ข้ามเวลามาเป็นภรรยาของสามีขาพิการ ตระกูลหาน - ตอนที่ 111 น้ำเสียงอันคุ้นเคย
หมิงโจวเยว่มองคนที่ยืนอยู่บนบันไดขั้นสูงกว่าด้วยดวงตาเรียบนิ่ง ความ
สนุกสนานที่ได้พูดคุยกับบุตรสาวพลันมอดดับไป เมื่อเห็นว่าใครกันที่ยืนอยู่
ตรงหน้า
เด็กสาวตัวน้อยเมื่อเห็นว่าเป็นใครกันก็รีบเอ่ยทักทายด้วยท่าทีสนิทสนม
“ท่านลุง ท่านป้า มาหาซื้ออาวุธวิญญาณหรือเจ้าคะ? บังเอิญจังเลยเหริน
เหรินก็มาซื้ออาวุธวิญญาณเหมือนกันเจ้าค่ะ” ดวงตาเป็นประกายกะพริบขึ้นลง
ก่อนจะเหลือบสายตาไปเห็นคนที่ตามขึ้นมาด้านหลัง
“แม้แต่ท่านพี่เทียนหลินก็มาด้วย? ได้มาพบพวกท่านทั้งสามช่างเป็นความ
บังเอิญที่น่ายินดีมากเลยเจ้าค่ะ” เด็กสาวตรงหน้ายังคงพูดออกมาเสียยืดยาว
ไม่เพียงแค่นั้นยังขยับก้าวเข้ามาใกล้ยื่นมือมาหวังจะควงแขนหวังหรูอี้
ทว่าอีกฝ่ายกลับขยับถอยห่างสัมผัสของนาง
หมิงเยว่เหรินหน้าเสีย ทว่าเพียงชั่วครู่ก็สามารถปรับสีหน้ากลับมาเช่นเดิม
“ดูแล้วทั้งสามคนกำลังจะขึ้นไปด้านบน ให้เหรินเหรินขึ้นไปด้วยได้หรือไม่
เจ้าคะ ครอบครัวเดียวกันได้พูดคุยกันขณะที่เลือกอาวุธวิญญาณไปด้วยคงเป็น
ภาพที่งดงามไม่น้อยเลย” ว่าจบก็หันไปกอดแขนออดอ้อนบิดาพร้อมเอ่ย
ออกมาว่า “ท่านพ่อก็เห็นด้วยกับลูกใช่ไหมเจ้าคะ”
หมิงโจวฮ่าวเผยยิ้มออกมา อ้าปากออกต้องการเอ่ยสนับสนุนความคิดของ
บุตรสาว ทว่ายังไม่ทันที่เสียงจะถูกเปล่งออกมา เสียงหนึ่งพลันดังขึ้นขัดจังหวะ
เสียก่อน
“ไม่รบกวนเจ้า ข้าขอตัว” พูดจบก็ก้าวเร็ว ๆ ขึ้นไปด้านบนไม่สนใจผู้เป็น
น้องชายและหลานสาว
ทั้งห้าคนเดินผ่านสองพ่อลูกขึ้นไปชั้นบน ทว่าในระหว่างที่เยว่ฉีเดินผ่าน
พวกเขา หมิงโจวฮ่าวกลับเอ่ยทักขึ้นมาอีกครั้ง
“ท่านพี่ ท่านไม่คิดแนะนำสองคนนี้ให้ข้ารู้จักบ้างหรือ?” คนถูกทักชะงัก
เท้าที่กำลังก้าวเดิน
สตรีวัยสิบเจ็ดเพียงหนึ่งเดียวในกลุ่มก้มหน้าไม่สบตา สองมือกำเข้าหากัน
แน่น
หานลั่วอี้สัมผัสได้ถึงความผิดปกติของภรรยา ก้าวเข้าไปชิด ยื่นมือออกไป
สัมผัสมือเย็นชื้นเหงื่อ สอดประสานนิ้วทั้งห้าเข้าด้วยกัน
ความอบอุ่นจากฝ่ามือช่วยให้ความรู้สึกสั่นไหวในอกลดน้อยลง หญิงสาว
เงยหน้ามองสามี เม้มปากแน่น นัยน์ตาซึ่งเคยแต่งแต้มด้วยความสดใส ตอนนี้
