ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ - เล่มที่ 20 บทที่ 585 เจตนาร้าย
หรือว่า….
“ความหมายของท่านคือเหตุที่หมอกู่สั่งให้ฝังทารกเหล่านี้ทั้งเป็นก็เพราะ…เพราะต้องการสร้างเถียเจียกู่เพิ่มขึ้น ! แต่ข้ากับอาซิ่วไม่พบร่องรอยของสวีหมีจื่อ หากเขาต้องการนำทางตัวกู่ แล้วเขาจะปลอดภัยได้อย่างไรเมื่อไม่มีสวีหมีจื่อ ?”
หลินเมิ้งหยาสับสนยิ่งนัก ตอนแรกคิดว่าหมอกู่ต้องการทำลายตระกูลใหญ่ในเมืองหยุนโจว
แต่คิดไม่ถึงเลยว่าในร่างของเด็กเหล่านี้จะมีไข่ของตัวเถียเจียกู่ฝังอยู่
นางคิดผิดไปอย่างนั้นหรือ ?
“ฮึ จะต้องมีคนไขความกระจ่างนี้ให้พวกเราได้อย่างแน่นอน ตอนนี้เจ้าจงดูแลทารกเหล่านี้ให้ดี อย่าให้พวกเขาต้องมีอันตราย”
เมื่อเทียบกับหลินเมิ้งหยาที่กำลังกระวนกระวายใจแล้ว ป๋ายหลี่รุ่ยสงบนิ่งกว่ามาก
ครุ่นคิดดูแล้ว คาดว่าเขาคงมีวิธีรับมือ
แม้จะร้อนใจไปก็เท่านั้น เมื่อมีท่านอาจารย์คอยช่วยเหลือ หลินเมิ้งหยาก็รู้สึกเบาใจขึ้นมาก
ดังนั้นสิ่งที่นางควรทำให้ดีที่สุดคือการดูแลเด็กน้อยเหล่านี้ นางจะไม่มีวันปล่อยให้ใครทำร้ายพวกเขาเป็นอันขาด
“พี่ยี่ซิน ขออภัยที่ต้องให้ท่านอยู่ที่นี่”
หลินเมิ้งหยาหันไปทางเซียวยี่ซินที่นั่งอยู่ข้างกายโดยไม่พูดอะไรตลอดเวลา
อันที่จริงเขาควรอยู่ข้างกายหลงเทียนอวี้เพื่อปลอบโยนราษฎรหรือไม่ก็วางกลยุทธ์
แต่คิดไม่ถึงเลยว่าความร้อนใจของนางจะทำให้เซียวยี่ซินต้องอยู่ที่นี่ เขากลายเป็นหนึ่งในบุรุษจำนวนน้อยนิดที่นี่
นอกจากอาซิ่วและนางแล้ว ก็ยังมีผอผอและเหล่ามารดาของเด็กที่ต้องทำงานทุกอย่างกันเอง ส่วนงานหนักที่เหลือต้องมอบให้เป็นหน้าที่ของพวกผู้ชายเหล่านั้น
“ช่วยไม่ได้ ข้ายังไม่ได้ขอบใจเจ้าที่ช่วยสายเลือดสกุลเซียวเอาไว้ ข้าสมควรทำสิ่งเหล่านี้แล้ว”
หากเป็นแต่ก่อน ด้วยความหยิ่งทะนงของเซียวยี่ซิน เขาจะต้องดูแคลนงานเหล่านี้อย่างแน่นอน แต่หลังจากทุกข์ทรมานมากว่าครึ่งปี เขาจึงมองเห็นเป็นเพียงเรื่องธรรมดาไปเสียแล้ว
วันนี้หลินเมิ้งหยาพบโดยไม่ได้ตั้งใจว่าบุรุษใบหน้าหล่อเหลาและมีจิตใจหยิ่งทะนงอย่างเซียวยี่ซินได้เรียนรู้วิธีปรับตัวเข้าหาชาวบ้านธรรมดาแล้ว
กอปรกับท่วงท่าสง่างาม ใบหน้าหล่อเหลาชวนหลงใหลและทัศนคติอันแสนอ่อนโยน เขาเกือบจะได้เป็นวีรบุรุษอันดับหนึ่งของค่ายแห่งนี้
นางคิดไม่ถึงเลยจริงๆ
“เอาล่ะ เจ้าไม่ต้องกังวล หากมีข้าอยู่ เจ้าหมอเจ้าเล่ห์นั่นไม่มีทางวางกลอุบายใดๆ ได้อีก เด็กน้อย เจ้ารีบพักผ่อนเถิด พวกเรากลับ”
ป๋ายหลี่รุ่ยเป็นปรมาจารย์ด้านยาพิษ เกรงว่าเขาไม่ได้เห็นสิ่งเล็กน้อยนี้อยู่ในสายตาเลยด้วยซ้ำ
คาดว่าสิ่งที่เขารังเกียจที่สุดคงเป็นความอำมหิตของคนเหล่านี้
ส่งท่านอาจารย์และเซียวยี่ซินกลับไป หลินเมิ้งหยาและอาซิ่วนอนล้มตัวลงนอนบนเตียงกองฟาง หลังจากยุ่งมาตลอดทั้งวัน แม้ร่างกายของนางจะอ่อนล้า ทว่าจิตใจกลับขุ่นมัว
“ท่านพี่ ท่านกำลังกลัวว่าไข่เหล่านั้นจะทำร้ายเด็กพวกนั้นใช่หรือไม่ ?”
