนั้นมาอยู่ในห้องข้าได้อย่างไร”
เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ ป๋ายหลี่รุ่ยแสดงสีหน้าสับสนอย่างเห็นได้ชัด
ชิ้นส่วนความทรงจำนั้นถูกทำลายลงไปแล้ว นับตั้งแต่วันที่เขากลับมามีสติอีกครั้ง ไม่ว่าจะคิดเช่นไรก็คิดไม่ออก
หากยังเป็นเช่นนี้ เรื่องที่ผ่านมาคงถูกลบเลือนไปในไม่ช้า
หลินเมิ้งหยาอยากสืบเรื่องนี้ แต่นางรู้ดีว่าต่อให้ร้อนใจไปก็ไม่ได้อะไร
“ช่างเถิด หากท่านจำไม่ได้ก็อย่าเพิ่งทรมานตัวเองเลย การที่พวกเขากล้าลงมือกับท่าน แสดงว่าพวกเขาต้องวางแผนมาอย่างดีแล้ว อีกอย่างก่อนนี้จวนอวี้ย่อมต้องมีคนสอดแนมเข้ามาปะปนอยู่อย่างแน่นอน แต่ตอนนี้จวนอวี้มีการป้องกันอย่างแน่นหนา ดังนั้นท่านย่อมปลอดภัยแล้ว”
หลินเมิ้งหยาปลอบโยนอาจารย์ของตนเอง นางเคยถามหลงเทียนอวี้แล้วว่าเพราะเหตุใดจึงต้องคุมขังป๋ายหลี่รุ่ย อันที่จริงนอกจากต้องการใช้ประโยชน์จากเขาแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือการปกป้องเขา
ไม่รู้ว่าคนด้านนอกนั้นอยากใช้งานปรมาจารย์ด้านยาพิษเช่นเขามากมายเท่าไร
ยิ่งไปกว่านั้นผู้ที่เสนอให้คุมขังเขาเอาไว้ยังเป็นป๋ายหลี่อู๋เฉิน
ทุกวันนี้แม้จะมีคนคอยเฝ้าอยู่ทางด้านนอก แต่หากป๋ายหลี่รุ่ยต้องการ เช่นนั้นเขาสามารถออกไปได้ทุกเมื่อ
ทว่าห้องศิลาแห่งนี้มีทั้งอาหารและน้ำให้ ยิ่งไปกว่านั้นยังเหมาะแก่การศึกษาพิษตามความต้องการของเขา บางทีสถานที่เช่นนี้อาจเหมาะกับเขามากกว่าก็ได้
“ข้าเป็นเพียงตาเฒ่าคนหนึ่ง ความตายหาใช่เรื่องสำคัญอีกต่อไป เมิ้งหยา มือขวาของเจ้ามีปัญหาใช่หรือไม่ ? มานี่เถิด ข้าจะช่วยตรวจอาการให้”
สายตาของป๋ายหลี่รุ่ยหันไปจ้องแขนขวาของหลินเมิ้งหยา
สายตาของอาจารย์คมกริบ ยิ่งไปกว่านั้นนางก็ไม่คิดจะปิดบังเขาเรื่องนี้
ยื่นแขนขวาออกไปเพื่อให้อาจารย์ตรวจอาการ ก่อนจะดึงแขนกลับ
“ใครทำกัน ! ข้าจะไปวางยาพวกเขาทั้งตระกูล !”
สีหน้าของป๋ายหลี่รุ่ยเคร่งขรึมขึ้นกว่าเดิม เขาส่งเสียงเดือดดาลออกมา
แขนขวาของลูกศิษย์แบกความหวังทั้งหมดของเขาเอาไว้ หากแขนขวาของหลินเมิ้งหยาถูกทำลาย เช่นนั้นผู้ได้รับการสืบทอดจากวิชาของเขาคงไม่มีอีกแล้ว
“ถูกลอบโจมตีเจ้าค่ะ แต่หากข้ารู้ว่าเขาเป็นใคร คงมิต้องถึงมือท่านอาจารย์ ข้าจะทำให้เขาทรมานจนอยากตายเลยทีเดียว โชคดีที่ข้าได้รับการรักษาจากผู้อาวุโสฉางเทียนหัวแห่งหอป๋ายเฉา ท่านดูเถิด ตอนนี้มันเริ่มกลับมาดีเหมือนก่อนแล้ว”
หลินเมิ้งหยาโบกมือขวาของตนเองเพื่อแสดงให้เห็นว่าอาการดีขึ้นแล้ว
สีหน้าป๋ายหลี่รุ่ยจึงอ่อนโยนลง แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังหมุนตัวกลับเข้าไปในห้องเก็บยาของตนเอง
เสียงก๊อกแก๊กดังขึ้นภายในอยู่หลายสิบนาที หลินเมิ้งหยาเหลือบเห็นท่านอาจารย์ถือขวดยาจำนวนหนึ่งออกมาวางด้านหน้าของตนเอง
“ท่านอาจารย์ นี่คือ….”
