ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ - เล่มที่ 20 บทที่ 587 พี่น้องสกุลกู่
เมื่อครู่ยังคิดว่าตัวเองเป็นคนไร้ประโยชน์อยู่แท้ๆ ทว่าตอนนี้ใบหน้ากลับแดงก่ำ
ดวงตาทั้งสองถลึงโต ปากอ้ากว้าง จมูกไม่อาจสูดลมหายใจเข้าปอดได้
เหตุเพราะปลายดาบวาววับกำลังจ่อคอของเขาอยู่
“เจ้ากำลังพูดอยู่กับใคร ?”
ดวงตาหลงเทียนอวี้เย็นชา ราวกับคมดาบสามารถปลิดชีวิตอีกฝ่ายได้ทุกเมื่อ
ขณะเดียวกันเจ้าคนไร้ประโยชน์รู้แล้วว่าบุรุษตรงหน้ามิใช่คนมีเมตตาแต่อย่างใด
แต่ไม่ว่าเขาจะออกแรงมากเพียงใดแต่ก็มิสามารถขยับตัวได้
“ข้าถามเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย ที่นี่ไม่ใช่ที่ของเจ้า ชีวิตของเจ้าข้าขอเก็บเอาไว้แล้วกัน”
นิ้วมือบีบแน่น ราวกับว่าเขากำลังออกแรงเพื่อบั่นคออีกฝ่าย
ดวงตาของหมอกู่เบิกกว้าง
เกรงว่าเขาคงมิเคยคาดคิดเลยว่าตนเองจะถูกเฉือนคอเหมือนไก่เช่นนี้
“ช้าก่อน ! ท่านอ๋องอวี้ ได้โปรดหยุดก่อน”
ด้านนอกกระโจมค่าย ร่างพนึ่งพลันวิ่งเข้ามา ท่าทางเร่งร้อนราวกับต้องการช่วยเหลือเจ้าคนไร้ประโยชน์ตรงหน้า
มุมปากหลงเทียนอวี้เหยียดยิ้มเย็น ก่อนจะหันหน้าไปมองชายอีกคน
อีกฝ่ายสวมชุดสีฟ้า รูปร่างสูงเพรียวไปหน่อยสำหรับผู้ชาย
ทว่าใบหน้ากลับหล่อเหลาเหมือนบัณฑิต
น่าเสียดาย เขาทำให้หลงเทียนอวี้มีโทสะแล้ว
“ยั้งมือ ? เจ้ามีสิทธิ์อะไร ?”
หลงเทียนอวี้ยังคงชี้ปลายดาบไปที่คอของเจ้าคนไร้ประโยชน์ สีหน้าของอีกฝ่ายซีดเผือด
ชายชุดสีฟ้าที่เพิ่งวิ่งเข้ามารู้ได้ทันทีว่าศิษย์น้องของตนเข้าไปยุ่งกับคนที่ไม่สมควรแล้ว
ดังนั้นเขาจึงรีบคารวะหลงเทียนอวี้ เพราะเกรงว่าหลงเทียนอวี้จะปลิดชีวิตศิษย์น้องของตนเอง
“ท่านอ๋องได้โปรดลงโทษด้วย ศิษย์น้องของข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น ข้าขอรับโทษนั้นแทนเขาเองขอรับ ท่านอ๋องได้โปรดไว้ชีวิตเขาด้วยเถิด”
ฝ่ายชายกดเสียงต่ำ หลงเทียนอวี้พอจะเดาได้แล้วว่าเขาเป็นใคร
สบถในลำคอ ก่อนจะปล่อยมือ
ทว่าร่างของเจ้าคนไร้ประโยชน์ร่วงลงไปกองกับพื้นแล้ว
“หมอกู่ เจ้ามีความชอบที่ช่วยชีวิตราษฎรเอาไว้ ข้าจะไว้หน้าเจ้าสักครั้ง แต่หากยังมีครั้งหน้า ข้าจะปลิดชีวิตของเขา”
สีหน้าเย็นชาไร้ความอบอุ่น นอกจากหลินเมิ้งหยาแล้ว เขาไม่เคยแสดงความอ่อนโยนกับใคร
ชายชุดฟ้าคือหมอกู่ตัวจริง เขารีบเข้าไปประคองศิษย์น้องของตนเอง
ทว่าเมื่อได้เห็นท่าทางน่าเวทนาของศิษย์น้อง โดยเฉพาะคอที่กลายเป็นสีม่วง หัวใจมีโทสะพลุ่งพล่านอยู่ไม่น้อย
“ข้าน้อยกู่เตี๋ยขอบพระทัยท่านอ๋องมาก แต่ไม่รู้ว่าศิษย์น้องของข้าน้อยทำผิดเรื่องใด เหตุใดท่านอ๋องจึงเดือดดาลเช่นนี้ ?”
