ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ - เล่มที่ 20 บทที่ 591 ป้ายความผิด
ฉะนั้นนางย่อมไม่สนใจข่าวลือเช่นนี้
แต่การที่แพร่กระจายข่าวลือเช่นนี้ออกไป เกรงว่าอีกฝ่ายคงคิดปกปิดความจริง
“วันนี้พวกเราแสดงละครได้อย่างสมจริงยิ่งนัก เหตุที่ขอให้เจ้าและท่านอาจารย์อยู่ที่นี่ก็เพราะไม่อยากให้ผู้อื่นมีโอกาส เจ้ารอดูก่อนเถิด อีกเดี๋ยวย่อมต้องมีคนมาเผยตัวคนร้าย”
หนูน้อยพ่นน้ำลายเล่น เขาขดตัวอยู่ในอ้อมกอดของหลินเมิ้งหยาแล้วเข้าสู่ห้วงนิทรา
หลินเมิ้งหยาตบหลังเขาเบาๆ และปล่อยให้หนูน้อยนอนพักผ่อนอยู่ในวงแขนเสมือนเปลโยกของตนเอง
หลังจากนางวางร่างของหนูน้อยที่กำลังหลับสนิทลงเพียงครู่เดียว ใบหน้าตื่นตระหนกพลันโผล่พรวดขึ้นที่หน้าประตูกระโจม
หลินเมิ้งหยาชำเลืองมองผู้มาเยือน สายตาเย็นชาระคนเดือดดาลอยู่สามส่วน
ผู้มาเยือนยิ่งรู้สึกลังเลใจ ไม่รู้ว่าตนเองควรเข้าไปหรือออกไปดี
“มีอะไรหรือ ?”
แม้สีหน้าจะไม่น่ามองนัก ทว่าหลินเมิ้งหยายังคงรักษามารยาทขั้นพื้นฐานเอาไว้
แม้ว่าในสายตาผู้อื่นจะรู้สึกว่าความอดทนของนางกำลังจะหมดลงเต็มที
“พระชายา อันที่จริง….วันนั้นข้าได้เห็นอะไรบางอย่าง…เกี่ยวกับ…แม่นางอู๋หวัง”
อีกฝ่ายกระสับกระส่ายอ้ำอึ้ง เหตุเพราะเกรงว่าพระชายาซึ่งกำลังอารมณ์ไม่ดีนักจะบันดาลโทสะใส่ตนเอง
“เจ้าเห็น ?”
หมุนตัวกลับมา หลินเมิ้งหยามองใบหน้าของสตรีแปลกหน้า
“ทูลพระชายา เวลาเช้าของวันนั้นข้าเห็นเงาของใครบางคนผลุบออกจากกระโจมแล้วเดินหายไปอย่างลับๆ เจ้าค่ะ ต่อมาข้าลองคำนวณเวลาดูแล้ว บังเอิญเป็นช่วงเวลาที่แม่นางอู๋หวังป่วยขึ้นมาพอดี ข้ายิ่งคิดก็ยิ่งกลัว ดังนั้นจึงรีบมาบอกเหนียงเหนียงเจ้าค่ะ”
สีหน้าหลินเมิ้งหยาเคร่งขรึมไม่น่ามอง ราวกับเดาคำพูดของอีกฝ่ายได้ตั้งแต่ก่อนหน้านั้นแล้ว
“โอ้ ? ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ เช่นนั้นเจ้าจงพูดความจริงทั้งหมดออกมาเถิด หากคิดปกปิดแม้เพียงเสี้ยวเดียว ข้าจักไม่เกรงใจ”
