ข้ามเวลามาเป็นภรรยาของสามีขาพิการ ตระกูลหาน - ตอนที่ 118 เข้าสู่ดินแดนลับ
ดินแดนลับมีกฎของมันอยู่
ผู้ที่อายุมากกว่าห้าสิบปีและมีขั้นฝึกปราณสูงกว่าขั้นเซียนจะไม่สามารถเข้า
ไปในดินแดนลับได้ หากฝ่าฝืนและคิดจะเข้าไปม่านพลังของดินแดนลับจะทำ
การดีดคนผู้นั้นออกมา
ทำให้ชั่วชีวิตหนึ่งผู้มีความสามารถทั้งหลายจะสามารถเข้าไปในดินแดนลับ
ได้เพียงครั้งเดียว
โชควาสนาที่ชั่วชีวิตสามารถแสวงหาได้เพียงหนึ่งครั้งดึงดูดผู้คนมากมาย
มายังสถานที่แห่งนี้
เหนือขึ้นไปบนฟ้าของเมืองตงหยาง ผู้ฝึกปราณและนักหลอมโอสถนับพัน
คนต่างมารวมกัน ณ สถานที่แห่งนี้ ซึ่งทุก ๆ ห้าสิบปีดินแดนลับจะเปิดออกครั้ง
หนึ่ง
และจะเปิดอยู่เช่นนั้นนานนับสี่เดือน คนที่เข้าไปจะไม่สามารถออกมาได้
จนกว่าดินแดนลับจะปิดตัวลง
เมื่อถึงเวลาที่ดินแดนปิดตัว ทางออกพิเศษจะเปิดตัวขึ้นเหนือท้องฟ้าของ
ดินแดนลับ ให้ผู้อยู่ด้านในสามารถออกมาด้านนอกได้ แต่หากมีคนคิดไม่ซื่อ
ต้องการจะอยู่ในดินแดนลับนั้นต่อ ม่านพลังซึ่งปกคลุมทั่วดินแดนลับจะเริ่ม
ทำงานและกวาดล้างคนที่อยู่ด้านในทันที
สิ่งนี้รู้ได้จากเสียงสะท้อนซึ่งดังก้องภายในดินแดนลับ
“เยว่ฉี เทียนหลินพวกลูกต้องระวังตัวให้มาก โดยเฉพาะเจ้า” หมิงโจวเยว่
เอ่ยย้ำกับบุตรสาว
นางคือเป้าหมายของคนพวกนั้น จึงต้องระวังตัวให้มาก
เยว่ฉีเผยยิ้มเอ่ยออกไปว่า
“ท่านพ่อไม่ต้องกังวล ลั่วอี้จะหาลูกเจอในเวลาไม่นาน” บุตรสาวกล่าวจบ
หมิงโจวเยว่ก็หันไปหาหานลั่วอี้
“ฝากบุตรสาวข้าด้วย ข้าคงไม่อาจทำใจได้หากนางหายไปอีกครั้ง”
“ท่านพ่ออย่าได้กังวล นางเปรียบดั่งลมหายใจของข้า ขาดนางข้าก็ไม่อาจมี
ชีวิตอยู่”
ได้ยินคำพูดสามี ใบหน้างดงามถึงกับแดงระเรื่อ
เหตุใดเขาถึงสามารถพูดคำหวานเลี่ยนเช่นนี้ด้วยน้ำเสียงจริงจังออกมาได้
กัน ไม่รู้หรือว่ามันทำให้หัวใจของนางเต้นไม่เป็นจังหวะ
“ดีมาก ฝากปกป้องนางด้วย” หมิงโจวเยว่ตบไหล่หานลั่วอี้เบา ๆ สบ
สายตาบุตรเขยเป็นการให้คำมั่นสัญญาแก่กัน
เหนือท้องฟ้าของเมืองตงหยาง ประตูมิติขนาดใหญ่รูปร่างกลมได้ปรากฏ
ขึ้น หากมองจากด้านนอกจะเห็นเพียงแสงสีฟ้าลอยเป็นวงกลมอยู่กลางประตู
ไม่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ด้านใน
“ดินแดนลับ ดินแดนลับเปิดแล้ว!!”