เอียงศีรษะ อาซิ่วหันมามองหลินเมิ้งหยา
“เจ้านี่หนา มักเดาใจข้าออกอยู่เรื่อย เด็กเหล่านั้นไม่รู้เรื่องอันใดด้วย พวกเขามิควรลงมือกับเด็กเช่นนี้ เถียเจียกู่ร้ายแรงยิ่งนัก ดังนั้นข้าย่อมเป็นกังวล”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ อาซิ่วรู้สึกลังเล
ทว่าหลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง นางจึงถามหลินเมิ้งหยาอย่างระมัดระวัง
“เช่นนั้นท่านพี่จะเกลียดคนเลี้ยงตัวกู่หรือไม่ ?”
รูม่านตาหดลงเล็กน้อย ราวกับกลัวว่าหลินเมิ้งหยาจะจับสังเกตได้
นางไม่รู้ตัวเลยว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าหลินเมิ้งหยา อาซิ่วมักมีความคิดอยากเปิดเผยสิ่งที่ตนเองเก็บซ่อนเอาไว้ในใจหลายต่อหลายครั้ง
“ไม่ อันที่จริงตัวกู่ก็เหมือนกับวิชาพิษที่ข้าร่ำเรียน ย่อมไม่มีคำว่าถูกหรือผิด ยกตัวอย่างเช่นท่านอาจารย์ของข้าหรือแม้แต่เจ้า อันที่จริงข้าเองก็รู้ว่าเจ้าเลี้ยงตัวกู่ อย่าตื่นตระหนกไปเลย ข้ารู้อยู่แล้วว่าเจ้ามีตัวกู่และสัตว์พิษติดตัวมากมาย บนโลกใบนี้ไม่มีพิษชนิดใดสามารถบดบังสายตาของข้าไปได้”
หลินเมิ้งหยายิ้มขณะพูดสิ่งที่อาซิ่วกำลังกังวล
ทว่าครู่ต่อมาอาซิ่วกลับมีท่าทางเหมือนคนกำลังว้าวุ่นใจ
“แม้ท่านพี่จะคิดเช่นนี้ แต่คนอื่นเล่า ? ข้าหมายถึงคนสนิทของท่านพี่จะคิดเช่นนี้หรือไม่ ?”
นี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่อาซิ่วเอ่ยถามเช่นนี้
ก่อนนั้นนางเคยเผยออกมาว่าตัวเองอยากเป็นเหมือนหลินเมิ้งหยา
นี่หรือว่าคนที่เด็กคนนี้หลงรักจะเป็นคนรู้จักของนาง ?
หลงเทียนอวี้ ? ไม่สิ เด็กคนนี้ไม่มีท่าทางมีใจให้หลงเทียนอวี้เลยแม้แต่น้อย ซ้ำยังพบหน้ากันไม่บ่อยครั้ง
เซียวยี่ซินก็ไม่น่าใช่ หรือจะเป็นพวกญาติผู้พี่ ?
