ข้ามเวลามาเป็นภรรยาของสามีขาพิการ ตระกูลหาน - ตอนที่ 110 ร้านค้าอาวุธวิญญาณ
ความคาดหวังตลอดเจ็ดปีเป็นจริงแล้ว ถึงกระนั้นสองสามีภรรยาหมิงก็
ยังคงหวาดกลัว กลัวว่าความเป็นจริงตรงหน้าอาจเป็นเพียงฝันดีตื่นหนึ่ง เมื่อลืม
ตาขึ้นบุตรสาวที่คิดว่าอยู่ใกล้เพียงแค่เอื้อมจะหายไปอีกครั้ง
มือของทั้งคู่จึงเอาแต่จับมือบุตรสาวแน่นเพียงเพราะต้องการยืนยันว่าสิ่งที่
เห็นคือความจริงหาใช่ฝัน
หานลั่วอี้และหมิงเทียนหลินกลับมาแล้ว อารมณ์อ่อนไหวที่ปกคลุมทั้งสาม
คนลดน้อยลงไปแล้วเช่นกัน เยว่ฉีนั่งอยู่ตรงกลางระหว่างผู้ใหญ่ทั้งสอง คอย
ตอบคำถามที่พวกเขาเอ่ยถาม
ทั้งเรื่องความเป็นอยู่ ความชอบ และคนรัก
พอเอ่ยถึงคนรักใบหน้างดงามถึงกับแดงระเรื่อ นางกับสามีเข้ากันได้ดีมาก
ถึงขั้นเรียกได้ว่า
ต้องเกิดมาคู่กันเป็นแน่แท้!!
ทันทีที่ชายหนุ่มกลับเข้ามา ร่างกายงดงามพลันลุกขึ้นก้าวเร็ว ๆ มาดึงมือ
สามีเดินกลับไปหาผู้ใหญ่ทั้งสอง
เยว่ฉีเอ่ยแนะนำด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจว่า
“ท่านพ่อ ท่านแม่ หานลั่วอี้สามีลูกเจ้าค่ะ”
แม้จะรู้สึกปวดใจที่บุตรสาวมีคู่ครองแล้ว แต่เมื่อเห็นว่านางมีความสุขเวลา
อีกคนอยู่ข้างกาย ผู้ให้กำเนิดทั้งสองจึงทำได้เพียงยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น แม้จะ
รู้สึกตะขิดตะขวงใจเพียงใดก็ตาม
จะต้องไม่ทำในสิ่งที่บุตรสาวไม่ชอบ
หมิงโจวเยว่และภรรยามีความคิดเช่นเดียวกัน แต่พอเห็นท่าทางสนิทสนม
ที่คนทั้งคู่มีให้กัน ก็อดรู้สึกปวดใจไม่ได้
คลาดสายตาไปไม่เท่าใด บุตรสาวก็มีสามีเป็นตัวเป็นตนแล้ว จะไม่ให้ผู้เป็น
บิดามารดารู้สึกใจหายได้หรือ
สองสามีภรรยาตระกูลหมิงมองสำรวจบุรุษตรงหน้า ท่าทางองอาจ สายตา
มั่นคง อีกทั้งพลังปราณที่ปกคลุมไปทั่วร่างก็เป็นถึงผู้ฝึกปราณขั้นเซียนระดับต้น
“เจ้าอายุเท่าใด” หมิงโจวเยว่เอ่ยถาม
“จะครบยี่สิบสองอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าขอรับ” คำตอบในน้ำเสียงมีความ
เคารพอยู่หลายส่วน แต่ก็ไม่ถึงขั้นประจบประแจง
“ฉีเอ๋อร์บอกว่าเจ้าเป็นคนจากดินแดนระดับต่ำ คนจากดินแดนระดับต่ำ
อายุเท่านี้ก็ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ฝึกปราณขั้นเซียนแล้ว ถือว่ามีพรสวรรค์มาก!”
“ท่านพ่อ ลั่วอี้เก่งกาจมากเจ้าค่ะ ทั้งยังดูแลลูกเป็นอย่างดี” นางเอ่ยเสริม
ยิ้ม ๆ พอได้ยินบิดาชมสามีก็อดกล่าวเสริมขึ้นมาไม่ได้
สามีนางเก่งกาจมากจริง ๆ ทั้งยังรักนางมากด้วย
สีหน้ายินดีมีความสุขเรียกรอยยิ้มอ่อนโยนจากคนทั้งหมด
สองสามีภรรยามองบุตรสาวที่หลงรักบุรุษผู้หนึ่งจนหมดหัวใจ หัวใจผู้ให้
กำเนิดทั้งสองพลันรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมา
บุตรสาวที่มีเวลาดูแลไม่กี่ปี โบยบินเข้าสู่อ้อมกอดผู้อื่นไปแล้ว!!