หลงเทียนอวี้กลับมานั่งบนเก้าอี้ของตนเอง แม้แต่สายตายังไม่แลมองสองพี่น้องคู่นั้น
เขาไม่จำเป็นต้องอธิบาย
“ฆ่าก็คือฆ่า ไม่มีเหตุผลมากมาย”
ใต้หล้านี้ นอกจากคนผู้นั้น เขาไม่เคยเห็นผู้ใดอยู่ในสายตา
ฉะนั้นไม่ว่าจะเข้าใจผิดหรือไม่ก็สุดแล้วแต่พวกเขา
อยู่ๆ ร่างของกู่เตี๋ยก็แข็งทื่อ เขายืนอึ้งงันอยู่กับที่
แม้แต่เขาเองก็คิดไม่ถึงว่าบุรุษผู้นี้จะโหดเหี้ยมเช่นนี้
กู่เตี๋ยประคองร่างศิษย์น้องของตนเองออกจากกระโจม
“ศิษย์พี่…ท่านต้องแก้แค้นแทนข้า”
ทันทีที่ถึงกระโจมของตนเอง เจ้าคนไร้ประโยชน์เริ่มร้องไห้คร่ำครวญแสดงความน้อยเนื้อต่ำใจ
“แก้แค้นแทนเจ้า ? เจ้าทำเรื่องอะไรลงไปอ๋องอวี้จึงคิดจะสังหารเจ้าเช่นนี้ น้องซิง ก่อนข้าไปเคยบอกเอาไว้ว่าเจ้าจะต้องอยู่อย่างสงบเสงี่ยมที่นี่ อย่าได้ทำเรื่องไม่สมควร ที่นี่มิใช่บ้านของพวกเรา”
หลังจากความโกรธหายไป กู่เตี๋ยย่อมรู้ดีว่าศิษย์น้องของตนเองเป็นคนเช่นไร
มิเช่นนั้นเขาคงไม่รีบพุ่งไปหาอ๋องอวี้ทันทีที่กลับมาถึงเพื่อช่วยชีวิตเขา
กู่ซิงส่งเสียงสะอึกสะอื้น แต่กลับมิกล้าพูดถึงสิ่งที่ตนเองได้กระทำลงไป
ทว่ากู่เตี๋ยมองไม่เห็นดวงตาอันเปี่ยมไปด้วยความเคียดแค้นของเขา
“หลังจากข้าไปเกิดเรื่องอะไรขึ้นบ้าง ? ยาที่พวกเราทำขึ้นได้ผลหรือไม่ ?”
รู้ดีว่าตำหนิไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา กู่เตี๋ยถอนหายใจแล้วนั่งลงไถ่ถามสถานการณ์
เมื่อเห็นว่าศิษย์พี่ไม่เอ่ยถามแล้ว กู่ซิงจึงแย้มยิ้มพร้อมทั้งส่งเสียงโอ้อวด
“ทักษะทางการแพทย์ของท่านเก่งกาจกว่าใครในใต้หล้า แน่นอนว่ายาเหล่านั้นสามารถรักษาอาการป่วยได้ ยิ่งไปกว่านั้นพวกเราใกล้จะรวยแล้วขอรับ”
“รวย ? รวยอะไรกัน ? ก่อนพวกเราออกจากบ้านมา ท่านพ่อสั่งเอาไว้ว่าโรคระบาดในคราวนี้รับมือยากยิ่ง พวกเราห้ามหาผลประโยชน์เป็นอันขาด เจ้าอย่าได้ทำสิ่งใดลับหลังท่านพ่อเชียว มิเช่นนั้นเขาจะต้องมิปล่อยเจ้าเอาไว้แน่”
กู่เตี๋ยรีบร้องขัดน้องชายแต่ถึงกระนั้นก็ยังหมุนตัวไปทำแผลให้เขา
ทว่ากู่ซิงกลับเบ้ปาก ราวกับมิพอใจท่านพ่อคนที่กู่เตี๋ยพูดถึงอย่างไรอย่างนั้น (<a href=”https://novel-lucky.com/”>อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky</a>)
