ข้ามเวลามาเป็นภรรยาของสามีขาพิการ ตระกูลหาน - ตอนที่ 120 พบเจอ
“ท่านอาจารย์ข้าอยากไปดู” ไม่รู้เพราะเหตุใด ทั้งที่รู้ตัวว่าควรหลีกเลี่ยง
เหตุการณ์ที่อาจส่งผลถึงอันตราย แต่นางกลับรู้สึกว่าต้องไป
นางมีลางสังหรณ์ว่า หากเข้าไปใกล้จะได้รับบางอย่างกลับมา
หมิงเหยาอยากจะเอ่ยห้ามปราม แต่เมื่อสัมผัสได้ถึงความต้องการอันแรง
กล้าจึงหยุดความคิดแล้วเอ่ยออกไปว่า
‘ได้ เพราะถึงข้าจะห้ามเจ้าก็คงจะไปอยู่ดี’
นางยิ้มออกมาเมื่ออีกฝ่ายรู้ทัน
ได้รับอนุญาตแล้ว หญิงสาวจึงใช้พลังลบตัวตนของตนเองออก กระโดดไป
ตามกิ่งไม้มุ่งหน้าสู่จุดหมายปลายทาง
หลังมองเห็นว่าอะไรกำลังรออยู่ เยว่ฉีถึงกับชะงักไปชั่วขณะ
กลุ่มคนขนาดใหญ่ที่สัมผัสได้แท้จริงแล้วคือผู้ฝึกปราณระดับสูงจำนวนมาก
พวกเขาถูกมัดมือทั้งยังถูกบังคับให้เข้าไปในปากถ้ำแห่งหนึ่ง พอเข้าไปแล้วเสียง
ร้องโหยหวนแสนเจ็บปวดพลันสะท้อนออกมา
คนที่อยู่ด้านนอกต่างแสดงความหวาดกลัว สะดุ้งทุกครั้งที่เสียงร้อง
เจ็บปวดดังลั่น ทว่ากลับไร้ซึ่งท่าทีขัดขืน ยังคงเดินหน้าต่อไปเรื่อย ๆ ราวกับ
ร่างกายไม่ใช่ของตน
เหมือนตุ๊กตาที่ทำตามคำสั่ง…
รอบ ๆ คนที่ถูกเชือกมัดเอาไว้ มีบุรุษร่างสูงใหญ่สวมชุดคลุมสีดำแปดคน
และสตรีนางหนึ่งยืนอยู่ เด็กสาวคนนั้นเผยสีหน้าสนุกสนานเมื่อเห็นสีหน้า
หวาดกลัวของผู้อื่น
ทั้งยังเอ่ยเร่งรัดให้พวกเขารีบ ๆ เข้าไปด้านใน
ไม่คาดคิดว่าจะได้มาเจอเด็กคนนี้ที่นี่
คนที่คอยเร่งรัดให้ผู้คนก้าวเข้าไปสู่ความเจ็บปวด คือหมิงเยว่เหริน เด็กสาว
ส่งเสียงสั่งการให้พวกเขาก้าวเข้าไปด้านใน
“ท่านอาจารย์คนพวกนั้นถูกควบคุมหรือ?” เอ่ยถามเพียงเพราะต้องการ
ความมั่นใจ
เพราะหากไม่ใช่ก็ไม่รู้ว่าจะอธิบายสิ่งที่เห็นตรงหน้าเช่นไรดี
‘ใช่’
“คนทำคือเด็กคนนั้นใช่หรือไม่?” เอ่ยถามเพื่อยืนยันอีกครั้ง
ผู้อาวุโสหมิงเอ่ยตอบ ยืนยันสิ่งที่นางสงสัย
“ไม่คิดว่าจะโหดเหี้ยมถึงเพียงนี้” เยว่ฉีพึมพำออกมา
แม้รู้ว่านางมีใจบิดเบี้ยวไม่ปกติ แต่ก็ไม่เคยคิดว่าจะบิดเบี้ยวถึงขั้นรู้สึก
สนุกสนานยามเห็นผู้อื่นทรมาน หากปล่อยให้เติบใหญ่ไม่รู้ว่าจะทำเรื่องโหดร้าย
กว่าตอนนี้มากน้อยแค่ไหน
‘รู้แล้วก็ถอยห่างออกไปได้แล้ว’