ป๋ายหลี่รุ่ยอธิบายให้นางฟังอย่างไม่ช้าหรือเร็วจนเกินไป
“แม้ข้าจะไม่เคยพบฉางเทียนหัวผู้นั้นมาก่อน แต่ได้ยินมาว่าเขาเป็นหมอแปลกคนหนึ่ง แม้จะสามารถรักษาคนได้ แต่ก็ทำให้คนไข้ทรมานเจียนตายเช่นเดียวกัน ชีพจรที่แขนขวาของเจ้าไม่มีปัญหา เพียงแต่หายค่อนข้างช้าเท่านั้น เจ้าหยุดใช้ยาของตาเฒ่านั้นไปก่อนเถิด ของเหล่านี้สามารถช่วยรักษาอาการที่แขนของเจ้าได้ เจ้านำมันกลับไปประคบก็เพียงพอแล้ว จริงสิ ช่วงนี้เจ้าอย่าออกแรงมากนัก เข้าใจแล้วหรือไม่ ?”
หลินเมิ้งหยาทำได้เพียงกลืนคำพูดลงท้อง ไม่รู้ว่าช่วงนี้เกิดอะไรขึ้นกับหลงเทียนอวี้ เขามักตรวจสอบอาหารการกินของนางทุกวัน
อย่าว่าแต่ถือของหนักเลย แม้แต่ผ้าเช็ดหน้ายังถูกเปลี่ยนให้เป็นผ้าไหมเบาหวิวดั่งสำลี
หากวันนี้นางปฏิเสธท่านอาจารย์แล้วล่ะก็ เกรงว่านางคงไม่อาจอยู่อย่างสงบสุขได้อย่างแน่นอน
“เจ้าค่ะ ศิษย์เข้าใจแล้ว จริงสิท่านอาจารย์ ข้ามีเรื่องหนึ่งอยากขอร้องท่าน ขณะที่ข้าและหลงเทียนอวี้อยู่ในเมืองหลินเทียน พวกข้าถูกลอบทำร้าย เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสจากยาพิษที่ชื่อว่าเซินเซียนซ่าน พิษชนิดนี้รุนแรงยิ่งนัก มือของศิษย์ยังไม่หายดี ดังนั้นจึงอยากขอร้องให้ท่านใช้วิชาควบคุมเข็มรักษาอาการให้กับเขา”
เมื่อได้ยินชื่อยาพิษชนิดใหม่ ดวงตาของป๋ายหลี่รุ่ยเปล่งประกาย
รีบสั่งให้หลินเมิ้งหยาบอกส่วนผสมและสรรพคุณของยาออกมา
แต่หลังจากที่เขาได้ยินจบ หัวคิ้วพลันขมวดมุ่น ก่อนที่จะนิ่งเงียบไป
“ท่านอาจารย์รู้จักยาชนิดนี้หรือ ?”
