ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ - เล่มที่ 20 บทที่ 588 วิชาเข็มปีศาจ
เมื่อถูกจ้าวผอผอพาวิ่ง หลินเมิ้งหยาจึงไม่ได้เอ่ยถามสิ่งใด
เพียงพริบตาเดียวพวกนางก็มาถึงกระโจม
เพียงผ่านประตูเข้ามาก็ได้ยินเสียงตะโกน
หลินเมิ้งหยาสูดลมหายใจเข้าปอด ก่อนจะได้เห็นหญิงสาวร่างบางผมเผ้ายุ่งเหยิงคนหนึ่งถูกกดอยู่บนเตียง
เตียงนอนยับยู่ยี่ โชคดีที่ตะกร้าใส่เด็กถูกยกไปหมดแล้ว
หลินเมิ้งหยากวาดตามองก่อนจะเดินเข้าไป
“โอ๊ย…”
เสียงกรีดร้องราวกับหัวใจกำลังฉีกขาดดังขึ้น
ไม่รู้ว่านางไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหน ขนาดผอจื่อสามคนและผู้หญิงร่างกำยำอีกสี่ห้าคนยังกดนางเอาไว้ไม่อยู่
นางพยายามออกแรงดิ้นจนเกือบหลุดออกจากการเกาะกุม
“ปล่อยนาง ข้าอยากดูหน่อย”
หลินเมิ้งหยาเอ่ยเสียงสูง พร้อมกันนั้นพวกผู้หญิงในกระโจมต่างพากันแยกย้ายไปคนละทิศละทาง
อยู่ๆ หญิงสาวที่ถูกกดตัวก็ผุดลุกขึ้น
หันมาจ้องหลินเมิ้งหยาด้วยดวงตาแดงก่ำ ใบหน้างดงามบิดเบี้ยว
ทว่าหลินเมิ้งหยาไม่รู้ว่าตนเองไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหน นางเข้าไปคว้าแขนของหญิงคนนั้น ไม่ว่าอีกฝ่ายสะบัดอย่างไรก็ไม่หลุด
ไม่รู้ว่านางมองเห็นสิ่งใด มือเล็กจึงฟาดเข้าที่ท้ายทอยของผู้หญิงคนนั้น
หญิงเสียสติจึงตาเหลือกขึ้นก่อนจะสงบลง
“นี่…โชคดีเหลือเกินที่ท่านมาทันเวลา มิเช่นนั้นพวกข้าคงตกใจตายไปแล้ว”
พวกผู้หญิงที่กำลังยุ่งอยู่ข้างๆ ถอนหายใจ
ยังไม่ต้องพูดเรื่องอื่น หากยังปล่อยให้แม่นางคนนั้นคลุ้มคลั่งต่อไป บางทีเด็กๆ อาจจะถูกทำร้ายก็เป็นได้
ทว่าหัวคิ้วพลินเมิ้งหยาขมวดมุ่น นางช่วยขยับร่างของแม่นางคนนั้นก่อนจะเอ่ยถามทุกคน
“เรื่องเป็นเช่นนี้ เมื่อครู่พวกเรากำลังคุยเล่นกันอยู่ อยู่ๆ น้องสาวคนนี้ก็เอ่ยว่าไม่สบาย พวกเราถามว่านางเป็นอะไร แต่นางกลับบอกไม่ถูก แต่หลังจากนั้นไม่นานนางก็เกิดอาการคลุ้มคลั่ง ยิ่งไปกว่านั้นยังคิดจะฆ่าลูกของตนเองให้ตาย หากไม่ได้พวกพี่ๆ เหล่านี้ช่วยเด็กออกมาทัน เกรงว่าคงเกิดเรื่องน่าอดสูเป็นแน่”
พี่สะใภ้เซียวดึงสติกลับมาได้แล้ว ดังนั้นจึงเอ่ยออกมาพร้อมทั้งตบหน้าอกตนเอง
ทว่าหลินเมิ้งหยาจับใจความบางอย่างได้
“ทุกคนออกไปจากที่นี่ก่อนเถิดเจ้าค่ะ อาซิ่ว เจ้าจงไปดูแลความเรียบร้อย พี่สะใภ้เซียว ท่านมาช่วยข้าสักหน่อยได้หรือไม่ ?”