“ท่านอาจารย์สิ่งที่อยู่ในนั้นคืออะไรหรือ? ท่านพอจะทราบหรือไม่?” นาง
ยังคงสงสัยเลือกจะเอ่ยถามออกไปแทนที่จะถอยห่าง
ในถ้ำตรงหน้ามีอะไรอยู่กันแน่ ถึงได้ส่งคนมากมายเข้าไป นางลองใช้พลัง
เข้าไปตรวจสอบแล้วแต่กลับตรวจสอบไม่ได้
ทว่าฟังจากน้ำเสียงพวกเขาคงถูกบางอย่างกลืนกิน
‘หากข้าคาดเดาไม่ผิด จากกลิ่นอายที่สัมผัสได้คงเป็นสัตว์อสูรระดับจอม
ทัพตนหนึ่ง’
“สัตว์อสูรระดับจอมทัพ!? สุดยอดมากเลยไม่ใช่หรือเจ้าคะ” ดวงตาเยว่ฉี
เป็นประกายแวววาวบ่งบอกว่าสนใจสัตว์อสูรในถ้ำ
หมิงเหยาถึงกับส่ายหัวยิ้ม ๆ ไม่ว่าสถานการณ์ใด เด็กสาวตรงหน้าเขาก็มัก
แต่งแต้มไปด้วยความตื่นเต้นอยู่เสมอ
ใบหน้าที่เมื่อสักครู่แสดงความตื่นเต้นออกมาเปลี่ยนเป็นห่อเหี่ยว เอ่ย
ออกมาเบา ๆ ว่า
“น่าเสียดายที่ข้าสู้คนพวกนั้นไม่ได้”
หากพวกเขากลับมารวมตัวกันอีกครั้ง นางอาจจะลองเสี่ยงเข้าไปแย่งสัตว์
อสูรกับเด็กคนนั้นก็ได้ และเมื่อสำเร็จก็คงจะได้เห็นสีหน้าบิดเบี้ยวของนาง
รวมถึงได้สัตว์อสูรเพิ่ม
สัตว์อสูรระดับจอมทัพเลยนะ ระดับเดียวกับเจ้าเต่าน้อยของนางเลย
‘หลบออกไปก่อน จะแสดงตนตอนนี้ไม่ได้เด็ดขาด เจ้าก็รู้ไม่ใช่หรือ ความ
ต้องการของคนพวกนั้น’
“ศิษย์รู้เจ้าค่ะ” นางตอบกลับ ขยับหมวกคลุมศีรษะให้ดี ก่อนจะถอยหลัง
ออกมา
ทว่า ในจังหวะหันหลังกลับ บรรยากาศเยือกเย็นพลันเข้ามาประชิด
ด้านหลัง
‘เยว่ฉีระวัง!!’
เสียงร้องตื่นตระหนกของอาจารย์ ส่งผลให้นางรีบดีดตัวออกจากกิ่งไม้ที่ยืน
อยู่
ก่อนเสียงของหนักกระทบบางอย่างจะดังเข้าหู เมื่อเหลือบสายตากลับไป
มอง บุรุษร่างกายกำยำผู้หนึ่งใช้หมัดซัดลงบนกิ่งไม้ที่นางยืนอยู่เมื่อสักครู่จน
แหลกละเอียด พื้นดินยุบลงไปถึงยี่สิบชุ่น
หากหลบไม่ทัน คงเป็นร่างกายนางที่แหลกละเอียดแทนกิ่งไม้
“จับมันไว้ อย่าให้หนีไปได้!!”
ทั้งที่คิดว่าลบตัวตนออกไปจนสิ้นแล้วแท้ ๆ เหตุใดจึงถูกจับได้กัน
‘เจ้าไม่ได้ถูกล่วงรู้ตัวตน เพียงแต่การขยับตัวของเจ้าทำให้พวกนั้นสงสัย’
เยว่ฉีถึงกับพูดไม่ออก นางคิดว่าตนเองเคลื่อนไหวเงียบที่สุดแล้ว แต่ยังถูก
จับได้ คนพวกนี้คงไม่ใช่ว่ามีสัญชาตญาณของสัตว์ป่าใช่ไหม
‘มัวใจลอยอะไรอยู่ รีบหนีไปได้แล้ว!!’
