ข้ามเวลามาเป็นภรรยาของสามีขาพิการ ตระกูลหาน - ตอนที่ 106 ไข่น้อยกระเทาะเปลือก
พวกเขากลับมาแล้ว
ทันทีที่กลับมาถึง หานลั่วซานก็วิ่งมาดึงแขนทั้งสองคนไปห้องตนเองทันที
ผู้ใหญ่ที่เหลือต่างมองหน้ากัน ก่อนจะเดินตามหลังคนทั้งสามไปติด ๆ
“ลั่วซานใจเย็น ๆ เดี๋ยวจะหกล้ม” เยว่ฉีเอ่ยเตือน เด็กชายตัวน้อยเผย
ความตื่นเต้นออกมาจนอดไม่อยู่
ปล่อยมือจากคนทั้งสอง หันหน้ามาหา
“พี่สะใภ้จะฟักแล้วใกล้ฟักแล้ว!!”
ทั้งสองคนมองสีหน้าเด็กชายตัวน้อยยิ้ม ๆ ก้าวยาว ๆ ตามหลังไป
หลายเดือนที่ผ่านมา หานลั่วซานเฝ้าส่งพลังปราณเข้าไปในไข่ ประคบประ
หงมดูแลอย่างดี คอยดูแลไข่ใบน้อยไม่ต่างจากคนในครอบครัว พอคิดว่าอีกไม่
นานเจ้าตัวน้อยที่ตนคอยให้ความสำคัญจะออกมาจากไข่จึงอดตื่นเต้นไม่ได้
“พี่สะใภ้ พี่ใหญ่ทางนี้ขอรับ” เด็กชายตัวน้อยเดินนำไปยังเรือนหลังหนึ่ง
เพราะเยว่ฉีและสามีอาศัยอยู่ที่สำนักเซียนหลงเป็นส่วนใหญ่ เรือนที่เคย
เป็นของทั้งสองจึงถูกปล่อยทิ้งไว้ เด็กชายตัวน้อยซึ่งแต่เดิมอาศัยอยู่ในเรือน
ด้วยกันก็ได้ย้ายไปอาศัยเรือนบิดามารดาเสินเทียน
ผู้ใหญ่ทั้งสองเอ็นดูและรักใคร่หานลั่วซานมาก ทุกวันนี้เด็กชายตัวน้อยแทบ
จะไม่ต่างจากบุตรคนเล็กของพวกเขา
แม้จะย้ายไปนอนเรือนสองสามีภรรยาเสิน แต่เรือนที่หานลั่วซานใช้ฟักไข่
กลับเป็นเรือนส่วนตัวของเด็กชาย ซึ่งตั้งอยู่ข้างเรือนเสินอู๋ซิง
ภายในเรือน หลังฉากกั้น บนเตียงหลังหนึ่ง ใต้ผ้าห่มผืนหนาซึ่งให้ความ
อบอุ่นได้ดี หานลั่วซานปีนขึ้นไปบนเตียงหยิบไข่ใบหนึ่งออกมากอดไว้
“พี่ใหญ่ พี่สะใภ้ พร้อมแล้วขอรับ” หานลั่วซานเอ่ยกับทั้งสองคน ก่อนจะ
ก้มหน้าลงไปหาไข่น้อย “ไข่น้อยออกมาได้แล้ว”
พูดจบเด็กเล็กเพียงคนเดียวในห้องก็นั่งขัดสมาธิ วางไข่ไว้บนตัก จากนั้น
ถ่ายโอนพลังปราณเข้าไปในไข่
ไข่ใบน้อยที่เมื่อสักครู่นิ่งสงบ มาตอนนี้เปลี่ยนเป็นมีชีวิตชีวาแล้ว ราวกับว่า
กำลังรอให้เด็กชายตัวน้อยมาอยู่ข้างกาย
ผ่านไปประมาณครึ่งเค่อ ไข่ใบน้อยที่ใช้ชีวิตร่วมกันมานานก็ได้เวลาออกมา
โลดแล่น
รอยแยกมากมายปรากฏบนเปลือกไข่ ก่อนแสงสีส้มแดงจะสะท้อนออกมา
เปลือกไข่ปริแตกออกเป็นทางยาว และตามมาด้วยเปลือกไข่แยกออกจาก