มองสายตากระสับกระส่ายไม่เป็นธรรมชาติของท่านอาจารย์ หลินเมิ้งหยาจึงเอ่ยถามออกมาอย่างไม่อาจอดกลั้น
แต่กลับได้เห็นรอยยิ้มเชิงขอโทษของป๋ายหลี่รุ่ย จากนั้นจึงได้ยินเสียงอ้ำอึ้งของเขา
“อันที่จริงข้าเป็นคนคิดค้นสูตรยาเซินเซียนซ่านนี้ด้วยตนเองเมื่อสิบห้าปีก่อน หรืออาจเรียกได้ว่าสูตรยาพิษชนิดนี้ถูกดัดแปลงมาจากสูตรยาเก่าของข้า แต่สูตรยาใหม่นี้รุนแรงกว่าสูตรยาของข้าหลายเท่า ตอนนั้นข้าปรุงมันขึ้นมาใช้กับพวกสหายหยิ่งผยองเหล่านั้น ในสูตรยามีสมุนไพรที่สามารถช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้ร่างกายของมนุษย์ แต่สูตรยาใหม่นี้ทิ้งยาสมุนไพรเหล่านั้นไป ซ้ำยังใส่ยาพิษเข้าไปอีกไม่น้อย ดังนั้นจึงไม่อาจถอนพิษได้ง่ายๆ”
ท่านอาจารย์เป็นคนคิดค้นยาเซินเซียนซ่าน ?
ดวงตาหลินเมิ้งหยาเบิกกว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อ
“ท่านอาจารย์เลอะเลือนไปแล้วหรือ ของสิ่งนี้เป็นยาพิษนะเจ้าคะ หากถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลายคงทำลายผู้บริสุทธิ์จำนวนมาก ! ขนาดหลงเทียนอวี้ยังเกือบจะเอาตัวไม่รอด เช่นนั้นราษฎรที่ไม่รู้เรื่องอันใดด้วยเล่า ?”
เมื่อถูกลูกศิษย์ของตนเองตำหนิ ป๋ายหลี่รุ่ยก็ยิ่งรู้สึกผิด
รีบหยักยิ้มก่อนจะอธิบายให้หลินเมิ้งหยาฟัง
“ไม่มีทาง ! สูตรยาของข้าล้วนมีแต่สมุนไพรราคาแพง คนธรรมดาไม่มีทางใช้มันได้ ยิ่งไปกว่านั้นข้าเองก็ไม่ได้เผยแพร่ออกไป แปลกยิ่งนัก ข้าทำลายสูตรยานี้ไปแล้วแท้ๆ เหตุใดจึงยังเล็ดลอดออกไปได้เล่า ?”
แม้จะโกรธแต่ก็ไม่มีประโยชน์ อันที่จริงในสมัยโบราณมีขีดจำกัดด้านเทคโนโลยี ดังนั้นคนส่วนใหญ่จึงไม่รู้จักความอันตรายของยาพิษ
ทว่าในสมัยปัจจุบันยาพิษบางประเภทกลับกลายเป็นที่นิยมอย่างเช่นยาเสพติด
หลินเมิ้งหยาเป็นหมอ ยิ่งไปกว่านั้นยังข้ามภพมาจากยุคปัจจุบัน ดังนั้นนางจึงรังเกียจของที่ทำร้ายมนุษย์เช่นนี้
มีครั้งหนึ่งที่นางได้เห็นพวกคนเสพยาตายอย่างทรมานต่อหน้าต่อตา
ภรรยาของชายคนนั้นผิดหวังเสียใจ จากนั้นจึงพาลูกชายลูกสาวของตนเองกระโดดตึกลงมาจากชั้นยี่สิบ
ภาพอันน่าเวทนาเหล่านั้นทำให้นางกินไม่ได้นอนไม่หลับเป็นเวลาหลายวัน
ดังนั้นเมื่อได้ยินชื่อของสิ่งนี้ ยิ่งไปกว่านั้นยังได้รับรู้ว่าอาจารย์ของตนเองเป็นผู้สร้างมันขึ้นมา นางจึงวู่วามจนเกินไป
“ขออภัยเจ้าค่ะ ข้า…ข้าไม่ได้ตำหนิท่าน เพียงแต่หากท่านไม่ได้เผยแพร่ออกไป เช่นนั้นเหตุใดสูตรยาจึงตกไปอยู่ในมือพวกเขาได้เล่า ?”