ในสายตาของทุกคน หลินเมิ้งหยาเป็นเพียงหญิงสาวจิตโจโอบอ้อมอารี แต่เมื่อใบหน้าของนางเคร่งขรึมลง ซ้ำสีหน้ายังเย็นชาดุจน้ำแข็งราวกับกำลังมีโทสะ เช่นนั้นผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งจะกล้าโป้ปดได้อย่างไร
แม้จะเคยประสบพบเจอคนเช่นนี้อยู่บ้าง แต่ส่วนใหญ่ก็ล้วนเป็นขุนนางสูงศักดิ์ทั้งสิ้น
ดังนั้นเมื่อต้องเผชิญหน้ากับหลินเมิ้งหยาเช่นนี้ นางจึงรู้สึกหวั่นคร้ามไม่น้อย
“เจ้าค่ะ ข้าไม่กล้าพูดจาเหลวไหลอย่างแน่นอน ตอนนั้นข้ายังเอ่ยทักทายกับนางอยู่เลย ดูเหมือนนางจะเป็นพี่สะใภ้เซียวที่อยู่ด้วยกันกับแม่นางอู๋หวัง แต่แม้ข้าจะเอ่ยถามนาง ทว่านางกลับมิสนใจข้าเลยแม้แต่น้อย ซ้ำยังรีบเดินออกไปอย่างรีบร้อน พอมาลองไตร่ตรองดูแล้ว ข้ารู้สึกว่านางช่างน่าสงสัยยิ่งนัก”
สีหน้าหลินเมิ้งหยาดำถมึงทึงดั่งหมึก มือทั้งสองข้างกำแน่น ขณะเดียวกันบรรยากาศภายในกระโจมพลันเงียบกริบไร้สรรพสำเนียง
แม่นางคนนั้นจึงก้มหน้าลงมิกล้าสบตาหลินเมิ้งหยา
“เหตุใดจึงเป็นพี่สะใภ้เซียวได้เล่า ? เจ้ามองผิดไปหรือไม่ ?”
อาซิ่วถลึงตาโตขณะเอ่ยถามด้วยความตกตะลึง
เหตุเพราะเซียวยี่ซิน ดังนั้นความสัมพันธ์ระหว่างพวกนางและพี่สะใภ้เซียวจึงสนิทแนบแน่นกันเป็นอย่างยิ่ง
คิดไม่ถึงเลยว่าคนร้ายจะเป็นนาง !
“แม่นางอาซิ่ว แม้จะเป็นยามอรุณรุ่ง แต่ข้าเห็นเต็มสองตาว่าผู้หญิงคนนั้นคือแม่นางเซียว”
แม้จะไม่กล้าสบตากับหลินเมิ้งหยา แต่กลับกล้าจ้องหน้าเด็กสาวอย่างอาซิ่วอย่างมั่นอกมั่นใจ
อาซิ่วกลับไม่เชื่อ เหตุเพราะพี่สะใภ้เซียวเป็นคนดี ยิ่งไปกว่านั้นสองสามวันนี้พวกนางเคยสนทนากันอยู่หลายครั้ง นี่จึงเป็นเหตุผลที่นางไม่เชื่อ
“เจ้าโกหก ! พี่สะใภ้เซียวเป็นคนอบอุ่นอ่อนโยน เช่นนั้นนางจะทำร้ายแม่นางอู๋หวังได้อย่างไร ? เห็นได้ชัดๆ ว่าเจ้ามองผิดไปแต่กลับใส่ร้ายผู้อื่น !”
อาซิ่วโต้แย้งอีกฝ่ายสองสามคำ ทว่าแม่นางคนนั้นมิยอมรับฟัง ดวงตาทั้งสองข้างถลึงโตขึ้น พวกนางไม่คิดอ่อนข้อให้อีกฝ่าย
หลังจากโต้เถียงกันสองสามประโยค พวกนางยังคงตั้งท่าทะเลาะเบาะแว้งกันต่อไป
“เอาล่ะ เลิกทะเลาะกันได้แล้ว !”
