ข้ามเวลามาเป็นภรรยาของสามีขาพิการ ตระกูลหาน - ตอนที่ 116 การเอาชนะเล็กน้อย ตอนปลาย
เยว่ฉีเดินฮัมเพลงอย่างสบายใจเข้ามาในป่า พร้อมกับปล่อยพลังจิตออกไป
สำรวจโดยรอบ
“ภรรยาจงใจเอ่ยยุยงเด็กคนนั้นหรือ?” เยอเลิกคิ้วเหลือบตามองสามี หยัก
มุมปากขึ้น
“หาใช่เช่นนั้น ข้าเพียงสอบถามเพื่อความมั่นใจ”
หานลั่วอี้ไม่มีทางเชื่อ สายตาภรรยาในตอนนั้นเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์
“ข้ารู้ว่าท่านไม่เชื่อข้า และความคิดท่านก็ถูกต้อง” กล่าวพร้อมก้าวเดิน
นำหน้า สองมือไขว้หลังแล้วหันหลังมามองอีกฝ่ายยิ้ม ๆ
“ข้าเพียงลองหว่านเมล็ดดู เพื่อให้นางไขว้เขวและเชื่อว่าอีกฝั่งหนึ่งคงจะมี
ของดีอยู่บ้าง”
“ฝั่งนู้นมีของดีอยู่หรือ?” ชายหนุ่มเอ่ยถามอีกครั้ง
เยว่ฉีเผยยิ้มกรุ้มกริ่ม ท่าทางครุ่นคิด ไม่ยอมเอ่ยตอบ
มุมปากหานลั่วอี้ยกยิ้มให้กับการแสดงออกของนาง สายตาอ่อนโยน
“ภรรยา สีหน้าเจ้าบอกข้าหมดแล้ว” เขาใช้ก้าวสายลมเคลื่อนตัวไปประชิด
คนรัก โอบเอวคนเข้าหา
เยว่ฉีถูกดึงเข้าตัวกะทันหันรู้สึกตกใจเล็กน้อย ยกมือดันหน้าอกสามี เงย
หน้ามอง
“ถึงกับต้องใช้วิชาเพื่อเข้าหาข้าเลยหรือ?” ไร้ซึ่งความไม่พอใจ มีเพียง
ความรู้สึกขำขันเท่านั้น
ไม่คิดว่าชายผู้นี้จะใช้วิชาเพียงเพื่อทำให้นางตกใจ
“ภรรยา” นางมองแววตาเขาอย่างคนรู้ทัน เอ่ยออกไปว่า
“แค่จูบเท่านั้น”
หานลั่วอี้ไม่พูดอะไรออกมาอีก มือข้างที่ว่างยกขึ้นประคองท้ายทอยภรรยา
โน้มหน้าเข้าใกล้ แนบจุมพิตลงบนริมฝีปากนุ่มนิ่ม
เยว่ฉีเผยอปากออก จูบตอบกลับไปตามความเคยชิน บดเบียดริมฝีปากเข้า
หาสามี
หลายวันแล้วที่ทั้งสองคนไม่ได้แนบชิดกันถึงขนาดนี้ พอได้สัมผัสความหอม
หวานจากกันและกันจึงอดใจไม่ได้อยู่บ้าง
เรียวลิ้นร้อนแทรกผ่านรอยกลีบปากเข้าไปสัมผัสความอ่อนนุ่มภายในโพรง
ปาก ลิ้นร้อนแทรกผ่านเข้ามาเกาะเกี่ยวดูดเม้มปลายลิ้นเบา ๆ ทำเอาร่างกาย
เล็กกว่าสั่นสะท้านด้วยความเสียวซ่าน
เยว่ฉีโอบมือรอบคอสามีเขย่งตัวขึ้นให้จูบได้ถนัดถนี่
เสียงความสนิทสนมดังสะท้อนเข้าในหู ทำเอาร่างเพรียวบางใบหน้าแดงระ
เรื่อลามไปถึงใบหู ถึงกระนั้นริมฝีปากซึ่งแนบชิดกันก็หาได้ผละห่าง
