ข้ามเวลามาเป็นภรรยาของสามีขาพิการ ตระกูลหาน - ตอนที่ 121 ความสามารถของหมิงเหยา
เยว่ฉีผลักร่างหมิงเยว่เหรินออกจากตัว แล้วขยับตัวลุกขึ้นยืนประจันหน้า
กับชายชุดดำทั้งห้าคน
“ท่านอาจารย์ถึงเวลาของท่านแล้ว” หญิงสาวเอื้อนเอ่ย น้ำเสียงอ่อนแรง
‘…’ หมิงเหยาไม่กล่าวอะไร เปลี่ยนตัวกับเหลนสาวทันที
เขาจะไม่พูดว่าสิ่งที่เยว่ฉีทำนั้นผิดหรือถูก ใจหนึ่งอยากจะเอ่ยห้าม ทว่าใน
ส่วนลึกของจิตใจกลับรู้สึกว่าเป็นการกระทำที่ถูกต้องแล้ว
หากปล่อยไว้ เด็กคนนี้อาจจะทรมานจากการขวนขวายหาความรัก การ
ปล่อยให้ไปสู่ภพภูมิอื่นอาจจะดีต่อหมิงเยว่เหรินมากกว่าปล่อยให้มีชีวิตต่อไป
ชายชุดดำเมื่อเห็นการกระทำของเยว่ฉีก็ไม่ได้เข้ามาขัดขวาง
ไม่สิ พวกเขาแค่ไม่คิดว่านางจะกล้าลงมือสังหารหมิงเยว่เหริน ดูเหมือน
ข้อมูลที่พวกเขาได้รับมาจะไม่ถูกต้องเสียแล้ว คนอ่อนโยนจิตใจดีที่ไหนจะกล้า
ลงมือสังหารผู้อื่นดวงตาไม่กะพริบเช่นนี้
และเมื่อนางลุกขึ้นยืนพวกเขาก็มีท่าทีระแวดระวังขึ้นมาทันที ส่งสายตาหา
กัน แล้วกระโจนเข้าใส่เป้าหมาย
ท่านผู้นำบอกให้นำตัวนางกลับไปแบบมีชีวิต แต่ไม่ได้ห้ามหากจะลงมือ
รุนแรง
คนทั้งหมดพุ่งเข้าหาหญิงสาว แต่กลับถูกพลังที่พุ่งขึ้นสูงอย่างกะทันหัน
สะท้อนให้กระเด็นออกมา
พวกเขาถึงกับมึนงง ก่อนหนึ่งในพวกเขาจะตะโกนออกมาว่า
“กลิ่นอายของผู้ฝึกปราณระดับสูง!! นางเป็นนักหลอมโอสถ เหตุใดถึงมี
กลิ่นอายของผู้ฝึกปราณขั้นสูงได้!!”
คนทั้งหมดตกใจกับสิ่งที่เผชิญ แต่ด้วยความที่ผ่านเรื่องราวมามากจึง
สามารถปรับตัวได้เร็ว
ทว่าหมิงเหยาก็หาได้รอให้พวกเขาตั้งตัว ยกมือข้างหนึ่งขึ้นมา ปลดปล่อย
พลังสายหนึ่งซัดร่างหนึ่งในชายชุดดำกระเด็นไปกระแทกก้อนหิน
ตามมาด้วยมือถูกบีบเข้าหากัน แล้วร่างชายผู้นั้นก็แหลกละเอียด เลือดสี
แดงเปรอะเปื้อนเต็มพื้น
คนที่เหลือมีปฏิกิริยาขึ้นมาแล้ว เหงื่อผุดผายบนใบหน้า ในหัวมีความคิด
ปรากฏขึ้นมา
อันตรายต้องรีบหนี!!