“ข้าจะต้องหาของดีให้พบให้จงได้!!”
“หึ…ข้าต่างหากที่จะได้ของดี!!”
เพราะมีผู้คนนับพันรอคอยการปรากฏตัวของดินแดนลับ เมื่อสิ่งที่พวกเขา
รอคอยปรากฏออกมาจึงรีบพุ่งตัวเข้าไปด้านในทันที
“ท่านพ่อ เช่นนั้นลูกขอตัวก่อน”
“ระวังตัวด้วย”
ครอบครัวหมิงร่ำลากันอีกสองสามประโยคก่อนจะปล่อยให้พวกเขาเข้าไป
ในดินแดนลับ
ชายสูงวัยหวังว่าทุกคนจะปลอดภัยกลับมา
ไม่ไกลจากจุดที่พวกเขาอยู่ ครอบครัวหมิงโจวฮ่าวกำลังร่ำลาและสั่งการคน
ที่จะเข้าไปด้านใน เขามองมายังพี่ชายของตนแล้วหยักยิ้มมุมปาก
“ท่านพี่หวังว่าของขวัญที่ข้าเตรียมไว้จะถูกใจท่าน” เอ่ยพึมพำกับตนเอง
ก่อนหันไปหาคนข้างกาย
“พวกเจ้าทำงานให้ดีเล่า อย่าได้ปล่อยให้สืบสาวมาถึงตัวข้า”
“เจ้าไม่ต้องกังวล เมื่อเจ็ดปีก่อนสืบไม่ได้ เจ็ดปีให้หลังก็ไม่มีทางสืบได้
เช่นกัน”
“ดี! ฝากดูแลบุตรชายและบุตรสาวข้าด้วย”
คนฟังหยักยิ้มมุมปากไม่ให้อีกฝ่ายมองเห็น ร่วมมือกับคนนอกให้ไปจับลูกพี่
ชาย แต่พอเป็นลูกตนเองกลับหวงแหนอยากให้ปกป้อง
ชายผู้นี้สมแล้วที่เข้ากับพวกเขาได้ดี
“ไม่ต้องกังวล เจ้าเองก็อย่าเผยพิรุธให้พวกนั้นจับได้”
“ข้ารู้”
แล้วชายชุดดำทั้งสี่สิบคนพร้อมบุตรชายและบุตรสาวของเขาก็หายเข้าไป
ในดินแดนลับ
แม้จะเป็นกังวลถึงอันตราย แต่เพื่อของวิเศษที่อาจจะช่วยให้การฝึกฝนของ
บุตรรุดหน้าได้รวดเร็วยิ่งขึ้น เขาจำเป็นต้องปล่อยพวกเขาไปเผชิญอันตราย
และหวังว่าจะกลับออกมาอย่างปลอดภัย
ภายในดินแดนลับ
สถานที่แห่งนี้งดงามมากอย่างไม่น่าเชื่อ แต่ทว่าในความงดงามเหล่านี้กลับ
แฝงไปด้วยอันตรายรอบด้าน
หญิงสาวเข้ามาในดินแดนลับแล้ว แม้จะเข้าผ่านประตูบานเดียวกัน แต่
พวกเขาไม่ได้ตกเข้ามายังสถานที่เดียวกัน
ดินแดนลับจะทำการสุ่มสถานที่ว่าแต่ละคนจะไปตกทิศใดภายในดินแดน
ลับ หากโชคดีอาจสุ่มปรากฏตัวใกล้กับพวกเดียวกัน