เยว่ฉีทำตามคำสั่ง หันหลังหนีห่างจากจุดนี้ทันที แต่ยังไม่เร็วเท่าคนที่
ตามหลังมา
หมิงเยว่เหรินสงสัยว่าผู้ติดตามของนางสัมผัสอะไรได้ จึงหยิบยันต์ที่ช่วย
จับกุมออกมาใช้งาน
ยันต์ถูกขว้างออกไปด้านหน้าหลายสิบแผ่น หมิงเยว่เหรินพึมพำร่ายคาถา
ไปพร้อม ๆ กัน ยันต์ทั้งสิบลอยไปหยุดใกล้เยว่ฉีก่อนจะเกิดการระเบิด
แรงระเบิดส่งผลให้คาถาลบตัวตนถูกรบกวน หญิงสาวถูกแรงระเบิดผลัก
ร่างไปกระแทกเข้ากับต้นไม้ต้นหนึ่ง ยังดีที่ไม่ถึงกับกระอักเลือดออกมาแต่ก็รู้สึก
จุก หายใจติดขัด
เยว่ฉีทรุดเข่ากับพื้น ยกมือขึ้นกุมอก ไม่นานหลังจากนั้นร่างของนางก็ถูก
เปิดเผย พร้อมเถาวัลย์นับสิบเส้นที่ปรากฏออกมาหลังยันต์ระเบิดและพุ่งเข้าใส่
เป้าหมายทันที
หญิงสาวรีบปล่อยพลังออกไปสกัดการโจมตี ประคองตนเองลุกขึ้นยืนหัน
หลังถอยหนี
หมิงเยว่เหรินมองเห็นแล้ว ใบหน้าสงสัยหยักยิ้มมุมปาก ประกายตา
เปลี่ยนเป็นเหี้ยมโหด
ไม่คิดว่าจะเข้ามาให้นางจัดการถึงที่
“จับมันให้ได้ สตรีตรงหน้าคือเป้าหมายของพวกเจ้า!!” เสียงของนางส่งผล
ให้บุรุษที่เหลือเคลื่อนไหว รีบพุ่งตัวเข้าหาเยว่ฉีทันที
หญิงสาวถึงกับเหงื่อไหล สีหน้าตึงเครียด ไม่คิดว่าลางสังหรณ์จะทำให้นาง
ต้องประสบสถานการณ์เลวร้ายขนาดนี้
ด้านหลังมีคนตามมาถึงหกคน หนึ่งในนั้นคือหมิงเยว่เหริน เด็กสาวที่มักยิ้ม
แย้มเสมอเวลาเข้าใกล้คนในครอบครัวนาง บัดนี้รอบตัวกลับเต็มไปด้วย
บรรยากาศต้องการฆ่า
ชายชุดดำที่ไล่ตามหลังมาก็ไม่ต่างกัน แม้บรรยากาศรอบตัวพวกเขาจะ
สัมผัสถึงความต้องการฆ่าไม่ได้ แต่ก็สัมผัสได้ถึงความรู้สึกน่าขนลุก
ราวกับทั้งร่างปกคลุมไปด้วยบรรยากาศแห่งความตาย
หญิงสาวพยายามหนีสุดชีวิต ไปพร้อม ๆ กับหลบหลีกการโจมตีที่พุ่งเข้ามา
ทว่าไม่นานก็ถูกตามทัน
นักหลอมโอสถขั้นปรมาจารย์ ไม่มีทางหนีการตามล่าของผู้ฝึกปราณขั้น
เซียนได้
สุดท้ายก็ถูกล้อมไว้ตรงกลาง
“พี่สาว ไม่คิดว่าจะเจอท่านเร็วถึงเพียงนี้” หมิงเยว่เหรินยิ้ม ก้าวเดินเข้ามา
ใกล้เยว่ฉี
“ท่านจำข้าได้ใช่หรือไม่?” เด็กสาวเลิกคิ้วเอ่ยถาม มุมปากยกยิ้มมีความสุข
“ข้าเห็นนะว่าท่านหวาดกลัวตอนที่พบหน้ากันครั้งแรก”
เยว่ฉีเม้มปาก มองสีหน้าท่าทางคนตรงหน้า ในหัวคิดหาทางหนี ระหว่างที่
กำลังใช้ความคิดเสียงหนึ่งพลันดังขึ้นในหัว
‘เยว่ฉีข้าช่วยเจ้าได้ เปลี่ยนตัวกัน’
“ท่านอาจารย์ ข้าขอจัดการเรื่องบางเรื่องก่อน” ตอนนี้นางมีโอกาสแล้ว
บางทีคงถึงเวลาทำให้มันถูกต้อง คนจิตใจบิดเบี้ยวเช่นนี้ หากไม่จัดการให้