นานหลายเฟิน จวบจนลมหายใจเริ่มขาดห้วง หานลั่วอี้จึงยอมละริมฝีปาก
ออกห่าง
เขามองสีหน้าแดงระเรื่อ ดวงตาปรือปรอยของภรรยา
หัวใจหานลั่วอี้สั่นไหวเล็กน้อย อยากจะกดจูบลงไปแรง ๆ พร้อมขบกัดริม
ฝีปากบวมเจ่อ แต่ต้องห้ามใจเอาไว้ก่อน
“ลั่วอี้พอแล้ว” สองแขนสั่น ๆ ดันหน้าอกสามีออกห่าง จูบของเขาทำของ
นางอ่อนแรง ได้แต่ซบใบหน้าลงบนหน้าอกแกร่ง ปล่อยตัวเข้าสู่อ้อมกอด
“ภรรยา…”
“พอแล้วตอนนี้เรายังอยู่ด้านนอก อีกทั้งยังต้องรีบตามหาของวิเศษให้เจอ”
หานลั่วอี้ถอนหายใจเสียดาย
อุตส่าห์ได้ใกล้ชิดกันทั้งทีแต่กลับต้องหักห้ามใจ ปล่อยผลไม้รสเลิศตรงหน้า
ไปก่อน
ทั้งสองคนเดินลึกเข้าไปในป่าตามเส้นทางที่เยว่ฉีทำการตรวจสอบ
ตั้งแต่เดินทางเข้ามา เวลาก็ล่วงเลยไปกว่าหนึ่งชั่วยามแล้ว ทว่าทั้งสองคน
ยังไม่พบเจอของดีที่พอจะทำให้หมิงต้วนพึงพอใจ
นักหลอมโอสถเพียงหนึ่งเดียวใช้พลังจิตไปมากในการค้นหาของวิเศษ
ภายในป่าอันกว้างใหญ่ ที่เยว่ฉีพยายามถึงขั้นนี้นอกจากเพราะต้องการชนะการ
แข่งขันแล้ว ยังต้องการเห็นสีหน้าบิดเบี้ยวจากความผิดหวังของพวกเขา
แค่คิดว่าใบหน้าที่มักจะซ่อนความถือดีเอาไว้ ไม่น่ามองขึ้นมาก็มีความสุข
แล้ว
ระยะทางที่เยว่ฉีสามารถกวาดพลังจิตออกไปได้มากถึงหกลี้ทำให้สามารถ
ป้องกันและหลบหลีกอันตรายจากสัตว์ร้ายในป่ามาได้
“ลั่วอี้ ท่านว่าผู้ฝึกปราณขั้นตำนานจะชื่นชอบของแบบใด?” เยว่ฉีเอ่ยถาม
พลางใช้พลังโน้มใบไม้ กิ่งไม้ออกห่างจากเส้นทางเดินของนาง
ชายหนุ่มหยุดคิดสักพักก่อนเอ่ย “ดูจากนิสัยหลายวันมานี้ของผู้เฒ่าคนนั้น
คงต้องเป็นของที่หายากมาก ทั้งยังสามารถเอาออกไปโอ้อวดให้ผู้อื่นอิจฉาได้”
“จริงอย่างท่านว่า คนอะไรจะชอบโอ้อวดถึงเพียงนั้น ทำเอาหลายวันมานี้
ข้าต้องหลอมโอสถออกมามากมาย แต่กลับไม่ได้เงินสักตำลึง!!”
สีหน้าหญิงสาวยามคิดถึงโอสถที่เสียไปดูน่าขำไม่น้อย หานลั่วอี้ถึงกับหยัก
ยิ้มมุมปากเอ่ยปลอบออกไปว่า
“ภรรยาแม้ไม่ได้เงินแต่สิ่งที่ได้นั้นมีค่ามากกว่า”
“ข้ารู้ แต่ก็อดเสียดายไม่ได้ โอสถระดับเก้าและระดับปรมาจารย์ถ้าขาย
ออกไปคงได้เงินหลายล้านตำลึง เงินมากขนาดนั้นสามารถซื้อหินพนันได้หลาย
พันก้อน!!”