เรื่องเมื่อครู่ทำให้ทุกคนหวาดผวา
แต่เพราะหลินเมิ้งหยาอยู่ที่นี่ พวกนางอยู่ต่อไปก็ไม่เกิดประโยชน์
ภายในกระโจมกว้าง ไม่นานก็เหลือเพียงพวกนางสามคน
เท่าที่ฟังจากคำพูดของพี่สะใภ้เซียว ผู้หญิงเสียสติคนนี้บอกว่าตนเองไม่สบาย จากนั้นจึงเกิดอาการคลั่งขึ้นมา
ยิ่งไปกว่านั้นสิ่งที่ทำให้หลินเมิ้งหยาสนใจคือเพราะเหตุใดหญิงสาวที่กล้าหมอบกับพื้นเพื่อขอให้ปล่อยลูกของตนเองไป อยู่ๆ จึงคิดทำร้ายลูกของตนเองเล่า ?
หญิงสาวคนนั้นถูกหลินเมิ้งหยาตีท้ายทอยจนสลบไปแล้ว
ทว่าสีหน้าของนางเมื่อครู่บิดเบี้ยวเสียสติอย่างน่ากลัว
หลินเมิ้งหยารับผ้าจากมือพี่สะใภ้เซียวแล้วเช็ดลงบนใบหน้าหญิงสาวคนนั้น
นางพบว่าสีหน้าของอีกฝ่ายขาวซีดผิดปกติ
“เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ พี่สะใภ้เซียว ท่านช่วยไปตามอาจารย์มาพบข้าได้หรือไม่ ?”
หลินเมิ้งหยาตรวจชีพจรของนาง สายตาพลันเคร่งขรึม
พี่สะใภ้เซียวมิกล้าร่ำรี้ร่ำไร นางวิ่งออกไปในทันที
ไม่นานป๋ายหลี่รุ่ยก็รีบเข้ามายืนข้างกายศิษย์ของตนเอง
“เกิดอะไรขึ้น ?”
ปกติแล้วท่านอาจารย์ไม่มีทางเข้ามาที่นี่ง่ายๆ
เหตุเพราะที่นี่มีผู้หญิงมากมาย ฉะนั้นเขาควรจะหลีกเลี่ยง
ทว่าหลินเมิ้งหยากลับตามตัวเขาเข้ามา เช่นนั้นจะต้องเกิดเรื่องอะไรขึ้นอย่างแน่นอน
เมื่อเห็นหญิงสาวบนเตียง ป๋ายหลี่รุ่ยก็เข้าใจในทันที
“พี่สะใภ้เซียว ท่านช่วยข้าดูต้นทางหน่อยเถิด อย่าให้ใครเข้ามาได้”
พี่สะใภ้เซียวรีบทำตามทันที แม้จะไม่รู้ว่าเพื่อนร่วมกระโจมของตนเองเป็นอะไร แต่เมื่อเห็นสีหน้าเคร่งขรึมของหลินเมิ้งหยา นางย่อมรับรู้ได้ได้ถึงความร้ายแรง
ป๋ายหลี่รุ่ยเดินไปยืนข้างเตียง หัวคิ้วขมวดมุ่น
“มั่นใจหรือ ?”
หลินเมิ้งหยาพยักหน้าลง จากนั้นจึงชี้ไปที่ตำแหน่งบนศีรษะของนาง
“วิชาเข็มปีศาจ เมื่อครู่ข้าลองตรวจดูแล้ว ไม่มากแต่ก็ไม่น้อย ท่านอาจารย์ยังพอช่วยได้หรือไม่ ?”
