ข้ามเวลามาเป็นภรรยาของสามีขาพิการ ตระกูลหาน - ตอนที่ 117 ดินแดนลับกำลังจะเปิดออกแล้ว
คงเป็นเพราะช่วงนี้เยว่ฉีและสามีมีเรื่องมากมายให้ทำอยู่เสมอ รู้สึกตัวอีกที
อีกไม่กี่วันดินแดนลับก็จะเปิดออกแล้ว
และเพื่อเตรียมความพร้อม วันนี้เยว่ฉีพร้อมครอบครัวและสหายอีกสองคน
จึงมุ่งหน้าไปยังร้านค้าอาวุธวิญญาณ
สิ่งที่ต้องเตรียมสำหรับเข้าดินแดนลับนั้นมีเยอะมาก เพราะสถานที่ที่ถูก
เรียกว่าดินแดนลับเต็มไปด้วยอันตรายนับไม่ถ้วน
ทั้งที่อันตรายแล้วเหตุใดผู้คนถึงต้องการเข้าไป? สาเหตุนั้นเป็นเพราะ
ภายในดินแดนลับเต็มไปด้วยของมีค่ามากมายที่เจ้าของดินแดนลับทิ้งไว้
ไม่มีใครรู้ว่าเจ้าของดินแดนลับนั้นเป็นใคร พวกเขาทราบเพียงว่า เจ้าของ
ดินแดนลับเป็นนักหลอมโอสถขั้นตำนานระดับสูงผู้หนึ่ง
“เยว่ฉีเจ้าจะนำสิ่งใดเข้าไปด้วย?” เสินเทียนเอ่ยถาม เขาไม่ได้พบสหายมา
หลายวันแล้ว พอได้มาเจอกันจึงรู้สึกตื่นเต้นอยู่บ้าง
“ข้าว่าจะนำยันต์ป้องกันและของแทนตนเข้าไปมากหน่อย” ของแทนตน
ที่ว่า หมายถึงของวิเศษที่สามารถใช้รับความบาดเจ็บแทนเจ้าของได้
สมมุติว่า เยว่ฉีต่อสู้กับใครบางคนในดินแดนลับและเกิดบาดเจ็บสาหัส ของ
แทนตนที่ว่าจะทำหน้าที่รับอาการบาดเจ็บทั้งหมดนั้นไปแทน
แต่ของวิเศษล้วนมีข้อจำกัด ของแทนตนหนึ่งชิ้นใช้ได้เพียงครั้งเดียว อีกทั้ง
ยังมีราคาสูงมาก แม้หญิงสาวจะบอกว่าจะซื้อมากหน่อย ทว่าก็สามารถซื้อได้
เพียงไม่กี่ชิ้นเท่านั้น
คนที่มาด้วยต่างเลือกซื้อของแทนตนด้วยเช่นเดียวกัน
นอกจากนี้พวกเขายังเลือกซื้ออาวุธป้องกันอีกหลายชิ้น เพื่อให้แน่ใจว่าจะ
สามารถอยู่รอดปลอดภัยในดินแดนลับ
และสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับนำเข้าไปคือ หินสื่อสารและหินตรวจจับ
หินตรวจจับมีไว้สำหรับตรวจจับสหายร่วมกลุ่ม เวลาที่เข้าใกล้กันหิน
ตรวจจับจะมีปฏิกิริยาทำให้รู้ว่าคนที่กำลังใกล้เข้ามาใช่พวกเดียวกันกับตน
หรือไม่
หินตรวจจับนี้จึงมีประโยชน์มากสำหรับใช้ในดินแดนลับ
แม้จะไม่ถึงขั้นสามารถติดตามได้ว่าแต่ละคนอยู่ที่ไหน แต่ก็สามารถสัมผัส
ถึงกันได้ในระยะสองลี้
เลือกของที่ต้องการเสร็จแล้วทั้งห้าคนก็รอให้ลูกจ้างร้านนำของมาให้ ด้วย
ของที่ซื้อมีจำนวนมาก รวมถึงมีคนไม่น้อยที่ต้องการสินค้าชนิดเดียวกัน จึงต้อง
นั่งรอ
ระหว่างนั้นทั้งห้าคนก็พูดคุยถึงดินแดนลับ
“ท่านพี่ ดินแดนลับงดงามมากหรือไม่?” เยว่ฉีเอ่ยถามด้วยความสงสัย
หมิงเทียนหลินหยักยิ้มมุมปากเอ่ย
“พี่ไม่ทราบแน่ชัดเพราะยังไม่เคยเข้าไป แต่คนที่เข้าไปล้วนบอกลึกลับ ทั้ง
ยังเต็มไปด้วยอันตรายทุกฝีก้าว ต้องระวังให้มาก”
“ของวิเศษมากหรือไม่?”