“ตอนนี้ภรรยาไม่ขาดเงินแล้ว ไว้แผนการทุกอย่างเรียบร้อย ถึงตอนนั้น
ภรรยาคงมีเงินใช้มากกว่านี้”
เยว่ฉีหันหน้ากลับมา มองสีหน้าขบขันของเขา
ว่าแล้วเชียว บุรุษตรงหน้ากำลังมีความสุขบนความทุกข์ของนาง!!
“ลั่วอี้ท่านมัน…”
“ภรรยา อย่าโมโหเลย เงินหลายล้านตำลึงแลกกับความโปรดปรานที่ชาย
ชรามอบให้ถือว่าคุ้มมาก ต่อจากนี้หากพวกเราคิดจะทำอะไรล้วนง่ายขึ้น” ไม่
ว่าเปล่า ชายหนุ่มก้าวเท้ายาว ๆ สองสามครั้งเข้ามากอดภรรยาแนบกาย
หญิงสาวกลอกตาซ้ายขวา ก่อนพยักหน้ารับทั้งที่ใบหน้าบูดบึ้ง
“คอยดูเถิด หลังแผนการสำเร็จข้าจะเรียกคืนทั้งหมด!!” สีหน้าตั้งมั่นของ
นางทำชายหนุ่มคันยุบยิบใจ อดไม่ไหวจนต้องแนบริมฝีปากลงบนแก้มนวลฟอด
ใหญ่
คนถูกกินเต้าหู้ถึงกับชะงัก ก่อนตวัดสายตามองมา
“ท่าน ฉวยโอกาสกับข้าอีกแล้ว”
“สามีแสดงความรักต่อภรรยาไม่ถือว่าฉวยโอกาส” ไม่ว่าเปล่า หานลั่วอี้ยัง
ก้มลงมาจูบ
ใบหน้าบุรุษแสนหล่อเหลา ยามแย้มยิ้มสามารถทำให้คนตายได้เลย ยิ่งมี
แสงแดดสาดส่องลงมากระทบใบหน้ายิ่งทำให้เขาดูเปล่งประกายชวนมองขึ้น
หลายเท่า!!
บางทีความหล่อก็ถือเป็นบาป เพราะใบหน้านี้ทำให้นางโกรธเขาได้ไม่นาน
เลย
แพ้แล้ว แพ้หมดรูป!!
เยว่ฉีดันสามีออกห่าง จังหวะเดียวกับที่พลังจิตสัมผัสได้ถึงบางอย่าง
ใบหน้างดงามหันไปตามทิศทางดังกล่าว ก่อนเอ่ยออกมาว่า
“ดูเหมือนข้าจะพบบางอย่างแล้ว” หานลั่วอี้ยอมผละออกห่าง เดิน
ตามหลังภรรยาไปติด ๆ
ไม่นานพวกเขาก็ค้นพบ
หญิงสาวสั่งการให้สามีทำลายสิ่งกีดขวางทั้งหมด จากนั้นสิ่งของที่นางตาม
หาก็ปรากฏอยู่ตรงหน้า
ดวงตางดงามเปล่งประกายระยิบระยับ
“สิ่งนี้จะต้องทำให้ข้าชนะแน่!!