ทว่าไม่นานพวกเขาก็ถูกจัดการจนสิ้น
คนทั้งห้าถูกหมิงเหยาฆ่าตาย ชายชราขยับร่างเยว่ฉีเข้าไปตรวจดูสิ่งของ
ของพวกเขา หยิบถุงเก็บของและของมีค่าทั้งหมดออกมา สร้างสถานการณ์ให้
เหมือนว่าพวกเขาถูกกลุ่มคนฆ่าปล้นชิงของวิเศษ
ก่อนจะเดินจากไปชายชราก้าวไปหยุดยืนข้างศพเหลนสาว แม้ไม่เคยมี
ความสัมพันธ์ใกล้ชิด ทว่าอย่างน้อยก็ได้ชื่อว่ามีสายเลือดเดียวกัน
ดวงตาของนางเบิกกว้าง อ้าปากค้าง บริเวณอกปรากฏหลุมลึก หมิงเหยา
ยกมือขึ้นปิดหน้าช่วยปิดเปลือกตาลงให้
เขาหยัดตัวขึ้นใช้พลังนำพาศพนางไปวางใต้ต้นไม้ สะบัดมือดึงหนึ่งในผ้า
คลุมไปปกปิดร่าง
อย่างน้อยก็ยังมีผ้าคลุมหน้า แม้จะจัดงานศพให้ไม่ได้ก็ตาม
“เด็กน้อยเอ๋ย สิ่งที่เกิดขึ้นล้วนเป็นผลจากการกระทำทั้งสิ้น ข้าหวังว่าชาติ
หน้าเจ้าจะเกิดมาเป็นคนที่มีความสุขมากกว่านี้”
ชายชุดดำทั้งแปดถูกกำจัดเกือบหมดแล้ว เหลืออยู่เพียงไม่กี่คนเท่านั้น
หมิงเหยาคิดจะกลับไปจัดการคนที่เหลือให้หมดแล้วปลดปล่อยผู้ฝึกปราณที่ถูก
ครอบงำอยู่
หากเยว่ฉีไม่โดนเห็นหน้าชายชราคงไม่คิดจะกลับไป แต่เหลนสาวคนนี้ของ
เขาถูกเห็นหน้าเข้าแล้ว จึงไม่อาจปล่อยคนที่เหลือเอาไว้ได้ ไม่เช่นนั้นเรื่องที่
เกิดขึ้นวันนี้จะนำพาความวุ่นวายมาให้นาง
คิดแล้วก็ดีดตัวกลับไปยังสถานที่เดิม
ดวงตาชายชรากวาดมองผู้ฝึกปราณหลายคนซึ่งเริ่มได้สติคืนมาหลังผู้ร่าย
คาถาตาย
พวกเขาไม่ได้เข้าต่อสู้กับชายชุดดำทั้งสามคน เพราะระดับการฝึกปราณ
แตกต่างกัน หากคิดจะเอาคืนก็รังแต่จะทำให้ตนบาดเจ็บ
ช่างน้ำหนักในใจแล้วได้ไม่คุ้มเสีย จึงเลือกหันหลังหนี
มีหลายคนหนีไม่ทันถูกคนทั้งสามจับกลับมา แล้วประทับตราคำสั่งอีกครั้ง
จากนั้นโยนเข้าไปในถ้ำ
“คงเกิดเรื่องกับคนพวกนั้นแล้ว!! ไม่เช่นนั้นคงไม่ชักช้าเช่นนี้” หนึ่งในนั้น
เอ่ยออกมา
“เจ้าคิดว่านางจะทำได้จริงหรือ? หากทำได้จริงนายท่านของพวกเราคงจะ
ยินดีมาก”
“คงเป็นเช่นนั้น สิ่งที่ท่านผู้นั้นต้องการคือนางผู้ผ่านความลำบากมา
มากมายและกลายเป็นคนแข็งแกร่ง!!”
“หากนางฆ่าคนพวกนั้นหมดแล้วจริงคงต้องส่งข่าวไปหานายท่าน บอกให้
ท่านได้รับรู้!!”