“แน่นอนว่ามาก คนดวงดีมักพบเจอของหายากถึงขั้นเปลี่ยนชีวิตพวกเขา
ได้ ทว่าหลายครั้งของดีเหล่านั้นก็แลกมาด้วยอันตราย ทั้งจากวิชาคาถาซึ่งถูก
ร่ายเอาไว้ในดินแดนลับ และมนุษย์ด้วยกันเอง” เยว่ฉีพยักหน้าเข้าใจ เอ่ย
ออกไปอีกว่า
“อันตรายจากวิชาคาถายังดีกว่ามนุษย์”
“ใช่ มนุษย์นั้นอันตรายยิ่งกว่าคาถาเหล่านั้นมาก เข้าไปแล้วน้องต้องระวัง
ให้มาก หากมองแล้วว่าไม่อาจสู้ไหวให้ซ่อนตัวอย่าได้บุ่มบ่ามเข้าไปหาเรื่อง”
“ท่านพี่ น้องเข้าใจ อีกอย่างข้ามีสิ่งนี้” นางยกกำไลติดตามให้พี่ชายดู
นี่คือกำไลติดตามที่ทางร้านค้านำออกมาขายเมื่อครั้งนั้น แต่น่าเสียดายที่มี
เพียงคู่เดียว
หากมีจำนวนมากกว่านี้พวกเขาคงเลือกซื้อกำไลติดตามแทนที่จะเป็นหิน
ตรวจจับ
คนที่สวมกำไลเช่นเดียวกับเยว่ฉีคือหานลั่วอี้ บนข้อมือชายหนุ่มมีกำไล
ลักษณะคล้ายกันแตกต่างที่รูปแบบของกำไลดูเข้ากับบุรุษมากกว่าสตรี ส่วน
ของเยว่ฉีจะเป็นรูปแบบที่เข้ากับสตรีมากกว่าบุรุษ พูดง่าย ๆ คือ กำไลติดตาม
มีไว้สำหรับให้ชายหญิงใส่คู่กัน
ใช้เวลาไม่นานลูกจ้างร้านก็กลับเข้ามาพร้อมของที่ได้มีการสั่งซื้อไป หลัง
ตรวจสอบความเรียบร้อยและจำนวน พวกเขาก็เก็บของเข้าถุงเก็บของพร้อม
จ่ายเงินให้ลูกจ้างร้าน
เตรียมความพร้อมเรียบร้อยแล้วที่เหลือก็แค่รอเวลาให้ดินแดนลับเปิด
ทั้งห้าคนออกมาจากห้องรับรองชั้นสองเดินตามขั้นบันไดลงมาชั้นล่าง ที่
ด้านล่างของร้านมีผู้คนมากหน้าหลายตายืนเลือกซื้อของกันอย่างเนืองแน่น
ช่วงนี้ไม่ว่าจะเดินไปที่ใดในเมืองตงหยางก็มักจะเห็นผู้คนเดินไปมาจนเนือง
แน่นไปหมด เมืองตงหยางในเวลานี้ดูมีชีวิตชีวามากกว่าหลายวันก่อนหลายเท่า
“พี่ชาย พี่สาว พวกท่านเลือกซื้อของเสร็จแล้วหรือเจ้าคะ?” น้ำเสียง
คุ้นเคยดังขึ้นไกล
เยว่ฉีพลันรู้สึกว่า ความสุขวันนี้หมดลงไปแล้ว รอยยิ้มบนใบหน้าพลันเลือน
หายไปหลังเห็นว่าใครกำลังเดินเข้ามาใกล้
ด้านหลังหมิงเยว่เหรินมีบุรุษรูปร่างกำยำเดินตามหลังมาสี่คน คงจะเป็นคน
