ข้ามเวลามาเป็นภรรยาของสามีขาพิการ ตระกูลหาน - ตอนที่ 112 ตระกูลหมิง
แผลในใจยังคงอยู่และไม่มีทางรักษาให้หายสนิท ถึงกระนั้นเราก็สามารถ
รักษาบาดแผลให้เล็กลงได้ เช่นเดียวกับความรู้สึก หากสามารถก้าวผ่านไปได้
ความรู้สึกดำมืดที่ตามหลอกหลอนก็จะลดลง จนกลายเป็นเพียงความทรงจำ
ฉากหนึ่ง ไม่มีค่าให้ต้องหวาดกลัวหรือหวั่นวิตก
เยว่ฉีตัดสินใจแล้ว
แผลนี้ใหญ่มากเกินไป ถึงขั้นทำให้นางหวาดกลัวไม่เป็นตัวของตัวเอง
ความรู้สึกนี้หากปล่อยไว้ไม่รักษาก็รังแต่จะทำให้นางกลายเป็นภาระในสักวัน
ตัวตนของนางไม่ใช่คนอ่อนแอถึงเพียงนั้น ตอนนั้นนางยังเด็กนัก ช่วยเหลือ
ตนเองไม่ได้ ทว่าตอนนี้ไม่เหมือนกัน นางมีผู้คนมากมายพร้อมช่วยเหลืออยู่ข้าง
กาย
บางทีการแสดงออกก่อนหน้าของนางคงทำให้อีกฝ่ายสงสัย แล้วเริ่ม
วางแผนบางอย่าง ในเมื่อสุดท้ายแล้วไม่มีทางให้หลบหนี สู้เผชิญหน้าไปเลยคง
ดีกว่า
แม้จะหวาดกลัว แต่ก็เชื่อว่าจะสามารถเอาชนะความกลัวนั้นได้
มือที่มักจะยื่นมาหาทุกครั้งที่รู้สึกแย่ ความอบอุ่นจากคนที่มอบทุกอย่างให้
คอยปลอบประโลมจิตใจให้เข้มแข็งขึ้น
ข้างกายที่มีเขา ช่วยให้รู้สึกปลอดภัยและช่วยดึงความกล้าหาญของนาง
ออกมา
“ฉีเอ๋อร์ลูกพร้อมแล้วใช่ไหม?” หมิงโจวเยว่เอ่ย สีหน้าเต็มไปด้วยความ
กังวล
กังวลว่าบุตรสาวจะเจ็บปวดขึ้นมาอีก
คนถูกถามหันมายิ้มให้ “ท่านพ่อลูกไม่เป็นอันใด ท่านอย่าได้กังวล”
ความหวาดกลัวที่เกิดขึ้นกะทันหันตอนนั้นเป็นเพราะนางไม่ได้ตั้งตัวกับการ
เผชิญหน้า หญิงสาวเชื่อว่าหากนางเผชิญหน้าแบบตั้งใจ จะต้องไม่เป็นอะไร
และบทสรุปที่เกิดขึ้นในห้องนั้นคือ การพานางมายังตระกูลหมิง เผชิญหน้า
กับสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้
หมิงโจวเยว่จ้องมอง ความแข็งแกร่ง เด็ดเดี่ยวของบุตรสาวทำบุรุษสูงวัย
เม้มปากแน่น
เติบโตมาเป็นเด็กที่เข้มแข็งมากทีเดียว
ทั้งห้าคนมองประตูใหญ่ของตระกูล จากนั้นเดินเข้าไปใกล้ คนคอยทำ
หน้าที่เฝ้าประตูเมื่อเห็นว่าผู้มาเป็นใครก็รีบทำความเคารพ แล้วเปิดประตูให้
ปกติแล้วเชื้อสายตรงของตระกูลสามารถเข้าไปได้เลย ไม่จำเป็นต้องเข้า