เด็ดขาด ชีวิตนางคงไม่มีทางมีความสุข
เยว่ฉีเชื่อว่า ท่านอาจารย์จะช่วยให้นางหนีออกไปได้อย่างปลอดภัย
“ใช่ ข้าจำเจ้าได้ น้ำเสียงระคายหูที่ต้องการให้ข้าตาย ข้าจำได้ดี”
“ข้าว่าแล้วว่าเจ้าต้องจำข้าได้” หมิงเยว่เหรินเดินเข้ามาใกล้ เงยหน้ามอง
เยว่ฉี พลันรู้สึกว่าตำแหน่งสายตาไม่ถูกต้องจึงใช้สายตาสั่งให้คนโดยรอบจัดการ
นาง
เยว่ฉีถูกบังคับให้คุกเข่าลงตรงหน้า
หมิงเยว่เหรินยิ้ม เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยหลุบสายตามอง
“ใช่แล้ว ตำแหน่งของเจ้าต้องเป็นเช่นนี้เท่านั้น ทั้งที่ทุกสิ่งทุกอย่างควรเป็น
ของข้าแท้ ๆ แต่เพราะมีเจ้าทุกอย่างถึงได้ผิดเพี้ยนไปเสียหมด” เด็กสาวยื่นมือ
ออกมาบีบแก้มอีกฝ่าย บังคับให้เงยหน้าขึ้น
“พี่สาว ท่านรู้หรือไม่? ยามที่ท่านร้องโหยหวนอยู่ในห้องมืด ๆ อ้อนวอน
ขอร้องให้ปล่อยท่านไปข้ามีความสุขมาก ในใจข้าตื่นเต้นทุกครั้งที่คิดว่า อ่า…อีก
ไม่นานสตรีผู้นี้ก็จะไม่อยู่ขวางหูขวางตาข้า ความรักที่ท่านปู่ และปู่ทวดมี
จะต้องมอบมันให้ข้า ข้าที่เป็นนักหลอมโอสถเพียงคนเดียวของตระกูล!!”
ตะคอกออกมาเสร็จ ก็สูดหายใจเข้าลึก ๆ เอ่ยออกมาอีก
“ทั้งที่ครอบครัวข้ามีความสุขดี แต่พอเจ้ากลับมาทุกอย่างก็เปลี่ยนไป!!”
เด็กสาวกระชากเยว่ฉีขึ้นมาพร้อมโน้มหน้าเข้าไปใกล้
“ตายไปตั้งแต่ครานั้นก็ดีอยู่แล้ว จะกลับมาสร้างความน่ารำคาญให้ข้าอีก
ทำไม!!”
เยว่ฉีฉีกยิ้ม ไร้ซึ่งความหวาดกลัวใดในสายตา ทั้งที่ในใจลึก ๆ ยังคงสั่นไหว
เอ่ยออกมาว่า
“เจ้าเพียงแค่อิจฉาที่ข้ามีมากกว่าสินะ อิจฉาที่ข้าได้รับความรัก อิจฉาที่ข้า
มีในสิ่งที่ตนเองไม่มี หมิงเยว่เหรินที่น่าสงสาร เจ้าช่างเป็นเด็กที่น่าสงสารเสีย
จริง” น้ำเสียงเยว่ฉีไร้ซึ่งความกลัว มีเพียงความเย้ยหยันและดูแคลน นัยน์ตา
เผยแววสงสารออกมา
“เจ้ามีสิทธิ์อันใดมาสงสารข้า อย่ามองข้าด้วยสายตาเช่นนั้น!! ข้าคือหมิง
เยว่เหริน หมิงหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่แห่งดินแดนระดับสูง ข้าไม่ต้องการสายตา
สงสารจากเจ้า!!” เด็กสาวโกรธจัด บีบหน้าเยว่ฉีแรงขึ้นกว่าเดิม หญิงสาวถูกบีบ
จนแทบจะครองสีหน้ายิ้มแย้มเอาไว้ไม่ไหว
ทว่าก็ไม่ยอมเผยสีหน้าเจ็บปวดออกมาให้อีกฝ่ายได้ใจ
“เจ้ามันก็แค่ตัวปลอม ตัวปลอมที่มีอยู่ทดแทนช่วงเวลาที่ข้าหายไป มี
ความสุขหรือไม่? ที่ได้กลายเป็นเพียงแค่ตัวแทน” เยว่ฉียังคงยิ้ม ยื่นหน้าเข้าไป
ใกล้ จ้องสายตาโกรธจัดต้องการฆ่าของนาง