“พี่สาวกลับมาแล้วหรือเจ้าคะ?” น้ำเสียงยียวนพร้อมรอยยิ้มราวกับผู้ชนะ
มองมายังเยว่ฉี
หมิงเยว่เหรินหันหลังให้ท่านผู้เฒ่ายามเอ่ยประโยคนี้จึงกล้าแสดงใบหน้าที่
แท้จริงออกมา
เยว่ฉีพยักหน้าเล็กน้อยไม่ตอบคำเดินไปหาหมิงต้วน
“ท่านปู่ทวดเหลนกลับมาแล้ว ใช้เวลาเสียนาน ยังทันเวลาใช่ไหมเจ้าคะ”
“ยังทัน เหลนมาได้ทันเวลาพอดี” ชายชราเอ่ยตอบ จ้องมองเหลนสาวด้วย
สีหน้าคาดหวัง
“ท่านปู่ทวดจ้องเหลนเช่นนี้คงมิใช่กำลังคาดหวังใช่ไหมเจ้าคะ? อย่า
คาดหวังมากไปเลยนะเจ้าคะเหลนกลัวทำท่านปู่ทวดจะผิดหวัง”
ชายชราหัวเราะร่วนหลังฟังคำพูดนาง
“ปู่ทวดไม่คิดว่าเจ้าจะทำให้ผิดหวังนะ” พูดออกมาพร้อมจ้องหน้าอีกฝ่าย
อย่างรู้ทัน
“ปิดท่านปู่ทวดไม่ได้จริง ๆ” เยว่ฉีแย้มยิ้มเล็กน้อย หันหลังกลับไปมองหมิง
เยว่เหรินที่ถูกนางเมินตอนแรก สีหน้าเด็กสาวยังคงเรียบสงบ
ดูเหมือนจะเก็บสีหน้าได้เก่งขึ้น ระหว่างที่กำลังหาของอยู่ หมิงโจวฮ่าวคง
พูดอะไรกับนางมาสินะ
“น้องเหรินเจ้ามายืนข้างพี่สิ เราจะได้มอบของขวัญให้ท่านปู่พร้อมกัน”
น้ำเสียงเยว่ฉีสนิทสนมมาก แต่แววตาและรอยยิ้มมุมปากไม่ได้เป็นไปตาม
น้ำเสียงเลย
หมิงเยว่เหรินพยายามฉีกยิ้ม อดกลั้นความรู้สึกกรุ่นโกรธในใจเอาไว้ ก้าว
เดินมายืนข้างกายเยว่ฉี
“ท่านปู่ทวดนับเลยเจ้าค่ะ แล้วให้เหลนกับน้องเหรินนำของวิเศษออกมา
พร้อมกัน”
“เอางั้นหรือ?” ชายชราเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม เยว่ฉีจึงเอ่ยตอบ
“เจ้าค่ะ”
“ได้ในเมื่อเจ้าต้องการเช่นนั้น ข้าจะนับก็แล้วกัน”
“หนึ่ง…สอง…สาม”
แล้วทั้งสองคนก็นำสิ่งที่หามาได้ออกมาพร้อมกัน
หมิงเยว่เหรินมั่นใจในของที่ตนหามาได้มาก รีบเอ่ยอวดอ้างออกไปว่า
“ท่านปู่ทวดสิ่งที่ข้าหามาได้คือศิลาวิญญาณระดับสูงที่สุดคุณภาพสูงหนึ่ง
ร้อยก้อนเจ้าค่ะ” นางกระหยิ่มยิ้มย่อง เหลือบตามองเยว่ฉีอย่างผู้ชนะ
ผู้ฝึกปราณทุกคนล้วนแล้วแต่ต้องการศิลาวิญญาณกันทั้งนั้น นางสามารถ
หาของที่มีค่ามากขนาดนี้ออกมาได้ ท่านปู่ทวดจะต้องให้นางชนะแน่!!