ทางประตู พวกเขาทุกคนจะมีป้ายสำหรับใช้ผ่านม่านพลังป้องกันเข้ามาได้คน
ละแผ่น แต่เพราะวันนี้มีเยว่ฉีและหานลั่วอี้มาด้วยจึงต้องเข้าทางประตูแทน
ผ่านประตูเข้ามาแล้ว สิ่งที่กระทบเข้าสู่สายตาคือลานกว้างขนาดใหญ่ บน
นั้นมีศิษย์หลายคนของตระกูลหมิงกำลังฝึกวิชา หรือไม่ก็ประลองฝีมือกันบน
ลานประลอง
ศิษย์เหล่านั้นเมื่อเห็นคนทั้งสามต่างหันมาทำความเคารพก่อนจะกลับไป
สนใจการฝึกฝน ทว่ายังมีศิษย์หลายคนมองสองสามีภรรยาเยว่หานด้วยสายตา
สงสัยใคร่รู้
แต่ไม่นานก็ละสายตากลับไป
ตระกูลหมิงแยกออกเป็นฝั่งซ้ายขวา บ้านใหญ่อยู่ฝั่งขวา บ้านรองอยู่ฝั่งซ้าย
ตรงกลางระหว่างบ้านทั้งสองฝั่ง คือที่พำนักของผู้นำตระกูล รวมถึงบุตรชาย
ของท่าน หรือก็คือบิดาหมิงโจวเยว่
มารดาของหมิงโจวเยว่เสียไปนานแล้วจากการต่อสู้กับสัตว์อสูรระดับจอม
อสูรเมื่อหลายปีก่อน ตอนนี้จึงเหลือเพียงหมิงซีห่าวที่ใช้ชีวิตเพียงลำพัง
เดินตามทางมาเรื่อย ๆ ไม่นานพวกเขาก็มาถึงเรือนรับรองของตระกูล
หมิงโจวเยว่ได้สอบถามกับบิดาไว้ก่อนแล้ว ทั้งยังบอกกล่าวว่าจะพาใคร
บางคนมาพบพวกท่าน
ก๊อก ก๊อก
“เข้ามาได้” เสียงทรงพลังดังขึ้นหลังสิ้นสุดเสียงเคาะประตู ชายสูงวัยหันมา
หาบุตรสาว นางพยักหน้ายิ้ม ๆ บ่งบอกว่าพร้อมแล้ว
“ท่านพ่อ ลูกมาแล้วขอรับ” ชายสูงวัยเอ่ยด้วยท่าทีนอบน้อม เดินนำคน
ทั้งหมดเข้ามาในห้อง
ภายในเรือนรับรอง เหนือขึ้นไปบนบันไดสองชั้น ชายชราผู้หนึ่งนั่งอยู่บน
นั้น บรรยากาศรอบตัวโอบล้อมไปด้วยความแข็งแกร่งและเย็นชา
เขาคือผู้นำตระกูลหมิงคนปัจจุบัน หมิงต้วน ผู้ฝึกปราณขั้นตำนานระดับต้น
ปีนี้อายุสองร้อยสี่สิบแปดปีแล้ว
อีกฝ่ายหลุบตามองผู้มาใหม่ไม่กล่าวอะไร
ด้านล่างใกล้ทางขึ้นบันได ชายชราท่าทางนอบน้อมคนหนึ่งลุกขึ้นเดินเข้า
มาหาหมิงโจวเยว่ เขาคือหมิงซีห่าวบุตรชายของ หมิงต้วน บิดาหมิงโจวเยว่
ปีนี้หมิงซีห่าวมีอายุร้อยเก้าสิบสี่ปี เป็นผู้ฝึกปราณขั้นเทพระดับสูง
ส่วนหมิงโจวเยว่เป็นผู้ฝึกปราณขั้นเทพระดับต้น ในขณะที่ หมิงเทียนหลิน