รายชื่อหลั่งไหลออกมาจากสมองของหลินเมิ้งหยา แต่สุดท้ายนางก็คัดออกทีละคน
ช่างเถิด ในเมื่อนางไม่อยากบอก เช่นนั้นนางจะรอจนกว่าอาซิ่วจะพูดเอง
หากเป็นคนรู้จักของนางจริง เช่นนั้นนางจะจับคู่พวกเขาให้ได้
เช่นนั้นนางควรแก้ปัญหาค้างคาใจของนางก่อน
“เรื่องนี้หรือ…ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกัน เอาล่ะอาซิ่ว วันนี้พวกเราเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว รีบนอนเถิด”
รู้สึกสนใจไม่น้อย แต่สุดท้ายหลินเมิ้งหยากลับวางกลอุบายหลอกล่อเช่นนี้
ดังนั้นความร้อนใจจึงตกอยู่ที่อาซิ่วแล้ว
หรี่ตาลง หูได้ยินเสียงพลิกตัวของนาง แต่นางมิกล้าทำเสียงดังนักเพราะกลัวหลินเมิ้งหยาจะตื่น
ปีศาจร้ายในใจหลินเมิ้งหยาเริ่มตื่นตัวอีกครั้ง
เฮ้อ หลังจากผ่านเรื่องมามากมาย นางยิ่งกลายเป็นคนสุขุมมากขึ้น แต่กลับลืมไปว่าตอนนี้ตนเองเป็นเพียงเด็กสาวอายุไม่ถึงยี่สิบด้วยซ้ำ
แต่เพราะเหตุใดนางจึงรู้สึกว่าตัวเองไม่มีความสุขเหมือนเด็กอายุสิบแปดทั่วไปเลยเล่า ? (<a href=”https://novel-lucky.com/”>อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky</a>)
หยอกล้ออาซิ่วอีกสองสามคำ หลินเมิ้งหยารู้สึกสบายใจไม่น้อย
หวนนึกถึงคำพูดของหลงเทียนอวี้ในวันนั้น
หนึ่งปีแล้ว คิดไม่ถึงเลยว่านางจะข้ามภพมาอยู่ที่นี่ครบหนึ่งปีแล้ว
ทว่าหนึ่งปีที่ผ่านมาพบเจออะไรมากมายเหลือเกิน แม้แต่ชีวิตในชาติก่อนของนางยังไม่เคยพบเจออะไรมากมายขนาดนี้
บางทีนี่อาจเป็นชีวิตที่แท้จริงก็ได้
ส่วนเรื่อง…….
ท่ามกลางความมืด ทว่าใบหน้านวลของนางกลับแดงก่ำ
หากอีกฝ่ายเป็นหลงเทียนอวี้แล้วล่ะก็ เช่นนั้นนางคงไม่รู้สึกรังเกียจ
แสงยามอรุณรุ่งสาดส่อง หลินเมิ้งหยาตื่นขึ้นจากความฝัน
หลังจากได้พักผ่อนมาหนึ่งคืน นางจึงกลับมามีแรงอีกครั้ง
เปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยจากนั้นจึงเดินมาล้างหน้าที่ริมแม่น้ำ ความเย็นของน้ำช่วยไล่ความรู้สึกง่วงงุนที่ยังหลงเหลืออยู่
ฝั่งตรงข้ามเองก็เริ่มทำทำงานกันแล้ว
มีผู้คนออกมาตักน้ำอยู่เนืองๆ เมื่อได้เห็นหลินเมิ้งหยาในชุดผ้าหยาบ พวกเขาต่างพากันชะงัก สุดท้ายจึงพยักหน้าให้นาง
“น้ำเป็นปัจจัยสำคัญ คุณภาพของน้ำที่นี่ไม่เลว ลำบากพวกเจ้าแล้ว”
หลินเมิ้งหยากลัวว่าจะมีคนวางยาในน้ำ ดังนั้นจึงบอกให้ท่านอาจารย์สกัดยาถอนพิษออกมา จากนั้นหลงเทียนอวี้จึงสั่งให้คนแอบไปใส่เอาไว้แล้ว
ทว่าแม่น้ำสายนี้ไม่ใช่แม่น้ำเล็กๆ ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นสายน้ำไหล ดังนั้นจึงไม่มีทางที่จะถูกวางยาได้ง่ายๆ
เมื่อเห็นท่าทางเป็นกันเองของพระชายา พวกเขาจึงอึ้งงัน
หลังจากนั้นจึงเอ่ยถามด้วยความตื่นเต้น
“ขอรับ น้ำที่นี่ดีจริงๆ นำไปหุงข้าวก็หอมยิ่งนัก คือว่า…พระชายา พวกท่านมีคนหุงข้าวหรือไม่ ?”
คนที่มาตักน้ำอายุไม่เกินสี่สิบ แต่กลับมีความซื่อสัตย์
หลินเมิ้งหยาพยักหน้าลง ก่อนจะแย้มยิ้มใจดี
“มี ต้องขอบใจพวกผอผอเหล่านั้น เด็กและผู้ใหญ่ที่นี่ล้วนสบายดี”
หลักจากพวกเขาตักน้ำเสร็จแล้วเช็ดมือก่อนจะสนทนากับหลินเมิ้งหยาต่อ
“ภรรยาของข้าเองก็อยู่ที่นั่น เฮ้อ โชคร้ายยิ่งนัก เด็กๆ เพิ่งจะอายุไม่มาก แต่กลับต้องถูกทำเช่นนั้น หากไม่ใช่เพราะพระชายาล่ะก็ เกรงว่าเด็กเหล่านี้…..”