ความคิดของหมิงเยว่เหรินเป็นเช่นนี้นับตั้งแต่ค้นพบศิลาวิญญาณ ทว่าเมื่อ
สายตามองไปเห็นของในมือเยว่ฉี สีหน้าภูมิใจพลันเปลี่ยนเป็นบิดเบี้ยว
ในมือเยว่ฉีคือดาบเล่มหนึ่ง เป็นดาบที่ตัวด้ามสร้างจากหยกชนิดพิเศษทอ
ประกายระยิบระยับแวววาวสะท้อนเข้ากับแสงแดด ตัวดาบคล้ายรูปพระจันทร์
เสี้ยวแต่มีความโค้งน้อยกว่า ยามกระทบแสงแดดประกายคมกริบจากตัวดาบ
ยิ่งแผ่กลิ่นอายอันตรายออกมา
ดาบเสี้ยวพระจันทร์ หนึ่งในอาวุธหายากระดับตำนาน
หมิงต้วนจ้องดาบตรงหน้าตาไม่กะพริบ ลุกขึ้นยืน สองมือสั่นไหวยื่นออกมา
ช้า ๆ
เขาจับดาบไปถือ ความแวววาวของตัวดาบสะท้อนใบหน้าเขาออกมา
ผู้เฒ่าหมิงตวัดดาบครั้งหนึ่ง คลื่นพลังที่สะท้อนออกมาจากอาวุธระดับ
ตำนานดัดภูเขาลูกใหญ่ให้ที่อยู่ไม่ไกลให้ขาดออกจากกัน
“ดี ดี ดี!!” หมิงต้วนไม่อาจข่มความรู้สึกตื่นเต้นยินดีนี้ได้ กล่าวคำว่า ดี
ออกมาสามครั้งติด สายตามองสำรวจอาวุธวิเศษในมือ
“เหลนเอ๋ย สุดยอดมากจริง ๆ !!” เสียงสั่น ๆ ซึ่งกลบความยินดีเอาไว้ไม่อยู่
หลุดออกมา
ชายชราพึงพอใจของวิเศษชิ้นนี้เป็นอย่างมาก!!
ตนเป็นผู้ฝึกปราณระดับตำนานแล้ว การหาอาวุธวิญญาณที่เหมาะสมกับ
พลังที่มีอยู่นั้นยากยิ่ง ไม่คิดว่าเหลนสาวที่กลับมาไม่นานคนนี้จะนำพาสิ่งที่ตน
ต้องการที่สุดมาให้
จะไม่ให้ดีใจได้อย่างไร!!
ของระดับตำนานที่ทั่วทั้งดินแดนระดับสูงถูกค้นพบเพียงไม่กี่ชิ้น ตอนนี้
อาวุธวิญญาณหายากเช่นนั้นเขากลับมีมันในครอบครองแล้ว
คำทำนายล้วนจริงแท้ เด็กคนนี้จะทำให้ตระกูลหมิงยิ่งใหญ่กว่าที่เคย!!
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า เหลนทำให้ปู่ทวดมีความสุขมากจริง ๆ ไม่คิดว่าชาตินี้จะมี
โอกาสได้สัมผัสอาวุธวิเศษระดับนี้!!”
ของวิเศษนั้นหายากไม่ต่างจากศิลาวิญญาณ เพียงแต่เมื่อเทียบกับศิลา
วิญญาณแล้ว อาวุธวิญญาณนั้นหาได้ยากยิ่งกว่า
เยว่ฉีเอ่ยยิ้ม ๆ ด้วยท่าทางนอบน้อม
“เหลนดีใจที่ทำให้ท่านปู่ทวดพึงพอใจ”
หมิงต้วนพึงพอใจกับท่าทีของนางมาก ยกมือขึ้นตบไหล่เบา ๆ “เหลนรัก
ไม่ว่าเจ้าจะขออะไรปู่ทวดล้วนสามารถให้ได้ ขอเพียงสิ่งที่เจ้าขอเป็นเรื่องที่ไม่
เกินความสามารถ!!”
เขากล่าวเป็นมั่นเป็นเหมาะ ฟังจากน้ำเสียงรู้ได้เลยว่า อาวุธวิญญาณในมือ
ทำให้เขาพึงพอใจมากแค่ไหน
“เหลนขอบคุณท่านปู่ทวด”
“ไป ๆ ไปกินข้าวร่วมกับปู่ทวด วันนี้มีเรื่องดี ๆ เกิดขึ้นอีกแล้ว คงต้องบอก
ให้หัวหน้าพ่อครัวตั้งโต๊ะอาหารให้ใหญ่ขึ้น!!” ชายชราจับจูงหมิงเยว่ฉีให้เดิน
ตามไป
ไม่แม้กระทั่งจะฉุกคิดหรือสนใจคนอื่น ๆ
เขาลืมไปแล้วว่าตอนนี้คนที่ยืนอยู่ด้วยกันไม่ได้มีเพียงครอบครัวของหลาน
คนโต แต่ยังมีครอบครัวของหลานคนรองอยู่ด้วย