ข้ามเวลามาเป็นภรรยาของสามีขาพิการ ตระกูลหาน - ตอนที่ 114 งานต้อนรับ
สมกับได้ชื่อว่าตระกูลใหญ่
ทั้งที่มีเวลาแค่ห้าวัน แต่พวกเขากลับสามารถจัดงานเสียใหญ่โต บนพื้นที่
กว้างใหญ่ขนาดนี้ได้
ตัวเอกของงานอย่างเยว่ฉีถูกมารดาจับมาเตรียมตัวตั้งแต่เช้า ทั้งอาบน้ำ ขัด
ตัว เลือกชุด เครื่องประดับที่เข้าคู่กัน
ไม่สิ เรื่องชุดนั้นได้มีการเรียกตัวช่างตัดเสื้อมาวัดขนาดและตัดเย็บชุดใหม่
แต่เนิ่น ๆ เป็นชุดที่เข้าคู่กับหานลั่วอี้
เรื่องชุดคู่เป็นความคิดของผู้นำตระกูลคนปัจจุบัน เขาต้องการประกาศการ
กลับมาของเหลนสาวให้ผู้คนในดินแดนระดับสูงได้รับรู้ ไปพร้อมกับการต้อนรับ
บุตรเขยมีความสามารถ
งานถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ มีผู้เข้าร่วมจากตระกูลใหญ่มากมาย ผู้มีอำนาจ
ในดินแดนระดับสูงที่ไม่เกี่ยวข้องกับตระกูลใหญ่ก็มาร่วมงานด้วยเช่นกัน
เวลาผ่านล่วงเลยไป ในที่สุดก็ถึงเวลางานแล้ว
เยว่ฉีสวมอาภรณ์สีฟ้าสะอาดตา ปักลวดลายหงส์เหินสีทองงดงาม หงส์ทอง
สยายปีกโบยบินบนท้องนภาให้ความรู้สึกสูงศักดิ์และสง่างาม
ผมสีดำเงางามถูกรวบขึ้นครึ่งศีรษะ ประดับประดาด้วยปิ่นหยกลวดลาย
ดอกท้อเนื้อดี ห้อยพู่ระย้าไว้ที่เอวข้างขวา เดินตามหลังหมิงต้วนออกมา
ข้างกันมีหานลั่วอี้ ชายหนุ่มสวมอาภรณ์คล้ายคลึงกัน แตกต่างที่อาภรณ์
ของเขาปักลวดลายมังกรเหินฟ้า ให้ความรู้สึกน่าเกรงขามทั้งยังสง่างาม ยามทั้ง
สองเดินเคียงกันออกมา
หลายคนถึงกับลืมหายใจ มองภาพความเหมาะสมแสนลงตัวตรงหน้า
หนึ่งบุรุษหล่อเหลา งดงามน่าเกรงขาม หนึ่งสตรีงดงามอ่อนหวานสูงศักดิ์
ภาพของคนทั้งคู่ที่เดินเคียงคู่ ราวหงส์เหินเคียงคู่มังกร
หมิงต้วนมองสีหน้าของผู้คนโดยรอบ ซึ่งจับจ้องคนที่เดินตามหลังด้วยสี
หน้าพึงพอใจ
การเปิดตัวทั้งคู่ได้รับความสนใจตามที่ตนต้องการ
“ขอบคุณพวกท่านที่มางานเลี้ยงต้อนรับของตระกูลข้า” ชายชราเอ่ยกับ
แขกเหรื่อ บนพื้นที่สูงกว่าสองขั้นบันได ใบหน้าเบิกบาน
“หลังผ่านไปหลายปี ในที่สุดเหลนรักที่ห่างหายไปนานหลายปีก็กลับคืนสู่
ตระกูล เรื่องน่ายินดีเช่นนี้ทำข้าตื่นเต้นจนต้องจัดงานต้อนรับขึ้นมา” กล่าวจบ
ก็หันมาหาสองคนด้านหลัง
หานลั่วอี้และเยว่ฉีเดินเคียงกันมาหยุดยืนข้างผู้อาวุโส
“สตรีตรงหน้าพวกท่านทั้งหลาย คือบุตรสาวคนเล็กของหลานคนโต หมิง
เยว่ฉี ปีนี้อายุสิบเจ็ดปี และเป็นนักหลอมโอสถขั้นปรมาจารย์!!” เสียงชายชราดู
ภูมิใจมาก ยามเอ่ยประโยคนี้ เขาถึงกับยิ้มกว้าง แววตาอ่อนโยนลงเล็กน้อย
หลายคนเริ่มซุบซิบหลังได้ยินประโยคคำพูด มีคนเอ่ยประจบขึ้นมาว่า
“นายท่านหมิง เหลนสาวอายุน้อยแต่เป็นถึงนักหลอมโอสถขั้นปรมาจารย์
แล้ว อนาคตตระกูลหมิงคงจะยิ่งใหญ่กว่าที่เป็นอยู่”
“ข้าคงต้องขอคำนับสุราแสดงความยินดีสักจอกแล้ว หากข้ามีเหลนมาก
ความสามารถเช่นนี้ ข้าคงโอ้อวดผู้คนไปอีกหลายวันหลายคืน!!”