หมิงเยว่เหรินฆ่านางไม่ได้ เป็นสิ่งที่นางคาดเดาได้หลังมองการกระทำของ
อีกฝ่าย
หากทำได้ เด็กสาวคงไม่ปล่อยให้นางพูดจาพร่ำเพรื่อเช่นนี้ คงจัดการ
สังหารนางไปตั้งนานแล้ว และสาเหตุที่ทำให้นางฆ่าตนไม่ได้ คงเกี่ยวข้องกับ
ชายชุดดำพวกนี้
ยอมให้ทำร้ายแต่ไม่ยอมให้ฆ่า คนพวกนี้คือใครกันแน่…มีส่วนเกี่ยวข้อง
อะไรกับเด็กคนนี้
“ไม่ใช่!! ข้าคือตัวจริงหาใช่ตัวปลอม!!” หมิงเยว่เหรินผลักเยว่ฉีให้นอนลง
บนพื้น ก่อนตามมาใช้เข่ากดนางแนบกับพื้นไม่ให้หนีไปไหน ยื่นหน้าเข้ามาใกล้
ชายชุดดำถอยออกไปยืนรอบนอก คอยระวังไม่ให้เป้าหมายหนีไป
“เจ้าต่างหาก หากเจ้าไม่เกิดมาทุกอย่างคงไม่เป็นเช่นนี้ ท่านพี่เทียนหลินก็
จะเอ็นดูข้าผู้เป็นน้องสาว รวมไปถึงท่านลุงท่านป้า พวกท่านต้องเอ็นดูข้าไม่ต่าง
จากลูกอีกคน แต่เพราะมีเจ้า เพราะเจ้า!!”
เยว่ฉีมองสีหน้าต้องการอยากได้รับความรักของหมิงเยว่เหริน ยกมือขึ้น
สัมผัสใบหน้า
อีกฝ่ายไร้ปฏิกิริยาโต้ตอบชั่วขณะ
“เยว่เหรินผู้น่าสงสาร เจ้าเหนื่อยมามากใช่หรือไม่? กดดันมาตลอดใช่
หรือไม่ เหรินเหริน เจ้าคงเหนื่อยไม่น้อยกับทุกสิ่งที่ผ่านมา”
“เหรินเหรินเด็กน้อย ข้าคิดว่าคงถึงเวลาพักได้แล้ว เจ้าไม่จำเป็นต้อง
เหนื่อยอีกแล้ว”
รอยยิ้มอบอุ่นเผยบนใบหน้า และในจังหวะที่ทุกคนไม่ทันตั้งตัว เยว่ฉีขยับ
มือเร็ว ๆ ครั้งหนึ่ง ฝ่ามือของนางทะลุเข้าไปในหน้าอกหมิงเยว่เหริน บีบหัวใจ
อีกฝ่ายให้แหลกละเอียด
มือถูกดึงกลับ
เลือดมากมายสาดกระเซ็นออกมาเปรอะเปื้อนไปทั่วตัว หญิงสาวสั่นกระตุก
ไปชั่วขณะหนึ่ง ร่างกายสั่นไหว
เป็นครั้งแรกที่นางลงมือฆ่าคน ฆ่าให้ตายในชั่วอึดใจเดียว
สีหน้าสุดท้ายของเด็กสาวตัวน้อยคือตะลึงงัน ดวงตาเบิกกว้าง
เด็กสาวที่น่าสงสาร หากเจ้าได้เกิดใหม่ในครอบครัวที่อบอุ่นมากกว่านี้ ข้า
หวังว่าเจ้าจะมีชีวิตที่มีความสุข
ดวงตางดงามหลับลงชั่วครู่แล้วลืมตาขึ้นมอง พอได้รู้เรื่องราวบางอย่างจาก
ปากของนาง เยว่ฉีกลับรู้สึกสงสารขึ้นมา
หมิงเยว่เหรินอาจจะเป็นเด็กสดใสน่ารักคนหนึ่ง ที่นางบิดเบี้ยวเกิดจากการ
เลี้ยงดูที่ผิดพลาด โหยหาความรักและความอบอุ่นที่แท้จริง ซึ่งไม่เคยได้รับ
ตลอดเวลาที่ผ่านมา
แม้บิดาจะมอบความรักให้ ทว่ากลับเป็นความรักที่มีผลประโยชน์เป็นที่ตั้ง
เยว่ฉีหวังว่าการกระทำของนางจะช่วยปลดปล่อยเด็กน้อยจากความ
เจ็บปวด แม้จะรู้สึกหวาดหวั่นอยู่บ้าง แต่กลับไม่รู้สึกผิดเลย
เพราะเด็กคนนี้มีส่วนร่วมที่ทำให้เยว่ฉีอีกคนต้องตาย
เป็นการตายที่ไม่สามารถไปเกิดใหม่ได้…