กัน สิ่งที่ปรากฏสู่สายตาคนทั้งสามคือลูกเจี๊ยบตัวน้อยท่าทางซุกซน
ดวงตาสีดำกลมโตของลูกเจี๊ยบเอียงคอมองสิ่งมีชีวิตตัวใหญ่ด้วยความสงสัย
แล้วกระโดดหันหลังกลับไปหาหานลั่วซาน เงยหัวกลมสีเหลือส้มขึ้นมอง
เด็กชายยิ้มกว้าง ใช้ดวงตาสุกสกาวจ้องมองลูกเจี๊ยบบนตัก สองมือยื่นไป
หา ลูกเจี๊ยบคล้ายเข้าใจสิ่งที่เด็กชายตัวน้อยต้องการ ก้มมองมือที่ยื่นมาแล้ว
กระโดดขึ้นไปยืนบนนั้น
“งื้ออ น่ารักมาก!!” เด็กชายอ่ยยิ้ม ๆ ในใจตื่นเต้นมากหลังได้เห็นสิ่งมีชีวิต
ตัวเล็กที่ตนเฝ้าคิดถึงมาหลายเดือน
หัวใจเต็นแรงจนเสียงดังออกมาด้านนอก
“ไก่น้อยน่ารักมาก!! จากนี้มาอยู่ด้วยกันน่า…เป็นสหายของลั่วซาน”
ลูกเจี๊ยบมองหน้าหานลั่วซาน จากนั้นก้มมองมือ ก่อนจะใช้จะงอยปากจิก
เข้าไปที่ปลายนิ้ว
“อ๊ะ!!” เด็กชายสะดุ้งตกใจ สะบัดมือออก ไก่น้อยไร้ซึ่งที่ยึดเหนี่ยวร่วงหล่น
ลงพื้น หานลั่วซานที่เมื่อสักครู่ตกใจเพราะรู้สึกเจ็บ รีบถลาเข้าไปจับไก่น้อยเข้า
แนบอก ป้องกันไม่ให้สัตว์อสูรของตนบาดเจ็บ
“ไก่น้อยเป็นเช่นไรบ้าง ไม่บาดเจ็บที่ใดใช่หรือไม่” คนเอ่ยถามหลุบตามอง
ไก่น้อยซึ่งถูกปกป้องไว้ในอก สีหน้าเป็นกังวล
ฉับพลันเสียงหนึ่งพลันเกิดขึ้นในหัว
“ไม่เป็นอันใดก็ดีแล้ว” พูดพร้อนถอนหายใจออกมา ขยับตัวลุกนั่งบนเตียง
หานลั่วอี้มองเห็นความผิดปกติบางอย่าง โน้มหน้าลงไปพูดข้างหู
“ดูเหมือนไก่ตนนั้นจะทำสัญญากับหานลั่วซานแล้ว ทั้งยังเป็นสัญญา
รูปแบบที่สอง” เยว่ฉีหันหน้าไปมองสามี เป็นผลทำให้ปลายจมูกสัมผัสแก้มอีก
ฝ่าย
ชายหนุ่มได้ทีเอ่ยหยอกเย้าออกไป
“ภรรยาต่อหน้าน้องชายข้า เจ้าควรอดทนมิใช่หรือ?” คนถูกหยอกเย้ายก
มือขึ้นทุบหน้าอกคนช่างแกล้งแรง ๆ ทีหนึ่ง แล้วขยับออกห่าง หานลั่วซานหัน
หน้ามามองด้วยความสงสัย
ทว่าเมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรจึงก้มลงมองสัตว์อสูรในมือ ก่อนจะขยับก้าวลง
จากเตียง เดินมาทางคนทั้งสอง
“พี่ใหญ่ พี่สะใภ้ไก่น้อยขอรับ ไข่น้อยออกมาเป็นไก่น้อยแล้วขอรับ”
เด็กชายยื่นมือมาตรงหน้า พร้อมฉีกยิ้มกว้าง เยว่ฉีย่อตัวลง วางมือบนศีรษะ
“ลั่วซานเก่งมาก ต่อจากนี้ต้องเลี้ยงดูไก่น้อยดี ๆ รู้ใช่ไหม?”