อยู่ๆ หลินเมิ้งหยาก็ส่งเสียงเยือกเย็นออกมา
ไม่ว่าอาซิ่วหรือแม่นางคนนั้นต่างอ้าปากค้าง ทั้งหู ตา ปากล้วนแดงก่ำ แต่ถึงกระนั้นก็มิกล้าทะเลาะกันต่อไป
“ห้ามมิให้บอกใครเรื่องนี้เป็นอันขาด ข้าจะจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง”
ไม่ได้เอ่ยว่าถูกหรือผิด ท่าทางเคร่งขรึมของหลินเมิ้งหยาทำให้แม่นางคนนั้นไม่พอใจอยู่หลายส่วน
สีหน้าที่เคยเคารพเลื่อมใสพลันเปลี่ยนไป
“เจ้าค่ะ ข้าย่อมรู้เรื่องนี้ดี แต่มีคำหนึ่งที่ข้าจำใจต้องกล่าว ที่นี่มีเด็กมากมาย หากความวัวไม่ทันหาย ความควายเข้ามาแทรก ข้าเกรงว่าแม้แต่ท่านเองก็คงรับผิดชอบไม่ไหว”
เอ่ยด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้างสองสามคำก่อนแม่นางผู้นั้นจะเดินออกจากกระโจมอย่างไม่เต็มใจนัก
หลังจากนางออกไปได้ไม่กี่ก้าว สีหน้าของอาซิ่วและหลินเมิ้งหยาพลันเปลี่ยนไปราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
“เป็นไปตามการคาดการณ์ของท่านพี่เลยเจ้าค่ะ คนเหล่านี้เพียงเห็นคนตกบ่อก็พร้อมจะปาหินใส่ แต่ท่านพี่เจอหลักฐานที่เตียงของพี่สะใภ้เซียวจริงหรือเจ้าคะ ?”
ข่าวลือการออกค้นหาเบาะแสเมื่อเช้าของหลินเมิ้งหยาแพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็ว
ทุกคนล้วนได้เห็นนางเดินออกจากกระโจมด้วยสีหน้าเดือดดาล ฉะนั้นการมีคนใส่ร้ายป้ายสีพี่สะใภ้เซียวย่อมมิใช่เรื่องน่าประหลาดใจ
เพียงแต่หลินเมิ้งหยาและอาซิ่วไม่รู้เหตุผลว่าเพราะเหตุใดเวลาเพียงชั่วพริบตาพี่สะใภ้เซียวจึงถูกป้ายความผิดเช่นนี้
“ใช่ ข้าพบเข็มที่เตียงของนาง แต่มีคนวางกลอุบายเอาไว้ต่างหาก ทว่านี่เป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้น ข้าคิดว่าค่ำคืนนี้จะต้องมีคนรู้เรื่องที่พี่สะใภ้เซียวเป็นคนทำมากขึ้นอย่างแน่นอน”
หลินเมิ้งหยาไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจออกจากกระโจมเพื่อดูสถานการณ์ก่อน
แม้นางจะเตือนแม่นางคนนั้นเอาไว้แล้ว แต่ทุกหน้าต่างและประตูย่อมมีรูมีช่อง
โดยเฉพาะเมื่อมีคนจงใจเปิดเผยเช่นนี้
หากมิยอมป้ายความผิดให้กับพี่สะใภ้เซียว เช่นนั้นคนร้ายจะสบายใจได้เช่นไร