ทว่าเขามิกล้าพูดสิ่งใดออกมา
“ศิษย์พี่โปรดวางใจ ข้าจะกล้าหักหลังท่านพ่อได้อย่างไร แต่ยาของพวกเราช่วยชีวิตคนเอาไว้มาก ดังนั้นพวกเขาจึงอยากแสดงน้ำใจต่อพวกเราเท่านั้น ศิษย์พี่ ท่านดูเถิด ของที่ได้รับมาสามารถทำให้พวกเราอยู่อย่างสุขสบายไปอีกครึ่งปี”
กู่ซิงส่งเสียงภาคภูมิใจ ราวกับเขาพึงพอใจสถานการณ์ในเวลานี้มาก
ตอนแรกกู่เตี๋ยมิทันสังเกต ทว่าตอนนี้เขาหันหน้าไปกวาดสายตาดูบริเวณรอบๆ
จากนั้นจึงพบว่าก่อนเขาไปจากที่นี่ กระโจมแห่งนี้ยังคงว่างเปล่า ทว่าตอนนี้กลับมีสิ่งของคลาคล่ำ
หัวคิ้วขมวดเข้าหากัน วางยาในมือลง ก่อนจะหันไปจ้องกู่ซิง
“ใครเป็นคนส่งของเหล่านี้มา ? เหตุใดเจ้าจึงรับเอาไว้ ? เจ้าเองก็รู้กฎของสำนักพวกเรามิใช่หรือ”
กู่ซิงกลับแสดงสีหน้าใสซื่อก่อนจะเอ่ย
“ข้าไม่ได้ลืม แต่พวกเขาต้องการมอบของเหล่านี้มาเป็นสินน้ำใจ หากไม่เก็บเอาไว้พวกเขาจะไม่กินยา ยิ่งไปกว่านั้นที่ตั้งสำนักเราเองก็ได้รับจากคนที่ท่านอาจารย์ปู่ช่วยชีวิตเอาไว้มิใช่หรือ วางใจเถิด สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสินน้ำใจทั้งนั้น แม้ท่านอาจารย์จะรู้ก็คงไม่ตำหนิข้า”
กู่เตี๋ยยังคงรู้สึกอึดอัดใจ แต่เพราะถูกกู่ซิงโน้มน้าว ความอึดอัดจึงหายไป
แม้กฎของสำนักจะประกาศชัดเจนว่าห้ามมิให้รับของจากผู้ป่วย
แต่หากเป็นไปตามที่กู่ซิงเล่า หากพวกเขาไม่รับเอาไว้ เช่นนั้นทำเป็นการทำลายน้ำใจของคนไข้เหล่านั้น
แต่ของเหล่านี้ไม่แพงไปหน่อยหรือ ?
หากเขานำไปเปลี่ยนเป็นเงินได้ เช่นนั้นเขาอยากนำมาช่วยผู้อพยพเหล่านั้น
“เอาล่ะ เช่นนั้นพวกเราก็รับเอาไว้เถิด ข้าทำแผลให้เจ้าแล้ว จากนี้ไปอย่าไปยั่วอารมณ์ท่านอ๋องผู้นั้นอีก ข้าได้ยินมาว่าเขาไม่ใช่คนธรรมดาเลย”
กู่ซิงบ่นพึมพำ คาดว่าเขาคงกำลังก่นด่าหลงเทียนอวี้
ทว่ากู่เตี๋ยกลับรู้สึกว่าอ๋องอวี้ช่างอำมหิตยิ่งนัก
แม้กู่ซิงจะทำผิด แต่ก็ควรส่งตัวมาให้เขาลงโทษมิใช่หรือ
หากเขาไปไม่ทันเวลา ป่านนี้กู่ซิงคงตายไปด้วยน้ำมือของท่านอ๋องแล้ว
หรือเหตุที่เขาผยองเช่นนี้จะเป็นเพราะตนเองมีฐานะเป็นองค์ชายของต้าจิ้นแห่งนี้ ?