ยาพิษส่วนใหญ่มักไหลเวียนไปตามกระแสเลือด แต่ยาเซินเซียนซ่านสูตรนี้คล้ายกับสูตรยาที่ท่านอาจารย์เคยปรุงขึ้นมามาก
ดังนั้นหลินเมิ้งหยาเองก็มีความคิดเห็นเช่นเดียวกับท่านอาจารย์ ยาเซินเซียนซ่านที่ถูกใช้ในปัจจุบันจะต้องเป็นสูตรยาเก่าของท่านอาจารย์อย่างแน่นอน
ขอเพียงรู้ว่าตอนนั้นท่านอาจารย์มอบสูตรยาให้กับใคร บางทีนางอาจหาถ้ำของพวกกลุ่มจู๋หลงเจอก็เป็นได้
“ครั้งนั้นมีเพียงผู้เดียวที่ได้เห็นสูตรยาของข้า แต่คนผู้นั้นตายไปแล้ว ข้าเป็นคนฝังเขาเองกับมือ ดังนั้นข้าคิดว่าเขาคงนำสูตรยาไปให้ผู้อื่นอยู่หลายหน”
แววตาของป๋ายหลี่รุ่ยเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกผิด
นี่เป็นอดีตของท่านอาจารย์ และอาจเป็นบาดแผลในหัวใจของเขา ดังนั้นหลินเมิ้งหยาจึงไม่อยากขุดคุ้ยสิ่งใดขึ้นมาอีก
“ในเมื่อเป็นสูตรยาของท่านอาจารย์ เช่นนั้นท่านอาจารย์สามารถคิดค้นยาถอนพิษได้หรือไม่เจ้าคะ ? อาการเสพติดสามารถใช้กำลังใจในการยืดระยะเวลาออกไปได้ แต่ยาพิษชนิดนี้กำจัดออกไปยากยิ่ง มันสามารถควบคุมคนได้ง่ายเพียงพลิกฝ่ามือ ข้าเกรงว่าจะมีคนใช้ประโยชน์จากมันเจ้าค่ะ”
แม้หลินเมิ้งหยาจะกังวล แต่นางก็มักมีเหตุผลเสมอ
หากยาเซินเซียนซ่านแพร่ระบาดออกไป เกรงว่าบ้านเมืองคงล่มสลาย
นางจำต้องเตรียมการรับมือเอาไว้
ป๋ายหลี่รุ่ยเองก็รู้ถึงความสำคัญของเรื่องนี้ เหตุเพราะความรู้สึกผิดในหัวใจ ดังนั้นเขาจึงพยักหน้ารับคำหลินเมิ้งหยา ก่อนจะเริ่มลงมือหาทางถอนพิษยาเซินเซียนซ่าน
ทว่าหลินเมิ้งหยากลับรั้งเขาเอาไว้
นางยังต้องการคำแนะนำของท่านอาจารย์เกี่ยวกับโรคระบาด
“ว่าอย่างไรนะ ? บนโลกนี้มียาพิษน่าพิศวงเช่นนี้ด้วยหรือ ? ซ้ำยังเกิดที่หยุนโจว ? ไม่ได้การ ไม่ได้การแล้ว !”
หากเอ่ยว่ายาเซินเซียนซ่านทำให้ป๋ายหลี่รุ่ยรู้สึกผิด เช่นนั้นความจริงของการเกิดโรคระบาดในหยุนโจวก็ทำให้ความอดทนของเขาขาดผึง
ทุกสายอาชีพล้วนมีบรรทัดฐานของตนเอง แม้จะเป็นวิชาแพทย์พิษก็ตาม ทุกอย่างล้วนมีข้อจำกัดที่ต้องปฎิบัติตาม
หากใครฝ่าฝืน ผู้นั้นต้องได้รับโทษ !
“ข้าเองก็คิดเช่นนั้น ได้ยินมาว่าตอนนี้พิษชนิดนี้ทำให้หยุนโจวกลายเป็นนรกบนดินไปแล้วเจ้าค่ะ ท่านอาจารย์ ข้าอยากไปดูด้วยตัวเอง หากมีคนทำเรื่องเช่นนี้จริง ข้าจะขุดเขาออกมาให้ได้”
หมอพิษทุกคนล้วนเปรียบเหมือนเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน
อย่างน้อยพวกเขาก็ยังมีบางสิ่งบางอย่างเชื่อมต่อกัน โดยเฉพาะปรมาจารย์ด้านยาพิษอย่างป๋ายหลี่รุ่ย หมอพิษที่มีชื่อเสียงส่วนใหญ่หากมิใช่มิตรสหายก็เป็นศิษย์น้องของเขาทั้งสิ้น
แม้อุปนิสัยของป๋ายหลี่รุ่ยจะแปลกไปบ้าง แต่หัวใจของเขาไม่ได้เย็นชาดุจน้ำแข็ง