เมื่อได้ยินคำพูดของเขา หลินเมิ้งหยาก็เข้าใจได้ในทันทีว่าเพราะเหตุใดชายคนนี้จึงออกมาตักน้ำแต่เช้า
เกรงว่าคงอยากเห็นภรรยาของตัวเองกระมัง
“หากวิกฤติผ่านพ้นไปจะต้องพบเจอกับความสุขอย่างแน่นอน อีกอย่างพวกท่านอ๋องเองก็กำลังเร่งช่วยเหลือ ท่านรีบกลับไปเถิด ข้าจะดูแลผอผอที่นี่เอง”
คนตักน้ำรีบพยักหน้าลง ก่อนจะยกถังน้ำกลับเข้าไปในค่าย
หลินเมิ้งหยายันกายลุกขึ้น มองดูกระโจมที่กำลังวุ่นวายตรงหน้า
ดูเหมือนสถานการณ์จะต่างจากที่นางคาดเดาเอาไว้ บางทีหัวใจของคนที่นี่อาจไม่ได้เย็นชาอย่างที่คิด
ทว่าปฏิกิริยาของคนเหล่านั้นเมื่อวานกลับดูเหมือนมีปัญหาบางอย่าง
ดูเหมือนว่านางคงต้องไปพบหมอกู่ทั้งสองด้วยตนเองเสียแล้ว
หมุนตัว หลินเมิ้งหยาเริ่มตรวจสอบคนในกระโจมอีกครั้ง
เมื่อวานเด็กถูกช่วยเอาไว้สี่สิบคน ดังนั้นจึงแบ่งออกเป็นกระโจมละสิบคน
หลินเมิ้งหยากลัวว่าถ่านไฟจะทำร้ายเด็กเหล่านั้น ดังนั้นจึงสั่งให้ทำความร้อนกองฟางก่อนแล้วค่อยนำไปปูเป็นเตียง
ดังนั้นเมื่อนางเดินเข้าไปตรวจดูอาการจึงได้เห็นพวกแม่และเด็กนอนหลับสนิท
ทั้งที่เป็นเพียงกระโจม แต่กลับดูอบอุ่นเสียยิ่งกว่าห้องหับ
“พระ…น้องเมิ้งหยา เหตุใดจึงมาแล้วเล่า ?”
เพียงผ่านประตูเข้ามา พี่สะใภ้ของเซียวยี่ซินก็สังเกตเห็นนาง
นางรู้สึกดีกับหลินเมิ้งหยายิ่งนัก
“ข้ามาตรวจดูเท่านั้น นอนหลับเป็นเช่นไรเจ้าคะ ? สบายดีหรือไม่ ?”
หลินเมิ้งหยาเดินเข้าไปหยุดข้างเตียงของพี่สะใภ้เซียว จากนั้นจึงกระซิบถามสองสามคำ
“สบายดีเจ้าค่ะ ที่นี่ดีกว่าที่บ้านเสียอีก น้ำนมของข้ามีไม่พอ แม่นมของฉีเอ๋อร์ก็ไม่ได้อยู่ที่นี่ หากไม่ได้พี่จูที่อยู่เตียงข้างๆ ฉีเอ๋อร์คงกินไม่อิ่มอย่างแน่นอน”
พี่สะใภ้เซียวเองก็เป็นคุณหนูสูงศักดิ์ แต่กลับไม่มีความเย่อหยิ่งเลยแม้แต่น้อย
หลินเมิ้งหยามองข้างกายนาง หนูน้อยในเปลไม้ไผ่กำลังหลับสนิท
นางอดใจไม่ไหวจึงยื่นมือเข้าไปลูบแก้มของเขา
“น้องเมิ้งหยา เจ้ากับอ๋องอวี้แต่งงานกันราวหนึ่งปีแล้วใช่หรือไม่ เหตุใดจึงยังไม่มีข่าวดีกันเล่า ?”
หลินเมิ้งหยามิได้ถือตัว เหตุเพราะความแน่นแฟ้นของสกุลเซียวและสกุลหลิน ดังนั้นพี่สะใภ้หลินจึงรู้สึกสนิทสนมกับนาง
เมื่อเห็นท่าทางชื่นชอบเด็กของนาง อีกฝ่ายจึงอดถามออกมาไม่ได้
“ข้า ? ยังไม่รีบเจ้าค่ะ”
แม้สีหน้าจะยังคงสงบนิ่ง แต่กลับไม่อาจปกปิดความขวยเขินในใจได้