“ขอรับ ลั่วซานจะดูแลให้ดี” ว่าจบก็ดึงไก่น้อยเข้าแนบอก มือเล็กข้างหนึ่ง
ยกขึ้นสัมผัสหัวเล็กซึ่งปกคลุมไปด้วยขนสีส้มงดงาม
สัตว์อสูรพอถูกลูบหัวก็หลับตาเคลิ้มไหวไปกับสัมผัสที่ถูกมอบให้ ส่งเสียง
ครางเล็กน้อยออกมาด้วยความพึงพอใจ
เยว่ฉีมองเห็นปฏิกิริยานั้นมุมปากพลันหยักขึ้น ก่อนจะส่ายหัว
ขี้อ้อนได้ใครก่อน? พึ่งเกิดมาได้ไม่นานก็มีนิสัยขี้อ้อนเสียแล้ว ไม่ต่างจาก
สัตว์อสูรของนางเลย
หรือความจริงแล้วสัตว์อสูรส่วนมากขี้อ้อน? คงไม่ใช่ นางไม่เคยเห็นสัตว์
อสูรของสามีอ้อนเขาเลยสักครั้งเดียว
สองสามีภรรยาเยว่หานให้เวลาหานลั่วซานได้ทำความคุ้นเคยกับสัตว์อสูร
ของตน
ในเมื่อเด็กชายตัวน้อยทำสัญญาชีวิตกับไก่น้อยไปแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องกังวล
เรื่องต่อจากนี้ สามารถมั่นใจได้เลยว่าสัตว์อสูรตนนี้จะดูแลเด็กชายตัวน้อยเป็น
อย่างดี
การทำสัญญากับสัตว์สูร ปกติแล้วมนุษย์จะเป็นฝ่ายเลือกรูปแบบของ
สัญญา ทว่าก็มีกรณีพิเศษเหมือนหานลั่วซานที่สัตว์อสูรเป็นฝ่ายเลือกรูปแบบ
สัญญาด้วยตัวมันเอง
ไข่น้อยเป็นสัตว์อสูรพิเศษเช่นที่เข้าใจ เพียงแต่ไม่รู้ว่าเป็นสัตว์อสูรชนิดใด
หลังทำความคุ้นเคยพอสมควรแล้ว เยว่ฉีจึงเอ่ยชวนหานลั่วซานออกไป
ด้านนอก
เด็กชายตัวน้อยยิ้ม เดินตามหลังคนทั้งสองออกมา
หน้าเรือนนอนมีผู้ใหญ่หลายคนยืนออกันจนเต็มพื้นที่ หนึ่งในนั้นคือผู้เฒ่า
เสิน ซึ่งหลังรู้ข่าวแล้วรีบกลับมาทันที
เพราะช่วงนี้ท่านผู้ฒ่ากำลังมีความสุขกับกิจการค้าโอสถซึ่งกำลังเป็นไปได้
ด้วยดี มีลูกค้าเข้าออกร้านอย่างคึกคัก ไม่ได้ซบเซาดังเช่นเมื่อก่อน เสินฟู่หมิ
งจึงมักจะแวะเข้าไปเยี่ยมเยียนกิจการหลังฝึกปราณในแต่ละวันเสร็จแล้วอยู่
เสมอ
เด็กชายตัวน้อยกวาดตามองทุกคนด้วยสีหน้ามีความสุข ก่อนจะโชว์ไก่น้อย
ในมือให้ดู
“ท่านลุง ท่านป้า ท่านปู่ ดูสิขอรับไก่น้อยออกมาแล้วขอรับ น่ารักใช้หรือไม่
ขอรับ” ทั้งสามคนมองสิ่งมีชีวิตตัวเล็กในมือเกชายตัวน้อย ด้วยรอยยิ้มยินดี
เอ่ยชื่นชมและเห็นด้วยไปหลายประโยค
“ไก่น้อยน่ารักมากเลยจ้ะ น่ารักเหมือนลั่วซาน” หลี่เฉิงกล่าว
“น่ารักมากจริง ๆ ” เสินฟู่หมิงกล่าว
“ลั่วซานเก่งมากที่ฟักไก่น้อยน่ารักออกมาได้” เสินอู๋ซิงกล่าว
เด็กชายคนเดียวในบ้านเมื่อได้คำชม รอยยิ้มบนใบหน้ายิ่งกว้างขึ้น มอง
สัตว์อสูรตัวน้อยในมือ แล้วหัวเราะชอบใจออกมา
“ไก่น้อย คนชอบไก่น้อยเต็มไปหมดเลย” เด็กชายมีความสุขมาก
ทุกคนยินดีกับการเกิดมาของไก่น้อย เขาเองก็ยินดีมากเช่นกัน จากนี้เขาก็
สามารถเล่นกับไก่น้อยได้มากกว่าตอนอยู่ในไข่แล้ว
ทุกคนล้วนแสดงความยินดีกับหานลั่วซาน ผิดกับหมิงเทียนหลินและหม่าลู่
เสียน ทั้งสองคนมองสังเกตไก่ในมือนิ่งก่อนเอ่ยถาม
“เยว่ฉีหานลั่วซานได้ไข่สัตว์อสูรมาจากที่ใดหรือ?” หญิงสาวหันมองพี่ชาย
เอ่ยออกมาว่า
“บนเขาใกล้หมู่บ้านที่น้องเคยอยู่”