และหวังหรูอี้เป็นเพียงผู้ฝึกปราณขั้นเซียนระดับต้น
“มาครบแล้วก็นั่งลง” เสียงทรงอำนาจดังขึ้นเหนือศีรษะ
บรรยากาศต้อนรับหายไปทันทีหลังสิ้นสุดเสียง หมิงโจวเยว่หันมาหา
บุตรสาว แล้วบอกให้พวกเขานั่งเรียงกันฝั่งขวามือผู้นำตระกูล
นี่คือตำแหน่งที่นั่งตามกฎตระกูล
หานลั่วอี้ผู้ได้ชื่อว่าเป็นบุตรเขยต้องนั่งลำดับถัดจากเยว่ฉี ผู้สืบเชื้อสาย
ตระกูลหมิง
ลำดับการนั่งจะลดหลั่นกันไปตามลำดับอายุ
“ท่านปู่ คนนี้คือเยว่ฉีบุตรเหลนที่หายตัวไปเมื่อเจ็ดปีก่อนขอรับ” การพา
เยว่ฉีมาพบท่านปู่ บางทีอาจเป็นความคิดที่ถูกต้อง
เพราะท่านให้ความสำคัญกับความแข็งแกร่ง ยิ่งแข็งแกร่งและมีพรสวรรค์
จะยิ่งได้รับความสนใจจากท่านมากเท่านั้น และสิ่งที่ตามมาคือการให้
ความสำคัญ
หมิงโจวเยว่คิดใช้สิ่งนี้ในการปกป้องบุตรสาวจากผู้ไม่หวังดีอีกทางหนึ่ง
แม้ตอนนางยังเด็กท่านจะไม่ได้ให้ความสำคัญมากเท่าที่ควร ทว่าตอนนี้คน
กลับมาแล้ว ทั้งยังเป็นถึงนักหลอมโอสถขั้นปรมาจารย์ ไม่มีทางที่ท่านปู่จะ
ปล่อยผ่าน
ชายชราหันสายตามามองหญิงสาว เยว่ฉีลุกขึ้นก้าวออกมาทำความเคารพ
“ยินดีที่ได้พบท่านปู่ทวด เหลนหมิงเยว่ฉีกลับมาแล้วเจ้าค่ะ” กลิ่นอาย
บริสุทธิ์รอบกายนางทำผู้อาวุโสพึงพอใจมาก
“ตรวจสอบแน่ชัดแล้วใช่หรือไม่?”
หมิงโจวเยว่เอ่ยตอบ “ขอรับท่านปู่ เป็นบุตรสาวคนเล็กของข้าจริงขอรับ”
“…” ความเงียบเกิดขึ้นชั่วขณะ ก่อนเสียงหัวเราะก้องกังวานจะดังขึ้น
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ดี!! เด็กในคำทำนายกลับมาแล้วสินะ หากนับเวลาที่เจ้าหายไป
และกลับมา ตอนนี้อายุคงจะสิบเจ็ดย่างเข้าสิบแปดใช่หรือไม่?”
เยว่ฉีเม้มปาก ชายชราคนนี้ไม่ถามว่าชีวิตที่ผ่านมาลำบากหรือไม่? แต่ถาม
ถึงอายุก่อนแล้ว
“เจ้าค่ะ”
“อายุสิบเจ็ดเป็นนักหลอมโอสถขั้นปรมาจารย์งั้นหรือ? สมแล้วจริง ๆ ที่
ผ่านมาคงลำบากไม่น้อยเลยสินะ”
“หลานลำบากมากจริง ๆ เจ้าค่ะ”
“หึ…ความลำบากจะทำให้คนเติบโตขึ้น เจ้าเองก็ลำบากมากมายกว่าจะ
มาถึงจุดนี้มิใช่หรือ? แล้วรู้ตัวคนที่จับเจ้าไปหรือไม่?”
“หากรู้ ท่านปู่ทวดจะจัดการให้เหลนหรือเจ้าคะ?”