กลับหมองหม่น ในนั้นสะท้อนความรู้สึกประหม่า และหวาดกลัว
คุ้นเคยมาก
เสียงที่ได้ยินตรงหน้า คล้ายคลึงกับเสียงที่ได้ยินเป็นครั้งคราวในความฝัน
ร่างกายเองก็คล้ายไม่ใช่ของตน
ทั้งที่ไม่กี่เฟินยังปกติดี แต่พอได้ยินเสียงของสองคนนี้ นางกลับควบคุม
ร่างกายตนเองไม่ได้ ลำตัวเย็นเฉียบขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน จะก้าวขาต่อ
ยังยากลำบาก
บุรุษหนุ่มเงยหน้ามองสองพ่อลูก ต้นเหตุของอาการหวาดกลัวคงเป็นสอง
คนนี้
ชายหนุ่มดึงภรรยาเข้าหา บังคับศีรษะซบลงบนหน้าอก หันไปส่งสายตาให้
ผู้ใหญ่ทั้งสอง
อีกฝ่ายพยักหน้าเข้าใจ ขยับริมฝีปากเอ่ยกับลูกจ้างร้าน
“พาพวกข้าขึ้นไปด้านบนได้แล้ว”
ลูกจ้างร้านที่ยืนมองด้วยสีหน้าทำอะไรไม่ถูกรีบเอ่ยตอบ “ขะ…ขอรับ”
จากนั้นพวกเขาก็เดินห่างออกไป
หมิงโจวฮ่าวมองตามคนทั้งห้า โดยเฉพาะสตรีในอ้อมกอดบุรุษผู้นั้น เขาทัน
ได้มองเห็นใบหน้าของนาง
หน้าตาคล้ายพี่สะใภ้ถึงแปดส่วน
คงไม่ใช่ว่า? …
ไม่สิ จะเป็นไปได้หรือ? ในเมื่อเขาเห็นมากับตาว่าเด็กคนนั้นถูกทิ้งลงหน้า
ผาไปแล้ว
เด็กเล็กอายุไม่กี่ปี ไม่มีทางหนีรอดจากหน้าผาสูงเป็นแน่ แถมคนพวกนั้นที่
ต้องการตัวนางยิ่งกว่าอะไร ยังเป็นคนยืนยันเอง
สายน้ำเชี่ยวกรากถึงเพียงนั้นเป็นไปได้หรือที่จะยังมีชีวิตรอด
ดวงตาคลางแคลงใจมองตามหลังคนทั้งห้าจนลับตา
ท่าทีเป็นห่วงที่เขามองเห็นก่อนประตูจะปิดลง ยิ่งชวนให้สงสัยมากขึ้น
หากเด็กคนนั้นรอดชีวิตกลับมาเล่า? ถึงตอนนั้นทุกอย่างที่เขาทำมาทั้งหมด
คงเสียเปล่าแล้ว
แม้จะยังไม่มีอะไรยืนยันได้ว่าใช่ ทว่าปลอดภัยเอาไว้ก่อนคงดีกว่า เห็นที
ต้องหาทางติดต่อคนพวกนั้น บอกเรื่องที่สงสัยให้รู้เอาไว้ก่อน
“ทะ…ท่านพ่อ ท่านพ่อ” น้ำเสียงไม่พอใจของบุตรสาวดังเข้ามาในหู หมิง
โจวฮ่าวถูกดึงออกมาจากห้วงความคิด
มองสีหน้าบูดบึ้งไม่พอใจของบุตรสาว
“ท่านพ่อมองอะไรหรือเจ้าคะ? ถึงได้ไม่สนใจเหรินเหริน” เสียง
กระเง้ากระงอดของบุตรสาวทำบุรุษสูงวัยหลุดยิ้มออกมา ก้มหน้าลงพูดคุยกับ
เด็กสาว
“เหรินเหรินไม่โกรธพ่อนะ พ่อเพียงคิดอะไรเพลินไปหน่อย เอาอย่างนี้ดี
หรือไม่? เพื่อเป็นการขอโทษ พ่อจะซื้ออาวุธวิญญาณให้ลูกหนึ่งชิ้น?”