“ดินแดนระดับต่ำใช่หรือไม่? พบโดยบังเอิญหรือว่าไข่เข้ามาหา”
“ไข่เข้ามาหาเจ้าคะ วันนั้นน้อง ลั่วอี้และลั่วซานขึ้นไปบนเขาเพื่อจัดการ
ธุระบางอย่าง พอคิดจะลงเขาไข่ใบนี้ก็วิ่งเข้ามาหา” ชายหนุ่มพยักหน้าเข้าใจ
ขยับเข้าไปใกล้หานลั่วซาน
“เด็กน้อยพี่ชายขอดูสัตว์อสูรของเจ้าได้หรือไม่?” เด็กชายเงยหน้ามองหมิง
เทียนหลิน จำได้ว่าชายผู้นี้คือพี่ชายของพี่สะใภ้จึงยื่นไก่น้อยไปให้
“นี่ขอรับ”
“ขอบใจมากเด็กน้อย” เด็กชายยิ้มให้
หมิงเทียนหลินมองไก่น้อยในมือ ดวงตาเขาเผยสีหน้าซับซ้อน ก่อนจะหัน
ไปมองหม่าลู่เสียน อีกฝ่ายคล้ายเข้าใจสิ่งที่เขาต้องการจะสื่อ รีบกางม่านกั้นคน
ทั้งหมดเอาไว้
ม่านพลังที่ปิดกั้นเสียงและการมองเห็นของคนภายนอก
คนที่เหลือต่างแปลกใจในการกระทำของพวกเขา
เขาไม่ได้เอ่ยอธิบายการกระทำ ขยับปากเรียก เฟยหย่าสัตว์อสูรตนหนึ่ง
พลันปรากฏขึ้นเหนือคนทั้งหมด ปีกสีแดงเพลิงสยายออกกว้างพร้อมเสียงร้อง
ก้องกังวานปลายห่างสยายยาวขยับไปมาตามการเคลื่อนไหว เพลิงกาฬส่อง
สว่างงดงามโอบล้อมไปทั่วตัว ทั้งที่ควรรู้สึกร้อนแต่กับไม่เป็นอะไร
วิหคเพลิงแสนงดงามดึงดูดสายตาบินวนรอบคนทั้งหมดก่อนจะหยุดลงบน
ไหล่หมิงเทียนหลิน
ทุกสายตาจับจ้องสัตว์อสูรซึ่งสืบเชื้อสายระดับจอมอสูรด้วยดวงตาแข็งค้าง
ครั้งหนึ่งในชีวิต ไม่คิดว่าจะได้เห็นสัตว์อสูรตามตำนานเล่าขานแต่โบราณ
เฟยหย่า คำที่หมิงเทียนหลินเอื้อนเอ่ยออกมาคือชื่อของสัตว์อสูรตนนี้
“เฟยหย่า เจ้าดูให้ข้าทีใช่เชื้อสายของเจ้าหรือไม่” วิหคเพลิงแสนงดงาม
ขยับหัวไปมา ดวงตาจ้องมองสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ตรงหน้า
แล้วมองหมิงเทียนหลิน
คนที่เหลือต่างจ้องมอง เริ่มเข้าใจการกระทำของชายหนุ่มหลังได้ยินคำถาม
คนที่คาดหวังและต้องการอยากรู้อยากเห็นมากที่สุดยังคงเป็นเยว่ฉี ดวงตา
งดงามของนางจดจ้องเขาไม่วางตา ฝ่ายหมิงเทียนหลิน พอถูกจดจ้องทั้งที่ควร
จะรู้สึกอึดอัดแต่กลับรู้สึกดี เมื่อคิดว่าตนได้รับสายตาสนอกสนใจจากน้องสาว
“ไก่น้อยตนนี้คือสายเลือดของวิหคเพลิง”
คำตอบจากเขาทำเอาหลายคนสูดหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ สายตาพลันละ
ความสนใจจากเขามายังสิ่งมีชีวิตตัวเล็กในมือ
ไก่น้อยคล้ายสัมผัสถึงสายตาได้ ใช้สายตากวาดมองคนทั้งหมด ส่งเสียงเล็ก
ใสน่าฟังออกมา
หานลั่วซานจ้องมองผู้ใหญ่ เด็กชายตัวน้อยได้ยินคำพูดและเข้าใจเกือบ
ทั้งหมด จึงเอ่ยถามออกไปว่า
“พี่ใหญ่ไก่น้อยเก่งกาจมากใช่หรือไม่ขอรับ” หานลั่วอี้หลุบตามอง ฝ่ามือ
ใหญ่วางบนศีรษะน้องชาย
“เก่งกาจมาก ลั่วซานต้องดูแลให้ดี”
“อื้อ ลั่วซานจะดูแลให้ดีขอรับ” เสียงใสกังวานของเด็กชายตัวน้อย ทำให้
อาการตะลึงค้างของผู้คนกลับมาเป็นปกติ
ทุกสายตาถูกความใสซื่อไร้เดียงสาดึงดูด ความคิดมากมายจึงสงบนิ่งลงได้
และกลับมาเป็นปกติ
ไม่คิดว่า ไข่ฟองหนึ่งที่ได้รับมาด้วยความบังเอิญจะเป็นถึงสายเลือดของ
จอมอสูร