เมื่อครั้นป๋ายหลี่รุ่ยสอนวิชาควบคุมเข็มให้กับหลินเมิ้งหยา เขายังสอนอีกเคล็ดลับวิชาให้ด้วย (<a href=”https://novel-lucky.com/”>อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky</a>)
ยิ่งไปกว่านั้นวิชานี้มิใช่เพียงเพื่อรักษาอาการป่วยเทานั้น แต่ยังสามารถใช้สังหารคนได้อีกด้วย
วิชาเข็มปีศาจต้องนำเข็มดองเหล้าสามวัน จากนั้นจึงปักลงไปบนศีรษะ
ใช้การฝังเข็มที่ค่อนข้างพิเศษ จากนั้นไม่นานคนที่ถูกฝังเข็มจะคลุ้มคลั่งเสียสติจนตาย
เท่าที่ฟังจากคำบอกเล่าของพี่สะใภ้เซียว ผู้หญิงคนนี้จะต้องเสียสติเพราะทนความเจ็บปวดจากการโดนฝังเข็มไม่ไหว
แต่การใช้วิชาเข็มปีศาจต้องมีความแม่นยำ หากไม่รู้ว่าเข็มต่อไปต้องฝังลงบนจุดไหน การดึงออกอย่างสุ่มสี่สุ่มห้าอาจทำลายชีวิตบริสุทธิ์ได้ในพริบตา
ยิ่งไปกว่านั้นผู้หญิงคนนี้ยังมีลูก หากลูกต้องพรากจากแม่ เช่นนั้นเด็กน้อยจะน่าสงสารมากเพียงใด
ดังนั้นนางจึงต้องเชิญท่านอาจารย์มาร่วมกันหาวิธีแก้
“ไม่ได้ หากหาตัวผู้ใช้วิชานี้ไม่เจอ แม้จะดึงเข็มออกมาได้ แต่นางก็ไม่อาจมีชีวิตต่อไปได้อีก แต่การฝังเข็มเช่นนี้ นอกจากพวกเราสกุลป๋ายหลี่แล้วก็ไม่มีใครรู้อีก”
หัวคิ้วป๋ายหลี่รุ่ยขมวดแน่น ในเมื่อสถานการณ์ตรงหน้าเป็นเช่นนี้ เช่นนั้นเขาคงไม่อาจเพิกเฉยได้อีกต่อไป
อย่าคิดว่าเป็นเพียงเข็มสามเล่มเท่านั้น หากเข็มยังอยู่ในมือแล้วล่ะก็ ไม่ว่าอะไรก็ย่อมเกิดขึ้นได้
“หากเป็นเช่นนั้น ท่านอาจารย์ ข้าคิดว่าพวกเรามักทำอะไรเหมือนกันใช่หรือไม่ ?”
หลินเมิ้งหยามีแผนบางอย่างในใจ
ในเมื่อท่านอาจารย์เอ่ยว่ามีเพียงพวกเขาเท่านั้นที่ใช้วิชานี้
เช่นนั้นการที่มันปรากฏขึ้นที่นี่นั่นเท่ากับว่าอาจมีคนต้องการใส่ร้ายนางหรืออาจารย์
“เจ้ากำลังบอกว่า…อาจเป็นไปได้ เหตุเพราะข้าเองก็เคยรักษาผู้อื่น บางทีอาจมีคนจำได้”
ป๋ายหลี่รุ่ยไตร่ตรองก่อนจะพยักหน้าลง
หากเป็นอย่างที่นางพูด เช่นนั้นก็ยังมีทางช่วยหญิงผู้นี้
“เช่นนั้นท่านอาจารย์ลองดูเถิดเจ้าค่ะ อาจสามารถพลิกชีวิตม้าที่ตายแล้วให้กลับมาหายใจได้ก็ได้”
หลินเมิ้งหยาคิดว่าอีกฝ่ายต้องการใส่ร้ายจริง เช่นนั้นคนผู้นั้นต้องใช้วิธีการที่เหมือนกันกับท่านอาจารย์
ทว่านางมีลางสังหรณ์บางอย่าง เกรงว่าเรื่องนี้อาจไม่ง่ายอย่างที่คิด
ป๋ายหลี่รุ่ยเห็นด้วยกับนาง เขายื่นมือเข้าไปลูบศีรษะของผู้หญิงคนนั้น
จับเข็มที่กระหม่อม จากนั้นจึงหมุนสี่รอบแล้วดึงออกมาอย่างรวดเร็ว
เป็นไปตามคาด นางไม่มีอาการชักกระตุก ซ้ำหัวคิ้วยังคลายออกจากกัน