ชายชรายืนฟังสิ่งที่คนพวกนั้นพูด ดูเหมือนสิ่งที่ครอบครัวเยว่ฉีคาดเดาจะ
เป็นความจริง
พวกเขาพอจะรู้มาบ้างว่ามีคนกลุ่มหนึ่งต้องการตัวเยว่ฉี เพียงแต่ไม่รู้ว่าเป็น
คนกลุ่มไหน
ในที่สุดก็จะได้รู้แล้ว
เมื่อคิดว่ามีคนอยู่เบื้องหลังชายชุดดำทั้งสาม หมิงเหยาจึงเปลี่ยนแผนที่จะ
จัดการพวกเขา
ชายชราทิ้งตัวลงจากกิ่งไม้ ลอยไปหยุดด้านหลังชายทั้งสาม
“พวกเจ้าต้องการตัวข้าสินะ” เสียงหนึ่งดังขึ้นตามมาด้วยร่างของพวกเขาที่
ทรุดลงกับพื้น
ไม่ทันได้โต้ตอบใด ๆ
ผู้ฝึกปราณขั้นเซียนระดับต้นเพียงไม่กี่คน ไม่มีทางเอาชนะผู้ฝึกปราณขั้น
เทพระดับสูงได้เช่นเขาได้
หมิงเหยาร่ายคาถามัดคนทั้งสามไว้ แล้วโยนเข้าไปในมิติ เวลาที่จะคงอยู่ใน
ร่างนี้เหลืออีกไม่มากแล้ว เขาต้องรีบจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยแล้วหาที่
ปลอดภัยให้เยว่ฉีได้พักฟื้น
ดวงตาชายชราจดจ้องเข้าไปในปากถ้ำ ลมเย็นยะเยือกสายหนึ่งพัดผ่าน
ออกมากระทบใบหน้า
ทั้งที่ไม่มีทางเข้าแต่กลับมีลมออกมา คงจะเป็นลมหายใจของสัตว์ร้ายด้าน
ในสินะ
ขาเรียวก้าวไปด้านหน้าพร้อมร่างกายที่หายเข้าไปในถ้ำ
สัตว์อสูรในถ้ำ เมื่อได้สัมผัสกลิ่นอายใกล้ ๆ แล้วดูเหมือนเพิ่งจะก้าวขึ้นมา
เป็นสัตว์อสูรระดับจอมทัพไม่นาน พลังที่กระจายออกมาจึงยังไม่มั่นคงนัก
กลิ่นเลือดคละคลุ้งไปทั่วถ้ำ ชายชราถึงกับขมวดคิ้วไม่พอใจ มือข้างหนึ่งถูก
ยกขึ้น สะบัดเบา ๆ เกิดเป็นลูกไฟขนาดเล็กหลายสิบลูกช่วยให้ถ้ำสว่างขึ้น
สิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าคือเสือเขี้ยวดาบตัวใหญ่ยักษ์ ตามตัวของสัตว์อสูร
เต็มไปด้วยเลือด เศษซากมนุษย์ยังกองพะเนินอยู่ไม่ไกล
“กินไปมากเท่าใดแล้ว?” ชายชราเอ่ยถาม ไร้ซึ่งท่าทีหวาดกลัว
สัตว์ร้ายลุกขึ้นเตรียมพร้อม โน้มศีรษะเข้าใกล้ หายใจใส่ร่างอีกฝ่าย
มันยังไม่กล้าลงมือ เพราะสัมผัสได้ถึงพลังห่างชั้นกันมาก
“ดูเหมือนจะไม่ใช่สัตว์เดรัจฉาน แต่เป็นสัตว์ที่สั่งสอนได้” เขายกมือขึ้นมา
ยื่นไปตรงหน้าสัตว์อสูร