ฝ่ายถูกถามเงียบไปชั่วครู่ ก่อนเอ่ย
“หากไม่กระทบต่อผลประโยชน์ของตระกูล ข้าย่อมออกหน้าจัดการให้เจ้า
แต่หากส่งผลกระทบเจ้าต้องจัดการด้วยกำลังของตน ข้าจะไม่ยื่นมือเข้าไป
เกี่ยวข้อง แน่นอนว่าเจ้าสามารถขอความช่วยเหลือจากครอบครัวเจ้าได้”
ในจุดที่เขามองไม่เห็น เยว่ฉีเผยยิ้มหยัน
อย่างที่ท่านพ่อเล่าให้ฟัง ชายชราผู้นี้ เห็นผลประโยชน์มากกว่า
ความสัมพันธ์ เช่นนั้นเพื่อที่จะใช้ประโยชน์จากเขาให้ได้มากที่สุด นาง
จำเป็นต้องทำตัวให้มีค่าเพิ่มมากขึ้น
ถึงขนาดนี้เขาไม่อาจมองข้ามนางได้เลย
ท่านปู่ทวด ความทะเยอทะยานของท่าน ข้าขอใช้ประโยชน์จากมันจัดการ
กับคนของท่านด้วยนะเจ้าคะ ข้าเชื่อว่าหากเป็นท่านจะต้องยอมอ่อนข้อให้ข้า
นางจะใช้มันหยุดเขาไม่ให้ยื่นมือเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการแก้แค้นในครั้งนี้
“ท่านปู่ทวดไม่ต้องกังวล ความแค้นที่ข้ามีข้าจะจัดการด้วยตนเอง ขอเพียง
ท่านปู่ทวดอย่าได้ยื่นมือเข้ามาห้าม”
ประกายตาผู้อาวุโสวูบไหว รู้สึกพึงพอใจในคำตอบ
“ในเมื่อเจ้าได้รับการยืนยันแล้วว่าเป็นคนตระกูลหมิง เช่นนั้นก็รับนี่ไป”
เขาวาดมือครั้งหนึ่ง ป้ายขนาดเล็กพลันปรากฏขึ้นแล้วลอยมาตรงหน้า
“นำติดตัวเจ้าไว้ ต่อไปหากต้องการเข้าออกตระกูลก็ใช้สิ่งนี้ยืนยันตัวตน”
“ขอบคุณท่านปู่ทวดเจ้าค่ะ” กล่าวจบก็คิดจะหันกลับไปนั่งเช่นเดิม
ทว่าหมิงต้วนกลับเอ่ยขึ้น
“ไม่คิดจะแนะนำคนของเจ้าให้ปู่ทวดรู้จักหรือ?” ไม่ทันไร น้ำเสียงเขาก็ดู
จะสนิทสนมขึ้นหลายส่วน
ดูท่าจะพึงพอใจในตัวนางมากจริง ๆ
ในตระกูลหมิง ลูกหลานที่เป็นนักหลอมโอสถ มีเพียงเยว่ฉี และหมิงเยว่เห
รินสองคนเท่านั้น ที่เหลือล้วนเป็นคนจากตระกูลอื่น ทำให้ตระกูลหมิงมักถูก
พูดถึงในเชิงที่ว่า กำลังผู้ฝึกปราณแข็งแกร่งแต่ด้านนักหลอมโอสถกับอ่อนแอ
เมื่อเยว่ฉีกลับมาจึงสามารถมาเติมเต็มส่วนนี้ได้ ผู้อาวุโสเช่นเขาจึงพึงพอใจ
มาก
“ท่านปู่ทวด บุรุษผู้นี้ชื่อหานลั่วอี้ สามีเหลนเจ้าค่ะ” หานลั่วอี้ลุกขึ้นทำ
ความเคารพอีกฝ่าย
หมิงต้วนยกมือขึ้นลูบเคราสีดอกเลา มองสำรวจหานลั่วอี้เพียงชั่วครู่ ก่อน
จะเตะเท้าเคลื่อนตัวมาหยุดยืนตรงหน้า เดินวนรอบตัวมองสำรวจชายหนุ่ม
“เจ้าหนู ปีนี้อายุเท่าใด”
“อีกไม่กี่เดือนจะครบยี่สิบสองปีขอรับ”
คำตอบจากอีกฝ่ายทำให้ชายชรายิ้มกว้าง
“ดี!! อายุยี่สิบสองแต่เป็นผู้ฝึกปราณขั้นเซียนแล้ว อนาคตของเจ้าคงไปได้
อีกไกล” กล่าวจบก็หันมาหาเยว่ฉี
“ได้สามีดี อนาคตของตระกูลคงเป็นดั่งคำทำนาย”