เด็กสาวตัวน้อยเลิกคิ้วมอง สองมือยกขึ้นกอดอก เชิดหน้าขึ้น สีหน้า
ครุ่นคิด
“อื้ม…เอาเช่นนั้นก็ได้เจ้าค่ะ หากท่านพ่อซื้ออาวุธวิญญาณให้ลูกอีกชิ้นหนึ่ง
ลูกจะหายโกรธ”
“ลูกสาวพ่อน่ารักจริง ๆ ไปกัน พวกเราไปเลือกของที่ลูกต้องการกันเถิด”
บรรยากาศสองพ่อลูกช่างกลมเกลียว อบอุ่นในสายตาคนมอง แตกต่างจาก
บรรยากาศในห้องตอนนี้
“ภรรยา…” น้ำเสียงเป็นห่วงของคนข้างกายดึงสติเยว่ฉีกลับมา หญิงสาว
เงยหน้ามองสบสายตาเป็นห่วงของเขา ใบหน้าขาวแทบไร้สีเลือด ริมฝีปากขาว
ซีด
เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นไหวว่า
“ละ…ลั่วอี้ เสียงนั้น เมื่อก่อน ในห้องมืดมิด” น้ำเสียงขาดห้วงไม่
ปะติดปะต่อ
ใบหน้างดงามชื้นเหงื่อ ดวงตาสะท้อนความหวาดกลัว
“วะ…วันนั้น ในห้อง ไม่มีใคร” ยิ่งพูดร่างกายในอ้อมกอดยิ่งสั่นไหวมากขึ้น
เขามองภรรยาพึมพำราวคนเสียสติออกมา ในใจรู้สึกเจ็บปวดราวกับถูกเข็ม
นับพันทิ่มแทง
ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกัน นางไม่เคยแสดงท่าทีหวาดกลัวมากขนาดนี้ออกมา
เลยสักครั้ง นางเป็นคนสดใส คิดสิ่งใดในแง่บวกเสมอ ใบหน้ามักแต่งแต้มไป
ด้วยความสุข
ยามอยู่ต่อหน้าอันตรายนางยังสามารถหัวเราะออกมาเพราะความตื่นเต้น
แล้วดูตอนนี้? นางผู้แสนเข้มแข็งกำลังหวนคิดถึงสิ่งใด ถึงได้หวาดกลัวจนตัวสั่น
ราวกับสัตว์ตัวเล็ก ๆ เช่นนี้
คนโอบกอดรู้สึกเจ็บปวด คนมองทั้งสามก็เจ็บปวดไม่ต่างกัน บุรุษสองคน
ของตระกูลหมิงมองสีหน้าเจ็บปวดระคนหวาดกลัวของคนที่เป็นดั่งแก้วตา
ดวงใจ สองมือกำเข้าหากันแน่น
น้ำเสียงกดต่ำของหมิงโจวเยว่เอ่ยออกมา
“บัดซบ!! พวกมันต้องทำบางอย่างกับฉีเอ๋อร์ มิเช่นนั้นเด็กร่าเริงคนหนึ่งจะ
เป็นเช่นนี้หรือ!!” คำกล่าวของเขาเป็นสิ่งที่คนทั้งหมดต่างขบคิดเช่นเดียวกัน
หมัดหนัก ๆ ของหมิงโจวเยว่ซัดลงบนโต๊ะกลางห้อง พลังอันมากล้นทะลัก
ออกมาตามร่างกายเพราะอารมณ์โกรธที่พุ่งขึ้นสูง หมิงเทียนหลินและหวังหรูอี้
รีบใช้พลังเข้าสกัดกั้นพลังของเขาทันที
เสียงสตรีสูงวัยดังขึ้น
“ท่านพี่อย่าได้โมโหจนขาดสติ พลังของท่านจะทำร้ายลูกเรา” ชายสูงวัยได้
สติกลับมา บรรยากาศกดดันถูกเก็บกลับไป
ดวงตาแดงก่ำหันไปมองบุตรสาวในอ้อมกอดบุตรเขย
บุตรสาวที่ดูแลมาอย่างดี เป็นถึงขั้นนี้เพียงเพราะได้ยินเสียงสองพ่อลูกคู่นั้น
เขาต้องทำให้นางกลับมาเป็นเช่นเดิม จะต้องลบความรู้สึกดำมืดทั้งหลาย
ออกไปให้ได้มากที่สุด เพื่อการนั้นเขาจะต้องทำให้บุตรสาวคลายสิ่งที่อยู่ในใจ
ออกมา และเผชิญหน้ากับมัน
หมิงโจวเยว่เดินไปหย่อนตัวนั่งลงตรงหน้านาง สองมือยกขึ้นวางบนตัก
“ฉีเอ๋อร์ ไม่เป็นไร ตอนนี้ไม่มีอะไรทำร้ายลูกได้ พวกเราจะปกป้องลูกเอง”
“ไม่จริง!! พวกท่านไม่มา ข้าร้องอ้อนวอนจนเสียงแหบแห้ง เจ็บไปหมดแต่
พวกท่านก็ไม่มา!!”