“ในเมื่อฉีเอ๋อร์เลือกเจ้าแล้วข้าก็พูดอะไรไม่ได้ สิ่งที่ข้าต้องการมีเพียงการ
เอาใจใส่เท่านั้น ฝากดูแลนางให้ดี”
รู้ทั้งรู้ว่าไม่มีสิทธิ์เอ่ยคำพูดนี้ เพราะการดูแลที่ไม่รัดกุมของตนส่งผลให้
บุตรสาวหายไป แต่ด้วยความเป็นห่วงระคนกังวล เขาจึงต้องเอ่ยออกไป
ก็ได้แต่หวังว่าอีกฝ่ายจะเข้าใจความรู้สึกของตน
“ท่านพ่อภรรยาไม่ต้องกังวล ข้าจะดูแลภรรยาให้ดี ให้สมกับความรักที่นาง
มอบให้ข้า” ไม่ว่าเปล่า มือแกร่งเอื้อมไปดึงคนมายืนข้างกาย
เยว่ฉีได้ยินประโยคบอกรักจากปากสามี ใบหน้าถึงกับแดงระเรื่อ ก้มหน้า
ซุกซ่อนความเขินอาย
เห็นเช่นนี้แล้วผู้ใหญ่ทั้งสองคนจึงวางใจขึ้นมาก ต่อจากนี้เหลือเพียง
พยายามไม่ให้นางหายตัวไปอีกครั้ง รวมถึงจัดการปัญหาที่ยังคงค้างคาอยู่ให้
หมดสิ้น
“ลูกกลับมาเหนื่อย ๆ ไปพักผ่อนเถิด พรุ่งนี้ข้ากับแม่เจ้าจะพาไปเที่ยวชม
ดินแดนระดับสูง” กล่าวจบก็หันไปหาหมิงเทียนหลิน
“พาน้องไปพักที่ห้องเถิด แล้วลูกออกมาคุยกับพ่อแม่”
“ขอรับ”
หมิงเทียนหลินนำทางคนทั้งสองไปยังห้องที่เตรียมไว้แล้ว ห้องของพวกเขา
อยู่ใกล้กับห้องของชายหนุ่ม อีกฝ่ายอธิบายว่า ภายในเขตเรือนพักของเขาเต็ม
ไปด้วยม่านพลังมากมายซึ่งทรงพลังและหลายชั้นกว่าม่านพลังทั้งหมดที่ถูกคลุม
อยู่ทั่วทั้งพื้นที่ของเรือน
ห้องข้างห้องของเขาจึงถือว่าปลอดภัยที่สุด เหมาะให้ทั้งสองคนมาอยู่อาศัย
ถึงอย่างไรก็เป็นครอบครัวเดียวกัน อาศัยอยู่ใกล้กันย่อมดีกว่าไปอาศัยร่วมกับ
แขกคนอื่น
เยว่ฉีเอ่ยขอบคุณพี่ชาย ก่อนจะเดินเข้ามาในห้อง ภายในห้องถูกสร้างด้วย
หยกเนื้อดี ดูแข็งแรง ทนทาน ทั้งยังกั้นเสียงภายนอกได้ด้วย
ก้าวเข้ามาในห้องสิ่งแรกที่จะเห็นคือหน้าต่างบานหนึ่ง เมื่อเปิดออกจะ
มองเห็นทิวทัศน์ด้านนอก มีบ่อน้ำซึ่งในนั้นมีปลาว่ายเล่นไปมา ดอกบัวสีชมพู
ต้นไม้สูงใหญ่ พื้นที่ด้านหลังเป็นลานโล่ง ซึ่งถูกตกแต่งอย่างสวยงาม
เยว่ฉีเดินผ่านฉากกั้นไปยังส่วนของเตียงนอน เตียงนอนขนาดใหญ่เพียงพอ
สำหรับผู้ใหญ่สองคน เรียวขาสวยก้าวยาว ๆ ไปหยุดข้างเตียงก่อนจะล้มตัวลง
นอน ไม่ลืมดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมครึ่งตัว
ภายในห้องไม่ได้ตกแต่งหินเรืองแสงเอาไว้ พอหน้าต่างปิดลงจึงมืดมิดอยู่
บ้าง
ดีแล้ว เพราะนางอยากนอนพักโดยที่ไม่มีแสงแยงตา
หานลั่วอี้มองภรรยาที่ดูเหนื่อยล้ามากบนเตียงนอน หญิงสาวผู้งดงาม ผู้
บังอาจมาขโมยหัวใจของเขา
“ลั่วอี้ท่านไม่นอนหรือ? มานอนข้างข้าที” เพราะสัมผัสถึงความเคลื่อนไหว