“ผู้อาวุโสหมิง ยินดีกับอนาคตที่ยิ่งใหญ่ของตระกูลหมิง ล่วงหน้า!!”
หมิงต้วนหัวเราะลั่นด้วยความชอบใจ ยิ่งได้ยินคำพูดยกยอประจบสอพลอ
มากเท่าใด สีหน้าชายชรายิ่งเบิกบานมากขึ้นเท่านั้น
แตกต่างจากคนที่ยืนมองอยู่ไม่ไกลออกไป
ดวงตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความอิจฉาริษยา ไม่พอใจ โกรธเกลียด และ
ชิงชัง
“ทั้งที่สมควรตายแต่กลับสามารถกลับมาได้ พอกลับมาก็มาแย่งที่ที่ควร
เป็นของข้า!!” หมิงเยว่เหรินกัดฟันพูดสายตาจดจ้องไปยังเป้าหมาย
เมื่อเจ็ดปีก่อนท่านพ่อกำจัดมันออกไปแล้วแท้ ๆ ตอนนั้นนางได้รับความรัก
มากมาย เพราะเหลือนางเป็นนักหลอมโอสถเพียงคนเดียว
แต่พอมันกลับมาทุกอย่างที่ควรจะเป็นของนางกลับถูกแย่งไป!!
“เหรินเหรินลูกไม่ต้องกังวล เจ็ดปีก่อนพ่อกำจัดเด็กคนนั้นออกไปได้ เจ็ดปี
ให้หลังแม้คนจะกลับมาแล้ว พ่อก็มั่นใจว่าจะสามารถกำจัดมันออกไปได้อีกครั้ง
สิ่งที่ลูกต้องทำคือหมั่นฝึกฝนเลื่อนขั้นให้ได้เรื่องอื่นไม่ต้องกังวล”
“เหรินเหรินท่านพ่อเจ้าพูดถูกแล้ว ลูกไม่ต้องกังวล สิ่งที่ควรจะเป็นของลูก
สุดท้ายแล้วก็จะกลับคืนสู่ลูก อีกไม่กี่วันดินแดนลับก็จะเปิดออกแล้ว พอถึงตอน
นั้นทุกอย่างจะเรียบร้อย” หวังเฉินอ้ายเอ่ยกับบุตรสาว
นางเป็นน้องสาวของหวังหรูอี้ เป็นน้องสาวต่างมารดาซึ่งเกิดจากอนุ
ทั้งที่เกิดจากตระกูลมีชื่อเหมือนกันแต่กลับได้รับการปฏิบัติแตกต่างกัน
เพียงเพราะว่าท้องที่นางเกิดมาไม่ใช่ท้องของภรรยาเอก
หวังเฉินอ้ายรู้สึกว่าตนไม่ได้รับความเป็นธรรมอยู่เสมอ ในเมื่อนางมี
ความสามารถไม่ต่างกัน รูปร่างหน้าตาก็หาได้ขี้ริ้วขี้เหร่ แต่เพียงเพราะเกิดจาก
อนุจึงมักจะถูกมองข้าม ทั้งยังถูกผู้คนยกขึ้นมาเปรียบเทียบกับพี่สาวต่างมารดา
การถูกเปรียบเทียบอยู่เสมอ ทำให้ความไม่พอใจซึ่งแต่เดิมมีอยู่เพียง
เล็กน้อยเพิ่มมากขึ้น จนกลายเป็นความเกลียดชัง
คำพูดที่ว่า เสียดายที่หวังเฉินอ้ายเกิดจากอนุ หากเกิดจากภรรยาเอก คงมี
ความสามารถได้มากกว่านี้
คำพูดทำนองนี้ทำให้นางต้องการก้าวข้ามพี่สาวต่างมารดา ก้าวขึ้นไปสูง
กว่าและมองอีกฝ่ายจากด้านบน
ฝั่งบ้านรองกำลังเค้นสมองวางแผนต่อไปในการกำจัดคนขวางหูขวางตา
ฝ่ายบ้านหลักก็เริ่มวางแผนรับมือไปพร้อม ๆ กับวางแผนเอาคืน
ในจุดลับตาคนไม่มีใครสังเกตเห็นบุรุษผู้หนึ่งขยับมายืนข้างหมิงโจวเยว่ เอ่ย
รายงานข้อมูลล่าสุดที่ได้รับมา
“จับตาดูคนพวกนั้นให้ดี หากได้ข้อมูลเพิ่มเติมให้รีบรายงาน”
“ขอรับนายท่าน”
“อย่าเพิ่ง รับสิ่งนี้ไป แล้วเพิ่มพลังคนของเราให้แข็งแกร่งขึ้น” หมิงโจวเยว่
ยื่นถุงเก็บของให้หัวหน้าหน่วยคุ้มกันพิเศษ ในนั้นบรรจุศิลาวิญญาณระดับกลาง
จำนวนสี่ร้อยก้อน
หัวหน้าหน่วยรับถุงไป เมื่อเปิดดูของข้างในเขาถึงกับชะงักไปชั่วครู่
“ท่านหัวหน้า” น้ำเสียงเขามีความตื้นตันใจหลายส่วน
“ไม่ต้องคิดมาก ทำงานของพวกเจ้าให้ดี หลังจบภารกิจข้าจะยังดูแลพวก
เจ้าเช่นเดิม”
“ข้าน้อยขอเป็นตัวแทนลูกน้อง ขอสาบานว่าจะซื่อสัตย์ต่อท่านจนกว่าชีวิต
จะสิ้น!!”
