ข้ามเวลามาเป็นภรรยาของสามีขาพิการ ตระกูลหาน - ตอนที่ 12.2 หยกวิญญาณราคาดี
“ไปนำกล่องมาใส่พืชวิญญาณสองต้นนี้” “ขอรับ” ลูกจ้างรับคำไม่นานก็กลับมาพร้อมกล่องสำหรับเก็บพืชวิญญาณ โดยเฉพาะสองกล่อง ทั้งสองแลกเปลี่ยนสินค้าเป็นเงิน เถ้าแก่ร้านกอดกล่องใส่ง พืชวิญญาณเอาไว้แน่น มองทั้งสามคนยิ้ม ๆ แค่คิดว่าหลังหลอมเป็นโอสถแล้วจะทำเงินได้มากกว่าที่จ่ายไปก็เบิกบาน แล้ว ในเมืองโม่ฉีมีไม่กี่ร้านที่สามารถขายโอสถทะลวงขึ้นระดับสาม และตอนนี้ ร้านของเขาก็กำลังจะเป็นหนึ่งนั้น “หากพวกเจ้าพบพืชวิญญาณก็นำมาขายให้ร้านได้ ข้าย่อมให้ราคาเป็น ธรรม” เถ้าแก่เอ่ยย้ำเป็นมั่นเป็นเหมาะกอดกล่องแล้วเดินกลับเข้าห้องไป เยว่ฉีมองตามหลัง ถือว่าเป็นเถ้าแก่ร้านที่จริงใจไม่น้อย มิน่าเล่าพี่หลัวกับพี่ เฟิงถึงได้นำพืชวิญญาณมาขายให้ร้านนี้ นางก้มลงมองเงินในมือก่อนจะรีบเก็บใส่ถุงใบเล็กนำไปซ้อนในอกเสื้อ มีเงินแล้วความรู้สึกกดดันจากการขาดเงินพลันคลายลงหลายส่วน “น้องเยว่จะไปที่ใดต่อหรือไม่?” “พี่หลัวข้าว่าจะเดินไปดูของใช้ในบ้านเสียหน่อย พวกท่านจะไปที่ใดต่อ” “ข้าว่าจะไปซื้อเนื้อ วันนี้ทำเงินได้ไม่น้อยควรให้รางวัลตนเองบ้างถึงจะ ไม่ใช่เงินที่ข้าหามาได้เองก็เถิด” ทั้งสองคนพูดคุยกันในระหว่างที่เดินออกมา จากร้าน “พี่หลัวอย่าได้พูดเช่นนั้น เอาอย่างนี้พวกเราแยกย้ายกัน หลังซื้อของเสร็จ ก็มารวมตัวกันที่ลานจอดรถเทียมลารอกลับบ้านพร้อมกัน”
“น้องเยว่เจ้ามั่นใจหรือ?” ครอบครัวเฟิงมีสีหน้ากังวล แม้จะรู้ว่านางอายุ มากพอที่จะไม่หลงทางแต่ก็อดห่วงไม่ได้
“พี่หลัว พี่เฟิงท่านเชื่อข้า ถึงแม้เรื่องบนเขาข้าจะรู้ไม่มากแต่เรื่องการใช้ ชีวิตข้ายังพอรู้อยู่บ้าง” เยว่ฉีไม่โกรธ นางดีใจเสียอีกที่มีคนคอยเป็นห่วง
ได้เห็นแววตาแน่วแน่มั่นใจทั้งสองคนจนถึงยอมพยักหน้า ก่อนแยกจากกัน หลัวหรูยังมิวายเอ่ยเตือนไปหลายประโยค
ในที่สุดก็แยกจากกันได้แล้ว
หลังแยกจากคนทั้งสองเยว่ฉีไม่ได้มุ่งหน้าไปยังร้านขายเครื่องเรือนทว่า หาทางเดินไปยังร้านขายหยกวิญญาณ
ในเมืองโม่ฉีมีร้านขายหยกวิญญาณอยู่สามร้าน เป็นของสองตระกูลใหญ่ สองร้าน และร้านที่พระเอกแนะนำอีกหนึ่งร้าน เพราะจำนวนหยกวิญญาณหา ยากมากกว่าพืชวิญญาณ จำนวนร้านจึงน้อยตามไปด้วย แต่ถึงจะบอกว่าน้อย แต่ก็ไม่ใช่ว่าหาไม่ได้ ตระกูลใหญ่ ๆ ที่มีภูเขาหยกวิญญาณเป็นของตนมักจะขุด หินออกมาผ่าเอาหยกวิญญาณมาขายเป็นเงิน และนำเงินที่ได้ไปซื้อของที่ ระดับสูงกว่าหยกวิญญาณมาช่วยในการฝึกปราณ
ส่วนคนธรรมดาที่จะนำหยกวิญญาณมาขายนั้นมีน้อยมาก เยว่ฉีก็เป็นหนึ่ง ในคนพวกนั้น หากตอนนี้เรื่องสำคัญที่สุดไม่ใช่หาเงินมาใช้จ่ายในครอบครัวนาง คงไม่นำหยกวิญญาณที่ไม่รู้ว่าจะหาได้อีกหรือไม่มาขาย