ข้างกายไม่ได้ เยว่ฉีจึงลืมตาขึ้น มองเห็นสามียืนอยู่ปลายเตียง คนถูกเรียกเผย
ยิ้มมุมปาก ก้าวยาว ๆ ไม่กี่ก้าวก็มาถึงเตียงอีกฝั่งแล้ว
เขาขยับตัวขึ้นไปนอนบนเตียง เยว่ฉีเห็นเช่นนั้นก็รีบกระเถิบตัวเข้ามาใกล้
ยกมือโอบเอวเขาหลับตาลง
แล้วนอนหลับไป
ชายหนุ่มมองภรรยาที่ใช้เวลาไม่นานลมหายใจพลันเปลี่ยนเป็นเข้าออก
สม่ำเสมอ ก้มหน้าลงจุมพิตกระหม่อม เอ่ยเสียงน่าฟัง
“ฝันดีนะ ภรรยาของข้า” ก่อนจะล้มตัวลงนอน ดึงคนรักเข้ามากอด
เช้าวันต่อมา
วันนี้ทั้งสองคนไม่มีกำหนดการใดเป็นพิเศษ สองสามีภรรยาตระกูลหมิงจึง
ชักชวนเยว่ฉีและสามีไปเที่ยวเล่นดินแดนระดับสูงด้วยกัน
“ฉีเอ๋อร์เมื่อวานพ่อเห็นว่าเจ้ามีอาวุธวิญญาณไม่กี่ชิ้น เจ้าอยากจะไปดู
อาวุธวิญญาณหรือไม่? เรื่องเงินไม่ต้องกังวล พ่อมีเงินมาก ไม่ว่าเจ้าต้องการสิ่ง
ใด พ่อจะซื้อให้” ครั้งก่อนที่ออกไปดูของวิเศษกับภรรยาเขาไม่ได้ซื้อสิ่งใดติดตัว
มา เพราะตอนนั้นไม่มีสิ่งใดที่หมิงโจวเยว่คิดว่าเหมาะกับบุตรสาว
“ฉีเอ๋อร์แม่ว่าก็ดีเหมือนกัน อาวุธวิญญาณช่วยคุ้มกายจะทำให้เจ้า
ปลอดภัยมากขึ้น ถ้าจะให้ดีซื้ออาวุธวิญญาณที่ช่วยติดตามไว้สักชิ้นสองชิ้นก็ดี
นะลูก”
สองสามีภรรยาหมิงพูดสนับสนุนกันเต็มที่
ทั้งสองคนคงกังวลเรื่องที่เคยเกิดขึ้นกับนางมาก จึงอยากซื้ออาวุธวิญญาณ
ที่สามารถระบุตำแหน่งได้ให้บุตรสาวติดตัวไว้
ในเมื่อเป็นความหวังดี อีกทั้งเงินในมือยังไม่ต้องควักออกมา เยว่ฉีมีหรือจะ
ปฏิเสธ รีบตอบตกลงตามที่ทั้งสองคนต้องการ
พอเดินออกมานอกตัวเรือน หมิงโจวเยว่ก็เรียกสัตว์อสูรของตนออกมา ซึ่ง
เป็นหนึ่งในสัตว์อสูรหลายตนที่เขาทำสัญญาด้วย สัตว์อสูรตนนี้มีหน้าที่เพียงพา
เดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ ในดินแดนระดับสูง
“ฉีเอ๋อร์ขึ้นไปได้แล้วลูก”
แล้วทั้งห้าคนก็ขึ้นไปบนสัตว์อสูร ที่มีชื่อสายพันธุ์ว่า นกนางแอ่นเขาเดียว
ผ่านไปราวครึ่งชั่วยามในที่สุดพวกเขาก็เดินมาถึงเกาะที่คึกคักที่สุดใน
ดินแดนระดับสูง ศูนย์กลางของการแลกเปลี่ยนที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เมืองตงหยาง
แม้จะได้ชื่อว่าเมืองแต่ก็เป็นเหมือนสถานที่อื่น ๆ คือตั้งอยู่บนพื้นที่ลอยฟ้า
มีขนาดใหญ่มาก กินพื้นที่กว้างใหญ่กว้างร้อยลี้สถานที่ที่เต็มไปด้วยผู้คน และ
ความต้องการมากมาย บนพื้นดินลอยฟ้าแห่งนี้มีร้านรวงต่าง ๆ เต็มไปหมด ไม่
ว่าจะเป็นร้านขายหยกวิญญาณ ศิลาวิญญาณ พืชวิญญาณ เนื้อสัตว์อสูร