เยว่ฉีปรากฏตัวบนเนินเขาลูกหนึ่ง รอบข้างเต็มไปด้วยต้นไม้ใบหญ้าเขียว
ขจี ไกลออกไปเป็นทุ่งกว้าง มีต้นไม้ใบหญ้าออกดอกบานสะพรั่งดูงดงาม แต่
กลับดูอันตราย ท้องฟ้าสีคราม ไร้ซึ่งแสงแดด แต่กลับสว่างไสวไม่ต่างจากตอน
กลางวัน ทำเอาหญิงสาวสงสัยว่า เจ้าของดินแดนลับทำได้อย่างไร
กวาดตามองโดยรอบหลายครั้งรวมถึงใช้พลังจิตตรวจสอบก็ไม่พบสิ่งมีชีวิต
ใกล้เคียง
“ดูเหมือนจะไม่ได้โชคดีอยู่ใกล้กับคนที่เหลือสินะ” เยว่ฉีถอนหายใจด้วย
ความเสียดาย
ครั้งแรกเลยที่นางจะต้องเดินทางในป่าเพียงลำพัง พอไม่มีหานลั่วอี้อยู่ข้าง
กายก็อดรู้สึกเหงาเล็กน้อยไม่ได้
“ไม่สิ นี่ไม่ใช่เวลามาหดหู่ ข้าต้องตามหาของดีภายในดินแดนลับให้ได้”
กล่าวออกมาพร้อมยกกำปั้นขึ้นสูง ให้กำลังใจตนเอง
ให้กำลังใจตนเองเสร็จแล้วหญิงสาวก็เริ่มเดินหน้าสำรวจพื้นที่ทันที
ทว่า…
“ท่านปู่ทวดท่านจะช่วยเหลือข้าใช่ไหม?” ไม่กี่เฟินยังส่งเสียงมั่นอกมั่นใจ
ออกมา แต่พอเวลาผ่านไปกลับเริ่มรู้สึกกังวล
‘ข้าจะอยู่กับเจ้า ข้าไม่ปล่อยเหลนสาวเป็นอะไรไปแน่’
“ขอบคุณเจ้าค่ะ” นางรู้สึกดีขึ้นมาแล้ว
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะต้องห่างจากหานลั่วอี้หรือไม่ ความมั่นใจซึ่งมักเต็มเปี่ยม
ทุกครั้งถึงได้ลดน้อยลง
ตั้งแต่วันแรกที่ได้ก้าวเข้ามาในโลกใบนี้ นางมักจะมีเขาอยู่ข้างกายไม่เคย
ห่าง พอไม่มีแล้วจึงรู้สึกเหงาและหวาดระแวงขึ้นมา
เยว่ฉียกมือตบหน้าตนเองเบาเป็นการเรียกสติ
นางจะเอาแต่พึ่งพาสามีไม่ได้ จะต้องช่วยเหลือตนเองไปพร้อม ๆ กับยืน
เคียงข้างเขา
ใช่แล้ว ข้าคิดไว้แล้วไม่ใช่หรือ ว่าจะแข็งแกร่งจนสามารถยืนเคียงข้างเขา
อย่างไม่อายใคร รวมถึงสามารถคอยระวังหลังให้ได้ด้วย
เหตุใดไม่ใช้โอกาสที่ไม่มีเขาข้างกายทำให้ตนเองแข็งแกร่งขึ้นทั้งร่างกาย
และจิตใจไปเลยเล่า !!