ตอนที่เยว่ฉีก้าวขาเข้าไปในร้านขายหยกวิญญาณมีผู้คนไม่น้อยกำลังเดิน เลือกซื้อของอยู่ นอกจากหยกวิญญาณยังมีอาวุธวิญญาณถูกจัดวางเอาไว้อย่าง ดี
ตอนนี้พักเรื่องอาวุธวิญญาณเอาไว้ก่อน มาให้ความสนใจกับหยกวิญญาณ ซึ่งตอนนี้จำเป็นกับเยว่ฉีมากกว่า
ลูกจ้างคนหนึ่งเดินเข้ามาหาเยว่ฉี ก่อนเข้ามาในร้านหญิงสาวได้ใช้ผ้าคลุม ปกปิดใบหน้าเอาไว้ก่อนแล้ว (หานลั่วอี้เป็นคนบอกให้นางป้องกันเรื่องยุ่งยาก ซึ่งอาจจะตามมาทีหลัง)
“ลูกค้าท่านนี้ไม่ทราบว่ามาที่ร้านเราต้องการหยกวิญญาณ หรืออาวุธ วิญญาณ ท่านสามารถเลือกดูสินค้าก่อนได้ แต่ห้ามยื่นมือไปสัมผัสสินค้า” เพราะหยกวิญญาณเพียงแค่ใช้มือสัมผัสก็สามารถดึงพลังงานออกมาได้ทันที ร้านค้าหลายร้านจึงไม่อนุญาตให้ลูกค้าสัมผัสสินค้า
“ข้ามาขายหยกวิญญาณ” คำพูดเยว่ฉีสร้างความประหลาดใจให้ลูกจ้างไม่ น้อยทว่าก็ไม่กล้าแสดงกิริยาดูถูก ถึงแม้คนตรงหน้าจะเป็นสตรี แต่ในเมื่อคน เขาบอกว่ามีหยกวิญญาณมาขายเช่นนั้นก็ไม่อาจล่วงเกิน
ลูกจ้างหนุ่มกระซิบเสียงเบา
“ลูกค้าไม่ทราบว่าสามารถแสดงตัวสินค้าให้ดูก่อนได้หรือไม่” เป็นธรรม เนียมมาช้านาน ก่อนจะเชิญคนเข้าหลังร้านทางลูกจ้างต้องตรวจสอบก่อนว่ามี สิ่งของตามที่กล่าวออกมาหรือไม่
เยว่ฉีรู้ธรรมเนียมนี้เป็นอย่างดี เพราะหานลั่วอี้บอกมาก่อนแล้วจึงหยิบหยก วิญญาณจากในอกเสื้อออกมา แง้มปากถุงให้ลูกจ้างได้ดู
สีเหลืองอ่อนของหยกวิญญาณปรากฏสู่สายตา ลูกจ้างถึงกับตัวสั่นขนลุกไป ทั้งตัว รีบพูดเร็ว ๆ เชิญคนเข้าไปด้านใน
สีเหลือง ที่เขาเห็นเมื่อสักครู่คือหยกวิญญาณสีเหลือง !!!
ท่าทางแปลกประหลาดของลูกจ้างเรียกสายตาอยากรู้อยากเห็นจากผู้คน โดยรอบ และมีบางคนหูดี ให้ความสนใจตอนที่ทั้งสองคนคุยกันจึงมีคนรู้ว่า คน ในผ้าคลุมมาขายหยกวิญญาณ
ผู้คนโดยรอบอยากรู้ขึ้นมาทันทีว่าเป็นหยกวิญญาณระดับใด
พอเข้ามาหลังร้านเยว่ฉีถูกเชิญให้นั่ง ทั้งยังได้รับการปฏิบัติดีมากจนนางอด สงสัยไม่ได้ว่า หยกวิญญาณที่นำมาขายมีค่ามากขนาดนั้นเลยหรือ? หานลั่วอี้ บอกว่าตระกูลใหญ่ซื้อหยกวิญญาณแจกจ่ายลูกหลานทั้งยังเป็นระดับกลาง เช่นเดียวกัน เพราะอย่างนั้นคงไม่ได้หายากจนไม่มีทางพบเจอ เหมือนหยก วิญญาณระดับอื่น ๆ
แต่ที่เยว่ฉีไม่รู้คือ หากนางมองให้ดีจะเห็นว่าในร้านขายเพียงหยกวิญญาณ ระดับต่ำ และกลาง ส่วนระดับกลางกับเป็นเพียงหยกวิญญาณคุณภาพต่ำ แตกต่างจากหยกวิญญาณที่นางถือมาด้วย
ลูกจ้างที่พาเยว่ฉีเข้ามาหายเข้าไปหลังประตูไม่นานก็เดินตามหลังบุรุษหนุ่ม ท่าทางสง่าวางตัวดี ก้าวเดินไม่เร็วไม่ช้ามานั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม
ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา แต่ไม่คมเข้มเท่าหานลั่วอี้ ยามมองมาที่นางเขา ติดยิ้มมุมปากเล็กน้อยให้ความรู้สึกเหมือนเทพบุตรผู้อ่อนโยนใจดี