นางปฏิเสธสัมผัสของเขาขยับตัวเข้าหาหานลั่วอี้ เหมือนสัตว์เล็กที่กำลัง
หวาดระแวง
ความอบอุ่นรอบตัวชายหนุ่มทำให้นางรู้สึกปลอดภัย
หานลั่วอี้โอบกอดภรรยาแน่นขึ้น ยกมือขึ้นลูบหัวพร้อมเอ่ยกระซิบข้างหู
“ภรรยา เจ้าไม่ใช่คนชอบหนีปัญหามิใช่หรือ? อย่าได้หวาดกลัว ข้าจะ
ปกป้องเจ้า ไม่ให้เจ้าต้องเผชิญเรื่องราวร้าย ๆ อีกแล้ว” เสียงกระซิบข้างหู
อ่อนโยนเหลือเกิน คนที่เอาแต่ก้มหน้าไม่สบตา เงยหน้าขึ้นมอง
ใบหน้างดงามเต็มไปด้วยหยาดน้ำตา ดวงตาแดงก่ำ สายตาตัดพ้อสะท้อน
อยู่ในนั้น
“ปกป้องข้าหรือ? จะไม่ปล่อยให้หนาวใช่ไหม ฮึก” สองมือเรียวยกขึ้นกำ
เสื้อบริเวณหน้าอก
“ข้าเคยผิดสัญญาหรือ?” คนถูกถามส่ายหัว
“เช่นนั้นโปรดไว้ใจข้า ไว้ใจครอบครัวของเจ้า ข้ารู้ว่าภรรยาเจ็บปวด แต่
หากเจ้ายังเป็นเช่นนี้ คนที่คอยเป็นห่วงเจ้าก็คงเจ็บปวดไม่ต่างกัน”
เยว่ฉีเม้มปาก กลั้นเสียงสะอื้น
“ภรรยา แม้ข้าจะไม่รู้ว่าเจ้ากำลังหวาดกลัวสิ่งใด แต่ข้าเชื่อว่าเจ้าจะ
สามารถเอาชนะมันได้ หากเจ้าทำคนเดียวไม่ไหวก็ยังมีคนอีกมากที่พร้อมยื่นมือ
เข้าช่วยเหลือ ดึงเจ้าขึ้นมาจากความเจ็บปวด”
“จะไม่ทิ้งใช่ไหม จะไม่ปล่อยให้อยู่คนเดียว จะมาช่วยเหลือ” เสียงพึมพำ
เลื่อนลอย หลุบสายตามองบิดา
“ฉีเอ๋อร์ จะไม่มีอีกแล้ว ครั้งนี้พ่อจะช่วยเจ้าเอง จะไม่ปล่อยให้เจ็บปวด จะ
จัดการคนที่ทำให้เจ้าต้องเจ็บปวด” หมิงโจวเยว่เอ่ยสัญญา
จะไม่ทำผิดพลาดอีกแล้ว จะไม่ทำให้บุตรสาวต้องมีแผลในใจเพิ่มขึ้นมาอีก
แล้ว
ครั้งนี้เขาจะดูแลให้ดี แม้ต้องตัดขาดจากครอบครัวก็ยอม
“ฮึก ฮื้อออ ข้ากลัว ท่านพ่อข้ากลัว”
เยว่ฉีโผเข้ากอดบิดา ปล่อยโฮออกมา
หญิงสาวร่ำไห้ราวเด็กขี้แยคนหนึ่ง ปากก็เอาแต่พรั่งพรูความรู้สึกมากมาย
ซึ่งถูกกักเก็บเอาไว้ในใจ
พวกเขากลับมาแล้ว แม้จะช้าไปมากแต่ก็มา ทั้งยังสัญญาว่าครั้งนี้จะ
ปกป้องให้ดี