คุ้มกันที่หมิงโจวฮ่าวสั่งให้มาติดตามบุตรสาว ทว่าสายตาซึ่งซุกซ่อนอยู่ภายใต้
ชุดคลุมสีดำกลับทำให้หญิงสาวขนลุก ถึงขั้นต้องขยับถอยหลังออกห่างไปยืนชิด
ด้านหลังสามี
หานลั่วอี้มองปฏิกิริยาภรรยา ขยับก้าวมาด้านหน้า
“พี่สาวเหตุใดถึงได้มีท่าทีรังเกียจข้าเช่นนั้นเล่า” ถามออกมาด้วยน้ำเสียง
เป็นห่วง ทว่าความรู้สึกซึ่งวาบผ่านดวงตากลับเต็มไปด้วยความชอบใจ
ดูเหมือนจะรู้สึกหวาดกลัวสินะ ก็ดีเชิญกลัวให้พอ จะได้รู้ว่าหากคิดจะมา
แย่งของของข้าแล้วจะต้องเจออะไรบ้าง !!
หมิงเทียนหลินคล้ายเข้าใจความต้องการของอีกฝ่าย เดินมาขวางสายตา
คนพวกนั้นที่จดจ้องน้องสาวของตน
“พวกข้าเลือกของเสร็จแล้ว หากเจ้ายังเลือกไม่เสร็จก็เชิญเลือกต่อ พวกข้า
ขอตัว” เขากล่าวตัดบท ไม่คิดรักษาน้ำใจอีกฝ่าย กล่าวจบก็เดินผ่านไปทางหน้า
ร้านทันที
ส่วนคนที่เหลือเดินตามหลังติด ๆ
เยว่ฉีมีหานลั่วอี้คอยปกป้องข้างกาย สองมือประสานแลกเปลี่ยนความ
อบอุ่น มือของนางชื้นเหงื่อไปหมด ท่าทางตอนนี้ไม่ต่างจากการพบหน้ากันครั้ง
แรกระหว่างภรรยากับสองพ่อลูกบ้านรอง
หมิงเยว่เหรินหยักยิ้มมองตามหลัง ดวงตาวาวโรจน์จ้องมองแผ่นหลังบอบ
บางของสตรีผู้นั้น
“พวกเจ้าจดจำนางไว้ให้ดี หลังเข้าไปในดินแดนลับจะทำอะไรกับนางก็เชิญ
สิ่งที่ข้าต้องการคืออย่าให้นางได้กลับมาเหยียบตระกูลหมิงอีก”
“เจ้าไม่ต้องกังวล สิ่งที่เจ้าต้องการคือสิ่งที่นายท่านพวกข้าต้องการเช่นกัน”
รอยยิ้มเย็นปรากฏบนใบหน้างดงาม แค่คิดว่าอีกไม่นาน สตรีผู้นั้นจะ
หายไปอีกครั้ง ความรู้สึกคุกรุ่นที่มีมาตลอดหลายวันคล้ายเบาบางลง
อีกไม่นานแล้ว
อีกไม่นาน สิ่งขวางหูขวางตาก็จะหายไป
“ข้าหวังว่าเจ้าจะมีความสุขกับสิ่งที่ข้ามอบให้” หมิงเยว่เหรินเอ่ย ดวงตา
งดงามซึ่งมักอาบด้วยความใสซื่อต่อหน้าผู้คนบัดนี้ถูกแทนที่ด้วยประกาย
โหดเหี้ยม เช่นเดียวกับเมื่อเจ็ดปีก่อน
ทุกอย่างล้วนมีไว้เพื่อนางไม่ใช่สตรีผู้นั้น คนที่คิดจะแย่งของซึ่งควรเป็นของ
นางไป
จะต้องได้รับโทษอย่างถึงที่สุด