ทว่ายิ่งอีกฝ่ายย่ามใจเช่นนี้ นางก็ยิ่งหาตัวคนผิดได้ง่ายยิ่งขึ้น สุดท้ายหางจะต้องโผล่ออกมาอย่างแน่นอน
คนและของกลางจำต้องอยู่ด้วยกัน นี่ต่างหากจึงจะเป็นวิธีการจับคนร้ายที่ถูกต้อง
ที่ใดมีสตรี ที่นั่นย่อมมีข่าวซุบซิบ ที่ใดมีข่าวซุบซิบ ที่นั่นย่อมเกิดการเปลี่ยนแปลง
ข่าวลือเรื่องท่านอ๋องปันใจให้หญิงอื่นยังไม่ทันซาก็มีข่าวลือเรื่องการจงใจทำร้ายแม่นางอู๋หวังเสียแล้ว
เพียงได้ยินข่าวการลอบทำร้ายแม่นางอู๋หวัง ขณะเดียวกันเสียงเอะอะโวยวายเริ่มดังเซ็งแซ่ แต่ละคนล้วนระมัดระวังตนเอง
บรรยากาศที่เคยเงียบสงบภายในค่ายกักกันกลับกลายเป็นน่าพรั่นพรึง
รุ่งสางวันถัดมาฮูหยินบางคนร้อนอกร้อนใจจนทนไม่ไหวจึงหอบลูกของตนเองออกจากกระโจมแล้วหวังจะหนีออกจากค่ายแห่งนี้
ทหารองครักษ์ของหลงเทียนอวี้ย่อมไม่อนุญาต ฮูหยินเหล่านั้นต่างพากันร้องห่มร้องไห้ ดังนั้นเสียงจึงดังสนั่นลั่นฟ้าตั้งแต่ดวงตะวันเพิ่งจะทอแสง
เหล่าทหารองครักษ์ล้วนทำอะไรไม่ถูก แม้พวกเขาจะกล้าแกร่ง แต่ถึงกระนั้นก็ไม่อาจรับมือกับน้ำตาของสตรีได้ สุดท้ายจึงมีคนไปเชิญหลินเมิ้งหยาออกมา
กว่าหลินเมิ้งหยาและอาซิ่วจะเดินเยื้องย่างมาถึง บัดนี้มีฮูหยินราวห้าหกคนอุ้มลูกนั่งร้องไห้อย่างน่าเวทนาบนพื้นแล้ว
“เกิดเรื่องอะไรขึ้น ?”
แม้จะรู้อยู่เต็มอกแต่ก็มิวายเอ่ยถาม ครู่ต่อมาองครักษ์จึงเข้ามาอธิบาย
เหล่าฮูหยินที่เคยมองหลินเมิ้งหยาอย่างเคารพเลื่อมใสบัดนี้ส่งสายตาขุ่นเคืองระคนเดือดดาลมาทางนาง
ราวกับหลินเมิ้งหยาได้ทำเรื่องเลวร้ายยากเกินให้อภัยต่อพวกนาง
“ทูลพระชายา ฮูหยินเหล่านี้ต้องการออกไปจากที่นี่ขอรับ พวกเราพยายามห้ามเอาไว้แต่พวกนางมิฟัง พระองค์ได้โปรดตัดสินพระทัยด้วยเถิด”
หลี่เจียเองก็มาควบคุมสถานการณ์กับทหารเหล่านี้ ดังนั้นเขาจึงเป็นผู้รายงานเรื่องนี้กับหลินเมิ้งหยาด้วยตนเอง
เมื่อเห็นว่าหลินเมิ้งหยาคือผู้มีอำนาจในการตัดสินใจ ฮูหยินเหล่านั้นจึงอุ้มลูกน้อยของตนเองก้าวมาทางนาง
“พระชายา พวกเราล้วนเคารพท่าน ดังนั้นจึงยอมมาอยู่ที่นี่ แต่ใครจะรู้ว่าท่านกำลังส่งพวกเราให้ไปตาย !”