ร้านค้าสัตว์อสูร ไม่เว้นแม้กระทั่งร้านค้าอาวุธวิญญาณ
แต่ละสถานที่ล้วนมีผู้แข็งแกร่งเป็นเจ้าของคอยดูแลกิจการ นอกจากนี้ยังมี
โรงเตี๊ยม เหลาอาหารเปิดอยู่เต็มไปหมด
เยว่ฉีกวาดตามองความละลานตาด้านล่าง คนทั้งสี่เมื่อเห็นประกายตื่นตา
ตื่นใจพลันยกยิ้มขึ้นมา
“ถึงแล้ว” หมิงโจวเยว่เอ่ยยิ้ม ๆ กระโดดลงมาจากหลังสัตว์อสูร ตามมา
ด้วยภรรยา และคนอื่น ๆ
เยว่ฉีเดินนำหน้าขบวน ตามมาด้วยคนรักและคนในครอบครัว
ดวงตาสุกสกาวกวาดมองสองฟากฝั่ง กลิ่นหอมของเครื่องเทศลอยเข้ามา
แตะจมูก ดึงดูดความสนใจให้ขาทั้งสองข้างก้าวเข้าไปใกล้
เป็นร้านแผงลอยร้านหนึ่ง
“เถ้าแก่ท่านขายอะไรหรือ?” เสียงสดใสเอ่ยถาม เจ้าของร้านเมื่อเห็นว่าผู้
ตามมาต่างเป็นนายท่านมากด้วยความสามารถ จึงเอ่ยกับนางด้วยน้ำเสียง
ต้อนรับหลายส่วน
“แม่นางน้อย ซาลาเปาใส่หมูตาแดง สัตว์อสูรระดับสองรสชาติเป็นเลิศ เจ้า
ต้องการหรือไม่?”
“ข้าขอสี่ลูกเจ้าค่ะ”
“ฉีเอ๋อร์ เหตุใดถึงสั่งเพียงสี่ลูกเล่า” หวังหรูอี้เอ่ยถาม พวกเขามากันห้าคน
แต่บุตรกลับสั่งเพียงสี่ลูก
“ลูกกับลั่วอี้ทานด้วยกันหนึ่งลูกเจ้าค่ะ” ว่าจบก็รับซาลาเปาจากเถ้าแก่มา
จ่ายเงิน หันหลังกลับมายื่นให้คนในครอบครัวคนละลูก
เหลือหนึ่งลูก หญิงสาวแบ่งออกเป็นสองส่วนยื่นไปตรงหน้า
“ของท่าน” นางพูดยิ้ม ๆ
หานลั่วอี้มองซาลาเปาในมือ หยิบขึ้นมากัดคำหนึ่ง
“รสชาติไม่เลว” ชายหนุ่มเอ่ยชมทั้งที่สายตายังคงจับจ้องภรรยา
คนถูกจ้องมองหน้าแดงเม้มปากแน่นหันหลังหนี เดินไปร้านถัดไป
ชายหนุ่มมองปฏิกิริยาภรรยาส่ายหัวยิ้ม ๆ ก้าวเดินตามหลัง
สามคนที่เหลือ “…”
ซาลาเปาเพียงลูกเดียวก็สร้างบรรยากาศเช่นนี้ได้แล้วหรือ?
เดินชมร้านรวงต่าง ๆ จนพอใจแล้ว หมิงโจวเยว่ก็พาบุตรสาวมายังร้านค้า
อาวุธวิญญาณ
ทันทีที่คนขายเห็นพวกเขาก็รีบออกมาต้อนรับด้วยความนอบน้อมทันที
“นายท่านไม่ทราบว่าต้องการสินค้าชนิดใดขอรับ วันนี้ร้านของเรามีกำไล
ติดตามและแหวนมิติขนาดใหญ่เข้ามาใหม่” ลูกจ้างร้านพูดพร้อมกวาดตามอง
คนทั้งหมด
ไม่ว่าจะเป็นใครล้วนเป็นคนแข็งแกร่งทั้งนั้น โดยเฉพาะบุรุษสูงวัยตรง
หน้าที่เขารู้จักและคุ้นเคยเป็นอย่างดี
“ข้าขอดูทั้งสองชิ้น” ได้ยินดังนั้นลูกจ้างก็เชื้อเชิญคนทั้งหมดขึ้นไปยังชั้น
สองของร้าน ซึ่งเป็นชั้นสำหรับต้อนรับลูกค้าระดับพิเศษ
ระหว่างที่กำลังเดินขึ้นบันไดไปยังชั้นสอง กลับพบคนที่ไม่อยากพบหน้า
มากที่สุด
“ท่านพี่? ไม่คิดว่าจะได้พบท่านที่นี่”