ข้ามเวลามาเป็นภรรยาของสามีขาพิการ ตระกูลหาน - ตอนที่ 10.2 ท่านลองผ่าดู
เขาไม่ตอบคำถามเอ่ยเสียงเนือยนาบ “คราวหลังขอให้ข้าช่วยได้ ผ่าหิน เช่นนี้ลำพังพลังฝึกปราณของข้าสามารถทำได้” ดวงตาหญิงสาวเป็นประกาย พลังพิเศษสารพัดประโยชน์เสียจริง
เมื่อรู้ว่าหานลั่วอี้สามารถช่วยได้เยว่ฉีก็เดินไปหยิบหินเจ้าปัญหาขึ้นมา เอ่ย อธิบายอย่างไม่ปิดบัง
“ท่านลองผ่าดู ตอนที่ข้าลงจากเขาเผลอสะดุดหินก้อนนี้เข้า จังหวะที่ผิว กายสัมผัสกลับเกิดความรู้สึกบางอย่าง พอหยิบขึ้นมากอดเอาไว้ก็รู้สึกอบอุ่น อย่างน่าประหลาด ข้าจึงเก็บกลับมาด้วย” คำอธิบายเรียบง่ายของภรรยาส่งผล ให้คลื่นอารมณ์เคลื่อนผ่านนัยน์ตาน่าหลงใหล เขาก้มมองอยู่นานไร้ซึ่งคำพูด ก่อนจะวางมือลงบนก้อนหินไหลเวียนพลังไปที่ปลายนิ้วมือ จากนั้น
แกร็ก
ก้อนหินที่เยว่ฉีใช้พลังทั้งหมดเพื่อผ่าดูว่ามีสิ่งใดอยู่หรือไม่ ชั่วอึดใจต่อมาก็ เกิดรอยร้าวขึ้นรอบ ๆ เพียงแค่หานลั่วอี้โคจรพลังเข้าไปด้านใน
“หากข้ามีพลังเช่นนี้บ้างคงดี” เยว่ฉีเผลอพูดออกไป หลังรู้ตัวก็รีบปิดปาก เงยหน้ามองหานลั่วอี้
นางหาได้มีความตั้งใจพูดกระทบจุดความรู้สึกของเขา สิ่งที่กล่าวออกมา เมื่อสักครู่เป็นเพียงความต้องการน้อย ๆ ของตัวนาง
หานลั่วอี้เงยหน้ามองสบสายตารู้สึกผิด เขารู้ว่านางไม่ได้มีเจตนาพูดถึงสิ่งที่ เขากำลังเผชิญอยู่ ชายหนุ่มยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยกล่าวเสียงอ่อนโยน
“อย่าได้รู้สึกผิด ข้าเข้าใจในคำพูดของเจ้าทั้งยังทราบดีว่าเจ้าไม่ได้มี ความคิดเช่นคนพวกนั้น”
เยว่ฉีผงกหัวขึ้นลง ย่อตัวลงตรงหน้าชายหนุ่ม มือเรียวติดซูบผอมวางบน หลังมือ
“ข้าไม่ได้มีเจตนาไม่ดีอย่างที่ท่านเข้าใจ” แค่นั้นก็เพียงพอ คำกล่าวยืนยัน จากปากพร้อมสายตาจริงใจ เพียงพอสำหรับเขาในตอนนี้
เยว่ฉีไม่ชอบบรรยากาศอึมครึมระหว่างทั้งคู่จึงรีบเปลี่ยนเรื่องคุย มองก้อน หินซึ่งถูกผ่าออกเป็นสองส่วนในมือ
“ท่านเปิดดูว่ามีสิ่งใดอยู่ด้านในหรือไม่” หานลั่วอี้พยักหน้าใช้มือแยกหิน สองชิ้นออกจากกัน
สิ่งที่ปรากฏสู่สายตาของทั้งสองคนคือหยกขนาดประมาณสองชุ่นถูกฝังอยู่ ตรงกลาง เยว่ฉีขมวดคิ้วมองหานลั่วอี้
บุรุษหนุ่มคล้ายเข้าใจความนัยจากสายตา หยิบหยกสีเหลืองอ่อนขึ้นมาถือ กล่าวอธิบาย
“สิ่งนี้เรียกว่าหยกวิญญาณ ผู้ฝึกปราณส่วนใหญ่มักจะซื้อหยกวิญญาณ แจกจ่ายแก่ลูกหลาน ให้พวกเขาใช้ดูดซับ หยกวิญญาณมีส่วนช่วยให้ผู้ฝึกปราณ เพิ่มระดับความสามารถให้สูงขึ้น ตอนที่ข้ายังอยู่ในตระกูลได้รับหยกวิญญาณ เดือนละสองก้อน เป็นหยกวิญญาณระดับกลางเช่นเดียวกันแต่สีอ่อนกว่าก้อนนี้ มาก หยกวิญญาณมีคุณค่ามาก ทว่าก็หาได้ไม่ง่ายขึ้นอยู่กับระดับของหยก วิญญาณ…”
หานลั่วอี้อธิบายข้อมูลเกี่ยวกับหยกวิญญาณให้เยว่ฉีฟัง หยกวิญญาณแบ่ง ออกเป็นสี่ระดับ ต่ำ กลาง สูง สูงที่สุด โดยเรียงจาก ไม่มีสี สีเหลือง สีชมพู และ สีแดง หยกวิญญาณแต่ละระดับล้วนมีคุณภาพสูงต่ำแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับ ความเข้มของสี
ที่หานลั่วอี้ถืออยู่ในมือคือหยกวิญญาณระดับกลาง คุณภาพต่ำค่อนไป ระดับกลาง ตัวหยกวิญญาณแบ่งเป็นสี่ระดับ สามคุณภาพ คือต่ำ กลาง สูง
หลังฟังคำอธิบายเยว่ฉีพลันรู้สึกว่า หยกวิญญาณวิเศษกว่าพืชวิญญาณ เพราะสามารถดูดซับได้ทันที แตกต่างจากพืชวิญญาณที่ต้องผ่านการหลอม ขึ้นมาก่อนจึงจะสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้
แล้วเหตุใดพืชวิญญาณถึงยังเป็นที่ต้องการ? เพราะเมื่อเทียบกับจำนวน โอสถแล้ว หยกวิญญาณหาได้ยากมากกว่า
“ลั่วอี้เช่นนั้นข้ามอบให้ท่าน”
“สิ่งนี้สำหรับข้าตอนนี้ไม่จำเป็น เจ้านำไปขายเป็นเงินมาใช้ในครอบครัว ดีกว่า” ระหว่างที่หานลั่วอี้เอ่ยประโยคนี้ ตัวนางสัมผัสได้ถึงบรรยากาศเศร้า สร้อยโอบล้อมร่างกายแกร่ง พอเงยหน้าสบเข้ากับดวงตาคมเข้มก็เห็นว่าในนั้น มีประกายเศร้าหมองปรากฏอยู่
เยว่ฉียื่นมือเรียวสวยไปวางลงบนหลังมือแกร่งตบเบา ๆ สองสามครั้ง ไร้ซึ่ง คำพูด