หลินเมิ้งหยาถอนหายใจ โชคดีที่นางเดาถูก
ส่วนอีกสองเข็มที่เหลือท่านอาจารย์ใช้วิธีตามหลักวิชาของตนเองในการดึงออก
ลมหายใจของนางกลับมาสมดุลดังเดิม หลินเมิ้งหยารีบจับข้อมือของนาง โชคดีที่ช่วยชีวิตของนางเอาไว้ได้
“เจ้าเดาถูกแล้ว แต่เจ้าต้องระวังคนที่ใช้วิชานี้เป็นให้ดี คนผู้นี้ไม่เพียงใช้วิชาของข้าเป็น แต่ยังสามารถหลบเลี่ยงสายตาของเจ้าได้ เขาจะต้องมีจิตใจล้ำลึกอย่างแน่นอน หากมีคนเช่นนี้ปะปนเข้ามา พวกเราต้องระวังให้มากขึ้น”
ป๋ายหลี่รุ่ยเก็บเข็มทั้งสามเล่มเอาไว้ หลังจากกำชับหลินเมิ้งหยาอีกสองสามคำจึงเดินออกไป
ด้านนอกเริ่มมีคนสงสัยเรื่องที่เกิดขึ้นภายในแล้ว
ทว่าเรื่องนี้ถูกแก้ไขเรียบร้อย ดังนั้นนางจึงบอกให้ทุกคนไปพักผ่อน
หมุนตัวเดินออกไป แสงประกายบางอย่างผุดขึ้นในดวงตาของหลินเมิ้งหยา…
ตอนนี้ทุกอย่างคลี่คลายแล้ว
หลินเมิ้งหยาอธิบายให้พวกแม่ของเด็กทารกฟังว่าเพราะความตื่นตระหนกจึงเกิดเหตุการณ์เช่นนี้
ขอเพียงรักษาตัวให้ดีย่อมไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น
คำอธิบายของนางย่อมมีเหตุผล ดังนั้นจึงไม่มีใครทัดทาน
หลินเมิ้งหยาย้ายตัวผู้หญิงคนนั้นไปอยู่ในกระโจมเพียงคนเดียว ดังนั้นเรื่องนี้จึงจบลงไปได้ด้วยดี
ยังไม่ทันจะถึงเวลาอาหารเย็น อาซิ่วก็รีบวิ่งเข้ามาบอกว่าผู้หญิงคนนั้นฟื้นแล้ว
“โอ้ ? เร็วยิ่งนัก ไปเถิด พวกเราไปดูกัน จ้าวผอผอ รบกวนท่านช้วยต้มโจ๊กไก่ให้ข้าด้วย”
คิดไม่ถึงเลยว่าจะฟื้นอย่างรวดเร็วเช่นนี้
หลินเมิ้งหยายังคงรู้สึกเป็นกังวล เหตุเพราะผู้หญิงคนนี้อาจต้องทรมานอีกราวสามวัน แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือนางเป็นผู้หญิงที่เพิ่งจะคลอดไม่ถึงครึ่งปี
ผลปรากฏว่าเมื่อเดินเข้าไปถึง นางก็ได้เห็นอีกฝ่ายกำลังร้องไห้สะอึกสะอื้น ใบหน้ายังคงขาวซีด
“อย่าร้องไห้เลย เดี๋ยวจะเจ็บตาได้”
หลินเมิ้งหยานั่งลงข้างเตียง หยิบผ้าเช็ดหน้าของตนเองออกมาเช็ดน้ำตาให้นาง
“ข้าน้อยอู๋หวังขอบพระทัยพระชายาที่ช่วยชีวิตเอาไว้เจ้าค่ะ”
แม่นางอู๋หวังเอ่ย นางอยากลงไปโขกคำนับหลินเมิ้งหยา ทว่าหลินเมิ้งหยาและอาซิ่วต่างร้องห้ามเอาไว้
“อย่าทำเช่นนี้เลย แม่นางอู๋ ข้ารู้ว่าเจ้าเองก็ไม่อยากทำเช่นนี้ เป็นอย่างไรบ้าง ? รู้สึกดีขึ้นแล้วหรือไม่ ?”
แม่นางอู๋ผู้นี้น่าสงสารยิ่งนัก นางร้องไห้พร้อมทั้งเอ่ยขอโทษลูกและสามีที่พยายามช่วยตนเองเอาไว้
หลินเมิ้งหยาทำอะไรไม่ได้นอกจากปล่อยให้อาซิ่วปลอบโยนนาง จากนั้นเสียงร้องไห้จึงสงบลง