ฮูหยินคนนั้นเข้ามาตำหนิหลินเมิ้งหยา แต่นางลืมไปแล้วว่าหากมิใช่เพราะหลินเมิ้งหยา ป่านนี้ลูกของพวกนางคงถูกฝังอยู่ใต้พื้นดินไปแล้ว
“พวกเจ้าจะอยู่หรือจะไปก็สุดแล้วแต่ใจปรารถนา แต่ข้าคงต้องหยาบคายสักหน่อย หากพวกเจ้ายังอยู่ที่นี่ ข้ายังสามารถดูแลความปลอดภัยของพวกเจ้าได้ แต่หากเจ้าออกไปแล้ว ไม่ว่าเกิดเรื่องอันใดกับเจ้าหรือลูกของเจ้า ข้าก็คงไม่อาจเอื้อมมือออกไปช่วยได้ เช่นนั้นพวกเจ้าจงตัดสินใจเองเถิดว่าจะไปหรือไม่ หลี่เจีย เปิดทาง”
หลินเมิ้งหยาเปล่งเสียงให้ดังขึ้น ไม่ว่าพวกฮูหยินตรงหน้าหรือคนอื่นๆ ในค่ายก็ล้วนแล้วแต่ได้ยินอย่างชัดเจน
พวกหลี่เจียย่อมฟังคำสั่งของหลินเมิ้งหยา กำแพงมนุษย์เมื่อครู่แหวกออกเป็นช่องทางให้ผ่าน
แต่กลับไม่มีใครกล้าเดินออกไปแม้เพียงครึ่งก้าว
หลินเมิ้งหยากวาดตามอง ก่อนจะนั่งลงบนก้อนหินในค่าย
ดวงตาสงบนิ่งทอดยาวราวกับไม่ยี่หระต่อสายตาที่กำลังจ้องมอง
“แม้ข้าจะช่วยชีวิตพวกเจ้าเอาไว้หนหนึ่งแล้ว แต่ก็ไม่คิดอยากให้พวกเจ้าซาบซึ้งในตัวข้า แต่หากพวกเจ้าก้าวเท้าออกไปจากที่นี่ เช่นนั้นพวกเจ้าจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอันใดกับข้าอีกแล้ว พวกเจ้าจักต้องดูแลความเป็นความตายของตนเอง คนที่อยู่ ข้าจะดูแลพวกเจ้าด้วยชีวิตของข้า ไปเถิด พวกเราไม่มีสิ่งใดติดค้างกันอีก เข้ามา ไปเชิญสามีของพวกนางมารับเถิด จริงสิ จงเล่าเรื่องที่นี่ให้สามีของพวกนางฟังด้วย พวกเขาจะได้ไม่ตำหนิข้าในภายหลัง”
หลินเมิ้งหยาเอ่ยเสียงเรียบ แต่หลังจากได้ยินคำพูดของนางแล้ว ฮูหยินเหล่านั้นรู้สึกราวกับถูกตรึงร่างเอาไว้ ไม่มีใครกล้าก้าวเท้าออกไป
ฮูหยินที่เอ่ยตำหนินางเมื่อครู่อ้าปากค้าง นางคิดไม่ถึงเลยว่าหลินเมิ้งหยาจะมีท่าทีไม่ไว้หน้ากันเช่นนี้
ยิ่งไปกว่านั้นหลินเมิ้งหยายังมิได้พูดสิ่งใดผิด ทว่าพวกนางกลับตกอยู่ในอาการจะไปก็ไม่ได้ จะอยู่ก็ไม่ควร
“อันที่จริง…พระชายา พวกเราเพียงแค่หวาดกลัวเท่านั้นเจ้าค่ะ เรื่องที่เกิดขึ้นกับฮูหยินหวังช่างน่าตื่นตระหนกยิ่งนัก กว่าจะช่วยชีวิตลูกเอาไว้ได้นั้นไม่ง่ายเลย พวกเราเกรงว่าลูกของพวกเราจะได้รับอันตรายแต่เพียงเท่านั้น”
ฮูหยินคนนั้นเอ่ยออกมาอย่างไร้ยางอาย ตอนแรกนางคิดว่าหลินเมิ้งหยาจะห้ามพวกตนเองเอาไว้
แต่ใครจะคาดคิดว่านางจะตัดบัวไร้เยื่อใยเช่นนี้
ดังนั้นพวกฮูหยินที่คิดจะออกไปจากค่ายจึงตกอยู่ในที่นั่งลำบากแล้ว