คำกล่าวของเขาหนักแน่น ดวงตาเด็ดเดี่ยวมั่นคง
“อืม ขอบใจพวกเจ้ามาก หลังจากนี้ก็ช่วยเป็นหูเป็นตาให้ข้า ปกป้อง
คุ้มครองคนสำคัญ”
“ขอรับ” อีกฝ่ายรับคำ ในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกตื้นตัน
พวกเขาโชคดีที่ได้เจอคนเช่นนี้ คนเร่ร่อนไม่มีทางไป ไม่มีที่อยู่เป็นหลัก
แหล่ง เป็นสุนัขจรจัดไร้คนให้พึ่งพิง
วันนั้นที่ตัดสินใจตามเขามาตนคิดไม่ผิดเลย ไม่ว่าจะเป็นที่อยู่อาศัย พลัง
ความรู้ ทุกสิ่งอย่างที่ไม่คิดว่าจะได้รับ กลับได้รับจากคนผู้นี้
เหนือสิ่งอื่นใด เจ้านายและครอบครัวของท่าน ไม่เคยทำร้ายร่างกาย หรือ
พูดจาให้รู้สึกแย่ พวกท่านทั้งใจดี รู้จักเห็นอกเห็นใจผู้อื่น
เจ้านายเช่นนี้ทำเอาคนไม่มีที่ไปอย่างพวกเขาเต็มใจช่วยเหลือและปกป้อง
แม้ต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม
“ผู้เฒ่าหมิงแล้วบุรุษข้างกายเหลนสาวท่านเล่า ไม่คิดจะแนะนำให้พวกข้า
รู้จักบ้างหรือ?” ผู้อาวุโสหม่าเอ่ยถาม เขาได้รับรายงานจากบุตรหลานว่า
ตระกูลหมิงเจอเหลนสาวแล้ว อีกทั้งสามีของนางยังเก่งกาจมากด้วยพรสวรรค์
เขาถือว่ามีความสัมพันธ์อันดีกับตระกูลหมิง เมื่อพบเจอจึงอดเอ่ยถามด้วย
ความอยากรู้ไม่ได้
ผู้เฒ่าหมิงต้องการอวดความสามารถอยู่แล้ว เมื่ออีกฝ่ายเอ่ยถามจึงเอ่ย
ออกมาด้วยความภาคภูมิใจว่า
“ข้าคิดว่าหลายคนคงอยากรู้และบางคนคงทราบกันดีอยู่แล้ว บุรุษผู้นี้คือ
สามีเหลนสาวข้า หานลั่วอี้ เพิ่งจะอายุยี่สิบเอ็ดปี แต่กลับเป็นถึงผู้ฝึกปราณขั้น
เซียน!!”
คำพูดนี้ยิ่งสร้างเสียงพูดคุยชื่นชมมากขึ้นกว่าเดิม
ผู้ฝึกปราณขั้นเซียนอายุยี่สิบเอ็ดปี! นี่ไม่ใช่เป็นการจับคู่ของผู้มากด้วย
พรสวรรค์หรือ
ผู้มาร่วมงานหลายคนต่างแสดงความยินดี ทั้งยังเอ่ยชมว่าทั้งสองคนนั้น
เหมาะสมกันถึงที่สุด
หลายคนรีบเอ่ยประจบสอพลอผู้เฒ่าหมิง หลายคนพยายามกดข่มความ
อิจฉาริษยาเอาไว้
ตระกูลใหญ่ถึงเพียงนี้ โชคดีได้บุตรเขยหล่อเหลาไม่พอ ยังมากไปด้วย
ความสามารถอีก!! พวกเขาถึงกับสามารถคาดเดาได้เลยว่า อนาคตของ
ตระกูลหมิงจะยิ่งใหญ่ขึ้นกว่าที่เป็นอยู่หลายเท่า!!
แต่ไม่ว่าพวกเขาจะมีความคิดเห็นเช่นไร หมิงต้วนก็ได้รับในสิ่งที่ต้องการ
แล้ว
พวกเจ้าอิจฉาข้าใช่หรือไม่? อิจฉาต่อไปเถิด ยิ่งพวกเจ้าอิจฉาข้ายิ่งมี
ความสุขมากเท่านั้น แถมในอนาคตพวกเจ้าจะยิ่งอิจฉาข้ามากยิ่งขึ้น!!