หมิงต้วนพึงพอใจมาก แม้บุรุษผู้นี้จะไม่ใช่สายเลือดตระกูลหมิง แต่เด็กที่จะ
เกิดมาจากสองคนนี้จะมีสายเลือดตระกูลหมิงไหลเวียนอยู่
เมื่อถึงตอนนี้ตระกูลหมิงคงจะยิ่งใหญ่กว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้ ลูกที่เกิดจากคน
แข็งแกร่ง จะยิ่งแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น
“รับสิ่งนี้ไว้” เขามอบป้ายให้หานลั่วอี้ เป็นป้ายแบบเดียวกับที่เยว่ฉีได้รับ
วันนี้มีเรื่องให้ชายชราอารมณ์ดีถึงสองเรื่อง เขาจึงหันไปเอ่ยกับบุตรชายว่า
“ซีห่าว ประกาศออกไป อีกสี่วันให้หลังตระกูลหมิงจะจัดงานต้อนรับการ
กลับมาของเหลนสาว หากผู้ใดสนใจเข้าร่วมงานสามารถแจ้งความประสงค์เข้า
มาได้”
ได้ยินประโยคคำสั่ง สายตาคนทั้งห้าพลันวูบไหว
ดูเหมือนว่าแผนการของพวกเขาจะราบรื่นมากกว่าที่คิด
“พวกเจ้าออกไปได้แล้ว” ชายชราเอ่ย
“ขอรับ/เจ้าค่ะ” หลายคนตอบรับแล้วหันหลังจะเดินจากไป ทว่ายังไม่ทัน
ก้าวพ้นธรณีประตู หมิงต้วนกับเอ่ยเรียกคนไว้ก่อน
“เยว่ฉี เหลนเดินมาหาปู่ทวดสักครู่” เยว่ฉีขมวดคิ้วสงสัย แต่ก็ยอมหันหลัง
เดินกลับไปหา
“รับสิ่งนี้ไว้ จะช่วยให้เจ้าพ้นจากอันตราย นี่คือแผ่นศิลาที่ข้าทำขึ้นมาเอง
ยามตกอยู่ในอันตรายเจ้าก็หักมันเสีย มันจะนำพาเจ้ามายังห้องของข้า จากนี้ก็
ไม่ต้องกังวลว่าเจ้าจะหายไปอีกแล้ว”
สิ่งที่หมิงต้วนมอบให้คือ แผ่นเคลื่อนย้ายซึ่งได้มีการบันทึกปลายทางเอาไว้
แล้ว
สิ่งนี้มีมูลค่ามหาศาล หากนำออกไปขายจะต้องขายได้ไม่ต่ำกว่าสองล้าน
ตำลึง!!
เยว่ฉีรับมาด้วยความรู้สึกบอกไม่ถูก
ที่ท่านพ่อบอกว่า ท่านปู่ทวดจะต้องให้ความสำคัญกับเจ้า ดูแล้วคงจริงดัง
คาด ทั้งยังดูให้ความสำคัญมากด้วย
“ขอบคุณเจ้าค่ะท่านปู่ทวด” เยว่ฉียิ้มกว้างให้อีกฝ่าย รับมาด้วยสีหน้า
สดใส
หลังทำความเคารพเสร็จก็หันหลังเดินออกมา
ท่านปู่ทวด ให้ความสำคัญกับข้ามาก ๆ นะเจ้าคะ ให้มากกว่าคนพวกนั้น
เพราะหากถึงวันนั้นเมื่อใด ในวันที่ทุกอย่างเปิดเผยออกมา ท่านจะได้ทำเป็น
เมินเฉย ปล่อยให้ครอบครัวข้าจัดการเรื่องราวทุกอย่างได้อย่างสบายใจ
ที่หมิงต้วนให้ความสำคัญกับเยว่ฉีมีเหตุผลอยู่ ในบรรดานักหลอมโอสถ
ทั้งหมดในดินแดนระดับสูงที่อายุใกล้เคียงเหลนสาวคนนี้ คนที่สามารถก้าว
ขึ้นมาเป็นนักหลอมโอสถขั้นปรมาจารย์ได้ มีไม่ถึงห้าคนเสียด้วยซ้ำ
นี่ไม่เท่ากับว่า เขาได้ครอบครองหนึ่งในนักหลอมโอสถหายากและมี
พรสวรรค์เหล่านั้นหรือ?
หลังงานเปิดตัวแพร่ออกไป ชื่อเสียงของตระกูลหมิงจะต้องเพิ่มขึ้น เมื่อถึง
ตอนนั้นเขาคงได้รับคำเยินยอและท่าทีเกรงใจเพิ่มขึ้นอีกหลายส่วน