สำนักของเขามิใช่ว่าใครจะมารังแกได้ง่ายๆ
หลงเทียนอวี้ที่อยู่ในกระโจมไม่ได้สนใจว่าใครจะโกรธเกลียดเขาหรือไม่
ขณะนี้ข้อมูลประวัติของสองพี่น้องสกุลกู่อยู่ในมือของเขาแล้ว
เปิดผนึกออก ทว่าด้านในมีเพียงไม่กี่ประโยคเท่านั้น
เนื้อหามีเพียงพวกเขาปรากฏตัวขึ้นเมื่อสองเดือนก่อน ทว่าสามารถศึกษาโรคระบาดและสกัดยารักษาออกมาได้
แต่กลับไม่อาจสืบได้ว่าพวกเขามีที่มาที่ไปเช่นไร
ดูเหมือนชื่อของพวกเขาจะมิใช่ชื่อจริง
พวกเขาต้องใช้ชื่อปลอมอย่างแน่นอน ตกลงพวกเขาเป็นใครกันแน่ ?
หากไม่ตรวจสอบให้ชัดเจนคงไม่ได้การ
หลงเทียนอวี้ขยับปากเปล่งเสียง
“เย่ จงไปสืบเรื่องของพวกเขาทั้งสอง”
“พ่ะย่ะค่ะ”
เข้ามาโดยไร้เสียง จากไปโดยไร้เงา
ไม่มีใครรู้เลยว่าข้างกายของหลงเทียนอวี้มีคนซ่อนตัวเพื่อคอยรับใช้อยู่กี่คน
ขอเพียงพวกเขาได้รับคำสั่ง ไม่ว่าสิ่งใดในใต้หล้าก็ล้วนมิใช่ความลับ
หลงเทียนอวี้สะบัดมือ จดหมายที่ไม่มีสิ่งใดอยู่ในนั้นถูกเผาเป็นจุณ
หากพวกเขาทั้งสองเกี่ยวข้องกับโรคระบาดจริง เช่นนั้นหลงเทียนอวี้จะทำให้พวกเขารู้ว่านรกบนดินเป็นเช่นไร
หลินเมิ้งหยานั่งอยู่ริมแม่น้ำ แกว่งผักลงในน้ำเพื่อล้าง
นางออกตรวจอาการสามเวลาทุกวัน อีกทั้งยังอยู่เป็นเพื่อนคุยกับแม่ๆ เหล่านั้น สถานการณ์จึงดีขึ้นมาก
อีกทั้งนางยังช่วยพวกผอผอตระเตรียมอาหารสดใหม่และเสื้อผ้าของทารกเหล่านั้นอีกด้วย
แม้จะยุ่งแต่เรียบง่าย ดูเหมือนนางจะค้นพบความน่าสนใจใหม่แล้ว
มีเพียงคนที่เคยผ่านเรื่องเลวร้ายมาเท่านั้นจึงจะรู้ว่าชีวิตเงียบสงบล้ำค่ามากเพียงไหน
นางอยากลับไปใช้ชีวิตที่ได้ติดตามอาจารย์เข้าห้องวิจัยอีกครั้งเหลือเกิน
ทว่าชีวิตของนางมักอยู่ในวังวนแห่งกลอุบาย แม้ว่าที่นี่จะมีเพียงสตรีและเด็กก็ตาม
“แย่แล้ว ฮูหยิน ท่านรีบไปดูหน่อยเถิดเจ้าค่ะ มีผู้หญิงในกระโจมคิดจะฆ่าลูกตัวเอง !”
ทันทีที่เก็บผักขึ้นจากน้ำ เสียงแผดร้องของจ้าวผอผอพลันดังขึ้นที่ด้านหลัง
หลินเมิ้งหยาหันหลังไปมอง ก่อนจะได้เห็นจ้าวผอผอที่กำลังวิ่งมาหาตนเอง
คว้าข้อมือของหลินเมิ้งหยาพาวิ่งเข้าไปในกระโจม
“ช้าหน่อย เดี๋ยวจะล้มเจ้าค่ะ เกิดอะไรขึ้น ? เมื่อครู่ยังดีๆ อยู่เลยมิใช่หรือ ?”
ทว่าจ้าวผอผอยังคงวิ่งไม่หยุด นางทั้งวิ่งทั้งส่งเสียงอธิบาย
“บ้าไปแล้วเจ้าค่ะ มีแม่นางคนหนึ่งเสียสติไปแล้ว นางคิดจะฆ่าลูกของตัวเอง”