สัตว์ร้ายตรงหน้าจ้องมอง ท่าทีหวาดระแวง แต่เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายหยุดนิ่งไม่
ลงมือจึงนิ่งมอง
ศีรษะใหญ่โตเอียงไปมาคล้ายกำลังสงสัย ก่อนจะเข้าใจในที่สุด หัวใหญ่โต
ซึ่งโอบล้อมไปด้วยเส้นขนสีเงินงดงามลดลง ขยับเข้าใกล้มือ สองขาด้านหน้าย่อ
ต่ำลง
มอบศีรษะให้หมิงเหยาได้สัมผัส
ดวงตาชายชราวูบไหว ลูบศีรษะกลมโตของสัตว์ร้าย มุมปากหยักยิ้ม พยัก
หน้าพึงพอใจ ดูเหมือนศิษย์เหลนจะได้สัตว์อสูรระดับจอมทัพเพิ่มขึ้นมาอีกตน
“เจ้าทำถูกแล้ว หากยอมติดตามสตรีตรงหน้าในอนาคตล้วนได้ประโยชน์ไม่
น้อย”
กล่าวจบก็ตวัดเล็บเฉือนท้องนิ้ว ปล่อยให้เลือดไหลซึมออกมา
“กลืนเข้าไปสิ” สัตว์อสูรระดับจอมทัพมักจะมีสติปัญญา ไม่นานมันก็เข้าใจ
ตวัดปลายลิ้นกลืนเลือดลงคอ
การทำสัญญาครั้งนี้เป็นการทำสัญญาแบบนายบ่าว หลังการทำสัญญา
สิ้นสุด ชายชราจึงเอ่ยขึ้น
“จัดการถ้ำให้เรียบร้อย ข้าจะปิดปากถ้ำให้สนิท”
เสือเขี้ยวดาบตรงหน้าพยักหน้าเข้าใจ ใช้พลังจัดการซากศพและกลิ่นคาว
เลือดออกไป
หมิงเหยาช่วยทำความสะอาดเช่นเดียวกัน ไม่นานที่แต่เดิมอบอวลไปด้วย
กลิ่นไม่พึงประสงค์จึงหลงเหลือเพียงกลิ่นเย็น ๆ ของดินเท่านั้น
อาคมหน้าปากถ้ำถูกวางไว้แล้ว หากไม่ใช่ผู้ฝึกปราณขั้นเทพระดับสูงจะไม่
สามารถมองความผิดปกตินี้ออก จึงวางใจได้ว่าเยว่ฉีจะปลอดภัย
ก่อนจะกลับคืนสู่มิติดังเดิม หมิงเหยาได้นำที่นอนซึ่งถูกเก็บไว้ในมิติออกมา
ปูลงบนพื้น ล้มตัวลงนอน ดึงผ้าห่มขึ้นคลุม สั่งกับเสือเขี้ยวดาบว่า
“ปกป้องร่างกายนี้ให้ดี ระหว่างที่ข้าไม่อยู่”
แล้วชายชราก็เปลี่ยนตัว
สัตว์อสูรระดับจอมทัพสัมผัสพลังแข็งแกร่งกว่าไม่ได้แล้ว มันก้มศีรษะมอง
สิ่งมีชีวิตตัวเล็กกว่านอนหลับอยู่ตรงหน้าด้วยความรู้สึกไม่คุ้นเคย
และด้วยพันธสัญญาสัญชาตญาณปกป้องจึงเปิดทำงาน
ร่างกายใหญ่โตหดเล็กลง ก่อนจะขยับเข้ามานอนใกล้ ๆ ใช้แผงขนงดงาม
ต่างผ้าห่ม ให้ความอบอุ่นแก่เยว่ฉี
ท่านผู้นั้นบอกต้องดูแลนางให้ดี แล้วจะได้ประโยชน์
ดวงตาสีดำสนิทจ้องมองใบหน้าสตรีเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะขยับตัวนอน
หลับไปด้วยกัน