เอ่ยปลอบตนเองจบก็ออกเดินทางต่อ พอคิดว่าหากผ่านช่วงเวลานี้ไปได้ก็
จะเก่งขึ้น ในใจพลันรู้สึกฮึดสู้ขึ้นมาแล้ว
หญิงสาวก้าวเดินตามเส้นทางที่ตนตรวจสอบเรื่อย ๆ ทว่าพอเดินไปได้สัก
พัก กลับรู้สึกว่าตนเองย่ำอยู่ที่เดิม
ทำไมออกไปไม่ได้? เห็นอยู่ชัด ๆ ว่าตรงหน้าไม่ไกลคือทุ่งหญ้ากว้างใหญ่
แต่เหตุใดถึงได้รู้สึกว่าตนไม่ได้ขยับเข้าใกล้ปลายทางเลย
หัวคิ้วสวยขมวดเข้าหากัน ใช้พลังปราณทำรอยบนต้นไม้ต้นหนึ่งแล้ว
เดินหน้าต่อ เดินเป็นเส้นตรงไม่เลี้ยวไปทิศทางใดเลย
ผ่านไปหนึ่งเค่อ ทั้งที่เดินเป็นเส้นตรง ตรงหน้านางกลับเป็นต้นไม้ต้นใหญ่ที่
มีรอยกรีดเอาไว้
นางถูกคาถาลวงตาเล่นงานเข้าให้แล้ว
เมื่อรู้แล้วว่าตนถูกคาถาลวงตา เยว่ฉีจึงคิดจะสลายคาถา หลับตาลง
รวบรวมพลังไปที่ฝ่าเท้าแล้วกระทืบลงไป
คลื่นกระแทกรุนแรงส่งผลให้คาถาลวงตาคลายออก ภาพตรงหน้าที่เมื่อ
ไม่กี่อึดใจยังมองว่างดงามกลับเปลี่ยนไป
ทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ถูกแทนที่ด้วยพื้นดินสีม่วงเข้ม และต้นไม้เหี่ยวเฉา สัมผัส
ได้ถึงกลิ่นอายแห่งความตายซึ่งลอยออกมาจากหนองน้ำใจกลางทุ่งกว้าง รอบ
ๆ หนองน้ำมีหัวกะโหลกและชิ้นส่วนกระดูกกระจัดกระจายอยู่เต็มไปหมด
ป่าไม้สูงใหญ่งดงามที่เห็นอยู่เปลี่ยนไปเป็นวังเวง บรรยากาศสดชื่นมี
ชีวิตชีวาถูกแทนที่ด้วยสัมผัสหนาวเย็น ทำเอาเย็นยะเยือกเข้าไปถึงกระดูก
ขนทั่วตัวพร้อมใจกันลุกขึ้นยืน
เยว่ฉียกมือขึ้นลูบแขน ไม่น่าเชื่อว่าจะถูกคาถาลวงตาหลอกให้หลงกล
‘เยว่ฉีระวัง!!’
เสียงอาจารย์เอ่ยเตือนทำให้นางได้สติ รีบกระโดดขึ้นเหนือพื้น หลบ
บางอย่างที่ลากผ่านเข้ามาใกล้
รากไม้เส้นหนึ่งพุ่งตรงมาก่อนจะสะบัดขึ้นฟาดลงไปยังจุดที่นางเคยอยู่
ก่อนจะหดกลับเข้าไปในหนองน้ำกลางทุ่งหญ้า
ดูเหมือนเจ้าสิ่งนี้จะเป็นตัวการของโครงกระดูกที่เห็นรอบ ๆ หนองน้ำสินะ
เยว่ฉีขนลุก จ้องมองหนองน้ำนั้นอีกครั้ง ควันสีม่วงลอยวนอยู่รอบ ๆ หนอง
น้ำในหนองเดือดปุด ๆ ราวกับกำมะถันเดือดจัด ทว่าถึงจะเป็นเช่นนั้นกลับ
สัมผัสถึงความร้อนของหนองน้ำไม่ได้เลย
หนองน้ำตรงหน้าอันตรายเกินไป นางคงไม่สามารถเข้าไปใกล้ได้แน่ อีกทั้ง
ยังไม่รู้ว่าเจ้าสิ่งนั้นที่เข้ามาใกล้จะไล่ล่านางอีกหรือไม่
เพื่อความปลอดภัยเยว่ฉีจึงเลือกจะหันหลังหลบหนี และไม่ลืมดึงผ้าคลุม
ขึ้นมาคลุมตัว ปกปิดใบหน้าเอาไว้
สิ่งนี้ช่วยให้นางหลบสายตาคนพวกนั้นได้บ้าง